Like Box

วันอังคารที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2560

All-New BMW M5 (F90) ซีดานหรูตัวแรงจากค่ายใบพัด

  ได้ฤกษ์เผยโฉมเสียทีสำหรับ All-New BMW M5 ภายใต้รหัสตัวถัง F90 พร้อมกันนี้ค่ายเกม EA ยังมีการเผยโฉม BMW M5 โฉมใหม่ล่าสุดผ่านทางทีเซอร์เกม Need For Speed Payback ที่จะปล่อยออกมาให้เล่นกันช่วงปลายปีนี้ด้วย ซึ่งการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ BMW M5 โฉมใหม่ล่าสุดจะมีขึ้นในงาน Frankfurt Motor Show 2017 ที่จะจัดขึ้นที่เยอรมนีเดือนหน้า 

    รถคันนี้จะมากับขุมพลังเครื่องยนต์เบนซิน 4.4 ลิตร V8 M TwinPower Turbo มากับพละกำลังสูงสุด 600 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 750 นิวตันเมตร (553 ปอนด์ฟุต) ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ ZF 8 สปีดและ ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อที่ส่งผลให้อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลา 3.4 วินาทีและ 0-200 กม./ชม. ในเวลา 11.1 วินาที ความเร็วสูงสุดจำกัดไว้ที่ 250 กม./ชม. แต่สามารถเพิ่มเป็น 305 กม./ ชม. เมื่อสั่งออปชั่น M Driver’s Package

   การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของ BMW M5 โฉมล่าสุดคือการติดตั้งระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ M xDrive ที่ทาง BMW ระบุว่าเป็นระบบขับเคลื่อน 4 ล้อที่เข้าถึงอารมณ์ในการขับขี่ได้มากที่สุด ระบบนี้ยังทำงานร่วมกับระบบเฟืองท้าย  Active M Differential  และยังสามารถเลือกโหมดการขับขี่ไปใช้ระบบขับเคลื่อนล้อหลังได้ด้วย

  แน่นอนว่า BMW M5 โฉมล่าสุดจะถูกต่อยอดเพิ่มเติมจาก BMW 5-Series รหัสตัวถัง G30 ดีไซน์ภายนอกโดดเด่นด้วยกันชนหน้าที่ออกแบบให้มีความดุดันและเกรี้ยวกราดมากขึ้นและยังมีช่องระบายอากาศขนาดใหญ่ กระจกมองข้างที่ออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ ฝากระโปรงหน้าแบบอะลูมิเนียม หลังคาที่ทำจากวัสดุ Carbon Fiber-Reinforced Plastic (CFRP) ด้านท้ายมากับชุดกันชนหลังใหม่ที่ออกแบบครีบรีดอากาศด้านท้ายดีไซน์ดุดันพร้อมท่อไอเสียด้านท้ายแบบท่อคู่ 4 ท่อ (ข้างละ 2) 

   BMW M5 โฉมใหม่จะมากับล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้วสี Orbit Grey เป็นมาตรฐาน หุ้มด้วยยางพิเศษที่ทำขึ้นมาสำหรับรุ่นนี้โดยเฉพาะ มากับระบบเบรกประสิทธิภาพสูงซึ่งมีการติดตั้งชุดคาลิปเปอร์เบรกด้านหน้าแบบ 6 ลูกสูบ และ 1 ลูกสอบลอยที่ด้านหลัง ลูกค้ายังสามารถเลือกออปชั่นล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้วและเบรกเซรามิก M ซึ่งจะช่วยลดน้ำหนักของรถได้ราวๆ 23 กิโลกรัม

   ภายในห้องโดยสารได้รับการติดตั้งพวงมาลัย M Sport , เบาะนั่งดีไซน์สปอร์ตทำจากหนัง Merino , ตกแต่งด้วยวัสดุอะลูมิเนียมรอบคัน , มาตรวัดดิจิตอลที่ออกแบบรายละเอียดใหม่ให้ดูสปอร์ตยิ่งขึ้น นอกจากนี้ลูกค้ายังสามารถเลือกออปชั่นเบาะนั่งแบบ M Multifunction Seat ที่ได้รับการออกแบบให้โอบกระชับต่อสรีระร่างกายได้ดียิ่งขึ้น

  ในขณะที่หลายคนคงกังวลว่าการติดตั้งระบบขับเคลื่อน 4 ล้อจะทำให้รถ BMW M5 ใหม่มีน้ำหนักมากขึ้น แต่ทว่ากลับไม่เป็นเช่นนั้นเมื่อ BMW M5 ใหม่มีน้ำหนักอยู่ที่ 1,855 กิโลกรัมซึ่งถือว่าเบากว่ารุ่นก่อนหน้านี้

