วันอาทิตย์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ส่องหน้าประตู ดูรถใหม่ที่ Paris Motor Show 2014



  ท่านผู้อ่านครับ ในช่วงปลายเดือนกันยายน ไม่ก็ช่วงต้นเดือนตุลาคมของทุกปี แน่นอนที่สุด จะมีงานแสดงรถงานใหญ่เกิดขึ้นที่แดนน้ำหอมในทุกๆปี ที่เรากำลังพูดถึงก็คืองาน Paris Motor Show 2014 ที่เพิ่งเปิดฉากไปเมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา โดยงานจะปิดฉากในวันที่ 19 ตุลาคม ซึ่งแน่นอนครับ ภายในงานจะต้องมีรถรุ่นใหม่เปิดตัว ซึ่งต่างทยอยปล่อยของออกมาตั้งแต่งานยังไม่เริ่มกันเลยทีเดียว ซึ่งในงานก็มีรถรุ่นสำคัญๆเปิดตัวกันหลายรุ่นเลยทีเดียว ทั้งรถขายจริงและคอนเซปต์ ซึ่งเราจะมาดูกันว่าภายในงานมีไฮไลต์อะไรเด็ดๆบ้างครับ ไปชมกันเลย

Audi


   ค่ายสี่ห่วงมีไฮไลต์เด็ดๆหลายรุ่นหลายคันที่เพิ่งมาอวดโฉมภายในงานแห่งนี้ ประเดิมด้วยไฮไลต์เด็ด Audi TT Sportback Concept รถต้นแบบคันสีแดงสุดสวยที่มาอวดโฉมภายในงาน จะว่าไปแล้วมันก็คือ Audi TT เพิ่มประตูคู่หลัง และปรับหน้าปรับท้ายให้ดูสวยงามลงตัวยิ่งขึ้นกว่าเดิม ถือเป็นการออกแบบที่เริ่ดมากสำหรับค่าย Audi จะทำออกมาขายจริงหรือไม่ คงต้องรอความคืบหน้าจากค่ายนี้เสียแล้วละครับ


   ต่อจากคันนี้ก็ตามด้วยรถสปอร์ตสุดหล่อเปิดประทุน Audi TT Roadster ที่เปิดตัวตามรุ่นคูเป้  รูปลักษณ์ภายนอกไม่ได้มีความแตกต่างจากเวอร์ชั่นคูเป้เท่าไหร่ ต่างกันก็แค่เรื่องหลังคารถก็เท่านั้น ซึ่งแน่นอนในรุ่นใหม่ยังมากับหลังคผ้าใบที่เปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้าภายใน 10 วินาที  โดยโครงหลังคาทำจากวัสดุแมกนีเซียม อะลูมิเนียม รวมถึงโลหะและพลาสติก ซึ่งมากับน้ำหนักแค่ 39 กก. เบากว่ารุ่นก่อน 3 กก. เครื่องยนต์นั้นก็ไม่ได้ต่างจากเวอร์ชั่นคูเป้เลย มีขุมพลังให้เลือก อันได้แก่ ขุมพลังเบนซิน TFSI ขนาด 2.0 ลิตรเดิม ปรับแต่งใหม่จนมีพละกำลัง 230 แรงม้า แรงบิด 370 นิวตัน-เมตร เครื่องยนต์ดีเซล TDI ขนาด 2.0 ลิตร พร้อมกำลังสูงสุด 184 แรงม้าแรงบิดสูงสุด 380 นิวตัน-เมตร 


