วันอังคารที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2556

เปิดเผยสเปกก่อนเปิดตัวจริง Toyota Yaris 2013 (Eco Car)

   กำลังเป็นกระแสฟีเวอร์ในโลกออนไลน์สำหรับอีโคคาร์ที่ทุกคนรอคอยอย่าง Toyota Yaris ที่เปิดตัวไปแล้วที่ประเทศจีน และตอนนี้คนไทยอย่างเรากำลังเฝ้ารอคอยกันอย่างใจจดใจจ่อครับ มีทั้งรถทดสอบออกมาวิ่งมากมาย แต่ถึงอย่างไรเราๆหลายคนก็เห็นภาพตัวเป็นๆกันแล้ว ทำให้หลายคนรอเก้อและคงคิดกันว่าเมื่อไหร่จะเปิดตัวซักที
   Toyota Yaris Eco Car คันนี้ต้องผ่านปัญหาอุปสรรคต่างๆมามากมาย ทั้งการเลื่อนการเปิดตัว ความไม่ลงรอยของเครื่องยนต์ ชิ้นส่วนแผงประตู และนโยบายอีโคคาร์ เฟส 2 ที่กำลังจะตามมาครับ
   ถึงอย่างไรเราก็รู้ฤกษ์วันเปิดตัวกันแล้วก็คือ 22 ต.ค. ซึ่งก็อีกเดือนเดียวเท่านั้น แต่ถึงอย่างไรก็ดูจะช้า เพราะ ทางโรงงานเกตเวย์ 2 ซึ่งจะผลิตอีโคคาร์คันดังกล่าว ได้เปิดสายการผลิตแล้วเมื่อ 26 ส.ค. ที่ผ่านมา คงเป็นเพราะจะระบาย Yaris เก่าออกก่อน แล้วจึงทำการเปิดตัวทีหลัง
   นอกเรื่องกันมามากพอ เรามาดูกันก่อนว่า Yaris Eco Car จะมีข้อมูลทางเทคนิคอะไรบ้าง ไปดูกัน
ภาพและข้อมูลจาก www.thaiyaris.com
ภาพจาก www.thaiyaris.com
     Toyota Yaris โฉมใหม่ หรือ Yaris Eco Car จะมีมิติตัวถังเมื่อเทียบกับโฉมปัจจุบัน มีความยาว 4,115 ม. (เดิม 3,800 มม. + 315 มม.) กว้าง 1,700 มม. (เดิม 1,695 มม. + 5 มม.) สูง 1,475 มม. (เดิม 1,520 มม. - 45 มม.) ความยาวฐานล้อ 2,550 มม. (เดิม 2,460 มม. + 90 มม.) หน้าตาของรถจะมาแนว Keen Look แนวการออกแบบในปัจจุบันของ Toyota ซึ่งจะคล้ายๆ Vios ครับ (ยังไงมันก็ใช้พื้นฐานร่วมกันอยู่แล้ว) หน้าตาได้รับการถ่ายทอดมาจาก Toyota Dear Qin Concept นะครับ ตัวรถจะออกแนวสปอร์ต โฉบเฉี่ยว ลงตัว เหมาะกับพวกชอบแต่งซิ่งอย่างมากครับ ภายในนั้นก็เหมือนกับ Vios ทุกประการครับ ต่างกันแค่ไฟแสดงผลเป็นสีส้ม ของวีออสจะเป็นสีฟ้า
   Toyota Yaris ใหม่จะแบ่งเกรด 4 รุ่น ได้แก่ รุ่น J Eco, J, E และ G ครับ
ภาพและข้อมูลจาก www.thaiyaris.com
ภาพและข้อมูลจาก www.thaiyaris.com
 - กระจังหน้า และไฟหน้า รุ่น J Eco และรุ่น J จะมากับกระจังหน้าสีดำ ไฟหน้ามัลติรีเฟลกเตอร์ และโปรเจกเตอร์ตามลำดับ รุ่น E และ G จะมากับกระจังหน้าสีเงิน และไฟหน้าโปรเจกเตอร์
- มือจับประตู รุ่น J Eco จะมีมือจับประตูสีดำ รุ่น J และ E สีเดียวกับตัวรถ รุ่น G แบบโครเมียม
- ล้อแม็ก รุ่น J Eco จะเป็นล้อกระทะสีดำ รุ่น J ล้อกระทะพร้อมฝาครอบ 14 นิ้ว รุ่น E ล้อกระทะพร้อมฝาครอบ 15 นิ้ว และ รุ่น G ล้ออัลลอย 15 นิ้ว
- ไฟท้าย LED ทุกรุ่น ทุกรุ่นจะมีไฟเบรกดวงที่ 3 ยกเว้นรุ่น J Eco
  สีมีให้เลือก 6 สี ได้แก่ สี Orange Metallic สี Red Mica Metallic สี Attitude Black Mica สี Grey Metallic สี Frozen Blue Metallic และ สี Super White 8iy[
 - แผงคอนโซลหน้า รุ่น G จะเป็นแผงคอนโซลหน้าสีเงิน นอกนั้นจะใช้วัสดุสีดำหมด เบาะผ้าทุกรุ่น
- หัวเกียร์รุ่น G จะหุ้มหนัง นอกนั้นเป็นแบบยูรีเทน
- วิทยุ รุ่น J Eco ไม่มีวิทยุ นอกนั้นติดตั้งให้หมด
ภาพจาก www.thaiyaris.com