  ลูกค้าเยอรมันสามารถสั่งจอง All-New BMW M5 ได้ในเดือนกันยายนนี้ในราคาเริ่มต้นที่ 117,900 ยูโร หรือประมาณ 4,606,000 บาทไทย ยังไม่รวมภาษี การส่งมอบจะเริ่มขึ้นในฤดูใบไม้ผลิปี 2018 

  นอกจากนี้ลูกค้ากลุ่มแรกๆสามารถสั่งจอง BMW M5 First Edition รุ่นพิเศษที่มากับสีภายนอกเป็นสีแดงด้าน Frozen Dark Red Metallic นอกจากนี้ยังมีล้ออัลลอยสีดำเงาน้ำหนักเบาขนาด 20 นิ้ว ภายในเพิ่มเติมการตกแต่งด้วยวัสดุ Piano Black พร้อมเบาะนั่ง M Multifunction Seat รวมทั้งแผ่นโลหะที่บอกตัวเลขลำกับการผลิตรถ xxx/400 ซึ่งรุ่นนี้จะผลิตจำนวนจำกัดแค่ 400 คันเท่านั้น และต้องจ่ายเงินเพิ่มอีก 19,500 ยูโร หรือประมาณ 762,000 บาทไทย 

  ส่วนลูกค้ากระเป๋าหนักชาวไทยก็ต้องมารอชมนะครับว่า BMW M5 โฉมล่าสุดนี้จะมีการนำเข้ามาขายในไทยหรือไม่ ต้องติดตามให้ดี

ที่มา Carscoops

Toyota Hilux Revo MY2017 กับการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยที่ต้องสังเกตกันหน่อยนึง

  ภายในงาน Big Motor Sale 2017 ที่กำลังจัดขึ้นในไบเทคบางนาตอนนี้ ค่าย Toyota ก็ได้นำเอากระบะ Hilux Revo รุ่นปรับอุปกรณ์เล็กน้อยปี 2017 มาจัดแสดงภายในงานด้วย ซึ่งก่อนหน้านี้ก็ได้ลงโชว์รูมกันไปบ้างแล้ว ผมจึงจะมาอัปเดตข้อมูลว่าตัวรถมีอะไรที่แตกต่างจากรุ่นปี 2016 บ้าง

  และเนื่องจากว่าในหน้าเว็บของ Toyota ยังไม่มีการอัปเดตข้อมูลให้ แต่โบรชัวร์ที่ผมไปขอมานั้นมีการเปลี่ยนแปลงเรียบร้อย ดังนั้นผมจะถ่ายภาพจากโบรชัวร์มาเพื่อให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงครับ

  ก่อนหน้านี้ทาง Toyota ก็ได้แนะนำ Hilux Revo รุ่น 2.4 J Cab & Chassis ที่ไม่มีกระบะท้ายออกมาเป็นทางเลือกสำหรับคนที่ต้องการนำรถไปใส่ตู้เพิ่มสำหรับขนสินค้าในราคา 516,000 บาทแล้ว และล่าสุดก็มีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยใน Hilux Revo รุ่นอื่นด้วย

การเปลี่ยนแปลงใน Hilux Revo MY2017
- ไฟเลี้ยวจากเดิมสีขาวเป๋็นสีดำ
- ปุ่มควบคุมกระจกไฟฟ้าห้องโดยสาร จากเดิม "มีสัญลักษณ์พร้อมไฟ LED" เปลี่ยนเป็น "ไม่มีสัญลักษณ์และไฟ LED" (ยกเว้นรุ่น 2.8 G Doublecab)
- ปุ่มควบคุมระบบเซ็นทรัลล็อคและปุ่มล็อคกระจก จากเดิม "แบบมีสัญลักษณ์พร้อมไฟ LED" เปลี่ยนเป็น "แบบมีสัญลักษณ์เท่านั้น" (ยกเว้นรุ่น 2.8 G Doublecab)

- เพิ่มสัญญาณเสียงเตือนกุญแจในรุ่น J จากเดิมที่มีแค่ในรุ่น J Plus / E / E Plus / G 
- เพิ่มไฟแสดงตำแหน่งกุญแจและไฟห้องโดยสารสว่างอัตโนมัติเมื่อเปิดประตูในรุ่น J Plus จากเดิมที่มีในรุ่น E / E Plus / G


  ส่วนเครื่องยนต์ ระบบความปลอดภัยอื่นๆ ไม่มีการเพิ่มเติมแต่อย่างใด และยังคงราคาค่าตัวเท่าเดิม


