วันพุธที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ครั้งแรกในไทยกับภาพแอบถ่าย Chevrolet Colorado Minor Change

  ในปี 2015 ถือว่าเป็นปีของการแข่งขันในตลาดกระบะแบบสุดๆ เพราะมีกระบะรุ่นใหม่เปิดตัวไปแล้วหลายรุ่นหลายยี่ห้อด้วยกัน แต่ยังมีอีกยี่ห้อที่ยังไม่ได้ทำการปรับปรุงโฉมใหม่กระตุ้นตลาดเสียที มีเพียงแค่การออกรุ่นตกแต่งเพิ่มเติมเท่านั้น ที่เรากำลังพูดถึงก็คือ Chevrolet Colorado

   แน่นอนว่าหลายคนก็รอคอยว่าเมื่อไหร่กระบะคันนี้จะปรับโฉมเสียที และยังคาดหวังกันว่า Colorado รุ่น Minor Change จะมีหน้าตาที่ดูหล่อบึกบึนแบบในเวอร์ชั่นอเมริกา ซึ่งตอนนี้ก็ยังไม่มีใครรู้ว่ามันจะออกมามีหน้าตาเป็นเช่นกัน

   และล่าสุดเมื่อช่วงวันเสาร์ที่ผ่านมา ก็มีสมาชิกจากกลุ่ม Isuzu Club คุณ Kwan Kanchai ได้แอบถ่ายภาพของกระบะปริศนาวิ่งพรางตัวทดสอบได้ขณะวิ่งอยู่บนถนนมอเตอร์เวย์ ซึ่งดูจากรายละเอียดตัวถังแล้ว ก็ไม่ต้องเดาเลยว่ายังไงต้องเป็น Chevrolet Colorado Minor Change

   ซึ่งรายละเอียดของรถนั้นยากที่จะบอกเพราะทาง Chevrolet พรางตัวรถไว้เสียมิดชิดทั้งหน้าและท้าย ทำให้ไม่สามารถบอกรายละเอียดได้เลยว่าหน้าตาของรถจะออกมาแนวไหนกันแน่ แต่ก็แอบลุ้นว่าจะมีหน้าตาที่คล้ายกับ Colorado แบบอเมริกา

   สำหรับรายละเอียดขุมพลังก็ไม่มีข้อมูลออกมา ซึ่งก็คาดว่าน่าจะเป็นขุมพลังเดิมที่ปรับปรุงระบบให้ดีขึ้นกว่าเดิม และปรับปรุงเพิ่มเติมระบบความปลอดภัยให้มากเท่าคู่แข่ง

   การเปิดตัวของ Chevrolet Colorado Minor Change ในไทย จะเกิดขึ้นในช่วงใดช่วงหนึ่งของปี 2016 ส่วนโฆษณา Storm ที่ออกมานั้น จะเป็นรุ่นตกแต่งพิเศษของ Colorado รุ่นปัจจุบันครับ ไม่เกี่ยวกับ Colorado Minor Change ครับ

ขอบคุณภาพจาก Kwan Kwanchai จากกลุ่ม Isuzu Club ครับ

เพิ่มเติม...
วันเสาร์เดียวกันนั้นผมผู้เขียน ก็ยังแอบเจอรถพราง Chevrolet Colorado Minor Change  มาวิ่งแถวๆถนนวิภาวดี หน้าศูนย์การกำลังสำรอง ท่ามกลางเพื่อนที่ยืนรอขึ้นแท็กซี่กับผม แล้วผมกำลังจะคว้าโทรศัพท์เพื่อมาเก็บรูป แต่ก็กดชัตเตอร์ไม่ติด เพื่อนเลยสงสัยว่าทำไมถึงรีบหยิบโทรศัพท์ขนาดนั้น

มาร่วมพูดคุยกันสนุกๆเรื่องรถยนต์ประดุจเพื่อนข้างกาย 
พร้อมเกาะติดข่าวการเปิดตัวรถใหม่กันแบบฉับไว
กดไลค์แฟนเพจของ Cars New Update ด้านล่างได้เลยครับ!!!
   

