วันพฤหัสบดีที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2558

ส่องไฮไลต์เด็ดๆ ในงาน Motor Expo 2015

  กลับมาอีกครั้งสำหรับงานแสดงรถยนต์ครั้งสำคัญในช่วงปลายปี นั่นก็คืองาน Thailand International Motor Expo 2015 ครั้งที่ 32 ซึ่งจัดขึ้นที่อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี โดยในปีนี้ยังคงมีไฮไลต์การเปิดตัวรถใหม่ๆมากมายหลายรุ่นเช่นกัน ทั้งรุ่นโฉมใหม่ และรุ่นปรับปรุงโฉม อีกทั้งในบางรุ่นบางยี่ห้อยังมีการประกาศราคารถใหม่ที่มีการปรับตามอัตราภาษีปี 2559 เรียบร้อยแล้วด้วย นอกจากรถยนต์ที่เปิดตัวหลายรุ่นแล้ว ก็ยังมีพริตตี้สาวสวยยืนเคียงข้างรถให้เหล่าผู้ชายหลายๆคนได้มาชื่นชมกันอีกด้วย

   ก่อนอื่นต้องขอบอกก่อนว่า Tesla ที่เคยมีแผนจะเอามาโชว์ในงานนั้น ไม่มาเปิดโชว์และขายแล้วอันเนื่องมาจากปัญหาด้านลิขสิทธิ์เพราะทาง Tesla เอเชียบอกว่าไม่มีแผนมาตั้งดีลเลอร์ในเมืองไทย อีกทั้งทางผู้จัดงานยังจับได้ก่อนงานจะจัดรอบสื่อเพียงวันเดียว ทำให้บริษัท Tesla ที่อ้างว่าจะมาตั้งบูธในไทยเป็นอันต้องถูกถอดออกไปโดยปริยาย

   ถึงไม่มี Tesla ก็ยังมีค่ายอื่นๆให้ชมกันครับ มีไฮไลต์ในค่ายไหนบ้างไปติดตามกันได้เลย

BMW/MINI
   ค่าย BMW มีไฮไลต์สำคัญมากมายหลายรุ่นมาให้เราได้ยลโฉมกัน และพระเอกของบูธ BMW คงจะหนีไม่พ้น BMW 7-Series โฉมใหม่ล่าสุด ที่มาในรุ่น 740Li Pure Excellent ซึ่งมาพร้อมแนวการออกแบบภายนอกที่ดูหรูหราโฉบเฉี่ยวเหมือนเดิมตามสไตล์ BMW และยังมากับภายในที่หรูหรา เพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีที่อัดแน่นเต็มคันรถ มากับราคาค่าตัวที่ถูกกว่ารุ่นเดิม โดยราคาอยู่ที่ 6,999,000 บาท

  คันต่อมาก็คือ BMW 3-Series Minor Change (LCI) ที่มีการปรับปรุงโฉมกันเล็กน้อยทั้งภายนอกและภายในห้องโดยสาร ไฮไลต์สำคัญในรุ่น 330i ที่มาแทน 328i เดิม โดยมากับขุมพลัง 2.0 ลิตร TwinPower Turbo พละกำลัง 252 แรงม้า โดยไม่มีการตอนแรงม้าเหมือนรุ่นก่อนๆ เพราะภาษีใหม่ปี 2559 คิดภาษีตามอัตราไอเสียแล้ว จากเดิมที่คิดตามความจุเครื่องยนต์ ดังนั้นจึงปล่อยพลังได้เต็มที่ โดย BMW 3-Series LCI มีราคาค่าตัวในแต่ละรุ่น ดังนี้
BMW 320d Luxury/Sport ราคา 2,799,000 บาท
BMW 320i ราคา 2,399,000 บาท
BMW 320i Luxury/Sport ราคา 2,699,000 บาท
BMW 330i M Sport ราคา 3,099,000 บาท

   อีกคันก็คือ BMW X5 xDrive40e  รถ SUV ในมาดของ Plug-In Hybrid มาับขุมพลังเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 2.0 ลิตร เทอร์โบชาร์จแบบ TwinScroll กำลังสูงสุดที่ 245 แรงม้า จับคู่มอเตอร์ไฟฟ้า 83 กิโลวัตต์ หรือเทียบเท่า 113 แรงม้า กำลังรวมทั้งระบบ 313 แรงม้า อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเพียง 31.3 กม./ลิตร และมีอัตราการปล่อย CO2 เพียง 76 กรัม/กม. กิโลเมตรเท่านั้น มากับราคา 5,399,000 บาท

