Like Box

วันอังคารที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

Mitsubishi XM Concept อาจใช้ชื่อจำหน่ายจริงว่า Mitsubishi Expander

  หลังจากที่ก่อนหน้านี้ Mitsubishi ได้นำรถทดสอบที่พัฒนาต่อยอดมาจาก XM Concept มาวิ่งทดสอบที่อินโดนีเซียระยะหนึ่งแล้ว และตอนนี้ก็มีการทดสอบรถรุ่นนี้อยู่ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนา (R & D)ของ Mitsubishi ที่โอกาซากิ จังหวัดไอจิของญี่ปุ่นเช่นกัน

   นับตั้งแต่ที่ Carlos Ghosn ได้เข้ามาคุม Mitsubishi อย่างเต็มตัว ก่อนหน้านี้เขาได้มาเยี่ยมชมโรงงานผลิต Mitsubishi ที่แหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี ล่าสุด Ghosn ก็ได้ไปชมศูนย์ R & D ของ Mitsubishi เพื่อตรวจสอบกระบวนการของการพัฒนารถยนต์ Mitsubishi นับตั้งแต่กรณีที่ Mitsubishi ได้สร้างปัญหาในการบิดเบือนอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันตั้งแต่ปี1990 จุดประสงค์การเยี่ยมชมในครั้งนี้เพื่อให้มั่นใจว่าเหตุการณ์นี้จะไม่เกิดขึ้นอีกและต้องมีการปรับปรุงคุณภาพของรถยนต์ Mitsubishi ให้ดีขึ้น

   และนอกจากนี้ Ghosn ยังได้ร่วมทดสอบรถ MPV 7 ที่นั่งคันใหม่ของ Mitsubishi ที่ได้รัยการต่อยอดจากต้นแบบ XM Concept และแว่วๆว่ารถคันนี้อาจจะใช้ชื่อว่า "Expander" โดยรถทดสอบในญี่ปุ่นยังคงพรางในส่วนด้านหน้าและท้ายอย่างหนาแน่น แต่ก็พอเห็นเค้าโครงด้านหน้าและเส้นสายด้านหน้าซึ่งมีความคล้ายต้นแบบอย่างมาก 

   Mitsubishi จะวางตัวรถคันนี้แข่งขันกับ Avanza , Ertiga และ Mobilio และแน่นอนว่าอาจจะมีรูปแบบ Crossover MPV ที่ยกตัวถังสูงขึ้นอีกนิดเพื่อเป็นคู่แข่ง BR-V อีกด้วยเช่นกัน ตามข่าวที่ระบุก็คือรถรุ่นนี้ถูกพัฒนาขึ้นสำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยเฉพาะ แต่ก็ต้องรอดูว่าทาง Mitsubishi จะพิจารณานำรุ่นนี้จำหน่ายในตลาดอื่นๆอย่างญี่ปุ่นหรือยุโรปหรือไม่

   Mitsubishi MPV คันใหม่จะถูกเปิดตัวที่อินโดนีเซียราวๆเดือนสิงหาคม ส่วนเมืองไทยน่าจะมีการเปิดตัวตามหลังอินโดนีเซียครับ 

ที่มา Autonetmagz

วันจันทร์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

ชมโฉม All-New Toyota Camry เวอร์ชั่นญี่ปุ่น เผยโฉมพร้อมชุดแต่งพิเศษ

  ก่อนหน้านี้ Toyota ได้ทำการเปิดตัว Toyota Camry เจเนเรชั่นใหม่เป็นครั้งแรกที่อเมริกาในงาน Detroit Auto Show 2017 เมื่อช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา และล่าสุด Camry เจเนเรชั่นใหม่ก็ได้ถูกเผยโฉมในตลาดญี่ปุ่นเป็นที่เรียบร้อย

   และแน่นอนว่า Toyota Camry ประเทศญี่ปุ่นก็คงจำหน่ายด้วยเครื่องยนต์ไฮบริดเพียงรุ่นเดียวเหมือนเดิม ซึ่งรูปโฉมนั้นก็ไม่ได้มีความต่างจากโฉมอเมริการุ่น XLE มากเท่าไหร่นัก มีเพียงแค่การปรับรายละเอียดไฟหน้า (ไม่มีไฟสีส้มแบบในอเมริกา) เพิ่มไฟตัดหมอกเข้าไปที่กันชนหน้าและเสริมโครเมียมในบางจุดเพื่อให้มีความหรูหรามากขึ้นกว่าเดิมเท่านั้นเอง แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งความสวยงาม โฉบเฉี่ยว ดูน่าสัมผัสกว่ารุ่นเดิม อีกทั้งยังแทบพลิกโฉมไปจากรุ่นเดิมอย่างสิ้นเชิง ส่วนภายในห้องโดยสารก็ไม่ได้อะไรที่แตกต่างจากอเมริกาเลย อาจจะมีแค่รายละเอียดเช่น ตัวเลขมาตรวัด ที่อาจจะไม่เหมือนกัน

