Like Box

วันอังคารที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2560

Toyota Hilux Invincible 50 Special Edition รุ่นฉลองห้าสิบปีเปิดตัวในแฟรงเฟิร์ต

   กระบะ Toyota Hilux เปิดตัวครั้งแรกในปี 1968 จนมาถึงเจเนเรชั่นปัจจุบัน Hilux มียอดขายมากกว่า 18 ล้านคันกว่า 180 ประเทศทั่วโลก และอีกไม่กี่ปีก็จะครบรอบ 50 ปีของกระบะ Hilux ค่าย Toyota เลยถือโอกาสเปิดตัว Toyota Hilux Invincible 50 รุ่นพิเศษของฝั่งยุโรปซึ่งเป็นการฉลอง 50 ปีของกระบะ Hilux กันแบบล่วงหน้าด้วย

  ภายนอกรถจะมากับตัวถังสีเงิน มีการตกแต่งกันชนหน้าใหม่ และเสริมโป่งล้อสีดำรอบคันเพิ่มความเท่ บันไดข้างดีไซน์พิเศษสีดำ ด้านข้างตัวรถมีสติ๊กเกอร์สีดำ-แดงคาดตัวถังพร้อมข้อความ "Invicible" และยังมีล้ออัลลอยลายพิเศษสีดำขนาด 18 นิ้วหุ้มยาง All-Terrain BF Goodrich

  นอกจากนี้ยังมีการติดตั้งโรลบาร์สีดำที่กระบะท้าย กระบะท้ายมีการติดตั้งแมกซ์ลายเนอร์พลาสติกสีดำและช่องเก็บเครื่องมือขนาดใหญ่ ภายในห้องโดยสาร(ไม่มีภาพ)จะติดตั้งสคัฟเพลทและมีพรมปูพื้นดีไซน์พิเศษเฉพาะรุ่น และเบรกมือหุ้มหนังมาให้

  Toyota ประเมินว่า Hilux Invincible 50 Special Edition จะช่วยให้ยอดขายทั้งปีในยุโรปของปีนี้อยู่ที่ 40,600 คัน ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้น จะสามารถทำลายสถิติยอดขาย 40,104 คันของ Toyota Hilux สมัยปี 2007 ได้ ถ้าเทียบยอดขายต่อปีในไทยแล้วถือว่ายอดขายในยุโรปอยู่ราวๆ 1 ใน 3 ของไทยก็ว่าได้

  ยังไม่มีข้อมูลเต็มๆและราคาออกมาตอนนี้ แต่ชาวยุโรปสามารถซื้อ Hilux รุ่นปกติในราคาเริ่มต้นที่ 19,177 ปอนด์ (หรือประมาณ 859,000 บาท) ส่วนเมืองไทยยังไม่มีแผนทำรุ่นพิเศษฉลอง 50 ปีออกมาขายครับ

ที่มา Carscoops / Motor1

วันจันทร์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2560

ชม BMW X7 iPerformance Concept ต้นแบบ SUV ระดับเรือธงค่ายใบพัด

  ภายในงาน Frankfurt Motor Show 2017 ค่ายใบพัดฟ้าขาวได้ทำการเปิดตัวรถต้นแบบอเนกประสงค์คันใหม่ BMW X7 iPerformance Concept ซึ่งสาวกใบพัดแห่งเยอรมันต้องจับตาดูให้ดีเพราะต้นแบบคันนี้จะเป็นตัวบ่งบอกทิศทางของรถ SUV ระดับเรือธงของค่าย BMW ที่จะเปิดตัวปีหน้า และตอนนี้ก็กำลังวิ่งทดสอบอยู่ด้วย

  ภายนอกของต้นแบบถือว่ามีดีไซน์ที่แปลกแหวกแนวจากรถอเนกประสงค์ BMW หลายรุ่นพอสมควร มากับกระจังหน้าไตคู่ขนาดใหญ่กว่ารถรุ่นอื่นๆของค่าย และมากับไฟหน้า LED ทรงเพรียว อีกทั้งยังมากับกันชนหน้าที่ดูทันสมัยและดูมีความแข็งแกร่ง ส่วนภายในห้องโดยสารมีแนวการออกแบบที่หรูหราล้ำสมัย รองรับผู้โดยสารได้ 6 คน ดีไซน์มีกลิ่นอายจาก BMW รุ่นใหม่ๆหลายรุ่น แถวที่ 2 จะมีจอที่ติดตั้งด้านหลังเบาะหน้ามาให้

