วันอังคารที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2559

All-New Land Rover Discovery สลัดคราบสายลุยมาเป็นสายหรู

   และเมื่อช่วงวันที่ 28 กันยายนที่ผ่านมาค่ายรถ SUV ขาลุยแดนผู้ดีอย่าง Land Rover ก็ได้ทำการเผยโฉมหน้าเต็มๆของ All-New Land Rover Discovery รถอเนกประสงค์ 7 ที่นั่งรุ่นใหม่ของพวกเขาที่สลัดภาพรถลุยๆสู่ความหรูหรามีคุณภาพยิ่งกว่าเดิม

  Land Rover บอกว่า Discovery โฉมใหม่นั้นจะมอบความสะดวกสบาย รวมทั้งความปลอดภัย และยังปรับตัวให้เข้ากับถนนได้ไม่เหมือน SUV ซึ่งพวกเขายังเชื่อว่า  Discovery เจเนเรชั่นที่ 5 นี้เป็น "รถ SUV สำหรับครอบครัวที่ดีที่สุดในโลก" เลยก็ว่าได้

   ด้วยโครงสร้างตัวถังที่ทำจากอะลูมิเนียมทำให้น้ำหนักตัวเบาลงจากรุ่นก่อนถึง 480 กิโลกรัม ซึ่งจะส่งผลต่อประสิทธิภาพของตัวรถที่ดีขึ้นและการปล่อยไอเสียที่ต่ำลง ทาง Land Rover ยังเชื่อว่า Discovery โฉมใหม่จะสร้างความประทับใจให้กับผู้ขับขี่ได้แม้กระทั่งก่อนที่เราจะนำรถออกไปใช้งานบนถนน

   ภายนอกของรถมีดีไซน์ที่ถอดออกมาจากต้นแบบ Land Rover Discovery Vision Concept แบบเต็มๆ ซึ่งได้สลัดดีไซน์เหลี่ยมๆทื่อแบบรุ่นที่แล้วออกไปจนหมดสุด แต่ถูกแทนที่ด้วยความเหลี่ยมๆมนๆล้ำสมัยอย่างรถยุคนี้เขาเป็นกัน เส้นสายด้ายข้างและแนวการออกแบบหลายที่นั้นยังคงมีกลิ่นอายความเป็น Discovery ในรุ่นที่แล้วเหมือนกัน เช่นเดียวกับด้านท้ายรถที่แม้จะเปลี่ยนทรงไฟท้ายเป็นแนวนอน ก็ยังรักษาเอกลักษณ์ฝาท้ายที่ติดทะเบียนหลังไว้ด้านซ้ายเช่นเดิม

   ภายในห้องโดยสารนั้นยกระดับความหรูหราจากรุ่นเดิมขึ้นไปอีกระดับ มาพร้อมเบาะนั่งที่พอสำหรับผู้ใหญ่ 7 คนนั่งได้ และยังอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีและสิ่งอำนวยความสะดวกหลายอย่างหลายอย่าง เช่น ระบบช่วยขับขี่กึ่งอัตโนมัติ semi-autonomous driving ช่องเสียบ USB 9 จุด และยังรองรับการเชื่อมต่อ 3G Wifi Hotspot ได้สูงสุดถึง 8 อุปกรณ์ รวมทั้งยังมีพื้นที่สัมภาระกว้างขวาง นอกจากนั้นรถคันนี้ยังมีความสามารถในการลากจูงได้ถึง 3,500 กิโลกรัมเลยทีเดียว

   ในเบื้องต้น Discovery โฉมใหม่จะมีรุ่น First Edition สำหรับตลาดอังกฤษ โดยในจำนวน 529 คันจะถูกส่งขายให้กับลูกค้าอเมริกา โดยจะมีการตกแต่งที่แตกต่างกันในแต่ละคันซึ่งขึ้นอยู่กับความต้องการของลูกค้า

   All-New Land Rover Discovery จะมีเกรดการตกแต่งให้ลูกค้า 4 ระดับด้วยกัน ได้แก่ S SE HSE และ HSE Luxury สำหรับเกรดการตกแต่งบนๆจะมีระบบเครื่องเสียงคุณภาพจาก Meridian หลังคาซันรูฟแบบพานอรามิก ล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว ไฟหน้าและไฟท้ายแบบ LED ที่มีดีไซน์ในโคมเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ นอกจากนี้จะได้ระบบความบันเทิงสำหรับผู้โดยสารด้านหลังเป็นมาตรฐาน รวมทั้งอัดแน่นระบบความปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นระบบช่วยจอด Park Assist, ระบบเตือนจุดบอด  Blind Spot Monitor, ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน Adaptive Cruise Control , ระบบตรวจจับสัญญาณจราจร Traffic Sign Recognition, ระบบช่วยจำกัดความเร็วอัจฉริยะ Intelligent Speed Limited, ไฟหน้าปรับสูงต่ำอัตโนมัติ Automatic High Beam , ระบบ Driver Condition Monitor กล้องมองภาพรอบคันความคมชัดสูง , ระบบเตือนไม่ให้ออกนอกเลน Lane Departure Warning และ ระบบที่ช่วยรักษารถให้อยู่ในเลน Lane Keep Assist.

   ฟีเจอร์ใหม่ที่ Land Rover จะนำเสนอก็คือ กลไกการพับที่นั่งแบบอัจฉริยะ ซึ่งเป็นครั้งแรกในโลกที่สามารถควบคุม ปรับแต่ง หรือตั้งค่าเบาะได้ผ่านทางหน้าจอสัมผัสตรงกลาง หรือ ผ่านทางสมาร์ทโฟนได้ โดยผ่านแอพพลิเคชั่น InControl Touch Pro Services ส่วนระบบอินโฟเทนเมนต์ภายในรถรุ่นสูงสุดจะได้หน้าจอสัมผัสขนาด 10 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android เต็มอิ่มความบันเทิงกับลำโพงจาก Meridian 14 จุดรอบคัน และ ซัฟวูฟเฟอร์

   สำหรับขุมพลังนั้น ผู้ซื้ออเมริกาและอังกฤษจะมีทางเลือกที่แตกต่างกัน
- รุ่น Si6 จะมากับเครื่องยนต์เบนซิน 3.0 ลิตร V6 ซูเปอร์ชาร์จ พละกำลัง 340 แรงม้า อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ใน 7.1 วินาที
- รุ่น TD6 เครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตร V6 พละกำลัง 254 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 600 นิวตัน-เมตรที่ 1,750 รอบ/นาที อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ใน 8.1 วินาที
- และลูกค้าอังกฤษจะมีทางเลือกในรุ่น SD4 เครื่องยนต์ดีเซล  2.0 ลิตร พละกำลัง 240 แรงม้าให้เลือก อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ใน 8.3 วินาที

   สำหรับราคาค่าตัวนั้น ในรุ่น S SE HSE และ HSE Luxury จะมีราคาค่าตัวตั้งแต่ 43,495 ปอนด์ (ประมาณ 1.942 ล้านบาท) จนถึง 62,695 ปอนด์ (ประมาณ 2.8 ล้านบาท) ส่วนรุ่นพิเศษ First Edition จะมีราคาค่าตัวที่ 68,295 ปอนด์ (ประมาณ 3.05 ล้านบาท) ส่วนเมืองไทยนั้นคงต้องอดใจรอกันนิดนึงครับ ยังไงก็มาขายแน่นอน

ที่มา Carscoops
มาร่วมติดตามความเคลื่อนไหวของพวกเราได้ที่นี่ครับ 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น