วันศุกร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2557

เปืดตัว Honda CR-V Minor Change ในไทย : ปฏิบัตการสายฟ้าแลบสกัดดาวรุ่ง Nissan X-Trail

  Honda CR-V ถือเป็นหนึ่งในรถของ Honda ที่ทำเงินให้กับค่ายพอสมควร ถือว่าเป็นตัวเลือกอันดับ 1 เลยถ้าใครกำลังมองหารถอเนกประสงค์แนวนี้ซักคัน ซึ่งมันก็ยังคงเป็นเจ้าตลาดมาโดยตลอด แต่แล้วเมื่อคู่แข่งรายใหม่ที่เพิ่มเข้ามา ไม่ว่าจะเป็น Subaru XV หรือจะเป็น Mazda CX-5 ยังไม่นับรวม Nissan X-Trail โฉมใหม่ที่เตรียมสู้ศึกแบบเต็มกำลังในวันที่ 18 พ.ย. ด้วย นั่นทำให้ Honda จึงใช้แผนเด็ดปฏิบัติการสายฟ้าแลบ ชิงเปิดตัว CR-V โฉมใหม่ก่อนคู่แข่งกันเลยทีเดียว


  จะว่าไปแล้วอันที่จริง Honda CR-V มันก็ถึงเวลาปล่อยของในไทยแล้วหละ เพราะช่วงเวลาตอนมันเปิดตัวใหม่ๆเมื่อช่วงกันยายน 2555 ซึ่งเปิดตัวช้ากว่ากำหนดไปกว่าครึ่งปีอันเนื่องมาจากปัญหามหาอุทกภัยในไทย แต่ ณ ปัจจุบันนี้ เราก็ยังถือว่า Honda CR-V Minor Change มาไทยเร็วมาก เพราะ ตามหลังตลาดอเมริกาและยุโรปไม่ถึงเดือนเลยด้วยซ้ำไป ถือเป็นความโคตรไวของค่ายนี้เลย


  ดูจากรูปกาย Honda CR-V Minor Change อ้างอิงรูปลักษณ์จากเวอร์ชั่นยุโรปตามคาดซึ่งมันจะดูมีความคมกว่าโฉมอเมริกานิดหน่อยครับ หน้าตาของมันก็ได้รับ Design Language ในแบบ Exciting H Design!!! ตามพี่น้องร่วมค่าย โดยเฉพาะกระจังหน้าที่อาจทำให้นึกถึงรุ่นน้อง Honda Jazz เล็กน้อย ไฟหน้าของรถทุกรุ่นจะได้ Daytine Running Lights แต่ในรุ่น 2.0 ลิตร จะเป็นแบบมัลติรีเฟลกเตอร์ธรรมดา ส่วนรุ่น 2.4 จะได้โคมไฟ HID Projector กันชนหน้าเปลี่ยนใหม่พร้อมชายล่างกันชนหน้าเสริมความบึกบึนขึ้นกว่าเดิม มือจับประตูโครเมียมตั้งแต่รุ่น 2.0 E 4WD ขึ้นไป และจุดที่บางคนอาจจะขัดใจก็คือ ล้ออัลลอยลายใหม่ลายใบพัดขนาด 17-18 นิ้วที่ทำให้ดูเหมือนว่า Honda จะใส่ล้อลายใบพัดในรถรุ่นหลังๆของ Honda มากขึ้น ซึ่งลายล้อของ CR-V อาจจะไม่ถูกใจบางคนแต่สำหรับผู้เขียนก็เฉยๆอะครับ แต่ก็แอบขัดใจนิดๆ ส่วนท้ายนั้นมีการเปลี่ยนหลอดไฟท้ายใหม่ กันชนท้ายใหม่ และทับทิมด้านหลัง
   ภายในถือเป็นอีกจุดที่มีการเปลี่ยนแปลง ดูผิวเผินเหมือนไม่เปลี่ยนอะไรมาก แต่งานนี้ Honda ได้ลงทุนปรับคอนโซลให้มีมิติมากกว่าเดิมอีกนิด และขึ้นลายตะเข็บหลอกๆไว้บนคอนโซล เพิ่มวัสดุสิเงินครอบกรอบช่องแอร์ เปลี่ยนฐานเกียร์ให้เป็นสีดำ งานนี้ Honda ได้เพิ่มเติมอะไรหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นปุ่มสตาร์ทและระบบควบคุมประตูอัจฉริยะในทุกรุ่นย่อย เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทางพร้อมปุ่มปรับดันหลังก็มาทุกรุ่นย่อยเช่นกัน แต่ที่เราลุ้นไว้ก่อนหน้านี้คือปุ่มปิดฝาท้ายด้วยระบบไฟฟ้า กลับไม่ได้ติดมาให้