   และปิดด้วย Audi A6 Minor Change ซีดานสุดหรูที่ได้รับการปรับโฉมที่มองเผินๆก็ไม่ต่างจากรุ่นเดิมมาก แต่การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้มีการเปลี่ยนกันชนชุดใหม่รอบคัน พร้อมไฟหน้า Matrix LED สุดเท่  งวดนี้มีการปรับขุมพลังใหม่ให้รองรับกับมาตรฐาน Euro 6 ที่ใช้ในยุโรปในปัจจุบัน โดยมากับชุมพลัง 4 สูบ เทอร์โบ TFSI ขนาด 1.8 ลิตรใหม่ ยังไม่มีการเผยตัวเลขแรงม้า แต่ทาง Audi บอกมาว่าเครื่องตัวนี้ปล่อยก๊าซไอเสียได้ออกมาต่ำแค่ 133 กรัม/กม. และจิบน้ำมัน 17.5 กม./ลิตร และเครื่องยนต์ V6  2.0 ลิตร TDIที่เพิ่มพละกำลัง 2 ระดับ ได้แก่ 218 และ 272 แรงม้า และยังมีเวอร์ชันเทอร์โบคู่ ให้กำลัง 320
และ 326 แรงม้า


Bentley
   ค่ายอัครมหายานยนต์ในเครือ VW Group รายนี้ ได้ทำการเพิ่มรุ่นท็อปออฟเดอะไลน์ให้กับรุ่นใหญ่อย่าง Bentley Mulsanne Speed ได้อ่านชื่อแล้วคงจะรู้ว่ามันต้องเทพแน่ๆ เพราะมันคือรถซีดานคันเขื่องที่มีพละกำลังแรงที่สุดในสามโลก ด้วยเครื่องยนต์ตัวเดิม  V8 DOHC 6.75 ลิตร Twin Turbo ทั้ง ระบบแปรผันวาล์ว และระบบควบคุมการทำงานของเทอร์โบ มากับพละกำลังแรงขึ้นกว่าเดิม 530 แรงม้า แรงบิดสูงสุดอันมหาศาลถึง 1,100 นิวตัน-เมตรที่ 1,750 รอบ/นาที แรงขึ้นจากเดิม 505 แรงม้า แม้ว่าจะแรงขึ้นแต่ทาง Bentley บอกว่าจะประหยัดน้ำมันกว่าเดิม 13% ซึ่งเครื่องยนต์ตัวนี้ลดการทำงานของลูกสูบจาก 8 สูบลงเหลือ 4 สูบได้ด้วย การปล่อยก๊าซ CO2 อยู่ที่ 342 กรัม/กม. ถึงจะเยอะ แต่ก็ยังดีกว่ารุ่นปกติที่ปล่อยออกมาถึง 393 กรัม/กม.ครับ เครื่องยนต์ตัวนี้ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ ZF 8 สปีดที่
ปรับปรุงใหม่ให้มีการทำงานที่นุ่มนวลขึ้น อีกทั้งยังสามารถรองรับกับแรงบิดที่เพิ่มขึ้นของเครื่องยนต์ได้ ท็อปสปีดอยู่ที่ 304 กม./ชม. 0-96 กม.ในเวลา 4.9 วินาที


BMW
   ค่ายใบพัดฟ้าขาว BMW มีหนึ่งในรถที่น่าสนใจที่เพิ่งเผยโฉมก็คือ BMW 2-Series Convertible เวอร์ชั่นเปิดประทุนของสปอร์ตรุ่นเล็ก 2-Series หน้าตาก็เหมือนกับตัวคูเป้ เพียงแค่มีหลังคาผ้าใบพับเก็บได้ในเวลา 20 วินาที ที่ความเร็ว 50 กม./ชม. เครื่องยนต์ก็ไม่ต่างจากเวอร์ชั่นคูเป้ มากับเครื่องเบนซิน 2.0 ลิตร 184 แรงม้า และในยุโรปจะมีดีเซล 2.0 ลิตร 190 แรงม้าด้วย และเวอร์ชั่นแรงสุด M235i ที่มากับพละกำลังเพิ่มจากรุ่นคูเป้เป็น 326 แรงม้าด้วย โดยจะเริ่มขายในยุโรปกุมภาพันธ์ปีหน้าครับ

