วันพุธที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

First Meeting EP.17 Mitsubishi Pajero Sport หน้าตาดี เซฟตี้เพียบ ราคาน่าคบ

   ปี 2015 ถือเป็นปีที่มีการแข่งขันในกลุ่มตลาดรถกระบะดัดแปลงหรือ PPV ค่อนข้างรุนแรง เนื่องจากว่ามีการเปิดตัวโฉมใหม่ของรถกลุ่มนี้หลายรุ่นด้วยกัน ซึ่งแต่ละค่ายก็จะแข่งขันกันทั้งด้านราคา หน้าตา และฟังก์ชันต่างๆของรถ ซึ่งก็น่าจะเป็นผลดีแก่ผู้บริโภคที่มีตัวเลือกของรถประเภทนี้ให้เลือกถึงหลายรุ่นด้วยกัน

   และหนึ่งในไฮไลต์สำคัญที่กำลังจะพูดถึงในบทความนี้ก็คือ Mitsubishi Pajero Sport ซึ่งเป็น PPV ที่มาแรงสุดๆในช่วงปีที่ผ่านมาเลยก็ได้ สิ่งซึ่งเป็นตัวดึงดูดความสนใจให้กับลูกค้าของเจ้าคันนี้ก็คือหน้าตาที่ดูสวยงามถูกจริตคนไทย อีกทั้งยังมีออปชั่นและระบบความปลอดภัยต่างๆมากมาย ในราคาที่ค่อนข้างถูกเมื่อเทียบกับคู่แข่งหลายๆเจ้าด้วยกัน ซึ่งทำให้เจ้า  Mitsubishi Pajero Sport กลายเป็นแนวหน้าของรถกลุ่ม PPV ได้แบบสบายๆ

   โดยในช่วงกลางเดือนกรกฎาคม 2015 ที่ผ่านมา ค่าย Mitsubishi ได้ทำการปล่อยทีเซอร์ของ Pajero Sport ออกมา รับมือการเปิดตัว Toyota Fortuner โฉมใหม่ที่กำลังจะเปิดตัวช่วงนั้นอยู่พอดี และด้วยรูปโฉมหน้าตาที่เพียงแค่เห็นทีเซอร์และภาพหลุดต่างๆที่กระหน่ำออกมาก็ทำให้พอรู้แล้วว่า รถรุ่นนี้จะต้องมีหน้าตาที่สวยแน่นอน

   และอีกสิ่งหนึ่งที่หลายท่านอาจยังไม่ทราบ นั่นคือว่า แรกเริ่มเดิมทีนั้น Mitsubishi วางแผนจะใช้สีน้ำตาลเป็นสีเปิดตัวของ Pajero Sport ใหม่ แต่เพราะว่า Toyota Fortuner ที่ชิงเปิดตัวก่อนนั้นใช้สีน้ำตาลเป็นสีเปิดตัวก่อนแล้ว ทำให้ Mitsubishi ต้องเปลี่ยนมาใช้สีบรอนซ์เงินมาเป็นสีโปรโมทแทน จะว่าไปสีบรอนซ์เงินก็ดูดีไม่น้อยเลยสำหรับ Pajero Sport

  และในวันเปิดตัว 1 สิงหาคม อันเป็นช่วงเวลาที่จัดงาน Big Motor Sale 2015 พอดี อันเป็นฤกษ์ดีที่ Mitsubishi ขอเปิดผ้าคลุม Pajero Sport ภายในงานเลย ซึ่งแน่นอนว่าด้วยคุณสมบัติต่างๆที่กล่าวมาทำให้หลายคนต่างเข้ามาดูภายในบูธของ Mitsubishi เป็นพิเศษ และเซ็นใบจองกันเป็นแถว เล่นเอาบูธที่ตั้งรอบข้างแอบเงียบเหงาเลยไปบ้าง ผลเป็นอย่างไรก็ดูตามยอดขาย ยอดจอง และจำนวนรถที่วิ่งบนถนนได้เลยครับ