   ต่อที่ฝั่งค่าย MINI ที่พระเอกของค่ายคือ MINI Clubman โฉมใหม่ ที่มาพร้อมกับขนาดที่ใหญ่โตกว่า MINI ทุกรุ่นที่สร้างมา ไฮไลต์คือมีประตูหลังเปิดแบบตู้กับข้าว มากับขุมพลัง 3 แบบด้วยกัน ได้แก่
เครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ กำลังสูงสุด 136 แรงม้า ต่อด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ TwinPower Turbo กำลังสูงสุด 192 แรงม้า และเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ กำลังสูงสุด 150 แรงม้า โดยมีราคาค่าตัวดังนี้
MINI Cooper Clubman ราคา 2,388,000 บาท
MINI Cooper D Clubman ราคา 2,688,000 บาท
MINI Cooper S Clubman ราคา 3,088,000 บาท
MINI Cooper S Clubman Hightrim ราคา 3,288,000 บาท

Chevrolet
   ค่ายโบว์ไทน์ Chevrolet มีไฮไลต์เด็ดภายในงาน 2 รุ่น เริ่มที่ Chevrolet Colorado High Country Storm ที่จับเอา High Country มาตกแต่งด้วยสติกเกอร์รอบคันและปรับเปลี่ยนล้ออัลลอยและกระจกมองข้างเป็นสีดำ และรายละเอียดอีกหลายรุ่น มี 2 รุ่นให้เลือกคือ รุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ ราคา 999,000 บาท และรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ ราคา 1,059,000 บาท

  คันต่อมาที่เป็นเซอร์ไพรซ์เลยก็คือ Chevrolet Captiva Minor Change ที่มีการปรับปรุงหน้าตาให้ดูสวยและทันสมัยขึ้นกว่าเดิม และปรับปรุงห้องโดยสารให้น่าใช้กว่าเดิม ไฮไลต์สำคัญคือ หน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้วที่รองรับทั้ง Android Auto และ Apple CarPlay รวมทั้งเพิ่มระบบความปลอดภัยใหม่ๆ ได้แก่ ระบบแจ้งเตือนมุมอับสายตา Side Blind Zone Alert, ระบบแจ้งเตือนการจราจรและสิ่งกีดขวางด้านหลัง Rear Cross Traffic Alert และระบบช่วยเหลือการถอยจอด Rear Park Assist และยังอำนวยความสะดวกด้วยระบบเข้า-ออกห้องโดยสารโดยไม่ต้องใช้กุญแจ Passive Entry Passive Start โดยยังไม่มีการประกาศราคาและพร้อมวางขายปีหน้า

Ford
   ปีนี้ยังคงไร้เงาของ Ford Focus Minor Change แต่อย่างไรก็ตามทาง Ford ก็ได้มีการเปิดตัว Ranger MY2016 และ Ford Everest MY2016 ที่ปรับราคาใหม่ตามอัตราภาษีสรรพสามิตปี 2016 แล้ว โดยสำหรับ Ford Everest ได้มีการปรับเปลี่ยนห้องโดยสารเป็นสีดำในรุ่น 2.2 Titanium และ 3.2 Titanium ส่วนรุ่น 3.2 Titanium+ สามารถเลือกได้ทั้งสีเบจและสีดำ และในรุ่น 3.2 Titanium+ ยังมีการเพิ่มเติมระบบความปลอดภัยเข้าไปได้แก่ 
- ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบรักษาระยะห่าง Adaptive Cruise Control
- ระบบเตือนการชนด้านหน้า Forward Collision Warning System
- ระบบช่วยรักษารถให้อยู่ในช่องจราจร Lane Keeping System
- ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัจฉริยะ Auto High Beam Control
- ระบบช่วยเตือนการเหนื่อยล้าขณะขับขี่ Driver Alert System 
ราคาค่าตัวของ Ford Everest MY2016 มีดังนี้ครับ
- รุ่น 2.2L Titanium 4x2 AT ราคา 1,389,000 บาท
- รุ่น 3.2L Titanium 4x4 AT ราคา 1,599,000 บาท
- รุ่น 3.2L Titanium+ 4x4 AT ราคา 1,749,000 บาท

   อีกคันก็คือ Ford Ranger MY2016 ที่เพิ่มออปชั่นในรุ่นท็อปสุด 3.2L WildTrak 4x4 AT ได้แก่
- ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบรักษาระยะห่าง Adaptive Cruise Control
- ระบบเตือนการชนด้านหน้า Forward Collision Warning System
- ระบบช่วยรักษารถให้อยู่ในช่องจราจร Lane Keeping System
- ระบบช่วยเตือนการเหนื่อยล้าขณะขับขี่ Driver Alert System
ราคาค่าตัว Ford Ranger MY2016 รุ่นท็อปสุดอยู่ที่ 1,189,000 บาท