  BMW X7 iPerformance Concept มีขนาดสัดส่วนตัวถังความยาวที่ 5,020 มิลลิเมตร ความกว้าง 2,020 มิลลิเมตร และสูงราวๆ 1,800 มิลลิเมตร ซึ่งตัวรถสูงกว่า BMW X5 รุ่นปัจจุบัน 37 มิลลิเมตร และมีระยะฐานล้อยาว 3,010 มิลลิเมตร ยาวกว่า X5 ตัวปัจจุบัน 76 มิลลิเมตร

   ขุมพลังของต้นแบบนี้จะใช้ระบบ Plug-In Hybrid โดยคาดว่าน่าจะมากับเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตรทวินพาวเวอร์เทอร์โบ พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ที่ทาง BMW ให้ข้อมูลว่าสามารถวิ่งในระยะทางที่ค่อนข้างไกลทีเดียว

  คาดว่า SUV หรู BMW X7 จะมีการเปิดตัวรุ่นจำหน่ายจริงภายในปี 2018 ครับ ส่วนเมืองไทยก็รอติดตามเลยว่าทาง BMW Thailand จะเอาเข้ามาขายหรือไม่ ต้องติดตาม

ที่มา Carscoops

วันอาทิตย์ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2560

Genesis G70 ซีดานหรูจากแดมกิมจิผู้มาท้าแข่งกับซีดานหรูแดนไส้กรอก

  อย่าได้ดูถูกว่าไปว่ารถยนต์เกาหลีจะไปเทียบชั้นกับรถยุโรปไม่ได้ ในช่วงปีสองปีที่ผ่านมานี้เราจะเห็นว่าค่ายรถเกาหลีอย่าง Hyundai และ Kia พยายามสร้างรถที่ค่อนข้างดูดีและมีกลิ่นอายยุโรปเยอะ ยิ่งเฉพาะค่าย Hyundai ที่ตอนนี้มีซับแบรนด์อย่าง Genesis เอาไว้ใช้กับรถที่มีภาพลักษณ์หรูหราของค่าย และล่าสุดค่าย Genesis ก็ได้ทำการแนะนำรถรุ่นใหม่อย่าง Genesis G70 ซีดานหรูคันใหม่ล่าสุดของค่ายที่หวังมาสู้กับคู่แข่งเยอรมันอย่าง BMW 3-Series , Mercedes-Benz C-Class และ Audi A4

  ดีไซน์ภายนอกค่อนข้างมีความโฉบเฉี่ยวหรูหรา โดยมากับชุดไฟหน้าทรงเรียวแหลม กระจังหน้าลายตะข่ายทำให้รถดูสปอร์ต ออกแบบกันชนหน้าให้ดูทันสมัยและมีรายละเอียดที่น่าสนใจ เส้นสายด้านข้างดูมีความปราดเปรียว แก้มด้านข้างมีช่องระบายอากาศเสริมด้วยแถบโครเมี่ยมเพิ่มความหรูหรา ส่วนด้านท้ายมากับไฟท้ายทรงสวยแบบ LED พร้อมท่อไอเสียคู่ 

  ภายนอกจะมีสีภายนอกให้เลือก 10 สี ได้แก่ Platinum Silver, Carbon Metal, Marble White, Titanium Black, Racing Grey , Graceful Grey, Lapis Blue, Royal Blue, Blazing Red และ Umber Brown

   Genesis G70 มากับสัดส่วนตัวรถยาว 4,685 มิลลิเมตร กว้าง 1,850 มิลลิเมตรและสูง 1,400 มิลลิเมตร มาพร้อมฐานล้อยาว 2,835 มิลลิเมตร

  ภายในห้องโดยสารเป็นอีกจุดที่น่าสนใจไม่น้อย มีการออกแบบที่หรูหราในสไตล์ยุโรป ใช้วัสดุคุณภาพสูง มีการเดินด้ายตะเข็บจริงบนคอนโซลหน้าและบุนุ่มรอบๆคัน มือจับประตูภายในทำจากอะลูมิเนียม ดีไซน์การตัดเย็บต่างๆรอบคันมีความหรูหราใช้ได้ทีเดียว ตรงกลางคอนโซลจะติดตั้งหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้วที่รองรับ MirrorLink, Apple CarPlay และ Android Auto ลูกค้ายังสามารถสั่งออปชั่นระบบเครื่องเสียงลำโพงรอบทิศทาง 15 ตัวจาก Lexicon ได้อีกด้วย