   ในช่วงที่ Mitsubishi เริ่มส่งมอบรถได้เต็มกำลังในเดือนตุลาคม จะเห็นได้ว่า Pajero Sport เริ่มมีให้เห็นกันบนถนนมากขึ้น ซึ่งพอๆกับเจ้าตลาด Toyota Fortuner เลย บางคนก็เห็น Pajero Sport บ่อยมาก หรือ บางทีจะบ่อยกว่าเจ้าตลาดเสียด้วยซ้ำไป นั่นก็ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาและสถานที่ด้วยครับ
(ปล. บางทีผมก็เบื่อมากๆ พอมียอดขายรถออกมา ค่ายนั้นมากกว่าค่ายนี้ แล้วบ่นว่า เอ้า..ทำไมเห็นคันนั้นเยอะกว่าคันนี้ บ่นไปไม่ได้ช่วยให้รถขายดีขึ้นเลยครับ สรุปง่ายๆ...มันขึ้นอยู่กับช่วงเวลาและสถานที่ด้วยครับ)

   มาเริ่มดูภายนอกรถกันเลยแล้วกันครับ...หน้าตาของรถที่ออกแบบให้ดูโฉบเฉี่ยวและดูดันมากขึ้นกว่าเดิม แทบจะสลัดภาพลักษณ์เดิมๆจากรุ่นเก่าออกไปมากทีเดียว และที่สำคัญยังมีหน้าตาที่สวยจนแทบดูไม่ออกเลยว่า รถคันนี้ถูกสร้างขึ้นบนพื้นฐานของ Mitsubishi Triton ประมาณว่า Pajero Sport มีหน้าตาที่จากพื้นฐานของมัน Triton แบบคนละขั้วเลย ถือเป็นอีกค่ายที่พยายามจะแยกภาพลักษณ์ของรถแนว PPV กับกระบะให้ต่างกันสุดๆ (เหมือนกับ Fortuner และ Hilux Revo ของ Toyota)

   ไฟหน้าในรุ่นล่างสุด 2.4 GLS-LTD จะได้ไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ฮาโลเจน ส่วนในรุ่นรอง 2.4 GT และรุ่นท็อป 2.4 GT Premium จะได้ไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ Bi-LED พร้อมระบบปรับลำแสงอัตโนมัติ

เส้นสายด้านข้างของรถ มีเพียงอย่างเดียวที่สังเกตออกว่าเป็นรถที่มีพื้นฐานจาก Triton นั่นก็คือ ประตูคู่หน้า นอกนั้นแทบไม่มีอะไรจะดูออก โดยทาง Mitsubishi ได้ลงทุนออกแบบตัวถังใหม่เกือบทั้งหมด  โดยเฉพาะโป่งล้อที่ออกแบบทรงใหม่ให้ต่างจาก Triton โดยสิ้นเชิง และเส้นสายที่ดูปราดเปรียว การขึ้นรูปตัวถังที่ดูมีมิติ แม้แต่กระจกมองข้างก็ไม่ได้ใช้ร่วมกับ Triton เลยละครับ

 ต่อเนื่องไปถึงด้านท้ายที่หลายๆคนโดยเฉพาะคนที่ไม่ใช่สาวก และสาวกบางคนอาจจะไม่ค่อยชอบใจกับสิ่งนี้เท่าไหร่นั่นก็คือด้านท้ายของรถคันนี้ บอกเลยว่าด้านหน้านั้นถือว่าสวยมาก แต่ด้านท้ายพอได้เห็นแล้วนึกว่าคนออกแบบเป็นคนละคนกัน ด้วยไฟท้ายแบบ Spectrum LED ที่ลากยาวลงมาย้อยๆลงไปถึงกันชน ทำให้มันดูแปลกตาเป็นอย่างมาก มองข้างๆยังพอดูดี แต่พอมองตรงๆนั้นความรู้สึกยังกะไฟท้ายรถตู้ยังไงยังงั้น แต่ยังดีที่เวลากลางคืนเปืดไฟแล้วดูดีและแปลกตาไม่เหมือนใคร ถ้าให้ผมซื้อเจ้าคันนี้ ผมก็คงไม่สนใจท้าย แต่สนใจออปชั่นและระบบความปลอดภัยของรถ รวมทั้งหน้าตาที่ดูโดดเด่น แค่นี้ก็ได้ใจผมแล้วครับ

  ล้ออัลลอยของรถจะได้ขนาด 18 นิ้วหมดทุกรุ่น ส่วนรุ่นท็อปสุดจะมีความพิเศษคือเป็นล้อปัดเงาดำด้วย