วันจันทร์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

All-New Toyota Innova สวยงามและหรูหราขึ้นอย่างชัดเจน

   หลังจากที่ Toyota ได้ทำการเปิดตัวหนึ่งในผลิตภัณฑ์ของโครงการ IMV2 ไปแล้ว 2 คันด้วยกัน นั่นก็คือ Toyota Hilux โฉมใหม่ กับ Toyota Fortuner โฉมใหม่ และล่าสุดเมื่อไม่นานมานี้ ทางยักษ์ใหญ่อย่าง Toyota ก็ได้ทำการเปิดตัวรถคันสุดท้ายของโครงการนี้ที่ใครๆหลายคนรอคอย นั่นก็คือ Toyota Innova โฉมใหม่นั่นเองครับ


   แนวการออกแบบเป็นไปในทิศทางเดียวกับ Toyota Hilux Revo อันเนื่องมาจากใช้โครงสร้างพื้นฐานร่วมกัน โดยกระจังหน้าของรถนั้นได้รับการออกแบบให้มีขนาดใหญ๋โตและดูบึกบึน ทำให้หน้าตาดูแข็งแกร่งดุดันใช้ได้เลยทีเดียว สำหรับรุ่นย่อยบนๆไฟหน้าของรถนั้นจะมากับไฟหน้าทรงเฉียบคมแบบโปรเจคเตอร์และติดตั้งไฟ Daytime Running Lights ในโคมด้วย


    เส้นสายของรถนั้นมีกลิ่นอายจากรุ่นเดิมมากพอสมควร แต่ถ้าสังเกตดีๆ วิศวกรได้ทำการออกแบบช่วงเสา A-B ให้มีความโค้งมนมากกว่ารุ่นเดิมและกระจกแถวที่ 3 ที่ออกแบบใหม่ให้ต่างจากรุ่นเดิม เส้นสายด้านข้างที่ดูเรียบง่ายสบายตา ต่อเนื่องไปถึงด้านท้ายของรถที่มีการออกแบบไฟท้ายคล้ายๆ Toyota Rav4 (แต่หลายคนทึกทักว่าเหมือนของ Honda HR-V ซึ่งมันก็เหมือนจริงๆ) ฝาท้ายของรถยังมีระบบ Smart Close Back Door ปิดท้ายรถให้สนิทโดยอัตโนมัติ ทุกรุ่นมากับเสาอากาศแบบ Shark Fin เพิ่มความทันสมัย นอกจากนี้แล้วในรุ่นเครื่องยนต์ดีเซลเกรด Q จะมากับล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว ส่วนรุ่นเบนซินทุกเกรดจะได้ล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้วแทน 


   ภายในห้องโดยสารนั้นยกระดับการออกแบบใหม่ทั้งหมด ซึ่คอนโซลหน้ามากับความหรูหราที่มากขึ้นกว่าเดิม พวงมาลัยทรงใหม่ที่ดูสวยงามกว่ารุ่นเดิม มีมาตรวัดแบบ Optitron พร้อมหน้าจอ TFT 4.2 นิ้วแบบ 3 มิติ ระบบอินโฟเทนเมนต์จะมากับหน้าจอสัมผัสขนาด 7-8 นิ้ว แล้วแต่รุ่นย่อย มาพร้อมระบบนำทาง ระบบสั่งการด้วยเสียง สามารถเชื่อมต่อบลูทูธ USB AUX และจอ 8 นิ้วยังสามารถเชื่อมต่อ HDMI และ Wifi Support ได้ นอกจากนั้นแล้วภายในยังได้เพิ่มความหรูหราด้วยไฟ LED บนหลังคาที่คล้ายๆกับ Toyota Alphard

   สำหรับขุมพลังนั้นจะมีอยู่ 2 ทางเลือก ได้แก่ เครื่องยนต์ดีเซล 2.4 ลิตรใหม่รหัส GD กับมาพละกำลัง 149 แรงม้าที่ 3,400 รอบต่อนาที แรงบิด 359 นิวตันเมตรที่ 1,200-2,600 รอบต่อนาที และเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตรใหม่ Dual VVT-i ที่มากับพละกำลัง 139 แรงม้าที่ 5,600 รอบต่อนาที แรงบิด 183 นิวตันเมตรที่ 4,000 รอบต่อนาที  ที่มีให้เลือกทั้งเกียร์ธรรมดา 5 สปีด หรือเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อมปุ่มควบคุมการขับขี่ ECO Mode และ POWER Mode