Honda
   พระเอกของบูธนี้คงจะหนีไม่พ้น Honda BR-V รถอเนกประสงค์ขนาดเล็กที่มีพื้นฐานต่อยอดมาจาก Mobilio ที่พยายามสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้แตกต่างจาก Mobilio โดยมีให้เลือกทั้ง 5 และ 7 ที่นั่ง มากับเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร 120 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์ CVT รองรับน้ำมัน E85 โดยการเปิดตัวครั้งนี้เป็นการเปิดตัวอย่างไม่เป็นทางการ โดยจะเริ่มวางขายจริงในช่วงมกราคมปีหน้า โดยราคาน่าจะอยู่ราวๆ 7.5-8.2 แสนบาท

Hyundai
   ไฮไลต์ในบูธนี้เลยคือ ต้นแบบ Hyundai Intrado Concept ซึ่งเป็นต้นแบบที่จะแสดงทิศทางการออกแบบของ Hyundai ในอนาคต และยังมากับระบบขับเคลื่อนแบบ Fuel Cell ที่น่าจะเป็นรูปแบบการขับขี่ที่น่าจะแพร่หลายมากขึ้นในอนาคตอีกด้วย 

   และยังมีอีกคันก็คือ Hyundai Elantra Sport รุ่นพิเศษ Special Edition ที่ตกแต่งภายนอกและภายในห้องโดยสารของรถให้ดูสปอร์ตขึ้นกว่าเดิม โดยมากับราคาค่าตัว 996,000 บาท

Isuzu
   ค่าย Isuzu ปีนี้ถือโอกาสชูโรงของใหม่อย่าง Isuzu D-Max เครื่องใหม่ 1.9 ลิตร Blue Power ซึ่งแน่นอนว่าใครๆก็ให้ความสนใจกันมากมายในฐานะรองผู้นำตลาดกระบะ ซึ่งก็สามารถคว้ายอดจองสะสมในอันดับ 2 ได้ ทั้งๆที่ขายแค่กระบะกับ PPV ในขนาดเจ้าตลาดอย่าง Toyota ที่แม้จะเป็นอันดับ 1 แต่อย่าลืมว่ามีทั้งกระบะเก๋งและอีกสารพัดรุ่นด้วย

Jaguar/Land Rover
   ค่ายรถแดนผู้ดีรายนี้มีไฮไลต์คือ Jaguar XE ผู้ซึ่งจะมาเป็นคู่แข่ง C-Class และ 3-Series ยังคงมากับแนวการออกแบบที่ดูสวยงามและหรูหราสไตล์ผู้ดี มากับขุมพลังเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 2.0 ลิตร เทอร์โบชาร์จ กำลังสูงสุด 197 แรงม้า มีให้เลือก 2 รุ่นย่อยได้แก่
Jaguar XE R-Sport ราคาพิเศษ 3,999,000 บาท (จำกัดจำนวน)
Jaguar XE Portfolio ราคา 4,799,000 บาท

  ทางด้าน Land Rover มีรถรุ่นใหม่มาเปิดตัวหลายรุ่นเลยทีเดียว ซึ่งเป็นรถในตระกูล Range Rover ทั้งนั้น เริ่มต้นที่ Range Rover Hybrid และ Range Rover Sport Hybrid คู่หู SUV พลังไฮบริดเครื่องดีเซลครั้งแรกของค่าย มากับเครื่องยนต์ดีเซล LR-SD แบบ V6 สูบ ความจุ 3.0 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้ากำลัง 35 กิโลวัตต์ หรือเทียบเท่า 47.6 แรงม้า กำลังรวมทั้งระบบผลิตได้ถึง 340 แรงม้า มีราคาค่าตัวดังนี้ครับ
Range Rover Sport Hybrid HSE Dynamic Pack SDV6 เครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตร ราคา 8,999,000 บาท
Range Rover Sport Hybrid HSE Dynamic เครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตร ราคา 14,599,000 บาท
Range Rover Sport Hybrid Autobiography เครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตร ราคา 14,999,000 บาท
Range Rover Hybrid Autobiography SDV6 เครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตร ราคา 13,399,000 บาท