   เข้ามาดูภายในห้องโดยสาร...เส้นสายภายในห้องโดยสารที่ดูสวยงามและโฉบเฉี่ยวน่าสัมผัสกว่า บริเวณคอนโซลหน้าออกแบบให้ดูดีสไตล์รถยุโรปกันเลยทีเดียว ใช้โทนสีดำภายในห้องโดยสารในทุกรุ่นย่อย ทำให้รู้สึกถึงความสปอร์ตตั้งแต่ภายนอกยันห้องโดยสารเลยก็ว่าได้ บอกเลยว่าจะให้รถรุ่นนี้ใช้สีเบจภายในห้องโดยสาร หรือใส่ลายไม้แลดูจะไม่เข้ากับภาพลักษณ์รถสักเท่าไหร่ เลยตกแต่งภายในด้วยวัสดุ Piano Black และ วัสดุผิวสีเงินรอบคัน ดูดีขึ้นเลยครับ

พวงมาลัยของรถนำเอาพวงมาลัยจาก Outlander อเนกประสงค์ที่จำหน่ายในญี่ปุ่นมาใช้ ซึ่งดูเข้าตากว่าพวงมาลัย Mirage ที่ใส่ใน Triton เยอะ แต่ดีที่ตอนนี้ Triton MY2016 ก็เอาพวงมาลัยสุดสวยแบบเดียวกันนี้มาใช้ในรุ่นบนๆแล้ว ดูผิวเผินตรงบริเวณตรงแป้นแตรนั้นเหมือนจะตัดเย็บด้วยตะเข็บ แต่ที่แท้ก็เป็นแค่ตะเข็บหลอก แต่ก็ไม่ได้ซีเรียสอะไร

มาตรวัดของรถนั้นออกแบบให้แตกต่างจาก Triton การแสดงผลต่างๆนั้นดูมีสีสันกว่าของ Triton หลายขุม เพราะ ได้ปรับเปลี่ยนจอ MID ตรงกลางให้แสดงผลแบบสี และแสดงข้อมูลได้หลากหลายขึ้น อาจจะไม่ได้ดูดีแบบมาตรวัด Toyota Fortuner แต่ก็ไม่ได้ซีเรียสอะไร

ทุกรุ่นจะได้ระบบปรับอากาศอัตโนมัติหมด โดยเฉพาะรุ่น 2.4 GT และ 2.4 GT Premium จะเป็นระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบปรับแยกซ้าย-ขวา จะว่าไปบางค่ายในรุ่นล่างๆยังใช้ระบบปรับอากาศมือหมุนอยู่เลย

รุ่นล่างสุด 2.4 GT จะได้วิทยุแบบ2 Din CD MP3 ช่องต่อ  USBส่วนในรุ่นบนๆ จะได้หน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้วรองรับการเล่น CD DVD MP3 พร้อมช่องต่อ USB อีกทั้งยังมีระบบนำทางติดตั้งมาให้ด้วยเช่นกัน การใช้งานหน้าจอสัมผัสค่อนข้างง่าย สัมผัสค่อนข้างดี ไม่ต้องจิ้มแรง

ไล่จนมาถึงฐานเกียร์ที่ออกแบบให้ดูดี ชวนให้นึกถึง Porsche Cayenne รวมถึงหัวเกียร์ด้วยเช่นกัน สิ่งที่ชอบอย่างหนึ่งก็คือ เบรกมือแบบไฟฟ้า ซึ่งน่าจะเป็นค่ายเดียวในกลุ่มที่ติดตั้งอุปกรณ์นี้มาให้ และที่สำคัญมีให้ทุกรุ่นด้วยครับ ในรุ่นล่างๆบริเวณฐานเกียร์จะดูโล่งๆ แต่ในรุ่นท็อปจะมีทั้งปุ่มควบคุมต่างๆและปุ่มปรับระบบขับเคลื่อนด้วย ทำให้ดูครบถ้วนสุดๆเลย

อีกหนึ่งประการที่จะขอชมก็คือ การติดตั้งเบาะนั่งคู่หน้าปรับไฟฟ้า 8 ทิศทางมาให้ PPV บางค่ายยังให้แค่เบาะคนขับอยู่เลย มันอาจจะไม่ใช่ออปชั่นที่จำเป็นสำหรับใครบางคน แต่รถราคาระดับล้านแล้ว ก็น่าจะติดตั้งมาให้ได้แล้ว อ้อ...แล้วอีกอย่างหนึ่ง เบาะหน้านั่งสบายมาก

