Like Box

วันเสาร์ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

รวมรถใหม่ที่คาดว่าจะเปิดตัวครึ่งปีหลังของปี 2017

  ตลาดช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้น่าจะเป็นอีกช่วงที่มีความคึกคักอยู่พอสมควรแต่อาจจะไม่ได้มีไฮไลต์พีคๆมากเท่าไหร่ (หรือจะมีก็ยังยากที่จะหยั่งรู้) มีรถใหม่หลายรุ่นที่รอคอยการเปิดตัวไทยมากมาย เนื่องจากว่าสิ่งที่เคยคาดการณ์ไว้ในต้นปีนั้นก็มีการอัพเดตข้อมูลหรือเพิ่มเติมอะไรบางอย่างเข้ามา เลยเป็นเหตุที่มาของบทความเรื่องนี้นั่นเอง

   สำหรับแบรนด์ Bentley , Chevrolet , Ford , Kia , Lamborghini , McLaren , Suzuki , Tata และ Volkswagen ไม่มีความคืบหน้าข่าวสารรถใหม่แบบชัดเจนหรือยากที่จะตามข่าวเลยไม่ได้พิมพ์ไว้ครับ ถ้าพร้อมก็เลื่อนไปอ่านด้านล่างได้เลย

Audi
   เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ค่ายรถสี่ห่วงในไทยที่ปัจจุบันนี้อยู่ภายใต้การบริหารของบริษัท Meister Technik ซึ่งทางบริษัทได้ประกาศแผนการเปิดตัวรถ 13 รุ่น (Luxury เปิดตัวแล้ว 2 รุ่น เหลือ 3 รุ่น / Sport เปิดตัวแล้ว 3 รุ่นเหลือ 1 รุ่น / SUV เปิดตัว 4 รุ่นหมดแล้ว) โดย ณ ปัจจุบันนี้เปิดตัวไปแล้ว 9 รุ่น นั่นแปลว่าเหลืออีก 4 รุ่น แบ่งเป็นรถกลุ่ม Luxury 3 รุ่น และ Sport 1 รุ่น ซึ่งก็เดายากเหลือเกินว่าจะเป็นรุ่นอะไรบ้าง 
  แต่คิดว่าคันนี้น่าจะมีโอกาสเอามาขายในไทย นั่นคือ All-New Audi A8 รถหรูระดับเรือธงของค่ายที่เพิ่งเปิดตัวไม่นานมานี้เองหลังจากที่กำลังพิมพ์บทความนี้อยู่ แม้รูปโฉมจะไม่ได้ก้าวกระโดดจากเดิมมาก แต่เทคโนโลยีต่างๆของรถที่มีมาให้ถือว่าจัดเต็ม สำหรับขุมพลังนั้นในตลาดยุโรปจะมีเครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตร V6 TDI พละกำลัง 286 แรงม้า และเครื่องยนต์เบนซิน 3.0 ลิตร V6 TFSI พละกำลัง 340 แรงม้า ถ้าอยากได้แรงขึ้นก็จะมีเครื่องยนต์ดีเซล 4.0 ลิตร V8 TDI พละกำลัง 435 แรงม้า และเครื่องยนต์เบนซิน 4.0 ลิตร V8 TFSI พละกำลัง 460 แรงม้า ตามมาภายหลัง รวมถึงรุ่น Plug-In Hybrid อย่าง E-Tron และตัวท็อปสุด 6.0 ลิตร W12 ก็จะตามมาด้วย ส่วนเมืองไทยจะเอามาขายหรือไม่ และเอาขุมพลังใดมาจำหน่ายต้องติดตาม 


ภาพจาก Carscoops
   ในฝั่งตลาดโลกยังมีรถ Audi อีกหลายคันที่รอการเปิดตัว เริ่มที่ All-New Audi A7 รถแนวซีดานคูเป้ที่ปัจจุบันยังคงวิ่งทดสอบอยู่ โดยจะมากับรูปโฉมที่ดูโฉบเฉี่ยวมากขึ้นแต่ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์อย่างรุ่นปัจจุบันที่ใกล้ตกรุ่นแล้ว รถจะถูกสร้างขึ้นบน MLB Platform ที่จะส่งผลต่อน้ำหนักตัวที่เบาลงราวๆ 100 กิโลกรัม ขุมพลังมีความเป็นไปได้ที่จะใช้เครื่องเบนซิน 2.9 ลิตร V6 พละกำลัง 450 แรงม้าที่ยกมาจาก Porsche Panamera โฉมล่าสุด การเปิดตัวน่าจะมีขึ้นภายในงาน Frankfurt Motor Show 2017 ช่วงเดือนกันยายนนี้ ส่วนเมืองไทยก็รอดูว่า Audi Thailand จะเอามาขายหรือไม่
  
ภาพจาก Autoblog
   All-New Audi A6 ก็เป็นอีกคันที่เมืองไทยมีสิทธิ์เอามาจำหน่ายเพื่อมาปะทะกับ Mercedes-Benz E-Class และ BMW 5-Series ซึ่ง ณ ปัจจุบันก็กำลังวิ่งทดสอบอยู่ โดยรูปโฉมก็จะเป็นไปตามแนวทางการออกแบบของ Audi ยุคใหม่ แม้ทรงจะคล้ายๆเดิมแต่สัดส่วนรถดูเพรียวบางกว่าเดิม คาดว่า Audi จะอัดเทคโนโลยีและสารพัดระบบใหม่ๆมาให้ไม่แพ้รุ่นอื่นๆ การเปิดตัวน่าจะมีขึ้นภายในงาน Frankfurt Motor Show 2017 ช่วงเดือนกันยายนนี้และเริ่มจำหน่ายประมาณต้นปี 2018 ส่วนเมืองไทยก็น่าจะมาหลังจากนั้นครับ

BMW
   ค่ายใบพัดฟ้าขาวในครึ่งปีหลังของปีนี้ ควรติดตามช่วงเดือนกันยายนเพราะจะเป็นช่วงที่ BMW จัดงาน BMW Xpo ที่เซ็นทรัลเวิลด์และงานนี้มักจะมีการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ของ BMW ซึ่งจะเป็นรุ่นอะไรนั้นก็ต้องติดตาม 