Citroen
    ค่ายรถเมืองน้ำหอม เจ้าบ้านปีนี้ก็ไม่พลาดที่จะนำของเด็ดมายั่วยวนผู้ชมด้วยต้นแบบสุดเฟี้ยวอย่าง Citroen DS Divine ซึ่งก็มีแนวการออกแบบตาม DS แต่ละโฉมที่ออกมา (ในอนาคต Citroen อาจจะแยก DS ไปเป็นอีกแบรนด์ที่หวือหวากว่า Citroen) ที่ในอนาคตอาจกลายเป็นรถคันขายจริงได้ ต้นแบบคันนี้วางเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 1.6 ลิตร พร้อมเทอร์โบ เครื่องตัวนี้ผ่านข้อกำหนดด้านมลพิษ
Euro 6 แล้วเรียบร้อย เครื่องยนต์บล็อกนี้สร้างกำลังได้ 270 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 330 นิวตัน-เมตรระหว่าง 1,900-5,500 รอบ/นาที ปล่อยก๊าซไอเสีย CO2 ออกมาแค่ 145 กรัม/กม. เท่านั้นครับ



   และตามด้วยอีกหนึ่งคัน Citroen Cactus AIRFLOW 2L Concept ที่ปรับให้มีอัตราสิ้นเปลืองที่อีโคคาร์ต้องอาย แค่ 2 ลิตร/100 กม. เท่านั้นครับ และยังปรับตัวถังใหม่ตามหลักอากาศพลศาสตร์เพิ่มอีก 20 % ด้วย

Ferrari
    Ferrari 458 Speciale A จะว่าไปมันก็คือเวอร์ชั่นเปิดประทุนของ 458 Speciale ตัวคูเป้ธรรมดาที่ออกมาก่อนหน้านี้นั่นหละครับ แค่ตัดหลังคาออกเท่านั้นเอง โดยทาง Ferrari บอกว่า รถคันนี้มันจะ กลายเป็นรถ Spider ที่มีพละกำลังมากที่สุดในประวัติศาสตร์ หลังคาของรถมากับโครงสร้างหลังคาแบบพับเก็บได้ ทำจากวัสดุอลูมิเนียมที่ใช้เวลาเปิด-ปิดแค่เพียง 14 วินาทีเท่านั้น ด้วยความที่เป็นรถเปิดประทุนน้ำหนักเลยต้องมากกว่ารุ่นคูเป้ธรรมดา แต่ด้วยการใช้วัสดุน้ำหนักเบาแต่ทนทาน ทำให้รุ่นเปิดหลังคามีน้ำหนักมากกว่ารุ่นคู่เป้ 50 กก. เท่านั้นครับ  มากับเครื่องยนต์เบนซิน 4.5 ลิตร มากับพละกำลัง 605 แรงม้า HP ที่ 9,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 540 นิวตัน-เมตรที่ 6,000 รอบต่อนาที ปล่อยไอเสีย CO2 แค่ 275 กรัม/กม. ทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายในแค่ 3 วินาที

Fiat 
  ค่าย Fiat มีเจ้าเบบี้เอสยูวีคันใหม่นามว่า 500X  จะว่าไปแล้ว Fiat 500X มันก็คือการเอา Fiat 500 มายกสูงนั่นหละครับ ถือเป็นการแตกอนุกรมของ Fiat 500 ออกไปอีก ก็เหมือนรถในตระกูล MINI นั่นหละครับ ซึ่ง Fiat 500X จะมีแนวการตกแต่งภายนอกให้เลือก 2 สไตล์ อันได้แก่ Metropolitan ที่ดูสดใส ปราดเปรียว และเหมาะกับการใช้งานในเมือง ส่วนอีกเวอร์ชั่นจะเป็นรถที่เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบความเป็นตำนานของ Fiat 500 แต่อยากได้รถที่ออกแนว off-road ดูลุยและอเนกประสงค์ได้ เครื่องยนต์ก็มีให้เลือกตั้งแต่เบนซินและดีเซลขนาด 1.3 ลิตร จนถึง 2.4 ลิตร