   สำหรับระบบความปลอดภัยของรถนั้น สำหรับก็จะมีมาให้ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นระบบเบรก ABS EBD ถุงลมนิรภัยรอบคัน 7 ตำแหน่ง ระบบควบคุมการทรงตัว VSC ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน ระบบสัญญาณไฟอัตโนมัติเวลาเบรกกะทันหัน ซึ่งระบบเหล่านีเจะสงวนไว้ให้ในรุ่นเครื่องดีเซลเท่านั้น ส่วนรุ่นเบนซินระบบเหล่านี้จะหายหมดและเหลือแค่ ABS EBD และถุงลมนิรภัยคู่หน้า ถุงลมหัวเข่า

   ราคาจำหน่ายในอินโดนีเซียตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลออกมา คาดว่า Toyota Innova โฉมใหม่ น่าจะมาเปิดตัวในเมืองไทยในปี 2016 แต่ก็ต้องรอดูว่าจะได้ออปชั่นและระบบความปลอดภัยมากเท่าเวอร์ชั่นอินโดนีเซียหรือไม่ และจะมีเวอร์ชั่นดีเซลเข้ามาขายในไทยอย่างที่ใครหลายคนหวังไว้หรือเปล่า รอชมกันต่อไปครับ
 
ที่มา Paultan



มาร่วมพูดคุยกันสนุกๆเรื่องรถยนต์ประดุจเพื่อนข้างกาย 
พร้อมเกาะติดข่าวการเปิดตัวรถใหม่กันแบบฉับไว
กดไลค์แฟนเพจของ Cars New Update ด้านล่างได้เลยครับ!!!
   

All-New Honda Civic Coupe ภาพลักษณ์ใหม่ของสปอร์ตคูเป้จากญี่ปุ่น

  หลังจากที่ Honda ได้ทำการเผยโฉมหน้าของ All-New Honda Civic เจเนเรชั่นที่ 10 ในเวอร์ชั่นซีดาน(ที่ออกแนวซีดานคูเป้)กันไปแล้ว และล่าสุดตอนนี้ก็เป็นคิวของ Civic โฉมใหม่ในเวอร์ชั่นสปอร์ตคูเป้ 2 ประตูแล้วครับ และได้ทำการเผยโฉมแล้วในงาน Los Angeles Auto Show 2015

  ซึ่งรูปลักษณ์ของรถนั้นอ้างอิงจากต้นแบบ Honda Civic Coupe Concept คันสีเขียวที่เคยเผยโฉมเมื่อหลายเดือนก่อน ซึ่งแน่นอนที่สุดว่ารูปร่างหน้าตาของรถครึ่งคันหน้าจะอ้างอิงจาก Honda Civic ตัวถังซีดานที่เผยโฉมออกมาก่อนหน้านี้เลย นอกจากนั้นทาง Honda ก็จะออกแบบด้านท้ายให้ดูลาดเอียงให้สมกับเป็นรถคูเป้ พร้อมออกแบบไฟด้านท้ายทรงล้ำสมัยที่ถอดออกมาจากต้นแบบ และยังมากับกันชนท้ายทรงสปอร์ต และสปอยเลอร์ท้ายที่เสริมเติมความสปอร์ตให้ตัวรถเข้าไปอีก

   โดยอุปกรณ์มาตรฐานตั้งแต่รุ่นล่างๆ LX ยันรุ่นท็อปๆ Touring ตัวรถจะติดตั้งระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ ไฟ Daytime Running Lights และไฟท้ายแบบ LED กระจกด้านหน้าแบบ Acoustic สามารถควบคุมอุณหภูมิและความชื้นได้ เบรกมือไฟฟ้า Electric Parking Brake และ Walk-Away auto door locks


