วันพฤหัสบดีที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

Honda Accord Minor Change เตรียมเปิดตัวในไทยวันที่ 28 กรกฎาคมนี้

   ความเคลื่อนไหวในตลาดรถยนต์หรู D-Segment ในปีนี้ยังคงมีความเคลื่อนไหวอยู่ โดยเมื่อต้นปีทาง Honda ก็ได้เปิดตัว Accord Minor Change ทางด้านค่าย Toyota ที่กำลังมีแผนปรับอุปกรณ์ให้กับ Camry ในเร็วๆนี้เช่นกัน ส่วน Nissan ก็จะมี Teana Minor Change ราวๆปลายปี

Accord Hybrid ของอเมริกา

   และล่าสุด Honda เตรียมเคลื่อนไหวในตลาดกลุ่มนี้อีกครั้ง สื่บเนื่องจากการเปิดตัว Accord Minor Change เมื่อต้นปีที่ผ่านมาแล้ว ก็ยังมีอีกรุ่นที่หลายคนน่าจะรอคอยการเปิดตัวเช่นกันนั่นก็คือ Honda Accord Hybrid ที่ได้ทำการ Minor Change ไปแล้วในตลาดโลก ส่วนในตลาดไทยนั้นก็ได้ข่าวมาล่าสุดว่าจะทำการเปิดตัวในวันที่ "28 กรกฎาคม" นี้


ภายในเวอร์ชั่นญี่ปุ่น
   คาดว่า Honda Accord Hybrid จะมีรูปลักษณ์ที่คล้ายคลึงกับเวอร์ชั่นอเมริกาและญี่ปุ่น ที่น่าลุ้นก็คือว่าเมืองไทยนั้นจะได้ล้ออัลลอยลายสวยๆแบบเวอร์ชั่นญี่ปุ่นหรือไม่ (หรือจะได้ล้อแบบรุ่นเดิม) ก็ต้องรอดูต่อไป

   ภายในห้องโดยสารก็เป็นอีกจุดที่น่าลุ้น เพราะในเวอร์ชั่นญี่ปุ่นมีการออกแบบบริเวณเบรกมือไฟฟ้าใหม่ให้หรูหราแบบรถยุโรปเลยก็ว่าได้ ต้องรอดูอีกทีว่าเมืองไทยจะมีสิทธิ์ได้แบบนี้หรือเปล่า ถ้าไม่ได้ก็คงจะได้ห้องโดยสารแบบ Accord Minor Change รุ่นปกติที่เปลี่ยนรายละเอียดนิดหน่อย เอาเป็นว่าให้รอดูอีกเช่นกัน

   ไฮไลต์สำคัญคือการติดตั้งเทคโนโลยีระบบความปลอดภัยอย่าง Honda Sensing อันประกอบด้วย
- ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบรักษาระยะห่าง Adaptive Cruise Control (ACC)

- ระบบเตือนการชนด้านหน้าและตรวจจับคนเดินถนนด้วยกล้องและ
เรดาห์พร้อมระบบช่วยเบรก Collision Mitigation Braking System (CMBS)

- ระบบแจ้งเตือนและช่วยเหลือเมื่อรถออกนอกเส้นทาง (Road Departure Mitigation with Lane Departure /Warning (RDM with LDW)

- ระบบแจ้งเตือนและช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องจราจร Lane Keeping Assist System (LKAS)

   ราคาของรถยังไมมีการประกาศออกมาจนกว่าจะเปิดตัวครับ ทั้งนี้ต้องรอดูต่อไปว่า Honda Accord Hybrid Minor Change จะมีหน้าตาและสเปคเป็นอย่างไรบ้าง วันที่ 28 ก.ค. น่าจะได้ทราบกันครับ
มาร่วมติดตามความเคลื่อนไหวของพวกเราได้ที่นี่ครับ 