  ปิดท้ายด้วยรุ่น Range Rover Evoque รุ่นปี 2016 ที่มีการปรับปรุงหน้าตาภายนอกของรถให้ดูทันสมัยและดูสปอร์ตกว่าเดิม มีให้เลือก 2 รุ่นได้แก่ Range Rover Evoque SE Plus SD4 เครื่องยนต์ดีเซล 2.2 ลิตร ราคาพิเศษ 3,999,000 บาท มีจำนวนจำกัด และ Range Rover Evoque HSE Dynamic SD4 เครื่องยนต์ดีเซล 2.2 ลิตร ราคา 4,999,000 บาท

Lexus
    ค่ายรถหรูในเครือ Toyota ปีนี้มีรถใหม่มาให้เราได้ยลโฉมกัน 2 รุ่นด้วยกัน เริ่มต้นที่ All-New Lexus RX ที่ได้รับการออกแบบใหม่ให้ดูเฉียบคมและสปอร์ตขึ้นกว่าเดิม ไฮไลต์สำคัญคือขุมพลังเบนซิน 2.0 ลิตร 4 สูบเทอร์โบ 238 แรงม้า มีราคาค่าตัวดังนี้
RX200t Luxury ราคา 3,990,000 บาท
RX200t Premiem ราคา 4,490,000 บาท
RX200t F-Sport ราคา 4,990,00 บาท (ราคาพิเศษก่อนขึ้นเป็น 5,090,000 บาท)
และยังเปิดรับออเดอร์พิเศษในรุ่น RX450 Hybrid มีค่าตัวระหว่าง 6,800,000-7,600,000 บาทครับ

   อีกรุ่นก็คือ Lexus GS Minor Change ที่มาแบบเซอร์ไพรซ์เงียบๆ ที่ได้ปรับหน้าตาของรถให้ดูสปอร์ตโฉบเฉี่ยวกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัดเจน ไฮไลต์ยังคงอยู่ที่เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตรเทอร์โบ 4 สูบ พละกำลัง 245 แรงม้า มีราคาค่าตัวดังนี้
Lexus GS200t ราคา 4,590,000 บาท
Lexus GS300h ราคา 4,830,000 บาท
Lexus GS450h ราคา 8,110,000 บาท

Lamborghini
   ค่ายสปอร์ตกระทิงดุมีของใหม่มาอวด 2 รุ่นด้วยกัน เริ่มต้นที่ Lamborghini Huracan LP580-2 ที่เปิดตัวในตลาดโลกไม่กี่อาทิตย์ก็ข้ามน้ำข้ามทะเลมาเปิดตัวในเมืองไทยแบบรวดเร็วฉับไว โดยความพิเศษคือเป็นเวอร์ชั่นขับเคลื่อน 2 ล้อหลัง และมีน้ำหนักที่เบากว่าเวอร์ชั่น AWD มากับเครื่องยนต์เบนซิน 5.2 ลิตร V10 บล็อกเดิม ลดพละกำลังเหลือ 580 แรงม้า สนนราคาค่าตัว 22,500,000 บาท
   อีกคันหนึ่งก็คือ Lamborghini Huracan LP610-4 Spyder ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นเปิดหลังคาของซูเปอร์คาร์สุดเฟี้ยวคันนี้นั่นเอง มากับหลังคาผ้าใบพับเก็บโดยใช้เวลา 17 วินาทีที่ความเร็วไม่เกิน 50 กม./ชม. มากับขุมพลัง 5.2 ลิตร V10 พละกำลัง 610 แรงม้า อัตราเร่งและความเร็วสูงสุดลดจากตัวหลังคาแข็งเล็กน้อย มากับราคา 26,800,000 บาท

Mazda
   ค่าย Mazda ยังคงคึกคักอีกเหมือนเดิม เพราะมีรถรุ่นใหม่ๆภายในบูธหลายรุ่นด้วยกัน ไฮไลต์เด็ดๆก็มี Mazda CX-3 ใหม่ที่ใครๆหลายคนต่างให้ความสนใจ แม้ว่าตัวรถจะมีพื้นฐานจาก Mazda 2 แต่ความกว้างของภายในห้องโดยสารนั้นก็ถูกขยายให้กว้างขึ้นชัดเจน ได้ลองไปนั่ง 3 คนอัดกันในแถว 2 แล้ว ตัวผมเองกับท้วมๆ น้องอีกคนก็อ้วนๆ อีกคนหุ่นกำลังดี สรุปคือก็ไม่ได้แคบมากนัก

   และไฮไลต์สำคัญที่เปิดตัวครั้งแรกในงานเลยก็คือ Mazda MX-5 โฉมใหม่ ที่มากับแนวการออกแบบที่โฉบเฉี่ยวกว่าเดิม มาพร้อมกับขุมพลังเบนซิน 2.0 ลิตร กำลังสูงสุด 155 แรงม้า จับคู่เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด มากับราคา 2,700,000 บาท