   ภายในห้องโดยสารนั้นก็ยกคอนโซลมาจาก Civic ตัวซีดานเลย เพราะ เหมือนกันแทบทุกอย่าง อาจจะแตกต่างในเรื่องการตกแต่งภายในห้องโดยสารเล็กๆน้อยๆ เมื่อเทียบกับ Civic Coupe รุ่นเดิม ภายในรถรุ่นใหม่นี้มีเนื้อที่จุของได้เพิ่มขึ้น 237 ลิตร และยังมีพื้นที่วางขาด้านหลังเพิ่มอีก 12.7 ซม. เมื่อได้สัมผัสรอบๆห้องโดยสาร ก็จะได้พบกับวัสดุบุนุ่มอยู่รอบคัน พร้อมกับเบาะนั่งหุ้มด้วยวัสดุคุณภาพสูง

   ระบบอินโฟเทนเมนต์ในรถจะติดตั้งหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว ที่รองรับการเชื่อมต่อทั้งระบบ Android Auto และ Apple CarPlay รองรับการเล่นวิทยุคลื่น Pandora / SiriusXM / HD Radio ของอเมริกา ในขณะรุ่นระดับบนนั้นจะมาพร้อมกับระบบนำทางจาก Garmin

   ขุมพลังของรถนั้นจะมีให้เลือก 2 แบบด้วยกัน ได้แก่ เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร i-VTEC พละกำลัง 158 แรงม้า พร้อมแรงบิด 187 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 6 สปีด และเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร เทอร์โบฉีดตรงที่มากับพละกำลัง 174 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 219 นิวตัน-เมตร

   Honda Civic Coupe จะเริ่มส่งมอบให้ลูกค้ามะกันได้ในปี 2016 ส่วนคนไทยนั้นจะมีสิทธิ์ใช้หรือไม่ก็ลุ้นกันต่อไปครับ

ที่มา Carscoops

มาร่วมพูดคุยกันสนุกๆเรื่องรถยนต์ประดุจเพื่อนข้างกาย 
พร้อมเกาะติดข่าวการเปิดตัวรถใหม่กันแบบฉับไว
กดไลค์แฟนเพจของ Cars New Update ด้านล่างได้เลยครับ!!!
   

วันศุกร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

Mitsubishi Mirage Minor Change ปรับภาพลักษณ์ใหม่ให้หรูหรามีราคากว่าเดิม

  รถอีโคคาร์คันเล็กอย่าง Mitsubishi Mirage นั้นก็ได้เดินทางมาถึงช่วงวงจรกลางอายุตลาดแล้ว ซึ่งก็ได้เวลาแล้วสำหรับการปรับปรุงโฉมใหม่เพื่อความสดใหม่ของตัวรถและรับมือกับคู่แข่งในตลาดนั่นเอง ซึ่งงานนี้ได้ทำการเผยโฉมก่อนที่อเมริกาก่อนเพื่อนเลย ซึ่งก่อนหน้านี้อเมริกาเคยมีแผนจะนำเข้า Mirage จากไทยมาจำหน่าย แต่อเมริกาคิดอย่างรอบคอบโดยการรอตัว Minor Change ก่อนดีกว่า

   ซึ่ง Mitsubishi Mirage Minor Change ก็มีการปรับปรุงตัวรถให้มีภาพลักษณ์ที่ดูหรูหราและมีราคากว่าเดิม ด้วยการเปลี่ยนชุดโคมไฟหน้าใหม่พร้อมไฟส่องเวลากลางวัน Daytime Running Lights แบบ LED ออกแบบกระจังหน้าใหม่ให้ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม และติดตั้งโลโก้บนกระจังหน้าเลย ซึ่งจากเดิมติดบริเวณกันชนหน้า และนอกจากนี้แล้วยังออกแบบกันชนหน้าใหม่ให้ทันสมัยและสปอร์ตกว่าเดิม เสริมด้วยแถบโครเมียมเพิ่มความหรูหรา ล้ออัลลอยลายใหม่แบบปัดเงาเพิ่มความหรูยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมากับโคมไฟท้ายแบบ LED พร้อมกันชนท้ายใหม่ที่ดูสปอร์ตกว่าเดิม และติดตั้งสปอยเลอร์ท้ายเพิ่มความลงตัวยิ่งขึ้น