   รถที่มีความเป็นไปได้ก็มีหลายคันด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น
- BMW 1-Series MY2018 ที่เพิ่งปรับอุปกรณ์และเปิดตัว 3 Edition สุดพิเศษ อ่านรายละเอียดที่ 2018 BMW 1-Series ปรับอุปกรณ์เพิ่มเติมความทันสมัย
- BMW 2-Series LCI 2018 หรือรุ่นปรับโฉมใหม่ที่มีการปรับหน้าตาเล็กน้อยๆ อ่านรายละเอียดที่ BMW 2-Series LCI (Minor Change) ปรับความสดใหม่ให้คูเป้คันเล็ก
- BMW 3-Series MY2018 ที่มีการปรับอุปกรณ์นิดหน่อยและมี 3 Edition พิเศษเช่นกัน อ่านรายละเอียดที่ ชม 2018 BMW 3-Series ที่เพิ่ม 3 โมเดลสุดพิเศษ
- BMW 530e Plug-In Hybrid ไหนๆ Mercedes-Benz ก็มี E350e วางขายแล้ว คาดว่าทางค่ายใบพัดก็คงไม่พลาดที่จะนำมาขาย โดยจะมากับเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร 4 สูบ บวกกำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าเป็น 249 แรงม้า พร้อมแรงบิด 420 นิวตัน-เมตร อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 2 ลิตร/100 กม. (50 กม./ลิตร) และที่ไม่น่าพลาดก็คือการเปิดตัว 5-Series รุ่นประกอบในประเทศที่ราคาน่าจะถูกลงไม่น้อย
- BMW M4 CS อีกรุ่นพิเศษของสปอร์ตตัวแรงตระกูล M4 ที่มาแทรกกลางระหว่าง M4 Competition Package และ M4 GTS เครื่องยนต์นั้นได้ทำการติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน 3.0 ลิตร V6 ทวินเทอร์โบชาร์จที่ได้รับการปรับแต่งให้มีสมรรถนะถึง 454 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 600 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีดแบบ Dual Clutch อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 3.9 วินาที ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 278 กม./ชม. BMW ระบุว่ารถคันนี้สามารถไปทำเวลารอบสนาม Nurnurgring ได้ในเวลา 7 นาที 38 วินาที ซึ่งช้ากว่า M4 GTS ที่ทำไว้ที่ 7 นาที 27.38 วินาที แต่เร็วพอๆกับ Porsche 911 (991) Carrera S 


- BMW X3 เจเนเรชั่นใหม่ล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวในตลาดโลกไม่นานมานี้เอง มีการพัฒนาทั้งรูปโฉมและเทคโนโลยีต่างๆอย่างก้าวกระโดด คาดว่ารุ่นที่จำหน่ายในไทยน่าจะเป็น xDrive20d มากับเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร 4 สูบ ทวินพาวเวอร์เทอร์โบ พละกำลัง 190 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 400 นิวตัน-เมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 8 วินาที ค่าการปล่อยก๊าซ CO2 อยู่ที่ 142-132 กรัม/กม. อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 18.52-20 กม./ลิตร คาดว่าปลายปีนี้อย่างเร็วที่สุดน่าจะได้เห็นครับ


ภาพจาก Motor1
ภาพจาก Carscoops
  ข้ามมาดูฝั่งตลาดโลกกันบ้าง รถที่น่าติดตามก็คือ BMW X2 รถครอสโอเวอร์รุ่นใหม่พื้นฐานเดียวกับ X1 ว่าไปแล้วเรียกได้ว่า X2 ก็คือเวอร์ชั่นที่สปอร์ตขึ้นของ X1 ก็ไม่น่าจะผิดอะไร และสังเกตว่ารถอเนกประสงค์ทรงสปอร์ตของ BMW ทั้งหลายนั้นจะใช้ชื่อรุ่นเป็นเลขคู่ทั้งนั้น เช่น X4 หรือ X6 เป็นต้น   คาดว่า BMW X2 รุ่นผลิตจริงจะทำการเปิดตัวต่อสาธารณชนในงาน 2017 Frankfurt Auto Show ช่วงเดือนกันยายนที่กำลังจะมาถึงนี้ครับ ส่วนเมืองไทยจะมีโอกาสที่รุ่นนี้มาขายมากน้อยแค่ไหนต้องติดตาม


ภาพจาก Motorauthority
  อีกคันก็คือ BMW M5 เจเนเรชั่นใหม่ ที่ยังคงวิ่งทดสอบอยู่ ขุมพลังคาดว่าจะใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4.4 ลิตร V8 เทอร์โบคู่ ที่จะมีพละกำลังมากกว่า 600 แรงม้า และมาพร้อมกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบใหม่ M xDrive คาดว่าน่าจะเปิดตัวประมาณปลายปีนี้ ราวๆงาน 2017 Frankfurt Auto Show 


Honda
   ในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมานั้น Honda ก็ได้ทำการเปิดตัวรถรุ่นใหม่หลายรุ่นด้วยกัน ได้แก่ Honda City Minor Change , All-New Honda Civic Hatchback , All-New Honda CR-V , Honda Mobilio Minor Change , Honda Jazz Minor Change ส่วนในครึ่งปีหลังนั้นจะมีอะไรเปิดตัวในไทยบ้างก็ยังไม่ทราบชัดเจน


  แต่อย่างไรก็ตามรถที่คาดว่าน่าจะมีการปรับโฉมใหม่ตอนนี้ก็คือ HR-V ที่ปีนี้จะมีอายุตลาดครบ 3 ปี แต่ก็มีข่าวออกมาว่าน่าจะมีการปรับโฉมประมาณปี 2018 ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นจริงก็ถือว่ากะปรับชนกับ C-HR ของ Toyota เลย