   และอีกเซอร์ไพรซ์ก็คือ Mazda 2 MY2016 ที่ได้ปรับเพิ่มออปชั่นใหม่ นั่นก็คือ ไฟหน้าโปรเจคเตอร์ที่หลายคนรอคอย และเพิ่มเติมอีกหลายๆอย่าง อีกทั้งยังปรับราคาค่าตัวใหม่ โดยมีราคาลดลงจากเดิม เหลือแค่ 529,000-779,000 บาทครับ

McLaren
   ไฮไลต์ภายในงานของค่ายนี้ก็คือ McLaren 570S รถสปอร์ตราคาประหยัดที่ย่อมเยากว่ารุ่นพี่อย่าง 650S ซึ่งอันที่จริงมี 540C ด้วยแต่ไม่มีรถมาโชว์ภายในงาน โดยสปอร์ตคันนี้ได้สร้างมาเพื่อมาแข่งขันกับคู่แข่งระดับรองๆลงมาอย่างพวก Audi หรือ Mercedes-Benz ไม่ก็ Porsche ง่ายขึ้นโดยสปอร์ตอย่าง 570S จะมากับขุมพลังเบนซิน V8 ความจุ 3.8 ลิตร ทวินเทอร์โบชาร์จ รหัส M838TE วางกลางตามยาว รุ่นปรับปรุง ใช้ส่วนใหม่มากกว่า 30% มีฟังก์ชั่น Stop-start กำลังสูงสุดลดลงตามชื่อรุ่นคือ 570 แรงม้า มีราคาค่าตัว 21,800,000 บาท พร้อมส่งมอบไตรมาสแรกปีหน้า และยังเปิดจองรุ่น 540C ราคา 19,800,000 บาท พร้อมส่งมอบไตรมาส 3 ปีหน้า

Mercedes-Benz
   ค่ายดาวสามแฉก ในช่วงปลายปีนี้ ขนรถรุ่นใหม่มาเปิดตัวมากมายหลายรุ่นทีเดียว ขอเริ่มคันแรกเลยคือ A-Class Minor Change โดยมาในรุ่น A180 Style คันสีเขียวซึ่งดูแล้วมันรู้สึกเปรี้ยวตาเอามากๆ โดยภายนอกได้รับการออกแบบหน้าตาให้ทันสมัยขึ้นกว่าเดิม และตกแต่งภายในห้ดูสปอร์ตเร้าใจกว่าเดิม มากับเครื่องยนต์เบนซิน ความจุ 1,595 ซีซี กำลังสูงสุด 122 แรงม้า มากับราคา 1,990,000 บาท

   คันต่อมาคือ B-Class Minor Change มาในรุ่น B200 Urban ที่ปรับภายนอกของรถให้ทันสมัยขึ้นและให้ภาพลักษณ์ที่หรูกว่าเดิม ตกแต่งภายในห้องโดยสารให้ดูน่าสัมผัสกว่าเดิม มากับเครื่องเบนซินความจุ 1,595 ซีซี กำลังสูงสุด 156 แรงม้า พร้อมราคา 2,440,000 บาท

   ไฮไลต์คันต่อมาคือ GLE-Class หรือ ML-Class Minor Change ที่ได้ปรับหน้าตาใหม่ทั้งภายนอกและภายในห้องโดยสารให้ดูทันสมัยขึ้นกว่าเดิม มากับขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซลแถวเรียง 4 สูบ ความจุ 2,143 ซีซี เทอร์โบคู่ พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติแบบ 9G-TRONIC พร้อมแพดเดิลชิฟท์ กำลังสูงสุด 204 แรงม้า มีให้เลือก 2 รุ่นย่อยได้แก่ GLE250d 4Matic Exclusive ราคา 4,990,000 บาท และ GLE250d 4Matic AMG Dynamic ราคา 5,490,000 บาท

   อีกคันก็คือ GLE Coupe ที่มากับรุ่นย่อยใหม่ GLE350 d 4MATIC Coupe AMG Dynamic ที่จะมากับขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซลแบบ V6 ความจุ 2,987 ซีซี เทอร์โบชาร์จ เกียร์อัตโนมัติเดินหน้า 9G-TRONIC กำลังสูงสุด 258 แรงม้า ขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ Permanent All-Wheel Drive มากับราคา 6,690,000 บาท