   นอกจากนี้ Toyota ยังเผยโฉม Camry โฉมใหม่เวอร์ชั่นญี่ปุ่นพร้อม 2 ชุดแต่งพิเศษจาก TRD และ Modellista ซึ่ง 2 ชุดแต่งนี้มีขายที่ประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น แต่ในอนาคตข้างหน้าชุดแต่ง TRD แบบเต็มยศอาจจะมีขายในหลายประเทศก็เป็นได้

   ชุดแต่ง TRD จะมากับดีไซน์กระจังหน้าสีดำเพิ่มความดุดัน เสริมด้วยชุดแต่งสเกิร์ตรอบคันโดยในชุดสเกิร์ตหน้าจะมีไฟวิ่งกลางวันเสริมเข้ามาให้ด้วย และล้ออัลลอยลายพิเศษ ส่วนชุดแต่ง Modellista จะมีดีไซน์และการตกแต่งที่เท่ขึ้นอีกระดับจาก TRD และแน่นอนว่าจะมีดีไซน์สเกิร์ตรอบคันและลายล้อที่แตกต่างจากรุ่น TRD

   Camry เจเนเรชั่นใหม่ในญี่ปุ่นยังคงใช้ขุมพลัง Hybrid ตามเดิม ซึ่งมากับเครื่องยนต์เบนซิน 2.5 ลิตรหัวฉีดไดเรคอินเจคชั่นพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าขนาดเล็ก ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ CVT ได้ ส่วนตลาดสหรัฐอเมริกาจะมีทางเลือกเครื่องยนต์เบนซิน 2.5 ลิตร 4 สูบและ 3.5 ลิตร V6 มาให้ด้วย

   ส่วนเมืองไทยนั้นคาดว่าการเปิดตัว Camry เจเนเรชั่นใหม่น่าจะมีขึ้นในปี 2018 ครับ

ที่มา Paultan 

ชมอีกหนึ่งของแปลกจากเมืองจีน Toyota Vios FS (Vios Hatchback)

  ก่อนหน้านี้ ผมเคยนำเสนอเกี่ยวกับ Toyota Yaris L หรือเรียกง่ายๆคือ Toyota Yaris Sedan ในประเทศจีน (อ่านได้ที่ ส่องรถสุดแปลก Toyota Yaris L (หรือ Yaris Sedan) ในประเทศจีน) คราวนี้จะพามาชมอีกหนึ่งคันก็คือ Toyota Vios FS (หรือ Vios Hatchback) นั่นเอง

   Toyota Vios FS ทำตลาดภายใต้กลุ่มบริษัท FAW-Toyota รถคันนี้เกิดมาได้เนื่องจากบริษัทนี้ยังขาดแคลนรถซับคอมแพกต์แฮตซ์แบ็คไว้ทำตลาด ซึ่งแต่เดิมนั้นทางบริษัทมีแค่ Toyota Vios จำหน่ายอยู่ ส่วนอีกตัวแทนจำหน่ายอย่าง GAC-Toyota ก็ขาดรถซับคอมแพกต์ซีดานเช่นกัน และเดิมทีมี Toyota Yaris ขายอยู่ ดังนั้น Toyota จึงเล่นง่ายๆด้วยการเอา Toyota Vios และ Yaris มาสลับหน้าขาย ฝั่งของ GAC-Toyota ที่ขาย Yaris อยู่ก็จะได้ Yaris ตัวถังซีดานเพิ่มตามความต้องการ ส่วน FAW-Toyota ก็จะได้ Vios Hatchback เข้ามานั่นเอง

   ภายนอกของ Toyota Vios FS ดีไซน์ครึ่งคันหน้าก็คือ Vios ดีๆนี่เอง แต่สังเกตว่าทางบริษัทจะมีการออกแบบลายตะแกรงกันชนหน้าใหม่ และเสริมโครเมียมบริเวณกระจังหน้าเพื่อให้ดูแตกต่างจาก Vios ตัวถังซีดาน ส่วนครึ่งคันด้านหลังนั้นก็คือ Toyota Yaris นั่นเอง 