ด้านระบบอินโฟเทนเมนต์นั้น Honda ตั้งแต่รุ่น 2.0 E 4WD Honda ได้ทำการเปลี่ยนหน้าจอใหม่แบบระบบ Advance Touch ขนาด 7 นิ้วตั้งแต่รุ่น 2.0 E 4WD ขึ้นไป รองรับการสั่งด้วยเสียง Siri และเชื่อมต่อ Smart Phone เชื่อมต่อกับ Bluetooth และยังมีช่องเชื่อมต่อ USB/HDMI ด้วย ลำโพง 6 ตัว ถือว่าครบครันในการใช้งาน




   ด้านเครื่องยนต์นั้นถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของ Honda ในรุ่น 2.0 ลิตร เรายังคงได้ขุมพลังเดิม ที่มากับพละกำลัง 155 แรงม้าที่ 6,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 190 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังด้วยเกีบร์อัตโนมัติ 5 สปีด แตในเครื่องเบนซิน 2.4 ลิตร มาพร้อม EarthDream Technology มากับพละกำลัง 175 แรงม้าที่ 6,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 225 นิวตัน-เมตรที่ 4,000 รอบ/นาที 


   ด้านระบบความปลอดภัย Honda ได้เติมเต็มสิ่งที่ขาดและเพิ่มอะไรใหม่ๆเข้าไปเยอะขึ้น เริ่มต้นด้วยระบบเตือนมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน Honda LaneWatch มาแล้วสมการรอคอบสาวกฮอนด้า แต่....มีเฉพาะรุ่น 2.4 EL 4WD นะครับท่าน ทุกรุ่นย่อยท่านผู้อ่านจะได้ถุงลมนิรภัยคู่หน้า ด้านข้าง และม่านถุงลม ระบบเบรก ABS EBD ระบบควบคุมการทรงตัว VSA ระบบออกตัวบนทางลาดชัด HSA ระบบช่วยควบคุมการบังคับพวงมาลัย MA-EPS สัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติเตือนขณะเบรกกะทันหัน ESS ระบบล็อกประตูอัตโนมัติ กล้องมองหลังปรับได้ 3 ระดับตั้งแต่รุ่น 2.0 E 4WD

   ในด้านราคานั้นมีการเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมพอสมควร เริ่มต้นที่รุ่น 2.0 S ราคา 1,200,000 บาท (เพิ่มจากเดิม 32,000 บาท) รุ่น 2.0 E 4WD ราคา 1,325,000 บาท (เพิ่มจากเดิม 47,000 บาท) รุ่น 2.4 EL ราคา 1,495,000 บาท (เพิ่มจากเดิม 47,000 บาท) และรุ่น 2.4 EL 4WD ราคา 1,580,000 บาท (เพิ่มจากเดิม 33,000 บาท) งานนี้อาจจะไม่สะทกสะท้าน Nissan กับ Mazda นักถ้ามาสไตล์นี้ แต่งยังไงก็ตามก็ต้องจับตาดูกันต่อไปว่าตลาดกลุ่มนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป รับรองสนุกแน่ครับ
 แนะนำ ติชม พูดคุย ติดตามข่าวสารรถใหม่ฉับไวก่อนใครกับ Cars New Update ที่นี่!!


 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น