Ford 
  ค่าย Ford ถือฤกษ์ยามงามดีเผยโฉมรถรุ่นใหม่ แนะนำคันแรกเลยดีกว่า Ford S-Max รถอเนกประสงค์ทรงมินิแวนขนาดกลางๆแต่มากับความหรูหราเอาการเลยละครับ มากับหน้าตายุคใหม่แนว Aston Martin รถคันนี้มีจุดเด่นคือ เบาะแถว 2 และ 3 พับเก็บได้ด้วยระบบไฟฟ้า และยังมีระบบเปิดฝาท้ายด้วยการแกว่งเท้า ติดตั้งถุงลมนิรภัยด้านข้างแบบใหม่ซึ่งปกป้องไปถึงผู้โดยสารแถวที่ 3 มีเครื่องยนต์ให้เลือกทั้งเบนซินและดีเซล ตั้งแต่ 1.5 ลิตรจนถึง 2.0 ลิตร ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 6 สปีดและเกียร์อัตโนมัติ Powershift 6 สปีด
   และมินิแวนรุ่นน้องอย่าง Ford C-Max ก็ไมเนอร์เชนจ์ตามออกมาเช่นกัน ซึ่งก็ยังได้หน้าตาแบบ Aston Martin อีกตามคาด ได้รับการปรับปรุงตัวรถให้มีคุณภาพมากกว่าเดิมยิ่งขึ้นไปอีก มากับเครื่องยนต์ดีเซลและเบนซิน

Honda
    งานนี้ Honda เปิดตัว Civic เวอร์ชั่นยุโรปได้ทำการปรับโฉมแล้ว โดยถูกปรับปรุงใหม่ให้สปอร์ตขึ้นกว่าเดิมตั้งแต่หัวจรดท้าย  Honda ได้แนะนำรุ่น Civic Sport ที่ตกแต่งภายนอกให้สปอร์ตกว่าเดิม และมาพร้อมกับล้ออัลลอย 17 นิ้ว รวมทั้งหน้าตาที่ให้อารมณ์คล้าย Civic Type-R Concept มากเลย ซึ่งมีขุมพลังให้เลือก 2 แบบ ได้แก่ เครื่องยนต์ดีเซล 1.6 ลิตร i-DTEC พละกำลัง 120 แรงม้า และเครื่องยนต์เบนซิน 1.8 ลิตร พละกำลัง 142 แรงม้า อีกไฮไลต์สำคัญก็คือ Honda CR-V Minor Change ที่หน้าตาไม่ได้ต่างจากของอเมริกามากเท่าไหร่นัก เมืองนอกเขามีทั้งเบนซินและดีเซล

Jaguar
     Jaguar นำเอา XE รถซีดานรุ่นใหม่ จะออกมา ต่อกรกับคู่แข่งในตลาดที่มีดีกรีไม่ธรรมดาทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น BMW 3-Series,Mercedes-Benz C-Class และ Audi A4 เป็นต้น รูปร่าง หน้าตาของรถ ยังคงไว้ซึ่ง DNA ตามแบบฉบับเสือจากัวร์ครบถ้วนสมบูรณ์ มองๆแล้วอาจจะคิดว่านำเอา Jaguar XF มาย่อส่วนหรือเปล่า ไม่ใช่เรื่องแปลกครับถ้าจะเอาเส้นสายสวยๆจากรุ่นใหญ่ๆมาใส่รุ่นเล็ก มุมไฟหน้ารถมีหักงอนิดๆแอบมีกลิ่นอาย 3-Series ติดมานิดๆ พื้นตัวถังตัวรถคันนี้นั้นทำจากอลูมิเนียม เครื่องยนต์มีให้เลือกตั้งแต่เบนซินและดีเซล 2.0 ลิตร จนไปถึงเครื่องเบนซิน 3.0 วี6
 