  สำหรับตลาดบ้านเกิดอย่างเกาหลี Genesis G70 ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังทางเลือก 3 แบบ ได้แก่เครื่องยนต์เบนซิน 3.3 ลิตร ทวินเทอร์โบ V6 พละกำลัง 370 แรงม้า ในตัวแรง G70 Sport ทำอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลา 4.7 วินาที มาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ  นอกจากนี้ก็จะมีเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร เทอร์โบ 4 สูบแถวเรียง  พละกำลัง 245 แรงม้า และเครื่องยนต์ดีเซล 2.2 ลิตร 4 สูบแถวเรียง พละกำลัง 201 แรงม้า ซึ่งสองเครื่องยนต์หลังจะใช้ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง

  ระบบความปลอดภัยเป็นอีกจุดที่ค่ายรถเกาหลีรายนี้ใส่ใจ เพราะมีการติดตั้งระบบต่างๆมากมาย ไม่ว่าจะเป็นระบบเบรกอัตโนมัติพร้อมระบบแจ้งเตือน Forward Collision-Avoidance Assist, ระบบขับขี่อัตโนมัติสำหรับทางหลวง Highway Driving Assist, ระบบเตือนมุมอับ Blind Spot Collision Warning และระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับขี่ Driver Awareness Warning

   ก็น่าสนใจไม่น้อย หาก Hyundai เอา Genesis G70 มาขายในไทย แต่ดูทรงแล้วคงไม่มีทางเป็นไปได้แน่นอน!

ที่มา Carscoops

All-New Honda N-Box มาดใหม่ของเคคาร์คันเล็กจากแดนอาทิตย์อุทัย

  เมื่อวันที่ 1 กันยายนที่ผ่านมา ค่าย Honda ประเทศญี่ปุ่นได้ทำการเปิดตัวรถ Kei-Car รุ่นใหม่อย่าง All-New Honda N-Box ซึ่งเป็นเจเนเรชั่นที่ 2 แล้ว

  ดีไซน์ภายนอกมีการออกแบบให้ทันสมัยและน่าดึงดูดมากกว่าเดิม มีการออกแบบกระจังหน้าใหม่ที่ขนาดใหญ่ขึ้น และไฟหน้าแบบ LED ใน N-Box ธรรมดาจะมีดีไซน์ที่ค่อนข้างดูเรียบง่ายสบายตา ดูน่ารัก แต่ใน N-Box Custom จะมีการออกแบบให้ดูสปอร์ตเท่มากขึ้น กระจังหน้ามีการใส่ลูกเล่นลากยาวทิ่มทะลุไฟหน้า พร้อมล้ออัลลอยสีเงินตัดกับสีดำ

  ภายในห้องโดยสารมีการออกแบบใหม่ให้ดูทันสมัยและน่าใช้งานมากยิ่งขึ้น มากับพวงมาลัยแบบ 3 ก้านทรงสปอร์ต ออกแบบมาตรวัดใหม่ให้อ่านตัวเลขง่ายขึ้น ตรงกลางมากับชุดหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ ที่มีออปชั่นระบบนำทาง GPS ให้เลือก นอกจากนี้ยังมีออปชั่นเบาะแบบ Aller Clean Seats ที่ป้องกันเชื้อโรคปนเปื้อนเข้ามาในเบาะได้ ในรุ่นปกติจะใช้โทนสีห้องโดยสารที่ดูสว่าง ส่วนรุ่น Custom จะใช้โทนสีเข้มในการตกแต่งห้องโดยสาร

  ขุมพลังนั้นจะมากับทางเลือกเครื่องยนต์เบนซิน 660 ซีซี. พละกำลัง 58 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 65 นิวตัน-เมตร และยังมีเวอร์ชั่นเทอร์โบที่มากับพละกำลัง 64 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 104 นิวตัน-เมตร ทุกรุ่นส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ CVT มีทางเลือกระบบขับเคลื่อนล้อหน้า

  แม้ว่า Honda N-Box โฉมใหม่จะมีรูปทรงที่ไม่ค่อยต่างจากรุ่นเดิมมาก แต่ทว่ารถคันนี้ถูกสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์มใหม่หมดจดที่มีความแข็งแรงมากขึ้นแต่สามารถลดน้ำหนักลงไปได้ถึง 80 กิโลกรัม
  