   ภายในห้องโดยสารนั้นได้มีการปรับแต่งนิดหน่อย โดยเปลี่ยนแปลงพวงมาลัยใหม่นิดหน่อยเพื่อเติมความหรูหรากว่าเดิม เบาะนั่งมีการหุ้มผ้าลายใหม่ พร้อมระบบอินโฟเทนเมนต์หน้าจอสัมผัสที่รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto และยังมากับชุดเครื่องเสียง Rockford-Fosgate กำลัง 600 วัตต์ พร้อมระบบ EcoPunch

  ส่วนขุมพลังนั้นยังคงเป็นขุมพลังเดิมนั่นคือเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.2 ลิตร MIVEC ที่มากับพละกำลัง 78 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 100 นิวตัน-เมตร และนอกจากนี้ยังมีการปรับปรุงสปริงและแดมเปอร์ใหม่เพื่อรองรับการสะเทือนที่ดีขึ้น และขยายขนาดจานเบรกหน้าหลังให้ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม และปรับปรุงแป้นเหยียบใหม่เพื่อมอบประสบการณ์ขับขี่ที่ดีขึ้น

   สำหรับระบบความปลอดภัยนั้นก็ให้มาแบบไม่งก ประกอบด้วยถุงลมนิรภัย 7 ใบ,ระบบเบรก ABS EBD,ระบบควบคุมการทรงตัว ASC,ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน รวมทั้งระบบตรวจวัดแรงดันลมยาง

   Mitsubishi Mirage Minor Change จะเริ่มต้นขายในอเมริกาช่วงฤดูใบไม้ผลิปีหน้า ส่วนเมืองไทยนั้นก็คาดว่าจะมีการวางขายในช่วงต้นปีหน้าครับ โดยยังไม่มีการประกาศราคา

ที่มา Carscoops / Worldcarfans

 

มาร่วมพูดคุยกันสนุกๆเรื่องรถยนต์ประดุจเพื่อนข้างกาย 
พร้อมเกาะติดข่าวการเปิดตัวรถใหม่กันแบบฉับไว
กดไลค์แฟนเพจของ Cars New Update ด้านล่างได้เลยครับ!!!
   

เปิดตัว All-New MG5 พร้อมตีตลาดซับคอมแพกต์คาร์ด้วยออปชั่นและราคาที่น่าคบ

  หลังจากที่ค่ายน้องใหม่ MG ได้มาปักหลักทำตลาดเมืองไทยมาได้ปีกว่าๆแล้ว และได้ขยันเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆเสมอ เพื่อมาแข่งขันกับกลุ่มตลาดรถยนต์ในเมืองไทยที่เป็นหนึ่งในตลาดที่หินสุดๆ ฉะนั้นแล้ว Product ของรถต้องมีความโดดเด่นในหลายๆด้าน ไม่ว่าจะเรื่องหน้าตา ออปชั่นและราคา ถึงจะมีคนสนใจและกำเงินมาซื้อนั่นเอง

   และล่าสุดค่ายน้องใหม่ MG ของเราก็ได้มาเขย่าตลาดรถกลุ่มซับคอมแพกต์อีกครั้งด้วยรถรุ่นใหม่อย่าง All-New MG5 ใหม่ที่ชูจุดเด่นเรื่องขนาดตัวถัง ความกว้างขวางสะดวกสบายในห้องโดยสาร พร้อมขุมพลังเทอร์โบ อีกทั้งยังมีเทคโนโลยีการเชื่อมต่อ inkaNet พร้อมระบบความปลอดภัยที่ครบถ้วน

  คุณหวู่ ฮวน กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด บอกกล่าวว่า ตลาดซับคอมแพ็คคาร์ เป็นตลาดที่มีการแข่งขันสูงและยังคงมีปริมาณความต้องการที่มากอยู่เช่นกัน การเปิดตัว  MG5 ที่มีจุดเด่นตามแนวคิด Brit Dynamic ของ MG ที่โดดเด่นทั้งในด้านการออกแบบ สมรรถนะ การควบคุม และความปลอดภัย ทำให้มั่นใจว่า New MG5 สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าในกลุ่มนี้ได้เป็นอย่างดีเยี่ยม และพร้อมกันนี้ การเปิดตัวรถใหม่ยังเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์หลักของ MG ที่ต้องการนำเสนอรถยนต์ที่มีความหลากหลาย เพื่อตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้าชาวไทย ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนความสำเร็จและทำให้ MG ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผู้นำตลาดรถยนต์ของเมืองไทยในอนาคตได้อย่างแน่นอน