   ส่วนภายในก็ไม่ได้ต่างไปจาก Vios ที่จำหน่ายในจีนเลย ที่ชอบคือมาตรวัดและดีไซน์คอนโซล ดีไซน์ฐานเกียร์ที่ค่อนข้างดูดีกว่าเวอร์ชั่นเมืองไทยตอนนี้เลยก็ว่าได้ แถมยังมีซันรูฟมาให้อีกด้วย

   เครื่องยนต์จะมีจำหน่าย 2 แบบ คือ เครื่องยนต์เบนซิน 1.3 ลิตร 4NR-FE มากับพละกำลัง 99 แรงม้าที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 123 นิวตัน-เมตรที่ 4,200 รอบ/นาที 
และ เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร 5NR-FE มากับพละกำลัง 107 แรงม้าที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 140 นิวตัน-เมตรที่ 4,200 รอบ/นาที ทุกรุ่นมีระบบส่งกำลังให้เลือกทั้งเกียร์ธรรมดา 5 สปีดและเกียร์อัตโนมัติ CVT และยังมีระบบ Start-Stop ที่ช่วยทำให้ประหยัดน้ำมันมากยิ่งขึ้นด้วย

   ระบบความปลอดภัยในรถจะมีระบบเบรก ABS EBD ถุงลมนิรภัย 4 ใบ ระบบควบคุมการทรงตัว VSC ระบบป้องกันการลื่นไถล TRC

  Toyota Vios FS วางขายในจีนด้วยราคาตั้งแต่ 69,800-109,800 หยวน หรือประมาณ 349,624-549,981 บาทไทยครับ

ที่มา FAW-Toyota    

วันอาทิตย์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

มาชมรถประจำตำแหน่งประธานาธิบดีฝรั่งเศส DS7 State Limousine

   ปกติเราจะเห็นรถประจำตำแหน่งของผู้นำประเทศต่างๆเป็นรถหรูสัญชาติเยอรมันหรืออังกฤษ ก็จะมีบางประเทศที่จะใช้รถผู้นำที่เป็นรถสัญชาติของตัวเองอย่างเช่น อเมริกา ญี่ปุ่น อังกฤษ เป็นต้น สำหรับแดนน้ำหอมอย่างฝรั่งเศสเองก็เป็นหนึ่งในประเทศที่รถผู้นำของพวกเขาเป็นรถสัญชาติของพวกเขาเองเช่นกัน

   และในเมื่อรถอย่าง Renault , Peugeot หรือ Citroen ยังดูไม่พรีเมียมพอ หรือแบรนด์ระดับหรูอย่าง Bugatti ถ้าเอามาทำเป็นรถผู้นำคงจะเป็นแนวคิดที่สิ้นคิดเกินไปและเป็นไปไม่ได้ คำตอบเลยมาลงอยู่ที่คันนี้ครับ

   และในวันเข้ารับตำแหน่งของประธานาธิบดีคนล่าสุดของฝรั่งเศส Emmanuel Macron ทาง PSA Group ได้สร้างรถ DS7 รุ่นพิเศษสำหรับประธานาธิบดีโดยเฉพาะ ซึ่งรถที่ใช้ถือเป็นเอสยูวีเรือธงของค่ายฝรั่งเศสรายนี้นั่นเอง โดยสร้างขึ้นมาสำหรับการนี้โดยเฉพาะ
(ใครที่ไม่รู้ว่าแบรนด์ DS คือแบรนด์อะไร? แบรนด์นี้คือซับแบรนด๋ย่อยของ Citroen ที่จับกลุ่มตลาดรถยนต์ระดับพรีเมียมกว่า Citroen โดยไปแข่งกับ Audi อะไรพวกนี้ครับ)

   รถประจำตำแหน่งประธานาธิบดี DS7 คันนี้ จะพ่นสีน้ำเงินพิเศษ มีการตกแต่งภายในด้วยหนังสีดำ ตราเครื่องราชอิสริยาภรณ์ฝรั่งเศสและธงหน้ารถ มีการเติมแต่งรายละเอียดสีดำบนล้อและภายในห้องโดยสาร รถคันนี้ยังมีความพิเศษคือหลังคาผ้าใบที่ช่วยเปลี่ยนจากรถครอสโอเวอร์ธรรมดาเป็นรถสำหรับขบวนแห่บนถนนฌ็องเซลิเซ่เพื่อให้ประธานาธิบดียืนขึ้นบนรถทักทายประชาชนที่มาเฝ้ารอท่ามกลางสายฝนได้