   ปิดท้ายด้วย G-Class Minor Change รถอเนกประสงค์สุดเก๋าที่ได้รับการปรับปรุงหน้าตาใหม่กันเล็กน้อย มาในรุ่นย่อยใหม่ G350d Sport มากับขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซล ความจุ 2,987 ซีซี กำลังสูงสุด 245 แรงม้า มากับราคา 8,490,000 บาท


MG 
   ค่าย MG ปีนี้มีตัวชูโรงคือ MG5 ที่เปิดตัวไปไม่นานมานี้ ซึ่งมาแข่งขันในกลุ่มตลาดซับคอมแพ็คคาร์ โดยหลังจากไปนั่งคันจริงแล้ว ต้องขอบอกว่าภายในห้องโดยสารนั้นมีความกว้างขวางกว่าคู่แข่งเป็นไหนๆ เทียบเท่า C-Segment ได้เลย และยังมากับระบบความปลอดภัยที่อัดแน่นมาตั้งแต่รุ่นล่างๆ และด้วยราคาค่าตัว 629,000-739,000 บาท ถือว่าคุ้มมากเมื่อเทียบกับออปชั่นที่ให้มา ต่อให้เพิ่มราคาอีก 20,000 บาท ซึ่งเป็นราคาปีหน้า ก็ยังคุ้มราคาเหมือนเดิม

   นอกจากนี้แล้วยังมีอีก 1 เซอร์ไพรซ์คือ MG CS Concept ต้นแบบของรถอเนกประสงค์ว่าที่คู่แข่ง HR-V / CX-3 ที่จะเปิดตัวในเมืองไทยภายในช่วงต้นปีหน้า ถือว่ามาอวดโฉมต้นแบบเรียกน้ำย่อยก่อนรุ่นขายจริงจะมา

Mitsubishi
    ค่ายสามเพชรปีนี้รู้สึกจะอยู่ในช่วงขาขึ้นเป็นอย่างมาก เพราะ เปรี้ยงปร้างกับ Mitsubishi Pajero Sport ใหม่ที่สวยโดนใจหลายคน อีกทั้งยังมากับราคาค่าตัวที่น่าคบหา ทำให้ได้ใจใครๆหลายคน สำหรับไฮไลต์ในช่วงปลายปีนี้นั้น ถือเป็นเซอร์ไพรซ์ที่ทาง Mitsubishi ได้ทำการเปิดตัว Mitsubishi Mirage Minor Change ใหม่ ซึ่งน่าจะเป็นประเทศที่ 2 ของโลกที่เปิดตัว ซึ่งความไม่ธรรมดในการปรับโฉมครั้งนี้คือ ทาง Mitsubishi ได้จัดเต็มออปชั่นรวมทั้งระบบความปลอดภัยมากมายให้กับอีโคคาร์คันเก่งของพวกเขา  โดยติดตั้ง "ระบบเตือนการชนด้านหน้าตรง พร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว"และ "ระบบตัดกำลังเครื่องยนต์ชั่วขณะขณะเหยียบคันเร่งรุนแรงและรวดเร็ว" (รุ่น GLS และ GLS LTD) และทุกรุ่นย่อยจะได้ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ASC และระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HSA ครับ แล้วก็มี ABS EBD ฺBA ถุงลมคู่หน้า ทุกรุ่นย่อย อีกทั้งยังมากับราคาค่าตัวที่ถูกกว่าใครๆ ด้วยราคาค่าตัว 383,000-567,000 บาท กับออปชั่นแบบนี้ถือว่าน่าคบหา และน่าจะเป็นอีกตัวทำยอดขายให้กับ Mitsubishi ได้แน่นอน
Mitsubishi Triton ตัวแข่งแรลลี่

Nissan
   เป็นอีกค่ายที่หลายคนให้ความสนใจกันมาก แม้แต่ผมที่ไปครั้งแรกวันที่ 5 ธ.ค. คนแน่นบูธจนจะถ่ายภาพรถเต็มคันไม่ได้ จึงต้องมาเก็บภาพในวันธรรมดาอีกครั้ง ไฮไลต์ของพวกเขาปีนี้คือ Nissan X-Trail Hybrid รถอเนกประสงค์ยอดนิยมของเมืองไทยที่ตอนนี้มาพร้อมทางเลือกขุมพลังไฮบริด ซึ่งก็เป็นที่สนใจของใครๆหลายคน อีกทั้งยังมากับราคาค่าตัวตั้งแต่ 1,249,000-1,395,000 บาท