 ส่วนอีกคันที่หลายคนรอคอย นั่นคือ All-New Honda Accord ที่เพิ่งเปิดตัวสดๆร้อนๆวันที่ 14 กรกฎาคมนี้เอง คิดว่ายังเร็วเกินไปที่จะสืบทราบการเปิดตัวซึ่งน่าจะมีขึ้นปีหน้า เลยไม่ขอพิมพ์อะไรมาก สามารถไปอ่านรายละเอียดตัวรถที่นี่ All-New Honda Accord เจเนเรชั่นที่ 10 โฉมใหม่ที่ดูใหญ่และสปอร์ตกว่าเดิม 
   
Hyundai
ภาพจาก Paultan

  ก่อนหน้านี้ในงาน Motor Expo 2016 ค่าย Hyundai ทำการแนะนำ Tucson เจเนเรชั่นใหม่ในไทยแต่ยังไม่นำมาขายซักที เครื่องยนต์ที่จะจำหน่ายในไทยคือ ครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบแถวเรียง ความจุ 2.0 ลิตร เทอร์โบแปรผันและอินเตอร์คูลเลอร์ กำลังสูงสุด 185 แรงม้า ที่ 4,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 400 นิวตัน-เมตรที่ 1,750 – 2,750 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีดพร้อม Sequential Shift Mode ขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ Full-time on demand คาดว่าอย่างช้าปลายปีก็น่าจะได้จับจองเป็นเจ้าของเสียที

Isuzu
   ค่ายนี้เป็นค่ายที่จำเป็นต้องกระตุ้นตลาดแทบทุกปีเพราะมีรถขายอยู่ไม่กี่รุ่น แต่ลำพังมีแค่กระบะกับ PPV ก็พอมีกำไรหล่อเลี้ยงบริษัทแล้ว ไหนจะรถบรรทุกอีก โดยเมื่อต้นปีก็เพิ่งมีการเปิดตัว MU-X Minor Change ไปแล้ว และปลายปีในช่วงกันยายน-พฤศจิกายนนั้นถือว่าเป็นช่วงที่ Isuzu ชอบใช้เปิดตัวรถใหม่ 


  ล่าสุดก็เพิ่งได้ข่าวมาว่า Isuzu กำลังซุ่มทำเครื่องยนต์ใหม่เพื่อมาทดสอบ 3.0 ลิตรเดิมที่อยู่ในตลาดมายาวนาน โดยเครื่องยนต์ใหม่จะเป็นตระกูล RZ เหมือนในเครื่อง 1.9 ลิตร ความจุนั้นว่ากันว่าจะถูก Downsizing ลงมาอยู่ที่ประมาณ 2.4 ลิตร ซึ่งการเปิดตัวเครื่องยนต์ใหม่อาจจะมีขึ้นในช่วงปลายปีนี้ (ราวๆปลายเดือนกันยายน-ต้นเดือนพฤศจิกายน) เป็นอย่างเร็วที่สุด หรือไม่ก็ต้นปีหน้า (มีนาคม 2018) ครับ

Land Rover

   ค่ายรถเอสยูวีสายลุยนั้นมีแผนเปิดตัว All-New Land Rover Discovery ที่ได้รับการพลิกโฉมใหม่ให้ทันสมัยและหรูหรามากขึ้น โดยยังคงประสิทธิภาพในการลุยทางออฟโรดไว้เหมือนเคย ขุมพลังในตลาดต่างประเทศมีให้เลือกหลายแบบ ได้แก่ กับเครื่องยนต์เบนซิน 3.0 ลิตร V6 ซูเปอร์ชาร์จ พละกำลัง 340 แรงม้า อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ใน 7.1 วินาที , เครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตร V6 พละกำลัง 254 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 600 นิวตัน-เมตรที่ 1,750 รอบ/นาที อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ใน 8.1 วินาที
และเครื่องยนต์ดีเซล  2.0 ลิตร พละกำลัง 240 แรงม้าให้เลือก อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ใน 8.3 วินาที ส่วนเมืองไทยจะมีขุมพลังไหนมาจำหน่าย ติดตามได้ 21 ก.ค. นี้


   ส่วนอีกคันที่มีความเป็นไปได้สูงที่จะเปิดตัวในไทยก็คือ Range Rover Velar รถ SUV รุ่นใหม่ที่มาเพื่ออุดช่องว่างระหว่าง Range Rover Evoque และ Range Rover Sport แต่มีดึไซน์ที่ดูสวยล้ำและภายในที่ดูล้ำสมัยมากกว่ารุ่นอื่นๆในค่าย  เครื่องยนต์ในตลาดอเมริกาเหนือจะมากับขุมพลังเบนซิน 2.0 ลิตรเทอร์โบ 4 สูบ พละกำลัง 247 แรงม้า และเครื่องยนต์เบนซิน 3.0 ลิตร V6 พละกำลัง 380 แรงม้า รวมทั้งเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร พละกำลัง 180 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ทางด้านตลาดยุโรปจะมากับทางเครื่องยนต์ที่หลายหลายกว่า โดยจะมีเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร 4 สูบ พละกำลัง 180 และ 240 แรงม้า รวมทั้งเครื่องยต์เบนซิน 2.0 ลิตร พละกำลัง 250 แรงม้า และ เบนซิน 3.0 ลิตร V6 พละกำลัง 380 แรงม้า ส่วนเมืองไทยจะมีมาจำหน่ายหรือไม่ก็ต้องติดตาม

Lexus
   ค่ายรถหรูในเครือ Toyota สำหรับในไทยช่วงครึ่งปีหลังคาดว่าจะมีรถใหม่เปิดตัวในไทยหลายรุ่น ไม่ว่าจะเป็น


- Lexus NX Minor Change รถครอสโอเวอร์ยอดนิยมของค่ายที่ได้รับการปรับโฉมภายนอกและภายในให้ทันสมัยมากขึ้น เครื่องยนต์ที่มีขายในต่างประเทศ ในรุ่น NX200t ถูกเรียกขานใหม่ในชื่อ NX300 ซึ่งมากับเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตรเทอร์โบชาร์จเหมือนเดิม และอีกรุ่นก็คือ NX300h ที่มากับเครื่องยนต์เบนซิน 2.5 ลิตร ผสานการทำงานกับมอเตอร์ไฟฟ้าซึ่งยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลงเช่นกัน คาดว่าเมืองไทยน่าจะมีการนำเสนออย่างเร็วที่สุดคือปลายปีนี้ช่วงงาน Motor Expo 2017