วันอังคารที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

Chevrolet Colorado Minor Change เผยราคาค่าตัวของแต่ละรุ่นย่อยแล้ว

    กระบะ Chevrolet Colorado Minor Change หลังจากที่ทำการเปิดตัวในรอบสื่อมวลชนเมื่อวันที่ 28 เม.ย. ที่ผ่านมา ล่าสุดสิ่งที่หลายคนรอคอยนั้นก็มาแล้ว นั่นก็คือ ราคาค่าตัวของกระบะคันนี้นั่นเอง 

   โดยราคาที่เผยออกมานั้น มีทั้งหมด 13 รุ่นย่อยด้วยกัน เป็นราคาของตัวถังตอนครึ่ง X-Cab และ 4 ประตู C-Cab เท่านั้น ส่วนรุ่นตอนเดียว S-Cab คาดว่าน่าจะประกาศตามออกมาภายหลัง

X-Cab 4×2 ตัวเตี้ย
2.5 LS MT ราคา 594,000 บาท
2.5 LT MT ราคา 652,000 บาท

X-Cab Z71 ขับเคลื่อน 2 ล้อยกสูง
2.5 VGT LT Z71 MT ราคา 699,000 บาท
2.5 VGT LTZ Z71 MT ราคา 799,000 บาท
2.5 VGT LTZ Z71 AT ราคา 839,000 บาท

C-Cab 4×2 ตัวเตี้ย
2.5 LS MT ราคา 689,000 บาท
2.5 LT MT ราคา 779,000 บาท

C-Cab Z71  ขับเคลื่อน 2 ล้อยกสูง

2.5 VGT LT Z71 MT ราคา 813,000 บาท
2.5 VGT LT Z71 AT ราคา 859,000 บาท
2.5 VGT LTZ Z71 MT ราคา 928,000 บาท
2.5 VGT LTZ Z71 AT ราคา 968,000 บาท
2.5 VGT High Country Z71 AT ราคา 998,000 บาท

C-Cab 4×4 ขับเคลื่อน 4 ล้อ  
2.5 VGT High Country 4×4 AT ราคา 1,068,000 บาท
   ส่วนสเปคและข้อมูลแต่ละรุ่นย่อยนั้นยังไม่มีออกมาตอนนี้ คาดว่าสเปคและข้อมูลต่างๆจะเริ่มปล่อยในวันที่ 22 ก.ค. อันเป็นวันที่ Chevrolet Colorado ใหม่ลงโชว์รูมทั่วประเทศ 

  นอกจากนั้นแล้วทาง Chevrolet ยังเตรียมจัดงาน “CHALLENGE YOUR POWER พลังขับที่วัดใจคุณ” ระหว่างวันที่ 22 - 24 กรกฎาคมนี้ ณ ลุมพินีสแควร์ (สวนลุม ไนท์บาซาร์เก่า) เวลา 10.00 – 20.00 น. และพบกิจกรรมท้าทายทุกสมรรถนะ “The Real Master Driving” โชว์สมรรถนะของรถกระบะโคโลราโดในทุกสภาวะการขับขี่
มาร่วมติดตามความเคลื่อนไหวของพวกเราได้ที่นี่ครับ 

Nissan Pathfinder Minor Change อัพเดตหน้าตาให้รถเอสยูวีรุ่นใหญ่

   ค่าย Nissan ได้ทำการเผยโฉม Nissan Pathfinder รถเอสยูวีรุ่นใหญ่ (ใหญ่กว่า X-Trail) ที่ได้ทำการปรับโฉม Minor Change ให้ทันสมัยขึ้น รวมทั้งปรับปรุงพละกำลัง และทำทุกวิถีทางเพื่อให้เป็นผู้นำรถ SUV 3 แถวขนาดใหญ่ที่ลากจูงได้มากที่สุด

    ภายนอกของรถ ในส่วนใบหน้ามีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน มีการออกแบบกระจังหน้าใหม่ให้ดูทันสมัยขึ้น โดยยังคงทรงกระจังหน้าแบบ V-Shape เหมือนเดิม ชุดไฟหน้าทรงใหม่แบบ LED อีกทั้งยังออกแบบกันชนหน้าให้ดูดีขึ้นและให้เข้ากับกระจังหน้า เส้นสายด้านข้างไม่มีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดใดๆทั้งนั้น มีเพียงการเปลี่ยนกระจกมองข้างใหม่ และล้ออัลลอยลายใหม่ ส่วนด้านท้ายมีการปรับเปลี่ยนรายละเอียดโคมไฟท้ายใหม่ ส่วนภายในห้องโดยสารยังคงเหมือนเดิม