   คันต่อมาคือ Nissan NP300 Navara Sportech ที่นำเอากระบะของค่ายมาตกแต่งให้ดูสปอร์ตขึ้นกว่าเดิม ด้วยชุดกระจังหน้าใหม่ และติดตั้งสเกิร์ตรอบคัน พร้อมสปอร์ตบาร์ด้านหลังอีก และอีกหลายประการ ซึ่งก็ถือว่ามีหน้าตาที่หล่อเหลาขึ้นไม่แพ้กระบะคู่แข่งเลย โดยมากับราคา 806,000-1,041,000 บาท

  นอกจากนี้ยังคงนำเสนอรถเก๋งรุ่นล่าสุดของพวกเขาอย่าง Nissan Sylphy DIG Turbo ที่มาพร้อมกับเครื่องยนต์ 1.6 ลิตร 4 สูบ เทอร์โบ 190 แรงม้า พร้อมราคาค่าตัวน่าคบที่ 999,000 บาท

Peugeot
   ปีนี้ไม่มีรถใหม่มาเปิดตัวแม้แต่รุ่นเดียว ยังคงไม่แต่รถหน้าเดิมๆมาขาย เลยไม่ขอกล่าวอะไรมากนัก

Porsche
   ค่ายสปอร์ตหน้ากบรายนี้ มีไฮไลต์ของพวกเขาคือ Porsche 911 GT3 RS สปอร์ตคันงามที่ถูกนำมาทำให้ดิบขึ้นกว่าเดิม มากับเครื่องยนต์ 6 สูบนอน ความจุ 4.0 ลิตร หายใจธรรมดา กำลังสูงสุด 500 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติคลัตช์คู่ 7สปีด PDK อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 3.3 วินาที 0-200 กม./ชม. ภายใน 10.9 วินาที ความเร็วสูงสุด 310 กม/ชม. อัตราการคาย CO2 อยู่ที่ 296 กรัม/กม. ราคาค่าตัวยังไม่ทราบครับ

Subaru
   ค่ายดาวลูกไก่ มีไฮไลต์มาเปิดตัวภายในงานหลายรุ่นด้วยกันครับ ก่อนอื่นขอเริ่มที่ Subaru XV Minor Change ที่ได้รับการปรับปรุงภายนอกให้ดูทันสมัยขึ้นอีกเล็กน้อย โดยยังคงซึ่งเอกลักษณ์เดิมๆไว้ครบถ้วน ยังคงมากับเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร Boxer พละกำลัง 150 แรงม้าเหมือนเดิม มากับราคาค่าตัวที่โดนใจ โดยมีราคาค่าตัวดังนี้ครับ
Subaru XV 2.0i ราคา 1,098,000 บาท
Subaru XV 2.0i-P ราคา 1,198,000 บาท

   คันต่อมาคือ Subaru Levorg สปอร์ตทัวเรอร์คันงามที่มากับหน้าตาที่โฉบเฉี่ยวงดงามตั้งแต่หน้าจรดท้าย เป็นหนึ่งใน Subaru ที่ออกแบบได้สวยงามโดนใจ และน่าจะถูกอกถูกใจสาวกดาวลูกไก่หลายๆคน รถคันนี้ยังมากับขุมพลัง 1.6 ลิตร 4 สูบเทอร์โบ พละกำลัง 170 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์ Linetronic CVT มากับราคา 2,350,000 บาท


   ปิดท้ายด้วยต้นแบบสุดเท่อย่าง Subaru Viziv II Concept ที่มาอวดโฉมให้คนที่มาดูงานได้มาถ่ายภาพกัน ก็เป็นอีกหนึ่งต้นแบบที่สร้างความสนใจให้กับค่ายดาวลูกไก่ไม่น้อยเลย

Suzuki
   ค่ายรถเก๋งเล็ก Suzuki มีตัวชูโรงของพวกเขาคือ Suzuki Ciaz RS ที่เพิ่มเติมจากตัวท็อปเดิมคือ สเกิร์ตรอบคันและสปอยเลอร์ ล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว ภายในห้องโดยสารมากับเบาะหนัง และหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้วรองรับระบบ Apple CarPlay มากับราคาค่าตัว 675,000 บาท

Tata
   ค่ายรถจากแดนภารตะที่หลายคนมองข้ามอย่าง Tata ปีนี้พวกเขาก็ยังคงชูโรงด้วย Tata Xenon 150N-Xplore กระบะขับเคลื่อน 4 ล้อตัวท็อปที่มากับราคาค่าตัวที่โคตรถูกที่ 734,900 บาท แต่หลายคนก็ยังคงมองข้าม อย่างไรก็ตาม Tata ก็นำเอากระบะของพวกเขามาตกแต่งในมาดกระบะขาลุย จนกลายเป็น Tata Xenon 150XT 4WD