- All-New Lexus LS รถซีดานหรูเจเนเรชั่นใหม่ที่ปัจจุบันขายในไทยราคาแพงกว่ารถยุโรปแบบลิบลิ่ว ไม่รู้โฉมนี้ทาง Lexus จะถอดใจเลิกขายหรือเปล่า แต่รูปโฉมนั้นถือว่ามีการก้าวกระโดดจากรุ่นก่อนมากๆ ไม่เหมือนยุโรปหลายรุ่นที่ยังคงยึดติดแนวทางเดิมๆ ขุมพลังนั้น ทาง Lexus ได้นำเสนอเครื่องยนต์เบนซิน 3.5 ลิตรทวินเทอร์โบ V6 บล็อกใหม่ล่าสุด ที่มากับพละกำลัง 415 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 600 นิวตัน-เมตร อัตราเร่งจาก 0-96 กิโลเมตร/ชั่วโมงในเวลา 4.5 วินาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ก็ต้องรอติดตามประมาณปลายปีนี้ครับ

Mazda
   เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ค่าย Mazda ได้กระหน่ำเปิดตัวรถใหม่หลายรุ่นด้วยกัน ตามแผนการของ Mazda ที่จะเปิดตัวรถรุ่นใหม่ 6 รุ่น เป็นรุ่นปรับอุปกรณ์/ปรับโฉม 4 รุ่น และ โมเดลใหม่ 2 รุ่น ที่ผ่านมามีการเปิดตัวรุ่นปรับอุปกรณ์/ปรับโฉมไปแล้ว 3 รุ่น ได้แก่ Mazda 3 Minor Change , Mazda 2 MY2017 และ Mazda CX-3 MY2017 และโมเดลใหม่ 1 รุ่นคือ Mazda MX-5 RF


  เหลือรุ่นปรับโฉม/ปรับอุปกรณ์ 1 รุ่น ซึ่งหวยก็ลงไปที่ Mazda BT-50 Pro พอดี คาดว่าในปีนี้อาจจะมีการปรับปรุงโฉมหรือไม่ก็ปรับเพิ่มออปชั่นให้ครบครันมากขึ้น เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดกระบะ คาดว่าน่าจะมีการเปิดตัวประมาณปลายปีนี้

  และโมเดลใหม่อีก 1 รุ่น ตอนนี้ยังลังเล 2 รุ่นว่าจะเป็น All-New Mazda CX-9 หรือ All-New Mazda CX-5 กันแน่
    สำหรับ All-New Mazda CX-9 เปิดตัวในตลาดโลกไปแล้วเมื่อปลายปี 2015   ขุมพลังของรถนั้น ไฮไลต์สำคัญคือการโละเครื่อง 3.7 ลิตร V6 ออกไป แล้วแทนที่ด้วยเครื่องยนต์ใหม่ ด้วยขุมพลัง SkyActiv-G Turbo ขนาด 2.5 ลิตร 4 สูบ มากับพละกำลัง 254 แรงม้าที่ 5,000 รอบ/นาที (ตลาดญี่ปุ่นจะลดพละกำลังเหลือ 230 แรงม้า) แรงบิดสูงสุด 420 นิวตัน-เมตรที่ 2,000 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด และเคยมีข่าวออกมาว่า CX-9 อาจจะนำเข้าจากมาเลเซียและมีราคาที่จับต้องง่ายขึ้น แต่จนถึงป่านนี้แล้วก็ยังไม่มีวี่แววการเปิดตัว


  อีกคันก็คือ All-New Mazda CX-5 ที่น่าจะเข้าถึงลูกค้าง่ายกว่า และเชื่อว่าหลายคนน่าจะรอคอยการเปิดตัวเพื่อนำมาเทียบกับ All-New Honda CR-V ที่ประเดิมเปิดตัวไปแล้วเมื่อต้นปีที่ผ่านมา รูปทรงนั้นก็ได้แนวมาจากรุ่นพี่ CX-9 มากทีเดียว ขุมพลังในตลาดโลกมีให้เลือก 3 เครื่องยนต์เช่นเคย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์เบนซิน SkyActiv-G 2.0 ลิตร และ 2.5 ลิตร รวมทั้งเครื่องยนต์ดีเซล SkyActiv-D 2.2 ลิตร ทุกขุมพลังสามารถเลือกระบบส่งกำลังได้ทั้งเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด และ เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ส่วนระบบขับเคลื่อนก็จะมีให้เลือกทั้งระบบขับเคลื่อนล้อหน้าและระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ส่วนเมืองไทยก็น่าจะใช้เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตรกับดีเซล 2.2 ลิตร ก็แอบหวังว่าจะมาเปิดตัวในไทยทันปลายปีนี้ หรือไม่ก็ต้นปี 2018

Mercedes-Benz
    ดาวสามแฉกมีอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่รอการเปิดตัวในไทย นั่นคือ Mercedes-Benz GLA Minor Change ที่ได้รับการปรับโฉมภายนอกให้ดูทันสมัยมากขึ้น โดยยังคงไว้กับ 2 รหัสทางเลือก นั่นคือ GLA200 Urban และ GLA250 AMG Dynamic อีกทั้งยังประกอบในประเทศเช่นเคย และมีอีกรุ่นพิเศษตัวแรง GLA45 AMG 4Matic ที่มีการอัพเกรดขุมพลังเบนซิน 2.0 ลิตรเทอร์โบ 4 สูบ มากับพละกำลัง 381 แรงม้า พร้อมแรงบิด 475 นิวตัน-เมตร พาพุ่งทะยานจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลา 4.4 วินาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติคลัตซ์คู่ 7 สปีด การเปิดตัวจะมีขึ้นในวันที่ 21 ก.ค. นี้ครับ