   ทางด้านพละกำลังนั้นมีการเปลี่ยนแปลงในเครื่องยนต์เบนซิน 3.5 ลิตร V6 ที่ปรับปรุงพละกำลังให้เพิ่มขึ้นเป็น 284 แรงม้า (จากเดิม 260 แรงม้า) ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ CVT และยังมากับประสิทธิภาพการลากจูงได้ถึง 6,000 ปอนด์ ส่วนอัตราสิ้นเปลืองคาดว่าจะทำได้เฉลี่ย 7.1 กม./ลิตร สำหรับในเมือง และ 9.6 กม./ลิตร เมื่ออยู่นอกเมือง

   Nissan ยังคงใส่ใจในเรื่องความปลอดภัยมากเป็นพิเศษ ด้วยการติดตั้งหน้าจอแสดงผลข้อมูลอัจฉริยะ Advanced Driver-Assist Display และติดตั้งกล้องมองภาพรอบคันพร้อมระบบตรวงจจับการเคลื่อนย้ายวัตถุมาให้ด้วย

   คาดว่า Nissan Pathfinder Minor Change จะวางขายในช่วงฤดูใบไม้ร่วงของอเมริกา และที่สำคัญรถคันนี้ไม่มีความเกี่ยวข้องกับ Nissan Navara PPV ที่จะวางขายในไทยครับ

ที่มา Carscoops / Netcarshow
มาร่วมติดตามความเคลื่อนไหวของพวกเราได้ที่นี่ครับ 

Mazda และ Isuzu ประกาศแผนการพัฒนากระบะร่วมกันแล้ว

  น่าจะเป็นข่าวที่สะเทือนวงการรถกระบะเลยก็ว่าได้ เมื่อ Mazda หันมาซบอก Isuzu ในการพัฒนากระบะเจเนเรชั่นใหม่ หลังจากที่ร่วมมือกับ Ford มานานแสนนาน และหุ้นส่วน Ford ใน Mazda ก็น้อยเต็มที่ ทำให้ Mazda เองต้องดิ้นรนทำกระบะด้วยตัวเอง แต่สุดท้ายพระเอกขี่ม้าขาวอย่าง Isuzu ก็มาช่วยสานต่อแผนของ Mazda ได้

   โดยในวันนี้ 2 บริษัทยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่นอย่าง Mazda และ Isuzu ได้บรรลุในข้อตกลงพื้นฐานในการสร้างกระบะรุ่นต่อไปให้ Mazda โดยใช้พื้นฐานจากกระบะ Isuzu

   จริงๆเมื่อนานมาแล้ว Mazda เคยร่วมมือกับ Isuzu โดยนำเครื่องยนต์ของ Isuzu ไปใส่ในกระบะ Mazda ของตนเมื่อประมาณ 20 กว่าปีที่แล้ว

   คาดว่าข้อตกลงดังกล่าวจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันผลิตภัณฑ์ตัวรถของ Isuzu และ จะช่วยรักษาตลาดกระบะ Mazda และทำให้ความต้องการที่จะสร้างกระบะของ Mazda ยังคงอยู่ต่อไปได้

   ถือเป็นโจทย์หินของ Isuzu ที่จะต้องพัฒนากระบะของพวกเขาให้ใหญ่โตขึ้นกว่าเดิม ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องมากับต้นทุนที่พัฒนาที่สูงขึ้นในการทำตัวรถให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม ในขณะที่ Mazda เองก็ยังสามารถแข็งแกร่งในตลาดกระบะเหมือนเดิม