ภาพคันจริง Toyota Hilux Revo MY2017 รุ่น 2.4 E Plus Prerunner

วันจันทร์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2560

Chevrolet Trailblazer Z71 4x4 อีกทางเลือกใหม่ที่ดูเข้มขึ้นในราคา 1,499,000 บาท

  ค่าย Chevrolet ได้กระตุ้นตลาดกระบะดัดแปลงของพวกเขาเช่นกันในเดือนสิงหาคม หลังจากที่ Toyota ได้นำร่องด้วยการเปิดตัว Fortuner MY2017 ที่ปรับอุปกรณ์และเพิ่มรุ่นย่อยใหม่ คราวนี้ค่าย Chevrolet ก็ขอเพิ่มทางเลือกใหม่ให้กับ Trailblazer ด้วยการเปิดตัว Trailblazer Z71 4x4 ที่ได้รับการตกแต่งให้ดูเข้มและดุดันมากขึ้น

  Chevrolet Trailblazer Z71 4x4 มีการตกแต่งเพิ่มเติมภายนอกและภายในห้องโดยสาร ดังนี้
* สติ๊กเกอร์ Z71 4x4 สีดำด้านที่ฝากระโปรงหน้าและกระจังหน้าใหม่สีดำเงา
* สติ๊กเกอร์ Z71 4x4 ที่ฝากระโปรงท้าย
* กระจกมองข้าง พร้อมมือจับสีดำ
* ล้ออัลลอยสปอร์ตสีดำ ขนาด 18 นิ้ว
* คิ้วกันกระแทกข้างประตูสีดำ
* ห้องโดยสารดีไซน์ใหม่ด้วยสีดำ (Jet Black)
* หัวหมอนรองศีรษะ ปักลาย Z71 4x4


  ส่วนภาพรถที่ติดตั้งชุดแต่งรอบคันในภาพนั้น ผมเองก็ไม่ทราบเหมือนกันครับว่าจะรวมอยู่ในแพ็กเกจการเปลี่ยนแปลงนี้หรือไม่ เนื่องจากในโฆษณาและโบรชัวร์รถระบุว่า "รถในภาพ ติดตั้งชุดอุปกรณ์ตกแต่งเสริม ซึ่งต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม" ซึ่งถ้าไม่รวมชุดแต่ง ตัวรถก็จะออกมาประมาณนี้ครับ ชมภาพด้านล่างได้เลย
  สำหรับขุมพลังยังคงใช้เครื่องยนต์ดีเซล 2.5 ลิตร พละกำลัง 180 แรงม้าที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 440 นิวตันเมตรที่ 2,000 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด

  สำหรับระบบความปลอดภัยทาง Chevrolet ก็จัดเต็มมาให้ไม่อั้น ซึ่งก็จะมี
- ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีขณะออกตัวและในโค้ง Traction Control System (TCS)
- ระบบรองรับการเบรกกะทันหัน Panic Brake Assist (PBA)
- ระบบกระจายแรงเบรก Electronic Brake Force Distribution (EBD)
- ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว Electronic Stability Control (ESC)
- ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางชัน Hill Descent Control (HDC)
- ระบบป้องกันการไหลของรถเมื่อขึ้นทางชัน Hill Start Assist (HSA)
- ระบบรักษาเสถียรภาพขณะลากจูง Trailer Sway Control
- ระบบป้องกันการพลิกคว่ำ Anti-Rolling Protection 
- ถุงลมนิรภัย 3 ใบ (คู่หน้า+หัวเข่าสำหรับผู้ขับ)
- ระบบแจ้งเตือนมุมอับสายตา Side Blind Zone Alert
- ระบบแจ้งเตือนการจราจรขณะถอยหลัง Rear Cross Traffic Alert
- ระบบแจ้งเตือนเมื่อออกจากช่องจราจร Lane Departure Warning
- ระบบเตือนการชนด้านหน้า Forward Collision Alert
- ระบบช่วยเหลือการจอดด้านหน้าและหลัง Front and Rear Parking Assist
- ระบบแจ้งเตือนให้คาดเข็มขัดนิรภัยสำหรับผู้โดยสารแถวสอง Second Row Seat Belt Reminder
- ระบบตรวจสอบแรงดันลมยาง Tire Pressure Monitoring System

  ราคาค่าตัวของ Chevrolet Trailblazer Z71 4x4 อยู่ที่ 1,499,000 บาทครับ เพิ่มจากรุ่นท็อปปกติมา 20,000 บาท

ภาพคันจริง Chevrolet Trailblazer Z71 4x4 
รถในภาพ ติดตั้งชุดอุปกรณ์ตกแต่งเสริม ซึ่งต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