   หน้าตาของ MG5 ใหม่นั้นถือว่ามีรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูสวยและทันสมัยไม่แพ้คู่แข่งค่ายอื่นๆ ด้านหน้ารถมากับกระจังหน้าทรงสปอร์ตอันเป็นเอกลักษณ์พร้อมไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ฮาเลเจน พร้อมไฟส่องสว่างกลางวัน Daytime Running Lights ความโดดเด่นแรกของรถคันนี้คือ ติดตั้งหลังคาแบบซันรูฟมาให้ด้วย ถือเป็นความแตกต่างที่ไม่เหมือนใครในคลาสเดียวกัน นอกจากนี้ยังออกแบบเส้นสายของรถให้ดูลาดไปจนถึงด้านท้าย ทำให้รถคันนี้ดูมีความเป็นซีดานคูเป้อยู่พอตัว นอกจากนี้แล้วยังออกแบบไฟท้ายรถที่ดูสปอร์ตเท่โฉบเฉี่ยวไม่เหมือนใคร ซึ่งน่าจะโดนใจใครๆหลายคนไม่น้อย

   ความโดดเด่นอีกหนึ่งอย่างของ MG5 คือขนาดตัวถังที่ถือว่าใหญ่ในระดับใกล้เคียงรถ C-Segment ทั้งๆที่ทางค่ายกำหนดให้แข่งขันในตลาด B-Segment ด้วยขนาดตัวรถที่มีความยาว 4,612 มม. กว้าง 1,804 มม. และสูง 1,488 มม. และระยะฐานล้อ 2,650 มม.

   เข้ามาภายในห้องโดยสารที่ออกแบบภายในให้ดูทันสมัยสไตล์รถยุโรปและเพียบพร้อมไปด้วยอุปกรณ์ภายในรถที่มีมากมายซึ่งให้มาตั้งแต่รุ่นล่างๆ โดยทุกรุ่นจะติดตั้งหน้าจอแบบ Touch Screen ขนาด 7 นิ้ว รองรับการเล่น FM AM MP3 และมีช่องเชื่อมต่อ USB AUX พร้อมระบบเชื่อมต่อ Bluetooth ติดตั้งระบบนำทางมาให้ และที่สำคัญติดตั้งเทคโนโลยีการสื่อสารผ่านระบบสื่อสารไร้สาย inkaNet (ดูข้อมูลเกี่ยวกับ inkaNet ได้ ที่นี่ ครับ) 

   สำหรับขุมพลังของรถนั้นมีให้เลือก 2 แบบด้วยกัน เริ่มต้นที่เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร 15S4C 4 สูบ 16 วาล์ว VTi-TECH มากับพละกำลัง 106 แรงม้าที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 135 นิวตัน-เมตรที่ 4,500 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีดพร้อมโหมด Sport / โหมด Manual แต่ถ้าใครอยากได้ขุมพลังที่แรงกว่านี้ก็มาเล่นในรุ่น Turbo ที่มากับขุมพลังรหัสเดียวกัน โดยเป็นเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร 15S4C 4 สูบ 16 วาล์ว Turbo VTi-TECH มากับพละกำลัง 129 แรงม้าที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 210 นิวตัน-เมตรที่ 2,000-4,400 รอบ/นาที  ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีดพร้อมโหมด Sport / โหมด Manual