   Mercedes-Benz S-Class Minor Change ที่ปรับโฉมให้ดูทันสมัยมากกว่าเดิม รวมทั้งเพิ่มเติมเทคโนโลยีใหม่ๆเข้ามามากขึ้น เมืองไทยคาดว่าน่าจะนำเครื่องยนต์เบนซิน Plug-In Hybrid หรือ S500e มาจำหน่ายเหมือนรุ่นปัจจุบัน และตัว Maybach ส่วนรายละเอียดเต็มๆของรถ สามารถเข้าไปอ่านได้ที่ Mercedes-Benz S-Class Minor Change ซาลูนหรูปรับใหม่มากด้วยเทคโนโลยีคาดว่าปลายปีนี้น่าจะมีการเปิดตัวในไทยครับ


   ข้ามมาดูในตลาดโลก ในวันที่ 18 กรกฎาคมนี้ ค่ายดาวสามแฉกเตรียมเปิดตัวกระบะรุ่นแรกของค่าย X-Class เป็นรุ่นที่คนไทยจับตาเยอะกันพอสมควร แต่เสียใจด้วยเพราะ Mercedes-Benz Thailand ไม่มีแผนเอามาจำหน่าย  คาดว่าในรุ่นเริ่มต้นจะมากับระบบขับเคลื่อนล้อหลังเป็นมาตรฐาน และจะมีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อเป็นออปชั่นเพิ่มเติม ขุมพลังก็คงจะมีตั้งแต่ขนาด 4 สูบจนไปถึง 6 สูบ เหมือนเช่นต้นแบบปีที่แล้วที่มากับเครื่องดีเซล V6 รองรับการบรรทุกได้ถึง 3.5 ตัน เอาเป็นว่ารอผู้นำเข้าอิสระเอามาขายดีกว่า


ที่มา Carscoops
  Mercedes-Benz G-Class เจเนเรชั่นที่ 2 เป็นอีกคันที่น่าจะมีการเปิดตัวในตลาดโลกช่วงปลายปีนี้ โดยรูปทรงนั้นยังคงไม่ถึงเอกลักษณ์ความคลาสสิค แม้ว่ารูปโฉมจะคล้ายเดิมมากแต่ G-Class โฉมใหม่จะถูกสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์มใหม่ที่ทันสมัยมากขึ้น ซึ่งอาจจะลดน้ำหนักตัวถังได้ราวๆ 408 กิโลกรัมเลยทีเดียว และแน่นอนว่าจะมีสารพัดเทคโนโลยีใหม่ๆเพิ่มเติมเข้ามาตามยุคสมัยขึ้น ถ้าไม่ทันปลายปีนี้ก็คงเป็นปีหน้า

MG
   ค่ายรถน้องใหม่เมื่อเดือนมีนาคมนั้นเคยมีแผนการเปิดตัวรถตู้ MPV ขนาดใหญ่รุ่นใหม่ในชื่อ MG GV ซึ่งเป็นการนำเอา Maxus G10 มาเปลี่ยนโลโก้ใหม่ และถูกวางตัวเป็นคู่แข่งของ Hyundai H-1 แต่แล้วก็ต้องถูกเลื่อนออกไป สาเหตุนั้นแอบได้ยินแว่วๆว่า เจอปัญหาเรื่องภาษีเลยทำราคาไม่ได้ตามที่ต้องการ อย่างไรก็ตามภายในปีนี้เห็นว่ายังไงก็มาแน่นอน คาดว่าขุมพลังที่จะนำมาขายในไทยจะเป็นเครื่องยนต์ดีเซล 1.9 ลิตร พละกำลัง 150 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 350 นิวตัน-เมตร (คนละเครื่องกับ Isuzu D-Max) คาดว่าอย่างช้าปลายปีนี้น่าจะได้ยลโฉมกัน


   และอีกคันที่น่าสนใจยิ่งกว่าและเป็นรถที่แฟนๆ MG รอคอย นั่นก็คือ MG ZS รถครอสโอเวอร์ SUV ขนาดซับคอมแพกต์ที่จะมาเป็นคู่ปรับของ Honda HR-V , Mazda CX-3 , Nissan Juke , Ford Ecosport และ Toyota C-HR ที่กำลังจะเปิดตัวตามมา เมืองไทยยังคงต้องลุ้นว่าจะทำตลาดด้วยเครื่องอะไร แต่ที่แน่ๆในตลาดจีนมีให้เลือก 2 แบบคือ
- เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร 4 สูบ พละกำลัง 120 แรงม้า พร้อมแรงบิด 150 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และ เกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 15.87-16.39 กม./ลิตร
- เครื่องยนต์เบนซิน 1.0 ลิตรเทอร์โบ TGI พละกำลัง 125 แรงม้า พร้อมแรงบิด 170 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด หรือ เกียร์อัตโนมัติ DCT 6 สปีด อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 16.95 กม./ลิตร

คาดว่าเมืองไทยน่าจะได้ยลโฉมอย่างเร็วที่สุดปลายปีนี้


   ข้ามมาในตลาดโลก ในเดือนสิงหาคมนี้ ค่าย MG ก็จะมีการเปิดตัวรถใหม่ 2 รุ่นด้วยกัน เริ่มที่ MG3 Minor Change ที่มีภาพหลุดดีไซน์ภายนอกออกมาให้เห็น ชี้ชัดว่าตัวรถจะใช้แนวการออกแบบใหม่ มีดีไซน์ด้านหน้าที่สปอร์ตขึ้นกว่าเดิม แต่ทีเด็ดคงจะเป็นการออกแบบคอนโซลหน้าใหม่แทบทั้งดุ้น ส่วนเมืองไทยคาดว่าน่าจะมีการเปิดตัวภายในต้นปี 2018 หรือลุ้นอย่างเร็วสุดคือปลายปีนี้
ภาพจาก Autohome.com.cn
  ที่ขาดไม่ได้เลยคือ MG6 เจเนเรชั่นใหม่ ที่ดูจากรถทดสอบแล้วน่าจะพลิกโฉมให้ดูทันสมัยและสปอร์ตกว่าเดิมภายใต้แนวการออกแบบยุคใหม่ของค่าย  ขุมพลังมีความเป็นไปได้ที่จะใช้เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร TURBO (บลูชิปเทอร์โบแบบฉีดตรง) ให้พละกำลังสูงสุด 169 แรงม้าที่ 5,600 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร ตั้งแต่ 1,700-4,400 รอบต่อนาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ แบบ Dual-Clutch TST 7 สปีด ส่วนเมืองไทยน่าจะมีการเปิดตัวภายในปี 2018