วันอาทิตย์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2560

Toyota Camry MY2017 ปรับนิดหน่อยก่อนหมดอายุตลาด

   Toyota Camry ที่ขายในไทยตอนนี้ถือว่าอยู่ในตลาดมาเนิ่นนานพอที่จะเปลี่ยนโฉมใหม่แล้ว แต่ก่อนที่โฉมใหม่หมดจดจะมาในประมาณปีหน้านั้น Toyota เมืองไทยก็ขอกระตุ้นตลาดให้กับรถซีดานสุดหรูของพวกเขาอีกครั้งด้วยการปรับอุปกรณ์เล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งการปรับปรุงครั้งนี้จะไม่มีในตัว Esport

  สำหรับการเปลี่ยนแปลงภายนอกของรถในรุ่น 2.0 G , 2.5 G จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมแม้แต่น้อย แต่ในรุ่น 2.5 Hybrid จะได้ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้วลายเดิมเพิ่มเติมคือพ่นเงาแบบ Hi-Gloss

  การเปลี่ยนแปลงจะเน้นไปที่รุ่น 2.0 Extremo ที่มีการนำร่องเปิดตัวก่อนหน้านี้แล้ว โดยภายนอกจะมีการเปลี่ยนแปลงสเกิร์ตรอบคันใหม่ ออกแบบสปอยเลอร์ท้ายใหม่ รวมทั้งล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้วลายใหม่มาให้ด้วย นอกจากนี้ยังมีไฟหน้าแบบ LED Dual Projector เหมือนรุ่น Hybrid ด้วย

  ภายในห้องโดยสารคราวนี้จะเปลี่ยนมาใช้พวงมาลัย 3 ก้านเหมือนกันทั้งหมดทุกรุ่น ตกแต่งด้วยลายไม้แบบ Carbon Wood ในรุ่น Extremo จะตกแต่งเบาะนั่งด้วยสีดำด้ายแดง ส่วนรุ่นอื่นๆจะตกแต่งด้วยสีน้ำตาล Kogane 

  เครื่องยนต์ยังคงมีให้เลือก 3 แบบได้แก่
- เครื่องยนต์ 2.0 ลิตรรหัส 6AR-FSE VVT-iW แบบฉีดตรง D-4S ให้พละกำลังสูงสุด 167 แรงม้าที่ 6,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 199 นิวตัน-เมตรที่ 4,600 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด 
- เครื่องยนต์ 2.5 ลิตร Dual VVT-i บล็อกเดิมที่มากับพละกำลัง 181 แรงม้าที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 231 นิวตัน-เมตรที่ 4,100 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด
- เครื่องยนต์เบนซิน 2.5 ลิตร Hybrid ที่มากับพละกำลัง 160 แรงม้าที่ 5,700 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 213 นิวตัน-เมตรที่ 4,500 รอบ/นาที ผนวกกับมอเตอร์ไฟฟ้าแบบมอเตอร์ซิงโครนัสแม่เหล็กถาวร ชนิดนิกเกิลเมทัลไฮดราย มีกำลัง 105 kW รวมกำลังทั้งระบบ 205 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ E-CVT

ระบบความปลอดภัย
- ระบบเบรก ABS EBD BA 
- ระบบควบคุมการทรงตัว VSC 
- ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TRC 
- ระบบช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน HAC ( Hill Start Assist Control)  
- Sensor กะระยะการจอดด้านกันชนหน้า-กันชนหลัง 
- ระบบช่วยเตือนในจุดอับสายตา BSM (Blind Spot Monitor) 
- ระบบช่วยเตือนในขณะถอยรถ RCTA (Rear Cross Traffic Alert) 
- สัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติ ESS (Emergency Stop Signal) 
- ระบบตัดน้ำมันเชื้อเพลิงเมื่อเกิดการพลิกคว่ำ
- ถุงลมนิรภัย 7 ใบทุกรุ่น ยกเว้นรุ่น 2.5 HV Premium จะได้ 9 ใบ
- กล้องมองภาพขณะถอยจอด(เฉพาะตัวที่มีจอ) 
- Dynamic Radar Cruise Control (เฉพาะ 2.5 HV Premium)
- ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ AHB (เฉพาะ 2.5 HV Premium)
- ระบบเสริมความปลอดภัยก่อนการชน Pre-Crash System (เฉพาะ 2.5 HV Premium)
- ระบบเตือนให้รักษาตำแหน่งรถในช่องทาง LDW (Lane Departure Warning) (เฉพาะ 2.5 HV Premium)

สำหรับราคาค่าตัวนั้นยังคงเท่าเดิมไม่เปลี่ยนแปลงครับ
- 2.0 G ราคา 1,399,000 บาท 
- 2.0 Extremo ราคา 1,525,000 บาท 
- 2.5 G ราคา 1,599,000 บาท 
- 2.5 HV Navi ราคา 1,659,000 บาท
- 2.5 HV Premium ราคา 1,849,000 บาท 

ภาพคันจริงจากงาน Big Motor Sale 2017 รุ่น 2.5 HV Premium

รุ่น Extremo