   สำหรับระบบความปลอดภัยของนั้นถือเป็นอีกหนึ่งจุดเด่น เพราะทางค่าย MG ได้ใส่ระบบความปลอดภัยของรถมากมายกันตั้งแต่รุ่นล่างกันเลยทีเดียว เล่นเอารถ B-Segment จนถึง C-Segment บางค่ายต้องอายม้วนบ้าง โดยไล่ตั้งแต่
- ระบบเบรก ABS และระบบกระจายแรงเบรก EBD
- ระบบเสริมแรงเบรก EBA
- ระบบควบคุมการทรงตัว SCS
- ระบบป้องกันการลื่นไถลเมื่อลดเกียร์ต่ำอย่างฉับพลัน MSR
- ระบบควบคุมการเบรกขณะเข้าโค้ง CBC
- ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล TCS
- ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAS
- ระบบตรวจสอบความผิดปกติแรงดันลมยาง  ITPMS
- โครงสร้างตัวถังนิรภัยแบบ FSF (FULL SPACE FRAME)
- ถุงลมนิรภัยคู่หน้า
- กล้องมองหลัง
- สัญญาณเตือนกะระยะถอยหลัง

   สำหรับ MG5 โฉมใหม่นั้นแบ่งการจำหน่ายเป็น 4 รุ่นย่อยด้วยกัน ได้แก่
NEW MG5 1.5L รุ่น D ราคา 629,000 บาท
NEW MG5 1.5L รุ่น X Sunroof ราคา 679,000 บาท
NEW MG5 TURBO 1.5L รุ่น D ราคา 699,000 บาท
NEW MG5 TURBO 1.5L รุ่น X Sunroof ราคา 739,000 บาท
โดยราคาทั้งหมดนี้เป็นราคาช่วงแนะนำจนถึงสิ้นปี ก่อนที่จะปรับราคาใหม่ตามอัตราภาษีสรรพามิตปี 59 โดยในปีหน้านั้นจะขึ้นราคา 20,000 บาททุกรุ่นนั่นเองครับ

โดยผู้ซื้อ MG5 จะได้รับสิทธิพิเศษ สามารถเชื่อมต่อระบบ inkaNet ผ่านเครือข่ายโทรศัพท์มือถือฟรีนาน 5 ปี พร้อมรับประกันคุณภาพนาน 4 ปี หรือ 120,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งครบระยะก่อน) บริการเช็คระยะนอกสถานที่ (Mobility Services) เมื่อมีการโทรแจ้งนัดหมาย บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน (Roadside Assistance) ตลอด 24 ชั่วโมง และบริการศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ (MG Call Centre) ตลอด 24 ชั่วโมง

   ใครที่สนใจ MG5 สามารถไปสัมผัสได้แล้วที่โชว์รูม MG ทั่วประเทศ หรือรอชมได้ภายในงาน Motor Expo 2015 ระหว่างวันที่ 2 - 13 ธันวาคม 2558 นี้ ที่ชาเลนเจอร์ฮอลล์ 1 - 3 อิมแพ็คเมืองทองธานีครับ

มาร่วมพูดคุยกันสนุกๆเรื่องรถยนต์ประดุจเพื่อนข้างกาย 
พร้อมเกาะติดข่าวการเปิดตัวรถใหม่กันแบบฉับไว
กดไลค์แฟนเพจของ Cars New Update ด้านล่างได้เลยครับ!!!
   

วันพฤหัสบดีที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

All-New Fiat 124 Spider ชมโฉมสปอร์ตเปิดประทุนลูกครึ่งอิตาลี-ญี่ปุ่น

  หลังจากที่เคยมีข่าวเรื่องความร่วมมือในการพัฒนารถสปอร์ตระหว่างค่ายอิตาลี Alfa Romeo กับค่ายญี่ปุ่น Mazda ซึ่งล่าสุดตอนนี้นั้นโครงการความร่วมมือของ 2 ค่ายนี้ก็ได้ออกมาเป็นรูปเป็นร่างแล้ว เมื่อค่ายอิตาลี Fiat ได้ทำการเผยโฉมสปอร์ตใหม่ของพวกเขานามว่า Fiat 124 Spider