   และอีกคันที่หลายคนรอคอย Maxus T60 กระบะที่คาดว่าน่าจะนำมาแปะตรา MG ขายในไทย ดูหน้าตาแล้วก็หล่อเหลาไม่เบา แม้จะมีกลิ่นอายจากค่ายรถใหญ่ๆเข้ามาบ้างก็ตาม ขุมพลังนั้นจะใช้เครื่องยนต๋ดีเซล 2.8 ลิตร VGT พละกำลัง 150 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 360 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 5 สปีด/6 สปีด หรือ เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบอิเล็กทรอนิกส์จาก BorgWarner ดูทรงแล้วปลายปีนี้น่าจะไม่ทันแต่คงจะเป็นปี 2018 ครับ

Mitsubishi
   ค่ายสามเพชรเปิดตัวรุ่นพิเศษให้กับ Triton และปรับอุปกรณ์ให้กับ Pajero Sport ไปแล้ว ถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีความคืบหน้าของ Triton Minor Change (รุ่นปรับโฉม) ออกมาให้เห็นกันเลยแม้แต่น้อย ก็ต้องรอดูว่าปีนี้ Mitsubishi จะมีเซอร์ไพรซ์กับ Triton หรือไม่

ภาพจาก Autonetzmag
  แต่ที่เห็นว่ามาแน่ๆคือรถ MPV Crossover คันใหม่ที่อ้างอิงโฉมจากต้นแบบ Mitsubishi XM Concept ที่นำมาโชว์ตัวในปีที่แล้ว ข่าวล่าสุดคือรถคันนี้อาจจะมีชื่อว่า Expander เครื่องยนต์ก็น่าจะวางเครื่องเบนซิน 1.5 ลิตร เรื่องออปชั่นและระบบความปลอดภัยค่อนข้างเชื่อใจค่ายนี้เพราะมักจัดเต็มเกือบทุกรุ่น ในตลาดอินโดนีเซียจะประเดิมเปิดตัวก่อนสิงหาคมนี้ ส่วนเมืองไทยน่าจะมีการเปิดตัว Motor Expo 2017 ปลายปีนี้ โดยวางตัวเป็นคู่แข่ง Honda BR-V

Nissan
   เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ค่าย Nissan ได้พยายามกระตุ้นตลาดรถด้วยการนำเสนอ Nissan Note ใหม่ซึ่งเป็นการนำ Note Minor Change ของญี่ปุ่นมาขาย แต่ไส้ในยังเป็นเครื่องเบนซิน 1.2 ลิตรเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ก็พอกระตุ้นตลาดได้บ้าง นอกนั้นก็มีแค่การเปิดตัวรุ่นพิเศษของ Navara และ Sylphy ปรับอุปกรณ์ ยังไม่มีไฮไลต์เด็ดๆยิ่งกว่านี้เลย

   คาดว่าในปลายปีนี้เป็นอย่างเร็วที่สุดอาจจะได้เห็น Nissan X-Trail Minor Change ที่มีการปรับโฉมภายนอกและภายในให้ทันสมัยมากขึ้นมากขึ้น เครื่องยนต์ในไทยน่าจะยังคงมีให้เลือก 3 แบบ ได้แก่
- เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร MR20DD Direct Injection มากับพละกำลัง 144 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 200 นิวตัน-เมตร 
- เครื่องยนต์ 2.5 ลิตร บล็อกเดียวกับ Nissa Teana มากับพละกำลัง 173 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 234 นิวตัน-เมตร 
 มากับขุมพลังเบนซิน 4 สูบ ความจุ 2.0 ลิตร MR20DD พละกำลัง 144 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 200 นิวตัน-เมตร ที่ 4,400 รอบ/นาที ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าแบบซิงโครนัส กำลังสูงสุด 41 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 160 นิวตัน-เมตร รวมพละกำลังทั้งระบบ 179 แรงม้า 

ทั้งหมดส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ X-Tronic CVT พร้อมแมนวลโหมด 7 สปีด ในด้านระบบขับเคลื่อนนั้นจะมีให้เลือก ได้แก้ และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่มีสวิตซ์ปรับให้เลือกได้อีก 3 แบบ ได้แก่ ระบบขับเคลื่อน 2 ล้อหน้า ระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัตโนมัติ และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลา การเปิดตัวถ้าไม่ทันปลายปีนี้ก็คงจะเป็นต้นปี 2018 ครับ


   ส่วน Nissan Kicks รถอเนกประสงค์ครอสโอเวอร์ B-SUV ยังไม่มีรถทดสอบออกมาวิ่งในไทยเลย หรือกำลังซุ่มทดสอบอยู่ก็ไม่ทราบได้เหมือนกัน ก็ยังแอบหวังว่าปลายปีนี้น่าจะพอได้เห็นความเคลื่อนไหวบ้าง


ภาพจาก Carscoops
  ส่วนอีกคันที่หลายคนจับตา นั่นคือ รถ SUV พื้นฐานกระบะ Navara หรือเรียกแบบที่เราเข้าใจ Navara PPV นั่นเอง ตอนนี้ก็ยังคงซุ่มทดสอบอยู่ และไม่มีข่าวคราวไปมากกว่านี้ ก็คงต้องรอข่าวความเคลื่อนไหวต่อไป 