ไล่จนมาถึงเบาะแถวที่ 2 เมื่อได้ก้าวเข้ามานั่งแล้ว ต้องบอกเลยว่าเป็นเบาะแถว 2 ที่นั่งค่อนข้างสบายสุดๆเมื่อเทียบกับคู่แข่งทั้งหลาย ชนิดที่ว่านั่งแล้วอยากไปหลับเลยจริงๆ นอกจากนั้นแล้วทาง Mitsubishi ยังให้จอภาพแบบ Wide Screen พร้อมหูฟังแบบอินฟราเรด 2 ชุด สำหรับผู้โดยสารตอนหลังมาให้ด้วย ถือว่าครบถ้วนแบบสุดๆไปเลย

ไล่จนมาถึงเบาะแถว 3 ซึ่งสามารถพับราบกับพื้นได้ และเมื่อเข้าไปนั่งในแถว 3 นั้นต้องบอกเลยว่า ค่อนข้างอึดอัดไปหน่อยสำหรับคนร่างท้วมสูง 172 ซม. อย่างผม อาจจะนั่งได้แต่นานๆไปอาจจะเมื่อย แทบอยากจะย้ายร่างไปฟินตรงเบาะแถว 2 กันเลยทีเดียวเชียว

นอกนั้นแล้ว การประกอบ การบุวัสดุบริเวณแผงข้างประตูรอบคัน ก็ถือว่าทำได้ค่อนข้างโอเค และ ดูดีทีเดียว

สำหรับขุมพลังของรถคันนี้ ทุกรุ่นจะใช้ขุมพลังใหม่หมดแบบเดียวกับ Triton นั่นคือ ขุมพลังดีเซล Mivec VG Turbo ขนาด 2.4 ลิตร มากับพละกำลัง 181 แรงม้าที่ 3,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 430 นิวตัน-เมตรที่ 2,500 รอบ/นาที และเป็นครั้งแรกในวงการกับระบบส่งกำลังเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด พร้อม Sport Mode และ ระบบ INC (Idle Neutral Control) + G Sensor รุ่นท็อปสุดจะมาพร้อมกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Super Select 4WD II อีกด้วยครับ

สำหรับระบบความปลอดภัยนั้นทาง Mitsubishi ก็ได้จัด Satety มาให้แบบเต็มๆ ไม่ง้อค่ายไหนๆเลย ถือว่าเป็นประโยชน์สำหรับผู้บริโภคแบบสุดๆ โดยมีระบบความปลอดภัยดังนี้ครับ
- ระบบเบรก ABS พร้อมระบบกระจายแรงเบรก EBD และระบบช่วยเบรก BA
- ระบบลดกำลังเครื่องยนต์เพื่อช่วยเบรก
- ถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง
- ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว และระบบป้องกันล้อหมุนฟรี และควบคุมการลื่นไถล
- ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน
- ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางชัน (เฉพาะรุ่น GT Premium)
- ระบบรักษาเสถียรภาพทรงตัวขณะลากจูง
- ระบบเตือนการชนด้านหน้าตรง และระบบช่วยชะลอความเร็ว (ตั้งแต่รุ่น GT)
- ระบบตัดกำลังเครื่องยนต์ชั่วขณะ เมื่อเหยียบคันเร่งอย่างรุนแรงและรวดเร็ว
(เฉพาะรุ่น GT Premium)
- ระบบเตือนจุดอับสายตา (เฉพาะรุ่น GT Premium)
- กล้องมองหลังพร้อมเส้นกะระยะถอยจอด (เฉพาะรุ่น GT)
- กล้องมองภาพรอบคันพร้อมเส้นกะระยะถอยจอด (เฉพาะรุ่น GT Premium)
- ระบบไฟกะพริบฉุกเฉินขณะเบรกกะทันหัน
- สัญญาณกะระยะถอยจอด หน้า-หลัง

   มาถึงเรื่องราคาค่าตัวของรถคันนี้ ค่าย Mitsubishi ได้แบ่งการจำหน่าย Pajero Sport ของพวกเขาไว้ที่ 3 รุ่นย่อยด้วยกันครับ ได้แก่
- รุ่น 2.4 GLS-LTD ขับเคลื่อน 2 ล้อ ราคา 1,159,000 บาท รุ่นล่างสุด สำหรับใครที่ไม่ได้สนใจเรื่องสเปคภายนอกและภายในเท่าไหร่ ภายนอกจะได้เพียงแค่ไฟหน้าโปรเจคเตอร์แบบฮาโลเจน ส่วนภายในแม้ว่าจะได้วิทยุแบบธรรมดา แต่ก็มีระบบปรับอากาศอัตโนมัติมาให้ พร้อมระบบความปลอดภัยที่ครบครันแล้ว

