วันอังคารที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2560

All-New Lamborghini Urus การกลับมาอีกครั้งของรถ SUV ค่ายกระทิงดุ

  ห่างหายไปนานมากกับการทำตลาดรถ SUV ค่ายกระทิงดุแห่งอิตาลีอย่าง Lamborghini ก็ได้ฤกษ์ดีในการเผยโฉม All-New Lamborghini Urus รถ SUV ดีไซน์ดุดันที่มาพร้อมความหรูหราและพร้อมปะทะกับคู่แข่งสายหรูในตลาดหลากหลายรุ่น

   Lamborghini Urus มากับสัดส่วนตัวถังความยาว 5,112 มิลลิเมตร ความกว้าง 2,016 มิลลิเมตรและสูง 1,638 มิลลิเมตร นอกจากนี้ Urus ยังมีฐานล้อขนาดใหญ่กว่าคู่แข่งด้วยความยาวที่ 3,003 มิลลิเมตร และน้ำหนักตัวไม่เกิน 2,200 กิโลกรัม ซึ่งน้อยกว่า Cayenne Turbo โฉมล่าสุด

  รูปลักษณ์ภายนอกยังคงมาแนวสวยงามดุดันตามสไตล์ค่าย Lamborghini มากับโคมไฟหน้าทรงเรียวพร้อมไฟ LED DRL ทรงตัว Y อันเป็นเอกลักษณ์ของค่าย ด้านหน้ามากับกันชนที่มีช่องรับอากาศขนาดใหญ่ เส้นสายด้านข้างมากับแนวหลังคาต่ำและลาดเอียง ต่อเนื่องไปถึงไฟท้าย LED ทรงสวยที่ออกแบบรายละเอียดเป็นทรงตัว Y เหมือนเดิม ครีบรีดอากาศด้านหลังกันชนมีดีไซน์ที่ดุดันอันได้รับแรงบันดาลใจจากรถแข่ง และยังมากับท่อไอเสียคู่

  ภายในห้องโดยสารก็ยังคงเอกลักษณ์ความเป็น Lamborghini เหมือนเดิม ผสมผสานความดุดันและสปอร์ตเข้ากับความหรูหราได้อย่างลงตัว แนวการออกแบบภายในมีการออกแบบด้วยทรง 6 เหลี่ยมเหมือน Lamborghini รุ่นอื่นๆ ติดตั้งฟังก์ชั่นต่างๆและสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย เช่น พวงมาลัยทรงสปอร์ตแบบ 3 ก้านพร้อมระบบลดการสั่นสะเทือน , ชุดหน้าปัดจอสี TFT ขนาดใหญ่ , ระบบปรับลำแสงไฟหน้าอัตโนมัติ High Beam Assistant , เซ็นเซอร์ช่วยในการจอด , ชุดระบบช่วยเหลือการขับขี่  PreCognition system ที่ช่วยทั้งในด้านการป้องกันการชนและลดอุบัติเหตุ  , เบาะนั่งคนขับและผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 12 ทิศทาง (สามารถสั่งออปชั่นเพิ่มเป็น 18 ทิศทางได้) สำหรับเนื้อที่วางสัมภาระด้านหลังจะอยู่ที่ 616 ลิตร และเมื่อพับเบาะหลังลงจะสามารถจุได้ถึง 1,596 ลิตร

  ระบบอินโฟเทนเมนต์ของ Urus ติดตั้งระบบที่ชื่อว่า "LIS" ที่สามารถรองรับการสั่งการด้วยเสียง และสามารถเชื่อมต่อได้ทั้ง Apple CarPlay หรือ Android Auto ระบบเครื่องเสียงจะติดตั้งลำโพง 8 ตัวเป็นมาตรฐาน ลูกค้าสามารถเลือกออปชั่นเครื่องเสียงแบบไฮเอนด์ 3D จาก Bang & Olufsen ได้

   เบื้องต้น Lamborghini Urus ติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน 4.0 ลิตร V8 ทวินเทอร์โบ มากับพละกำลัง 650 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 850 นิวตัน-เมตร สามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายในเวลา 3.6 วินาที , 0-200 กม./ชม. ในเวลา 12.8 วินาที ความเร็วสูงสุด 305 กม./ชม. ส่วนขุมพลังแบบ Plug-In Hybrid น่าจะตามมาในภายหลัง

  ติดตั้งระบบขับเคลื่อน 4 ล้อพร้อมระบบส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดแบบ Torque Converter ที่ช่วยในการตอบสนองต่อเทอร์โบคู่ V8 และมีการอัตราการกระจายแรงบิดหน้า-หลังอยู่ที่ 40/60 นอกจากนั้นแล้วยังมีระบบที่ช่วยกระจายแรงบิดไปทางล้อหน้าถึง 70% หรือกระจายไปทางล้อหลัง 87% ได้อีกด้วย

  เพื่อให้รถมีจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำ Urus ถูกติดตั้งเครื่องยนต์ในตำแหน่งที่ต่ำลงมาจากปกติ และยังติดตั้งเทอร์โบชาร์จไว้ใกล้ห้องเผาไหม้เพื่อเพิ่มการตอบสนองต่อเครื่องยนต์ที่ดีมากยิ่งขึ้น

  Urus มีโหมดการขับขี่ให้เลือก 6 โหมดด้วยกัน ได้แก่ Strada, Sport, Corsa สามโหมดนี้จะเน้นปรับแต่งด้านการขับขี่ทางเรียบ ต่อด้วยโหมด Neve (หิมะ), Terra (ออฟโรด) และ Sabbia (ทราย) สามโหมดนี้จะมีการปรับช่วงล่างและยกตัวรถให้สูงขึ้นรองรับการลุยเส้นทางออฟโรด และยังมีโหมดที่สามารถปรับตั้งค่าได้เองชื่อว่า "Ego" อีกด้วย

  All-New Lamborghini Urus มีราคาเริ่มต้นที่ 200,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 6,531,000 บาท ในตลาด USA , ราคา 131,500 ปอนด์ (หรือประมาณ 5,760,000 บาท) ในตลาดอังกฤษ , 171,429 ยูโร (ประมาณ 6,642,000 บาท) ในตลาดยุโรป และ ราคา 3,130,000 หยวน (ประมาณ 15,427,000 บาท) ในตลาดจีน โดยจะเริ่มส่งมอบรถได้ช่วงฤดูใบไม้ผลิหรือราวๆเดือนมีนาคมปี 2018 ครับ

ที่มา Carscoops

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับข่าวรถได้
ห้ามแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการพนัน หรือสิ่งผิดกฎหมาย

Like Box