ที่มา Carscoops

วันเสาร์ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

ส่องรถสุดแปลก Toyota Yaris L (หรือ Yaris Sedan) ในประเทศจีน

   Toyota ในประเทศจีนนั้นจะมี 2 บริษัทใหญ่ๆด้วยกันก็คือ FAW-Toyota และ GAC-Toyota ทำให้รถรุ่นเดียวกันอาจจะจำหน่ายภายใต้ 2 บริษัทไม่ได้ เราจึงได้เห็นรถรุ่นแปลกๆพิสดารออกมา ซึ่งที่เราจะนำเสนอในนี้ก็คือ Toyota Yaris L หรือ Yaris Sedan นั่นเอง

   Toyota Yaris Sedan ทำตลาดภายใต้บริษัท GAC-Toyota มันถูกเปิดตัวขึ้นมาอันเนื่องมาจากบริษัทยังขาดแคลนรถซับคอมแพกต์ซีดานไว้ทำตลาดซึ่งแต่เดิมนั้นมีเพียงแค่ Yaris ตัวถัง Hatchback วางขาย ครั้นจะเอา Toyota Vios มาขายก็ไม่ได้อีกเพราะตัวแทนจำหน่าย FAW-Toyota วางขาย Vios อยู่ ที่ตลกคือ FAW-Toyota เองก็ขาดรถซับคอมแพกต์แฮตซ์แบ็คเช่นกัน ทาง Toyota Motor เลยใช้วิธีง่ายๆด้วยกันเอาตัวถัง Vios Minor Change มาแปะหน้า Yaris Minor Change เข้าไปเลยกลายเป็น Yaris Sedan วางจำหน่ายภายใต้บริษัท GAC-Toyota ส่วน FAW-Toyota ก็เอา Yaris Minor Change มาแปะหน้า Vios กลายเป็น Vios Hatchback เลย เออ...ง่ายดีแฮะ

   ก็ว่ากันง่ายๆก็คือ Toyota Yaris L หรือ Yaris Sedan รูปทรงครึ่งคันด้านหน้านั้นก็คือ Yaris Minor Change ส่วนครึ่งคันหลังก็จะเป็นทรงของ Vios Minor Change นั่นเอง จะว่าไปแล้วเอา Yaris มาผสมกับ Vios ก็ดูสวยเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน

   ภายในห้องโดยสารก็ไม่ได้ต่างกันกับ Vios ที่จำหน่ายในจีนเลย นับเป็นความโชคดีที่บ้านเขามีการออกแบบคอนโซลหน้าใหม่ให้สวยงามน่าใช้ขึ้น ไม่เหมือนของไทยที่ยังคงดีไซน์เดิมไว้ ถึงของจีนจะมีตะเข็บหลอกๆ และแผงประตูตะเข็บปลอมๆและวัสดุแข็งๆเหมือนไทย แต่ยอมรับว่าดีไซน์คอนโซลของจีนดูดีกว่ามากๆ

  Yaris L ในตลาดจีนวางจำหน่ายด้วย 2 เครื่องยนต์ ได้แก่ เครื่องยนต์เบนซิน 1.3 ลิตร 4NR-FE มากับพละกำลัง 99 แรงม้าที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 123 นิวตัน-เมตรที่ 4,200 รอบ/นาที 
และ เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร 5NR-FE มากับพละกำลัง 107 แรงม้าที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 140 นิวตัน-เมตรที่ 4,200 รอบ/นาที ทุกรุ่นมีระบบส่งกำลังให้เลือกทั้งเกียร์ธรรมดา 5 สปีดและเกียร์อัตโนมัติ CVT และยังมีระบบ Start-Stop ที่ช่วยทำให้ประหยัดน้ำมันมากยิ่งขึ้น