Porsche
   ค่ายสปอร์ตหน้ากบแห่งเยอรมัน คาดว่าน่าจะมีรถใหม่ๆมาเปิดตัวในไทยช่วงครึ่งปีหลัง อย่าง Porsche Panamera Sport Turismo ที่ดีไซน์รถนั้นจะได้รับแรงบันดาลใจมากต้นแบบที่เปิดตัวเมื่อปี 2012 ความแตกต่างของรุ่น Sport Turismo กับรุ่นปกติจะอยู่ในส่วนของประตูหลังและกระจกโอเปร่าที่จะมีความลาดเทด้วยกว่าตัวถังซีดาน รวมทั้งกระจกโอเปร่าที่มีชนาดใหญ่กว่าเดิม เพื่อรองรับพื้นที่โดยสารด้านหลังที่มากขึ้นด้วย  สำหรับขุมพลังของรถนั้นก็จะมีให้เลือกหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นรุ่น  Panamera 4 พละกำลัง 330 แรงม้า, Panamera 4S พละกำลัง 440 แรงม้า, Panamera 4S Diesel พละกำลัง 422 แรงม้า, Panamera 4 E-Hybrid พละกำลัง 462 แรงม้า และ Panamera Turbo. พละกำลัง 542 แรงม้า ก็ต้องรอดูว่าทางบริษัทจะเอามาขายหรือไม่ ถ้ามาก็คงจะเป็นช่วงปลายปีนี้ครับ


ภาพจาก Motor1
  คันต่อมา All-New Porsche Cayenne เจเนเรชั่นที่ 3 ที่ตอนนี้กำลังเข้าสู่ช่วงสุดท้ายของการทดสอบ โดยยังคงเอกลักษณ์ดีไซน์แบบรุ่นเดิมไว้ไม่เปลี่ยนแปลง มีเส้นสายที่ดูปราดเปรียวและโค้งมนมากขึ้น โดยเฉพาะกระจกโอเปร่าท้าย และช่วงท้ายรถที่ดูลาดกว่าเดิม เครื่องยนต์ก็น่าจะยังคงมีทั้งดีเซล เบนซิน และปลั๊กอินไฮบริด คาดว่าการเปิดตัวจะมีขึ้นในงาน Frankfurt Motor Show 2017 ช่วงเดือนกันยายน ส่วนเมืองไทยคงจะมาไม่ปลายปีนี้ก็ต้นปีหน้าครับ

Rolls-Royce

ภาพจาก autohome.com.cn
   ค่ายอัครมหายานยนต์หรู นานๆทีจะเห็นถึงความเคลื่อนไหวรถรุ่นใหม่ในไทย แต่ในต่างประเทศมีรถที่รอการเปิดตัวอยู่ นั่นคือ All-New Rolls-Royce Phantom ที่ดูจากภาพรถทดสอบแล้วจะเห็นว่ายังคงดีไซน์แบบเดิมๆไว้อยู่ครบถ้วน แต่ก็ได้มีการอัพเกรดภายในและติดตั้งเทคโนโลยีใหม่ๆมาให้มากยิ่งขึ้น ตัวรถจะถูกสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์มใหม่แบบอลูมิเนียมทำให้มั่นใจได้ว่า Phantom โฉมใหม่จะมีน้ำหนักที่ลดลงจากรุ่นปัจจุบัน กำหนดการเปิดตัวตัวสาธารณชนทั่วโลกจะมีขึ้นวันที่ 27 กรกฎาคมนี้ครับ

Subaru
   ค่ายดาวลูกไก่มีไฮไลต์สำคัญที่รอเปิดตัวในไทยปลายปีนี้ นั่นคือ All-New Subaru XV ที่ได้ยกระดับตความสวยงามและความหรูหรามากยิ่งขึ้นกว่าเดิม รุ่นนี้ยังคงเป็นการนำ Subaru Impreza โฉมล่าสุดมาแต่งหน้าทาปากยกตัวถังให้สูงขึ้น และถ้าเทียบกับ XV โฉมที่แล้วนั้นดีไซน์ภายนอกก็ยังคงมีกลิ่นอายจากรุ่นเดิมแต่มีความโฉบเฉี่ยวและสวยงามมากขึ้นนั่นเอง ล้ออัลลอยยังคงเป็นล้อปัดขอบเงาดำแต่มีขนาดใหญ่ขึ้นเป็น 18 นิ้ว


    ตัวรถสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์มใหม่ที่ชื่อว่า Subaru Global Platform ซึ่งมีความแข็งแรงเพิ่มขึ้น การขับขี่ที่สบาย นุ่มนวลและคล่องตัวมากขึ้น   


    สำหรับขุมพลังนั้นยังคงเรียกใช้เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตรเจ้าเดิมที่ได้รับการปรับปรุงชิ้นส่วนกว่า 80% มากับพละกำลัง 156 แรงม้า แรงบิด 196 นิวตันเมตร โดยตัวเครื่องมีน้ำหนักเบากว่าเดิม 12 กิโลกรัม ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ CVT Lineartronic ปรับปรุงใหม่ให้ช่วยในเรื่องของอัตราเร่งและการประหยัดน้ำมันที่ดีขึ้น โดยชุดเกียร์มีน้ำหนักเบาลง 7.8 กิโลกรัม และยังมาพร้อมกับระบบช่วบควบคุมเกียร์อัตโนมัติ Auto-Step Shift Control และ Manual Mode 7 สปีด  


   ระบบขับเคลื่อนยังคงเป็นระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ Symmetrical AWD พร้อมระบบช่วยกระจายแรงบิด Active Torque Vectoring อีกทั้งยังคงมีปุ่ม X-Mode ช่วยควบคุมการทำงานของเครื่องยนต์ ระบบส่งกำลัง และระบบขับเคลื่อนให้ทำงานร่วมกันได้ดีมากขึ้น


     ระบบความปลอดภัยของรถนั้นค่อนข้างจัดมาเต็ม ด้วยการติดตั้งชุดระบบความปลอดภัย Subaru Eyesight ที่จะมีระบบ Pre-Collision Braking ช่วยหยุดรถอัตโนมัติในกรณีที่อาจเกิดการชนทางด้านหน้า , Adaptive Cruise Control และ ระบบช่วยรักษารถให้อยู่ในเลน Lane Keep Assist นอกจากนี้ยังมีระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ High Beam Assist , ไฟหน้าปรับตามการหมุนของพวงมาลัย และ  Subaru Rear Vehicle Detection แต่เมืองไทยจะมีระบบพวกนี้เข้ามาด้วยหรือไม่ ปลายปีนี้ช่วงงาน Motor Expo 2017 ต้องติดตามครับ