ปิดท้ายด้วยกระบะขนของที่ตกแต่งแนวซิ่ง Tata Super Ace Mint กลายเป็นกระบะพ่อบ้านใจกล้าไปโดยปริยาย

Toyota 
   ค่ายเจ้าตลาดอย่าง Toyota ที่ช่วงปลายปีนี้ยังคงสนุกกับการขายกระบะ Hilux Revo กับ Fortuner ซึ่งยังมีโปรโมชั่นพิเศษ จองแล้วได้ชุดแต่ง TRD มูลค่า 43,900 บาทฟรี หลายคนอาจจะเข้าใจผิดว่า Toyota ออกตัว TRD แล้วเพราะขายไม่ดี จริงๆแล้วไม่ใช่เวอร์ชั่นพิเศษ แต่เป็นชุดแต่งเสริมให้เลือกติดตั้งได้

   อย่างไรก็ตาม Toyota ก็ยังตามกระแสกระบะแต่งหล่อ ด้วยการเผยโฉมหน้าของ Toyota Hilux Revo Sport Concept ที่ตกแต่งภายนอกให้ดูสวยงามและสปอร์ตยิ่งขึ้นกว่าเดิม แต่ยังคงซึ่งความแกร่งในฉบับกระบะ โดยยังคงแค่ต้นแบบแสดงแนวคิดเท่านั้น ยังไม่มีทำขาย แต่ในอนาคตไม่แน่อาจจะทำเป็น Part แยกขายก็เป็นได้

   นอกจากนี้แล้ว Toyota ยังเซอร์ไพรซ์ด้วยการนำต้นแบบสปอร์ตเปิดประทุน FT-86 Open มาโชว์ตัวภายในงานอีกด้วย ซึ่งรถคันนี้ยังเป็นแค่ต้นแบบที่ยังไม่มีแผนเข้าสายการผลิตจริงแต่อย่างใด

   และเซอร์ไพรซ์ปิดท้ายก็คือ Toyota Avanza Minor Change ที่ปรับปรุงหน้าตาภายนอกของรถให้ดูสปอร์ตและทันสมัยกว่าเดิม ภายในห้องโดยสารก็หันมาใช้วัสดุที่ดีขึ้น โดยรถคันนี้จะมากับเครื่องยนต์ใหม่ตระกูล NR โดยมากับเครื่อง 1.5 ลิตร 2NR-FE Dual VVT-i พละกำลัง 102 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด มากับราคาตั้งแต่ 605,000-729,000 บาท

Volkswagen
   เข้าบูธไปยังคงมีแต่รถตู้ Volkswagen หน้าเดิมๆมาขาย แต่เมื่อเข้าไปนั่งในรถตู้ของพวกเขายังคงรู้สึกดี และเห็นพริตตี้ค่ายนี้สวยเลยยังพอให้อภัยได้บ้าง

Volvo
   ปิดท้ายด้วยค่ายรถแห่งสแกนดิเนเวียน ที่ไฮไลต์ของพวกเขาในงานนี้คือ Volvo V40 T5 R Polestar Limited รถแฮตซ์แบ็ครุ่นพิเศษ ที่มากับสีขาวสะอาดตา กระจกมองข้างสีดำ ล้ออัลลอยลายสปอร์ต มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร 4 สูบ มากับพละกำลัง 245 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด มากับราคาค่าตัว 1,999,000 บาท และที่สำคัญ จำกัดจำนวนแค่ 28 คันในไทยด้วยครับ

  และทั้งหมดนี้ก็คือไฮไลต์สำคัญๆที่เปิดตัวภายในงาน Motor Expo 2015 ซึ่งมีมากมายหลายคันเลยทีเดียว ซึ่งบอกเลยว่าท่านผู้อ่านทั้งหลายไม่ควรพลาดงานนี้ด้วยประการทั้งปวง โดยงานจะจัดจนถึงวันที่ 13 ธ.ค. ฉะนั้นแล้ว ใครมีเวลาก็รีบไปเที่ยวงานนี้กันให้อิ่มหนำสำราญเลยครับ ซึ่งงานจัดขึ้นที่อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี อาคาร Challenger 1-3 ครับ

 มาร่วมพูดคุยกันสนุกๆเรื่องรถยนต์ประดุจเพื่อนข้างกาย
พร้อมเกาะติดข่าวการเปิดตัวรถใหม่กันแบบฉับไว
กดไลค์แฟนเพจของ Cars New Update ด้านล่างได้เลยครับ!!!

   

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น