   สำหรับระบบความปลอดภัยของ Toyota Yaris L ในจีนก็นับว่ามีมาให้มากพอสมควร ซึ่งก็จะมี
- ระบบเบรก ABS EBD
- ระบบช่วยเบรก BA
- ระบบควบคุมการทรงตัว VSC
- ระบบป้องกันการลื่นไถล TRC
- ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAC
- ถุงลมนิรภัยคู่หน้า
- ถุงลมนิรภัยด้านข้าง (เฉพาะรุ่น 1.5 ลิตร และยกเว้น 1.5 ลิตรรุ่นล่างสุดของตลาดจีน)
- Engine anti - theft locking system (เฉพาะรุ่น 1.5 ลิตร และยกเว้น 1.5 ลิตรรุ่นล่างสุดของตลาดจีน)

   Toyota Yaris L มีราคาจำหน่ายตั้งแต่ 69,800-85,800 หยวน (ราคา 345,116-429,767 บาทไทย) สำหรับรุ่น 1.3 ลิตร และ ราคา 81,800-101,800 หยวน (ราคา 409,731-534,954 บาทไทย) 

   ที่เอาให้ดูไม่ใช่เพราะอะไรหรอกครับ เนื่องจากว่าช่วงต้นปีจนถึงปีนี้ ผมได้ยินหลายกระแสข่าวเกี่ยวกับ Yaris Sedan ว่าจะมีการนำเข้ามาจำหน่ายในไทย ตอนแรกผมก็ไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่ แต่ด้วยความที่ได้ยินจากปากของวงในของ Toyota หลายคนที่ยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า "มาแน่" และล่าสุดได้ยินจากปากวงในว่า Yaris Sedan ในไทยมีรหัสรุ่นแล้ว ซึ่งถ้ามีรหัสรุ่นแล้วก็แปลว่าน่าจะเริ่มเตรียมการผลิตแล้วเพราะมีรหัสให้สั่งผลิตรถ รวมทั้งมีข่าวจากเว็บประชาชาติที่ว่า Yaris Sedan จะ "เข้าเกณฑ์อีโคคาร์เฟส 2" แปลว่าน่าจะมาแข่งขันกับ Mazda 2 ที่กำลังกอบโกยยอดขายแบบสนุกสนาน และการเปิดตัวในไทยอาจจะมีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ อาจจะเป็นช่วงกรกฎาคม-สิงหาคม เอาเป็นว่าต้องติดตามข่าวกันให้ดีครับสำหรับ Yaris Sedan

ที่มา GAC-Toyota

วันพฤหัสบดีที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

เปิดตัวในไทยแล้วกับ Honda Jazz Minor Change ที่เพิ่มอะไรใหม่ๆในราคาเท่าเดิม

  หลังจากที่เมื่ออาทิตย์ก่อน (วันที่ 9 พ.ค.) Honda เพิ่งทำการเปิดตัว Mobilio Minor Change ท่ามกลางความเงียบของข่าว Honda Jazz Minor Change ว่าจะมาตอนไหน แต่หลังจากการเปิดตัวของ Mobilio ไม่นาน Honda เมืองไทยก็เริ่มส่งสัญญาณอย่างรวดเร็วว่า Jazz Minor Change ใหม่จะเปิดตัวภายในวันที่ 18 พ.ค. ภายหลังจากที่ญี่ปุ่นเผยโฉมเพียงไม่กี่อาทิตย์เท่านั้น

  และวันนี้ทาง Honda ก็ได้ทำการเปิดตัว Jazz Minor Change สู่สายตาคนไทยเป็นที่เรียบร้อย มาดูกันดีกว่าว่า Jazz Minor Change จะมีการเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมอะไรจากเดิมบ้าง ลองไปชมกันได้เลย

  ดีไซน์ภายนอกหลักๆจะมีการออกแบบกระจังหน้าใหม่ให้ดูสวยงามและสปอร์ตมากยิ่งขึ้น ในส่วนของรุ่นท็อป RS จะมีโลโก้ RS ติดบริเวณกระจังหน้าด้วย กันชนหน้าก็มีการออกแบบให้ดูทันสมัยกว่าเดิม ทุกรุ่นจะได้ไฟ DRL แบบ LED แต่สำหรับรุ่นท็อป RS กับ RS+ จะพิเศษคือจะได้ไฟหน้าแบบ LED และไฟ DRL LED ภายในโคม และกันชนหน้าที่ดีไซน์ค่อนข้างสปอร์ตกว่ารวมทั้งติดตั้งสเกิร์ดข้างและสปอยเลอร์หลังมาให้ 