   การหันมาร่วมมือกับ Isuzu ของ Mazda ครั้งนี้อาจจะตัดสัมพันธ์จาก Ford ไปโดยทันทีทันใด แต่อย่างไรก็ตามในขณะนี้ Mazda กับ Ford ยังคงผลิตกระบะร่วมกันในโรงงาน AutoAlliance Thailand หรือ AAT อยู่ อันเป็นโรงงานที่ผลิตและส่งออกกระบะ Ford และ Mazda ด้วย

    และล่าสุดก็มีจดหมายมาแถลงถึงข่าวคราวเรื่องนี้ว่า "เฉพาะกระบะ Mazda เจเนเรชั่นใหม่เท่านั่น" จะไม่มีการผลิตในโรงงาน AAT อีกต่อไปแล้ว แต่ทว่าสัดส่วนการลงทุนใน AAT ของ Ford Motor Company และ Mazda Corporation ยังมีสัดส่วนเท่าเดิม และในอนาคต Mazda อาจจะมีแผนใช้โรงงาน AAT มาเพิ่มสัดส่วนการผลิตรถยนต์นั่งแทน

   ทั้งนี้ก็ต้องรอดูความร่วมมือของ Mazda และ Isuzu จะมาในรูปแบบไหนครับ รอต่อไป..

ที่มา Caradvice.au 
มาร่วมติดตามความเคลื่อนไหวของพวกเราได้ที่นี่ครับ 

วันศุกร์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ชมข้อมูลคร่าวๆของ All-New Toyota Sienta ก่อนเปิดตัวในไทยเร็วๆนี้

  หลายคนคงให้ความสนใจเมื่อรู้ข่าวว่ารถมินิ MPV หน้าตาแหวกแนวอย่าง Toyota Sienta กำลังจะมาเปิดขายในเมืองไทย และอาจจะมาแทนที่ Toyota Avanza ที่หลายคนไม่ค่อยปลื้มหน้าตามันเสียเท่าไหร่

   ซึ่งเจ้า Toyota Sienta ถือว่าเป็นรถมินิ MPV แบบประตูสไลด์ แนวเดียวกับ Honda Freed เลย ดังนั้นต้องทำใจได้เลยว่าราคาค่าตัวต้องแพงกว่า Avanza ที่มีขายอยู่เดิมแน่นอน

   และแหล่งข่าวที่ผมได้รับมาจากวงในท่านหนึ่ง ซึ่งเป็นข้อมูลเกี่ยวกับ Toyota Sienta ที่กำลังจะมาเปิดตัวในไทย  ซึ่งตรงกับข้อมูลที่เผยแพร่ในเพจ Sienta Club Thailand เลย และช้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับตัวรถจะมีอะไรบ้าง เชิญเลื่อนต่อไปได้เลยครับ

   Toyota Sienta ที่จะนำเข้ามาขายในประเทศไทย โดยนำเข้าจากอินโดนีเซียเหมือน Avanza จะมี 2 รุ่นย่อยด้วยกัน คล้ายคลึงกับเวอร์ชั่นมาเลเซีย
- รุ่น 1.5 V (Top Grade)
- รุ่น 1.5 G (Standard Grade)

รุ่น 1.5 V อันเป็นรุ่นท็อปสุด จะมีอุปกรณ์มาตรฐานคร่าวๆ ได้แก่
- ไฟหน้าแบบ Projector Bi-Beam LED แบบ light Guiding
- ล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว
- พวงมาลัยหุ้มหนังแบบ multifunction
- เบาะหนังสีดำ สลับส้ม เย็บด้ายส้ม
- ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมั
- ระบบปรับอากาศแถว 2 และ 3
- ประตูสไลด์ด้วยระบบไฟฟ้า 2 ข้าง

รุ่น 1.5 G รุ่นรองลงมา
- ไฟหน้าแบบ Projector halogen
- ล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้ว
- พวงมาลัยวัสดุยูรีเทน
- เบาะผ้าสีดำ
- ระบบปรับอากาศมือหมุนธรรมดา
- ระบบปรับอากาศแถว 2 และ 3
- ประตูสไลด์ด้วยระบบไฟฟ้า 1 ข้าง (ข้างซ้าย)
*ทุกรุ่นจะได้ไฟ Daytime Running Light อยู่บริเวณไฟตัดหมอก