Kia
     ค่าย Kia จัดหนัก เปิดตัวรถรุ่นปรับโฉมยกขโยงแทบจะทั้งกลุ่มเซกเมนต์กันเลยทีเดียว เพื่อเพิ่มสดใหม่และแข่งขันในตลาดได้ง่ายขึ้นด้วย ไล่ตั้งแต่ Kia Rio Minor Change ที่มีการปรับกระจังหน้า ล้ออัลลอยลายใหม่ และกันชนท้ายใหม่ และยังปรับปรุงภายในใหม่ด้วย ตามด้วย Kia Venga Minor Change มินิแวนคันเล็กที่เปลี่ยนภายนอกและภายในเช่นกัน และปิดท้ายด้วย Kia Optima T-Hybrid ที่แสดงถึงศักยภาพของระบบไฮบริดของค่ายรถแดนโสมรายนี้ด้วย

Lamborghini 
    ค่ายกระทิงดุ ขอแสดงความเทพโชว์ McLaren กับ Ferrari บ้าง ด้วยต้นแบบคันเฟี้ยวที่คนทั้งโลกจับตามอง รถคันนี้มีนามว่า Lamborghini Asterion LP910-4 รถซูเปอร์คาร์ที่มีระดับกว่า Aventador ชูจุดเด่นด้วยขุมพลังไฮบริดคันเทพ มากับเครื่องยนต์เบนซิน 5.2 ลิตร วี 10 พละกำลัง 600 แรงม้า พ่วงมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว เหมารวมพละกำลังกลายเป็น 910 แรงม้า และมันยังมีอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาประมาณ 3 วินาที ท็อปสปีด 320 กม./ชม. แต่ถึงจะแรงแค่ไหน รถคันนี้ปล่อยก๊าซ CO2 แค่ 50 กรัม/กม. เท่านั้น และยังจิบน้ำมันแค่ 24 กม./ลิตรเท่านั้นนะครับ

Land Rover
    ค่ายรถเอสยูวีขาลุยรายนี้ขนรถรุ่นใหม่ ตัวตายตัวแทน Freelander นั่นก็คือ Land Rover Discovery Sport ครับ รูปร่างหน้าตาภายนอกได้รับอิทธิพลการออกแบบจากต้นแบบ Discovery Vision Concept แบบเต็มๆเลย แค่ลดความหวือหวาหรือความล้ำลงจากต้นแบบเท่านั้น แต่นอกนั้นก็ไม่มีอะไรต่าง นอกจากนี้แนวการออกแบบของรถยังได้รับมาจากเพื่อนร่วมค่ายอย่างตระกูล Range Rover ด้วย ดูๆแล้วมันดูสวยงามและอาจจะลงตัวกว่า Evoque ด้วยซ้ำ ตัวรถดูปราดเปรียวและมีโค้งมนมากกว่าเดิม มาพร้อมไฟหน้าและไฟตัดหมอกแบบ LED ด้านเครื่องยนต์นั้นมากับขุมพลัง 2 แบบด้วยกัน เริ่มที่เครื่องยนต์ดีเซล 2.2 ลิตร ที่มากับพละกำลัง 190 แรงม้า ระบบส่งกำลังมีให้เลือกแบบเกียร์ธรรมดา 6 สปีดและเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด และเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร 4 สูบ เทอร์โบชาร์จ มากับพละกำลัง 240 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 338 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออันเป็นเอกลักษณ์

Mitsubishi
    ค่ายสามเพชรเปิดตัวต้นแบบคันใหม่ ที่นำเอาพื้นฐานของ Mitsubishi Outlander มาดัดแปลงกลายเป็น Mitsubishi Outlander PHEV Concept-S ซึ่งเป็นใบบอกทางสำหรับ Mitsubishi Outlander Big Minor Change ที่จะเปิดตัวรุ่นขายจริงในปีหน้า ซึ่งจากหน้าตาก็โชว์กันชัดๆว่า มันจะมากับหน้าตาแนวใหม่อันเป็น Design Language ยุคใหม่ของค่ายนี้ ยังคงมากับขุมพลังไฮบริดอันลือลั่นตามเคย เมืองไทยไม่มีขายนะครับคันนี้ บอกไว้ก่อน 