ล้ออัลลอยในรุ่น S จะได้ฝาครอบล้อกระทะลายใหม่ 15 นิ้ว รุ่น V / V+ ได้ล้อลายใหม่ขนาด 15 นิ้ว รุ่น RS และ RS+ ยังใช้ล้อลายเดิม ส่วนด้านท้ายของรถจะมีการเปลี่ยนแปลงดีไซน์กันชนหลังใหม่ให้ดูดีขึ้น 

   ภายในห้องโดยสารยังคงดีไซน์เดิมแทบไม่เปลี่ยน มีการตกแต่งภายในใหม่เล็กน้อย ทุกรุ่นมีการเปลี่ยนลายเบาะผ้าและการตัดเย็บใหม่ ระบบเครื่องเสียงในรุ่นใหม่นี้ สำหรับรุ่น S และ V ก่อนหน้านี้ จากที่รองรับการเล่น CD 1 แผ่น ในรุ่นใหม่จะไม่มีอีกแล้ว แต่ยังมีช่องเสียบ USB มาให้และรองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth และในรุ่น V จะเพิ่มสวิตซ์ควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัยมาให้ด้วย สำหรับรุ่น V+ RS และ RS+ จะติดตั้งหน้าจอสัมผัสขนาด 6.8 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ Smart Phone , Bluetooth , USB และ HDMI 

   สำหรับขุมพลังนั้นทุกรุ่นยังคงใช้เครื่องเบนซิน 1.5 ลิตร i-VTEC พละกำลัง 117 แรงม้าที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 146 นิวตัน-เมตรที่ 4,700 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ CVT ที่พัฒนาภายใต้ EarthDreams Technology และยังรองรับเชื้อเพลิง E85 ระบบเบรกหน้ายังคงเป็นดิสก์เบรกและหลังแบบดรัมเบรกเหมือนเดิม

   สำหรับระบบความปลอดภัยหลักๆยังคงเหมือนเดิมแต่ก็ยังครบครัน ก็จะมีดังนี้
- ระบบเบรก ABS
- ระบบกระจายแรงเบรก EBD
- ระบบควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง VSA
- ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HSA
- สัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน ESS
- ถุงลมนิรภัยคู่หน้า- ถุงลมนิรภัย 6 ใบ คู่หน้า+ด้านข้าง+ม่าน (เฉพาะรุ่นท็อป RS+)
- กล้องมองหลังปรับได้ 3 ระดับ (รุ่น V+ ขึ้นไป)
- กุญแจ Immoblizer และสัญญาณกันขโมย
- ระบบล็อคประตูอัตโนมัติ (Auto Door Lock By Speed)

   Honda Jazz Minor Change มีสีให้เลือกทั้งหมด  6 สี ได้แก่
- สีส้มฟีนิกซ์ (มุก) Phoenix Orange Pearl ซึ่งมาแทนที่สีเหลืองแอคแทรค (มุก) (Attract Yellow Pearl) เฉพาะรุ่น RS และ RS+
- สีขาวออร์คิด (มุก) White Orchid Pearl เฉพาะรุ่น RS และ RS+
สีขาว White Orchid Pearl 
สีเงินลูนาร์ (เมทัลลิค) Lunar Silver
- สีเทาโมเดิร์นสตีล (เมทัลลิค) Modern Steel Metallic
- สีดำคริสตัล (มุก) Crystal Black Pearl
- สีขาวทาฟเฟต้า Taffeta White (เฉพาะรุ่น S,V,V+)

   Honda Jazz Minor Change มีให้เลือกทั้งหมด  6 รุ่นย่อยเท่าเดิม แต่มีการเปลี่ยนชื่อรุ่นจาก SV และ SV+ เป็น RS และ RS+  และยังคงราคาจำหน่ายเดิม
- รุ่น 1.5 S MT ราคา 555,000 บาท
- รุ่น 1.5 S AT ราคา 594,000 บาท
- รุ่น 1.5 V AT ราคา 654,000 บาท
- รุ่น 1.5 V+ AT ราคา 694,000 บาท
- รุ่น 1.5 RS AT ราคา 739,000 บาท
- รุ่น 1.5 RS+ AT ราคา 751,000 บาท


   Honda Jazz Minor Change เริ่มลงโชว์รูมทั้วประเทศตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ใครสนใจก็สามารถไปชมรถได้ที่ศูนย์บริการ Honda ทั่วประเทศครับ