  เบาะแถว 2 ของทุกรุ่นสามารถปรับเอนและพับแยกได้แบบ 50 : 50 ส่วนเบาะแถวที่ 3 มีไฮไลต์เด็ดคือสามารถพับแล้วสอดเก็บซ่อนใต้เบาะแถว 2 เรียกว่า dive- in technology และเป็นเจ้าเดียวในตลาดที่มีวิธีพับเบาะแบบนี้

   ทางด้านขุมพลังนั้นจะมากับเครื่องยนต์เบนซิน 2NR-FE ความจุ 1.5 ลิตร มากับพละกำลัง 107 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ CVT รองรับเชื้อเพลิง E10 และ E20

   Toyota Sienta จะมี 4 สีให้เลือก ได้แก่ สีส้ม (น่าจะเป็นสีใช้เปิดตัว) / สีเทา / สีดำ และ สีขาว โดยตำแหน่งทางตลาดตลาดถูกวางให้ชนกับ Honda Mobilio และอาจจะไปกินลูกค้าของ Honda BR-V ส่วนราคาค่าตัวนั้น ยังไม่มีการประกาศออกมา แต่ข้อมูลนั้นระบุว่า ช่วงราคาจะอยู่ระหว่าง Avanza กับ Innova ซึ่งน่าจะมีช่วงราคาราวๆ 7 แสนกลางๆ ถึง 8 แสนต้นๆ

   ส่วนวันเปิดตัวนั้น คาดว่าน่าจะมีการเปิดตัวในไทยภายในวันที่ 17 สิงหาคมครับ ก็ต้องดูว่าจะเป็นจริงตามนี้หรือไม่

    ก็ต้องรอดูต่อไปครับว่า Toyota Sienta ที่จะเปิดตัวในไทยจะมีออปชั่น ระบบความปลอดภัย และราคาเป็นอย่างไรบ้าง

ขอบคุณข้อมูลจาก  Sienta Club Thailand  / ภาพ Sienta ของมาเลเซียจาก Paultan
มาร่วมติดตามความเคลื่อนไหวของพวกเราได้ที่นี่ครับ 

วันพฤหัสบดีที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

หลุด Suzuki SX-4 S-Cross Minor Change ปรับหน้าให้หรูขึ้น

  หลายคนคงจะจำได้เกี่ยวกับ Suzuki SX-4 รถครอสโอเวอร์ขนาดกะทัดรัดที่เคยนำเข้าจากอินโดนีเซีย ขายในไทย ซึ่งโฉมปัจจุบันในนาม Suzuki SX-4 S-Cross นั้นไม่ได้เอามาขายในไทยแล้ว อย่างไรก็ตามในตลาดต่างประเทศกำลังจะมีการปรับโฉมแล้ว ซึ่งจะเห็นได้จากภาพหลุด SX-4 S-Cross Minor Change แบบเต็มคันรถที่ตัวแทนจำหน่ายแห่งหนึ่งในประเทศฮังการี

   คราวนี้จะเห็นถึงการออกแบบภายนอกชัดเจน โดยมากับกระจังหน้าชุดใหม่เป็นซี่ลวดทรงตั้งที่ดูหรูหรากว่าเดิม แต่มองเผินๆก็แอบนึกถึงแบรนด์หรูเยอรมัน BMW ไม่น้อย ยิ่งกันชนหน้าที่ออกแบบใหม่ให้บึกบึนขึ้นนั้นดูการออกแบบยิ่งคล้ายๆ BMW เลย โคมไฟหน้าแบบใหม่ที่มี DRL LED ในโคม

    ล้ออัลลอยลายใหม่ปัดขอบเงาดำซึ่งช่วยเสริมให้รถดูดีขึ้น ส่วนด้านท้ายมีการออกแบบโคมไฟท้ายใหม่ ทางด้านภายในห้องโดยสารไม่มีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดใดๆเลย

   ส่วนขุมพลังของรถ ตามรายงานระบุว่าจะมากับเครื่องยนต์เบนซิน 1.4 ลิตร BoosterJet แบบเดียวกับ Suzuki Vitara S พกพาพละกำลัง 140 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดาหรือเกียร์อัตโนมัติ CVT ส่วนระบบขับเคลื่อนน่าจะมีให้เลือกทั้งแบบขับเคลื่อนล้อหน้าและขับเคลื่อน 4 ล้อ

   ในตลาดยุโรปและอังกฤษคาดว่าจะมีการปรับโฉมในปีนี้ ส่วนตลาดอินเดียนั้นน่าจะมีการเปิดตัวในปี 2017 ส่วนเมืองไทยไม่มีขายครับ

ที่มา Indianautosblog

แอบถ่ายรถทดสอบ All-New Toyota Camry ดูสปอร์ตปราดเปรียวยิ่งขึ้นกว่าเดิม

   Toyota Camry ตอนนี้ก็กำลังเข้าใกล้ช่วงปลายอายุตลาดแล้ว ซึ่งตอนนี้เจเนเรชั่นใหม่นั้นก็กำลังพัฒนากันอยู่ และล่าสุดก็มีสายลับสามารถจับภาพของ All-New Toyota Camry กำลังวิ่งทดสอบในรัฐมิชิแกน ของอเมริกาได้

   จะเห็นว่าตัวรถยังคงอำพรางอย่างแน่นหนาทั้งคัน แต่เมื่อดูจากลักษณะเส้นสายตัวรถแล้วก็พอบอกได้ว่า Camry เจเนเรชั่นใหม่จะสลัดภาพลักษณ์ป๋าๆเข้าสู่แนวสปอร์ตมากขึ้น สังเกตได้จากแนวหลังคารถที่ดูลาดกว่าเดิม หน้าตาของรถดูเผินๆแล้วก็ยังคงแนวการออกแบบเดิมอย่างรุ่นที่ผ่านมา แต่ปรับเปลี่ยนให้สปอร์ตโฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้นกว่าเดิม มีการย้ายตำแหน่งกระจกมองข้างจากมุมขอบประตู มาอยู่ใต้บานหน้าต่างประตูหน้ารถ ประตูท้ายนั้นมีแววที่จะมีเส้นสายแนว Corolla Altis โฉมปัจจุบัน ส่วนด้านท้ายรถจะมากับชุดโคมไฟท้ายที่ดูเรียวและปราดเปรียวขึ้นยิ่งกว่าเดิมเช่นกัน

   Camry โฉมใหม่นั้น น่าจะใช้แพลตฟอร์มใหม่ล่าสุด TNGA แบบเดียวกับ Prius รุ่นล่าสุด ซึ่งจะทำให้ตัวรถมีน้ำหนักเบาขึ้นและเพิ่มความแข็งแรงของตัวรถได้ดีขึ้นกว่าเดิม (และว่ากันว่า Camry โฉมใหม่จะเป็น Global Design คือใช้หน้าตาแบบเดียวกันทั่วโลกด้วย อันนี้ต้องรอดูต่อไป)

  ทางด้านขุมพลังของรถ คาดการณ์ว่าจะปลดประจำการเครื่องยนต์เบนซิน 3.5 ลิตร V6 ออกไป แล้วแทนที่ด้วยเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร 4 สูบเทอร์โบเข้าไปแทน ส่วนเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ก็น่าจะคงความจุเดิม สำหรับรุ่นไฮบริดนั้นน่าจะมีการปรับวงจรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นยิ่งกว่าเดิม

   คาดว่า All-New Toyota Camry จะเผยโฉมในอเมริกาในฐานะรุ่นปี 2018 ซึ่งอาจจะเปิดตัวได้เร็วที่สุดในช่วงปลายปีนี้ ไม่ก็ต้นปีหน้าครับ ส่วนเมืองไทยนั้นก็ต้องรอจนกว่าจะถึงปี 2018

ที่มา Motor1.com
มาร่วมติดตามความเคลื่อนไหวของพวกเราได้ที่นี่ครับ 

Like Box