Nissan
    ค่าย Nissan ได้เวลาอวดศักยภาพแก่คู่แข่งในพิกัดเดียวกัน ด้วยการโชว์โปรโตไทป์ Nissan Pulsar Nismo สุดหล่อ ที่มีหน้าตาต่างจากบ้านเราอย่างฟ้ากับเหว ลำพังรุ่นธรรมดาก็ดูดีกว่าของไทยแล้ว ยิ่งรุ่น Nismo ยิ่งแล้วใหญ่ ด้วยการออกแบบที่ดูเท่ ดุดันและเฟี้ยวฟ้าวตามฉบับรถแดนซูมาไร ด้านสมรรถนะยังไม่มีการพูดออกมาแต่ทาง Nissan แค่บอกใบ้ว่า ถูกปรับปรุงช่วงล่างใหม่ให้เป็นแบบสปอร์ต ด้วยการใช้สปริงและโช้กอัพชุดใหม่เพื่อให้อารมณ์การขับขี่ในสไตล์ "Nismo" อย่างแท้จริง มันจะท้าไฝ้วกับ Ford Focus RS,VW Golf R,RenaultSport Megane และอีกหลายรุ่น ต้องรอชมครับ ของดีแบบนี้ไม่มาไทยอีกตามเคยครับ

Renault
     ค่ายรถแดนน้ำหอม เจ้าบ้านของงาน ไม่น้อยหน้าใคร เผยโฉมรถรุ่นใหม่ๆมาอวดเขากันบ้าง ด้วยการเปิดตัวมินิแวนสุดหรูนามว่า Renault Espace ที่ยังคงคอนเซปต์ความใหญ่และไว้ซึ่งความหรูอีกตามเคย และยังมีต้นแบบสุดล้ำ Renault Eolab Concept ต้นแบบสุดพลิ้วและดูลู่ลมสุดๆไปเลย มีการลดน้ำหนักด้วยการใช้การใช้วัสดุคอมโพสิท เหล็กกล้า และอะลูมิเนียมสำหรับตัวถัง แผ่นหลังคาทำจากแมกนีเซียม กระจกบังลมหน้าบางพิเศษ และเปลี่ยนวัสดุภายในห้องโดยสารให้เบาด้วย

Toyota 
  ค่าย Toyota โชว์ต้นแบบสุดล่ำและล้ำโลก นามว่า Toyota C-HR Concept ต้นแบบที่มากับแนวการออกแบบสุดเท่และเร้ำใจ สลัดภาพความน่าเบื่อของการออกแบบรถยนต์ Toyota และมีสิทธิ์ต่อยอดเป็นรุ่นขายจริงในอนาคต และรถคันนี้ยังวางขุมพลังไฮบริดด้วยนะ

Volkswagen 
    ค่ายรถเพื่อประชาชนรายนี้ นำเอารถสุดล้ำโลกอย่าง VW XL1 มาจับยัดเครื่องของมอเตอร์ไซค์ Ducati กลายเป็น VW XL Sport ที่ซึ่งมากับเครื่อง 2 สูบ ขนาด 1.2 ลิตร มากับพละกำลัง 197 แรงม้า พร้อมรอบสูงสุดจัดถึง 11,000 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติคลัตช์คู่แบบ 7 สปีด พร้อมอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ภายในระยะเวลา 5.7 วินาที

และนี่ก็คือไฮไลต์เด็ดๆภายในงาน Paris Motor Show ที่เราคัดสรรมาให้ชมกันครับ..
 แนะนำ ติชม พูดคุย ติดตามข่าวสารรถใหม่ฉับไวก่อนใครกับ Cars New Update ที่นี่!!


 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น