  ซึ่งเจ้า Fiat 124 Spider คันนี้เป็นสปอร์ตเปิดประทุนที่ถูกสร้างขึ้นบนพื้นฐานของสปอร์ตโรดสเตอร์ Mazda MX-5 โฉมล่าสุด ทำให้รถคันนี้กลายเป็นสปอร์ตเปิดประทุนลูกครึ่งอิตาลี-ญี่ปุ่นไปในทันที
Olivier François หัวเรือใหญ่ของค่าย Fiat และ FCA Group บอกว่า ไม่มีทางใดที่ดีกว่าแล้วในการฉลอง 50 ปี Fiat 124 Spider ด้วยการปลุกขึ้นมาทำใหม่อีกครั้ง โดยผสมผสานระหว่างสไตล์การออกแบบอิตาลี ผนวกเข้ากับสมรรถนะและเทคโนโลยีของรถตามแบบฉบับยุคปัจจุบัน โดย Fiat 124 Spider โฉมใหม่จะขยายตลาดในกลุ่มคนขับ Fiat ไปสู่อีกตลาดหนึ่งอันเป็นตลาดที่ลูกค้าต้องการรถที่ให้ความสนุกสนานในการขับขี่

   ภายนอกของรถนั้นได้รับการออกแบบโครงสร้างตัวถังให้ต่างจากต้นฉบับโดยสิ้นเชิง หน้าตารถนั้นได้รับแรงบันดาลใจจากสปอร์ต Fiat 124 Spider รุ่นบุกเบิกเมื่อ 50 ปีที่แล้ว ผสมผสานกับแนวการออกแบบยุคใหม่ ทำให้มีหน้าตาที่ดูมีเสน่ห์สไตล์อิตาลี ผสมผสานความสปอร์ตโฉบเฉี่ยวเข้าไป ส่วนด้านท้ายรถก็ได้ออกแบบไฟท้ายทรงเหลี่ยมที่ดูสวยงามและทันสมัย โดยรวมถือว่าสวยงามตามแบบฉบับอิตาลีเลยทีเดียว

  แต่เมื่อเดินเข้าไปในห้องโดยสารแล้ว ใครที่คาดหวังการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ละก็จงทำใจได้เลยเพราะ Fiat เล่นง่ายๆด้วยการยกคอนโซลหน้าของ Mazda MX-5 ใหม่มาใส่ใน Fiat 124 Spider ทั้งดุ้น ไล่ตั้งแต่พวงมาลัยที่เปลี่ยนแค่โลโก้เท่านั้น คอนโซลหน้า หน้าจอ ปุ่มควบคุมต่างๆ แต่ Fiat ยังใจดีที่ออกแบบบริเวณมาตรวัด บริเวณช่องแอร์ และแผงประตูด้านข้างใหม่ให้แตกต่างอยู่บ้าง และยังใส่เบาะคู่หน้าใหม่ที่ต่างจากต้นฉบับ

   สำหรับขุมพลังนั้น Fiat ไม่ใข้เครื่องยนต์ของ Mazda แต่ใช้ขุมพลังของเครือตัวเอง นั่นคือจาก Abarth 500 ด้วยการนำขุมพลังเบนซิน 1.4 ลิตร Multiairเทอร์โบ ที่มากับพละกำลัง 160 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 249 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ในเวอร์ชั่นยุโรปนั้นจะมากับขุมพลังแบบเดียวกัน แต่ลดพละกำลังเหลือ 140 แรงม้า พร้อมแรงบิด 240 นิวตัน-เมตรพร้อมตัวเลือกเกียร์ธรรมดา 6 สปีดด้วย

   Fiat 124 Spider มาพร้อมการตกแต่ง 2 ระดับ ได้แก่ Classica และ Lusso โดย Fiat 124 Spider จะนำไปเปิดตัวในงาน Los Angeles Auto Show 2015 ด้วยเวอร์ชั่น Prima Edizione Lusso มาพร้อมสีฟ้าพิเศษและเบาะหนัง Saddle โดยทาง Fiat จะเริ่มวางขาย 124 Spider ในตลาดอเมริกาช่วงฤดูร้อนปีหน้า

ที่มา Carscoops1 / Carscoops2

มาร่วมพูดคุยกันสนุกๆเรื่องรถยนต์ประดุจเพื่อนข้างกาย 
พร้อมเกาะติดข่าวการเปิดตัวรถใหม่กันแบบฉับไว
กดไลค์แฟนเพจของ Cars New Update ด้านล่างได้เลยครับ!!!
   

Like Box