แอบถ่ายรถทดสอบ Lamborghini Urus รถ SUV จากค่ายกระทิงดุ

  หลายคนที่ตามข่าวรถซูเปอร์คาร์สัญชาติอิตาลีอย่าง Lamborghini น่าจะทราบว่าค่ายนี้เคยมีรถ SUV ขายในชื่อ LM002 ซึ่งมีฉายาว่า "Rambo-Lambo" และอีกไม่นานนี้รถ SUV ของ Lamborghini จะกลับมาอีกครั้ง ซึ่งตัวรถจะเดินตามรอยต้นแบบ Lamborghini Urus Concept ที่เผยโฉมเมื่อหลายปีก่อน

  จากภาพรถทดสอบที่เห็นนี้จะรู้ว่าตัวรถนั้นแทบจะยกดีไซน์มาจากต้นแบบ Urus มาเลย แต่ก็มีการปรับปรุงแนวการออกแบบและเส้นสายเพื่อให้พร้อมสำหรับการวางจำหน่ายจริงมากขึ้น ดูอย่างกันชนหน้าจะมีดีไซน์บางจุดที่แตกต่างจากรถต้นแบบพอสมควร ยังไม่นับรวมถึงมือจับประตู และดีไซน์ด้านท้ายที่มีการปรับเปลี่ยนรายละเอียดด้วยเช่นกัน ส่วนภายในยังไม่มีภาพออกมาให้เห็น

  นาย Maurizio Reggiani หัวหน้าฝ่ายวิจัยและพัฒนาของ Lamborghini  ให้สัมภาษณ์กับสื่ออย่าง Digital Trends ว่า Lamborghini Urus จะมากับขุมพลังทางเลือกเครื่องยนต์ V8 ขนาด 4.0 ลิตรทวินเทอร์โบ พละกำลัง 650 แรงม้า ก่อนที่จะถูกนำเสนอเวอร์ชั่น Plug-In Hybrid ตามหลัง

   "ผมคิดว่าดีเอ็นเอที่สมบูรณ์แบบสำหรับซูเปอร์สปอร์ตเอสยูวีจะถูกนำเสนอด้วยเครื่องยนต์ 4.0 ลิตร V8 ที่มากับพละกำลัง 650 แรงม้า ซึ่งจะให้อัตรากำลังต่อน้ำหนักที่ดีที่สุดในรถระดับเดียวกัน ส่วนรุ่น Plug-In Hybrid ที่จะตามมาในภายหลัง ถือเป็นความพยายามครั้งแรกของเราที่จะลดการปล่อยก๊าซ CO2 โดยเฉลี่ยได้ แต่อย่าคาดหวังว่าจะรีดประสิทธิภาพของเครื่อง V8 ได้ดีพอ" และ Reggiani ยังยืนยันว่าเขาต้องการให้มีปุ่มที่อาจจะเรียกว่า e-boost ซึ่งจะช่วยให้อัตราเร่งดีขึ้น 

   Lamborghini ไม่ได้กล่าวถึงความจริงว่าเขาต้องการให้ Urus เป็น SUV ที่เร็วที่สุดในตลาดซึ่งหมายความว่าจะต้องมีความเร็วสูงสุด 301 กม./ชม. ซึ่งจะต้องมากกว่าเพื่อนร่วมเครืออย่าง Bentley Bentleyga

   สำหรับเครื่อง V8 จะไม่เพียงแต่จะเร็วกว่า Plug-In Hybrid แต่มันจะเป็นรถออฟโรดที่ดีคันหนึ่งด้วย
 โดยนาย Reggiani บอกว่าแน่นอนที่ SUV เกิดมาเพื่อขับขี่บนสภาพถนนแบบออฟโรด และเป็นที่ชัดเจนว่ารุ่นออฟโร้ดที่ดีที่สุดควรจะเป็นรุ่นที่ใช้เครื่อง V8 เพราะในการขับขี่แบบออฟโรด คุณจำเป็นต้องมีน้ำหนักรถน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ฉะนั้นรุ่น  Plug-In Hybrid จะไม่รองรับการใช้งานแบบออฟโรดแต่มันก็ยังเป็นรถที่ดีคันหนึ่ง

   คาดว่า Lamborghini Urus จะเปิดตัวก่อนสิ้นปีนี้ ก่อนวางขายในไตรมาสแรกของปี 2018 ในราคาขายราวๆ 200,000 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 6,877,322 บาทไทย ยังไม่รวมภาษี ส่วนเมืองไทยจะมีการนำเข้ามาขายหรือไม่ต้องติดตามครับ