  Honda N-Box ยังมาพร้อมกับชุดระบบความปลอดภัย Honda Sensing ที่ประกอบด้วย
- ระบบเตือนการชนด้านหน้าและตรวจจับคนเดินถนนด้วยกล้องและเรดาร์พร้อมระบบช่วยเบรก Collision Mitigation Braking
- False Start Prevention ระบบที่ช่วยเตือนผู้ขับขี่เมื่อขับเร็วเกินไปจนอาจจะชนคันหน้า หรืออาจมีรถพุ่งมาอีกเลน ระบบจะทำการเตือนผู้ขับขี่และจำกัดความเร็วรถ
- ระบบรับรู้เครื่องหมายจราจร Traffic Sign Recognition
- ระบบแจ้งเตือนและช่วยเหลือเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ Road Departure Mitigation
ส่วนระบบอื่นๆก็จะมี Adaptive Cruise Control, Lane Keeping Assist, and a Pedestrian Collision Mitigation Steering System และอีกมากมาย

  All-New Honda N-Box วางจำหน่ายในญี่ปุ่นแล้วในราคา 1,385,640 เยน (416,000-518,000 บาท) ในN-Box ธรรมดา และราคา 1,698,840- เยน (510,000-624,000 บาท) และแน่นอนว่า Honda Thailand คงไม่เอามาขายแน่นอน อยากได้ก็สั่งเกรย์มาร์เก็ตคันละ 1 ล้านกว่าบาทครับ

ที่มา Honda Japan / Carscoops

วันเสาร์ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2560

ส่องคูเป้หรูตัวแรงจากแดนไส้กรอก 2018 Mercedes-AMG S63 & S65 Coupe & Cabriolet

  พร้อมๆไปกับการเปิดตัว Mercedes-Benz S-Class Coupe และ Cabriolet ก็มีการเปิดตัวเวอร์ชั่นแรงอย่าง Mercedes-AMG S63 และ S65 ในเวอร์ชั่น Coupe และเปิดประทุน Cabriolet เช่นเดียวกัน ซึ่งตอนนี้ก็กำลังโชว์ตัวอยู่ภายในงาน Frankfurt Motor Show 2017 ที่กำลังจัดขึ้นในเยอรมันตอนนี้


Mercedes-AMG S63 Coupe 

  Mercedes-AMG S63 ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังใหม่ขนาด 4.0 ลิตร V8 พละกำลังสูงสุด 603 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ AMG Speedshift MCT 9G และชุดระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ AMG Performance 4MATIC+ ที่ช่วยนำพาให้ S63 ทั้งตัวถัง Coupe และ Cabriolet ทำอัตราเร่งจาก 0-96 กม./ชม. ในเวลาแค่ 3.4 วินาที ความเร็วสูงสุดจำกัดไว้ที่ 300 กม./ชม.


Mercedes-AMG S63 Cabriolet
  Mercedes-AMG S63 ยังมีระบบช่วยจัดการกระบอกสูบเครื่องยนต์ AMG Cylinder Management cylinder ที่จะปิดการทำงานของกระบอกสูบตั้งแต่ 2,3,5 จนไปถึง 8 เมื่อไม่จำเป็นต้องใช้งานเครื่องยนต์แบบหนักๆ


Mercedes-AMG S65 Coupe

  ส่วนใน Mercedes-AMG S65 ทั้งตัวถัง Coupe และ Cabriolet จะมากับเครื่องยนต์เบนซิน 6.0 ลิตร V12 บล็อกเดิมที่มากับพละกำลัง 621 แรงม้า มาพร้อมระบบขับเคลื่อนล้อหลัง ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด อัตราเร่งจาก 0-96 กม./ชม. ในเวลาไม่เกิน 4 วินาที

Mercedes-AMG S65 Cabriolet
  การเปลี่ยนแปลงดีไซน์ภายนอกของ S63 และ S65 รุ่นใหม่ก็คือการออกแบบด้านหน้าใหม่ที่หันมาใช้กระจังหน้าแบบ Panamericana ซี่ลวดตรงเรียงเป็นแนวตั้งสวยงาม 12 แถว เหมือนที่ใช้ครั้งแรกใน Mercedes-AMG GT R เช่นเดียวกับรุ่นธรรมดา รวมทั้งออกแบบกันชนหน้าใหม่ ด้านท้ายของตัวแรง AMG มากับไฟท้ายแบบ OLED ใหม่ และยังมีล้อลายใหม่ขนาด 20 นิ้วมาให้ จานเบรกทำจากวัสดุคอมโพสิตในส่วนด้านหน้ามีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 15.4 นิ้วแบบ 6 ลูกสูบ และด้านหลังขนาด 14.2 นิ้วแบบลูกสูบเดี่ยว ส่วนภายในห้องโดยสารจะมีการเปลี่ยนพวงมาลัยใหม่ และหน้าจอใหม่ ในรุ่น S63 จะตกแต่งห้องโดยสารด้วยโทนสีที่ดูสปอร์ต ส่วน S65 จะตกแต่งแนวหรูหรา

ที่มา Carscoops