- รุ่น 2.4 GT ขับเคลื่อน 2 ล้อ ราคา 1,279,000 บาท รุ่นรองท็อปที่จะได้ออปชั่นต่างๆเพิ่มขึ้น เช่น ไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ Bi-LED พร้อมระบบปรับลำแสงอัตโนมัติ ภายในก็จะได้ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแยกโซนซ้าย-ขวา เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง หน้าจอสัมผัส 7 นิ้ว พร้อมจอภาพ Wide-Screen สำหรับแถว 2 เป็นต้น ส่วนระบบความปลอดภัยก็จะมีระบบปัดน้ำฝน และระบบเตือนการชนด้านหน้าตรงเพิ่มเติมเข้ามา

- รุ่น 2.4 GT Premium ขับเคลื่อน 4 ล้อรุ่นท็อปสุด ราคา 1,469,000 บาท เพิ่มเติมจากรุ่นรองคือจะได้ล้ออัลลอยลายปัดเงาดำ กระจกหลังปรัดลดแสดงอัตโนมัติ ถุงลมนิรภัย 7 ใบ พร้อมระบบความปลอดภัยเพิ่มเติมเข้ามาอีกหลายรายการด้วยกัน

  เห็นราคาค่าตัวของรถแล้ว...บอกตามตรงเลยว่า "ถูกมากกกกก" เมื่อเทียบกับออปชั่นและระบบความปลอดภัยต่างๆที่ให้มามากกว่าหลายๆค่ายด้วยกัน อย่างรุ่นท็อปที่ราคาโคตรถูกแบบชนิดที่ว่า ถูกกว่ารุ่นรองท็อปขับเคลื่อน 2 ล้อของหลายๆค่าย ก็สมควรแก่ยอดขายที่สามารถทำตัวเลขให้ติด Top 3 ได้ ก่อนที่คู่แข่งรายๆอื่นจะเปิดตัวตามมาด้วยกัน

  และยังมีหลายสิ่งหลายอย่างที่อยากให้ Mitsubishi ไปปรับแก้ไขรถของพวกเขาให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นกว่าเดิม โดยมีสิ่งที่อยากให้เพิ่มเติมหรือแก้ไขนิดหน่อย ก็คือ อยากให้ปรับงานออกแบบไฟท้ายรวมทั้งด้านท้ายใหม่ให้ดูสวยกว่านี้หน่อย ติดตั้งสปอยเลอร์ท้ายเป็นอุปกรณ์มาตรฐานทุกรุ่น (ไม่ต้องเป็นของแถมแล้ว) และอาจจะตกแต่งภายในให้ดูหรูกว่านี้ หรือเพิ่มโทนสีภายในห้องโดยสาร อะไรประมาณนี้ครับ

   สรุปคือ...Mitsubishi Pajero Sport ถือเป็นหนึ่งใน PPV ที่สมบูรณ์แบบมากที่สุดในตลาดคันหนึ่งเลยก็ว่าได้ ด้วยหน้าตาที่ออกแบบมาค่อนข้างสวยงามลงตัวและถูกจริตคนไทยหลายคน ทำให้สะดุดตาตั้งแต่ครั้งแรกที่พบเห็น ภายในห้องโดยสารที่มีอุปกรณ์ต่างๆมาให้ครบถ้วน พร้อมระบบความปลอดภัยที่อัดแน่นมาเพื่อเอาใจผู้บริโภคทั้งหลาย ทำให้เป็นหนึ่งในตัวเลือก PPV ที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก ก็ไม่แปลกถ้าตอนนี้จะเห็นรถรุ่นนี้วิ่งเต็มถนน ก็ต้องรอดูต่อไปครับว่าจะสามารถอยู่ใน Top 3 ของ PPV ได้นานแค่ไหน เพราะยังมี Isuzu MU-X และ Chevrolet Trailblazer รุ่นปรับปรุงโฉมรออยู่ กับ Chev ไม่เท่าไหร่ แต่ Isuzu ก็ไม่น่าจะธรรมดา ก็มารอดูกันต่อไปครับ

 มาร่วมติดตามความเคลื่อนไหวของพวกเราได้ที่นี่ครับ 


   

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น