ที่มา Carscoops

วันพุธที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

ชม 2018 BMW 3-Series ที่เพิ่ม 3 โมเดลสุดพิเศษ

  หลังจากที่ก่อนหน้านี้เราได้นำเสนอถึงกับปรับปรุงโฉมของ BMW 2-Series และรุ่นปรับอุปกรณ์ของ 1-Series นอกจากนี้แล้ว BMW ก็ยังเปิดตัว 3-Series กับอีก 3 การตกแต่งใหม่สุดพิเศษกระตุ้นตลาดก่อนที่โฉมใหม่จะมาในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

   การตกแต่งใหม่ทั้ง 3 รุ่นนั้นก็เป็นการต่อยอดมาจาก 3 รุ่นพื้นฐานเดิม (Sport,Luxury,M Sport) ซึ่งจะประกอบด้วย Edition Sport Line Shadow, Edition Luxury Line Purity และ Edition M Sport Shadow มีให้เลือกทั้งเวอร์ชั่นซีดาน 4 ประตูและแวกอน Touring

   เริ่มที่รุ่น Edition Sport Line Shadow มีการตกแต่งภายนอกให้คมเข้มขึ้นหลายจุด ไม่ว่าจะเป็นโคมไฟหน้า ไฟเลี้ยวและไฟท้ายแบบรมดำ ในส่วนของกระจังหน้าไตคู่ก็พ่นสีดำมันวาว เช่นเดียวกับกระจกมองข้างสีดำ ด้านท้ายก็มากับชุดท่อไอเสียโครเมียมสีดำ ส่วนล้ออัลลอยก็ใช้ขนาด 18 นิ้วปัดเงาสีดำ Jet Black ภายในห้องโดยสารมากับการตัดเย็บหนังหุ้มแบบพิเศษบนพวงมาลัยและรอบๆคันรถ และยังตกแต่งรอบคันด้วยวัสดุแบบ Dark Aluminum Carbon และ Pearl Gloss Chrome รวมทั้งชุดมาตรวัดแบบใหม่

  ต่อด้วยรุ่น Edition Luxury Line Purity จะตกแต่งเพิ่มความหรูหรามากขึ้น ด้วยการใช้วัสดุ Satin Aluminium ทั้งบริเวณกระจังหน้าไตคู่ กันชนหน้า ขอบกระจกด้านข้าง กันชนท้ายและท่อไอเสีย รวมทั้งล้ออัลลอยสี Satin Aluminium ขนาด 17 นิ้วเป็นมาตรฐาน และยังมีล้อขนาด 19 นิ้วให้เลือกเป็นออปชั่น ภายในห้องโดยสารตกแต่งด้วยโทนสีที่หรูหรา เดินด้ายตะเข็บแบบพิเศษรอบคันรถ และชุดมาตรวัดแบบใหม่
  ปิดท้ายด้วยรุ่น Edition M Sport Shadow การตกแต่งจะคล้ายคลึงกับ Edition Sport Line Shadow ที่มีการเปลี่ยนโคมไฟหน้า ไฟเลี้ยวและไฟท้ายแบบรมดำกระจังหน้าไตคู่สีดำกระจกมองข้างสีดำ ชุดท่อไอเสียโครเมียมสีดำ แต่สิ่งที่แตกต่างคือจะมีการติดตั้งล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้วสี Orbit Grey มาพร้อมกับชุดระบบกันสะเทือน M sports suspension และ M aerodynamics package ภายในตกแต่งด้วยวัสดุแบบ Dark Aluminum Carbon, พวงมาลัยแบบสปอร์ตพร้อมหนังหุ้มแบบใหม่ , บุหลังคาสี Anthracite , ชายบันไดของและโหมดการขับขี่ Sport+ ใน Driving mode ของ BMW รวมทั้งชุดมาตรวัดใหม่

   นอกจาก BMW 3-Series กับ 3 รุ่นพิเศษใหม่แล้ว ในรุ่นปี 2018 ของ 3-Series จะมีทางเลือกสีตัวถังเพิ่มขึ้นอย่าง Sunset Orange และการอัพเดตระบบ iDrive ใหม่ด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้จะเริ่มจำหน่ายในเดือนกรกฎาคม ส่วนเมืองไทยจะมีการนำรุ่นพิเศษเหล่านี้มาขายหรือไม่ต้องติดตามครับ

ที่มา Carscoops