- เบาะนั่งด้านหลัง รุ่น J Eco และ J จะพับได้อย่างเดียว ส่วนรุ่น E และ G จะพับได้แบบ 60 : 40
- ในรุ่น G ซึ่งเป็นรุ่นท็อปจะมีออฟชั่นครบ อาทิ ระบบ Smart Entry และ Pust Start ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ จอแสดงผลข้อมูลการขับขี่
- กระจกมองข้าง รุ่น J Eco จะเป็นสีดำ ปรับพับเอง นอกนั้นสีเดียวกับตัวรถ รุ่น E และ G มีไฟเลี้ยวมาให้ด้วย รุ่น E สามารถปรับด้วยไฟฟ้าได้ ส่วนรุ่น G ปรับและพับเก็บด้วยไฟฟ้า
   ด้านเครื่องยนต์นั้นนะครับ ตามที่เคยคาดการณ์กันไว้ว่าจะใช้เครื่องตระกูล NR 1.2 ลิตร แล้วก็จริงซะด้วย ทุกรุ่นมากับเครื่องเบนซิน 3NR-FE 4 สูบ 16 วาล์ว DOHC ให้กำลังสูงสุด 86 แรงม้าที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิด 106 นิวตัน-เมตรที่ 4,000 รอบต่อนาที ทั้งหมดส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ CVT-i พร้อม Shift Lock เพียงตัวเลือกเดียวเท่านั้นครับ ไม่มีเกียร์กระปุก ระบบกันสะเทือนหน้าเป็นแบบแมคเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง หลังเป็นแบบทอร์ชั่นบีม พร้อมเหล็กกันโคลงครับ
     มาถึงจุดที่ใครๆหลายคนอยากรู้กันนั่นก็คือ ราคานั่นเองครับ ตอนนี้เราก็ยังไม่สามารถบอกได้เต็มปากครับว่าเท่าไหร่กันแน่ แต่จากที่ดูตามเว็บไซด์หลายเว็บโพสต์ข้อมูลกัน ทำให้เราพอจะรู้ราคาอย่างไม่เป็นทางการบ้าง ถึงอย่างไรก็ต้องรอการเปิดตัวจริงในเดือนหน้าครับ
   อันนี้เป็นราคาที่ได้มาจาก www.thaiyaris.com นะครับ (อยากชัวร์ 100% ต้องรอการเปิดตัวจริงๆครับ)
รุ่น J Eco ราคา 399,000 บาท รุ่น J ราคา 439,000 บาท รุ่น E ราคา 499,000 บาท และ รุ่น G ราคา 559,000 บาทครับ
ภาพ Yaris ถูกแอบถ่ายขณะพรางตัวอยู่ ภาพจากเพจ New Yaris Club
   จากราคาที่กล่าวมานี้ ราคาก็ไม่หนียี่ห้ออื่นออกไปมากนัก อาจแพงกว่ายี่ห้ออื่นบ้าง บางรุ่นถูกกว่าอีโคคาร์บางยี่ห้อด้วยซ้ำ แต่ความคิดเห็นผม รุ่น J Eco มัน Eco สมชื่อมันจริง ตัดออฟชั่นออกไปแบบสุดๆ มีแค่ล้อกระทะ ไม่มีวิทยุ กระจกมือหมุน รุ่น J ดูจะคุ้มขึ้นมาหน่อย ราคานั้น ความต่างของราคารุ่น E และ G ต่างกันแบบสุดๆถึง 60,000 บาท ก็ต้องเข้าใจว่าทางโตโยต้าจะจัดหนักรุ่นท็อปขนาดไหน ออฟชั่นครบทุกรุ่น สรุปรุ่นที่ผมคิดว่าคุ้มสุด คือ รุ่น E จัดออปชั่นแบบพอดีๆ บางออปชั่นในรุ่น G ก็ไม่จำเป็นเท่าไร ดังนั้น่าจะคุ้มสุดครับ
  การเปิดตัวก็อย่างที่ว่ากันไปแล้วหลายๆครั้ง ว่าจะเปิดตัวในวันที่ 22 ต.ค. ที่ CentralWorld แม้แต่ผู้ชมบางบ้านก็สามารถมีส่วนร่วมในการเปิดตัวได้ด้วยทางหน้าจอคอมของท่านเองครับ ซึ่งตอนนี้ก็มีการเริ่มถ่ายโฆษณากันแล้ว แน่นอนว่าการเปิดตัวครั้งนี้จะต้องทำให้ตลาดที่กำลังซบเซากลับมาร้อนเป็นไฟได้อีกครั้งแน่นอน และถ้า Toyota ตั้งราคาแบบที่กล่าวไว้ข้างบนละก็ ศึกการแข่งขัน Eco car จะต้องสนุกเร้าใจแน่นอนครับ
ขอบคุณภาพจาก www.thaiyaris.com และ แฟนเพจ New Yaris Club
Update ทุกความเคลื่อนไหวไปกับเรา ได้ที่ Facebook ข้างล่างนี้
 
และอีกหนึ่งแฟนเพจครับ New Cars Around The World Fan Page

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น