Toyota
   ต้องยอมรับว่าเมื่อช่วงครึ่งปีแรก Toyota ค่อนข้างเงียบกับการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ๆค่อนข้างมาก แต่ในช่วงครึ่งปีหลังน่าจะเป็นการจัดเต็มของค่ายเลยก็ว่าได้ แต่ส่วนใหญ่ก็จะเน้นไปที่การปรับอุปกรณ์เป็นหลัก อย่างไรก็ตามจะมีไฮไลต์พีคๆมาให้ได้ชมเชยเช่นกัน


   เริ่มที่ Toyota Hilux Revo ที่ภายในปีนี้จะมีการปรับสเปคกันเล็กน้อย จะมีการเพิ่มรุ่นย่อยใหม่ 2.4 J Deckless กระบะตอนเดียวไม่มีกระบะท้าย เหมาะกับกลุ่มบริษัทที่ซื้อรถกระบะไปใส่ตู้แช่เย็น ตู้บรรทุกสินค้า นอกจากนี้จะมีการปรับ "เพิ่มและลด" อุปกรณ์ในบางจุด รายละเอียดสามารถไปตามอ่านได้ที่ คาดว่าการเปิดตัวน่าจะมีขึ้นประมาณเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม 

   แต่การปรับที่กล่าวมานั้นอาจจะไม่ใช่การปรับกระตุ้นจริงๆของ Toyota เพราะการปรับกระตุ้นตลาดของจริงนั้นแอบได้ข่าวมาว่า "อาจจะ" เกิดขึ้นในปลายปีนี้ (ยังไม่ยืนยันว่าจริง) มีสายข่าวรายงานว่าปลายปีนี้จะมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ระดับ Big Minor Change ให้กับ Hilux Revo ซึ่งตอนนี้ยังไม่สามารถบอกให้เชื่อถือ 100% ได้เพราะเป็นข้อมูลที่บอกมาเป็นข้อความเท่านั้น ยังไม่มีเอกสารยืนยันชัดเจน ดังนั้นคงต้องรอการยืนยันอีกครั้ง


   ต่อกันที่ Toyota Camry ในปีนี้จะมีการปรับอุปกรณ์เช่นกัน และน่าจะเป็นการปรับทิ้งท้ายก่อนที่โฉมใหม่จะมาภายในปี 2018 และเพื่อสู้ยอดขายกับ Honda Accord ด้วย การปรับเปลี่ยนหลักๆจะเน้นไปที่รุ่น Extremo ที่จะมีการออกแบบชุดแต่งภายนอกใหม่อีกรอบ ส่วนเครื่องยนต์ธรรมดาและ Hybrid จะมีการปรับสีล้อรถเล็กน้อย และยังมีการตกแต่งภายในห้องโดยสารใหม่ด้วย ยกเว้นรุ่น Esport ที่ยังคงเดิม รายละเอียดอ่านได้ที่ คาดว่าการเปิดตัวน่าจะมีขึ้นในเดือนกรกฎาคมนี้
(ย่อหน้านี้มีการพิมพ์ก่อนรุ่น Extremo 2017 จะเปิดตัว ซึ่งตอนนี้คือเปิดตัวแล้วตามรูปข้างบนเลย ส่วนรุ่นเครื่องเบนซินธรรมดายังไม่มา)


  และคันต่อมาที่หลายคนก็รอคอยการเปลี่ยนแปลง Toyota Fortuner ที่จะมีการปรับอุปกรณ์เช่นกัน หลังจากที่ต้องทนฟังเสียงหลายๆคนเรียกร้องดิสก์เบรกหลัง หลังจากที่ใส่ให้แค่ Fortuner TRD Sportivo ที่ต้องจ่ายเงินถึง 1.6 ล้านปลายๆเพื่อได้มา คราวนี้ Toyota จะใส่มาให้ทุกรุ่นเลย และมีการเปลี่ยนสีไฟเลี้ยวและไฟเบรกด้านท้ายใหม่ นอกจากนี้ในเกรด V ขึ้นไปจะมีการเพิ่มไฟตัดหมอก LED เบาะไฟฟ้าคู่หน้ามาให้ ไฮไลต์ที่น่าสนใจคงจะเป็นการเพิ่มทางเลือกใหม่ รุ่น 2.4 V 4WD รายละเอียดเพิ่มเติมอ่านได้ที่ คาดว่าการเปิดตัวน่าจะมีขึ้นประมาณเดือนกรกฎาคม-สิงหาคมเช่นเดียวกัน


   ไฮไลต์ที่น่าสนใจก็คงจะเป็น Toyota Yaris Sedan รถที่ไม่คาดคิดว่าจะเอามาขายในไทย นั่นคงเป็นสาเหตุที่ Toyota ทำราคา Vios โดดขึ้นไปสูงลิ่วเพื่อเว้นที่ให้กับ Yaris Sedan ใหม่ ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่ารถคันนี้จะไม่ใช่ Yaris L ที่เอาแค่ Vios มาเปลี่ยนหน้าใหม่ เมื่อดูจากรถทดสอบที่มาวิ่งในไทยทำให้เห็นว่า Toyota ลงทุนเปลี่ยนด้านหน้า เส้นสายตัวรถ และด้านท้ายเกือบทั้งคันจนอาจจะเป็น All-New เลยก็ว่าได้ เท่าที่ได้ข้อมูลนั้น Toyota Yaris Sedan จะมากับเครื่องยนต์เบนซิน 1.2 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์ว  DOHC รองรับเชื้อเพลิงแก๊สโซฮอล์ 91 , 95 และ E20 ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ CVT พร้อม Shift Link (ข้อมูลที่ได้มา ไม่มีเกียร์ธรรมดา) ส่วนระบบความปลอดภัยคือไฮไลต์เพราะรุ่นนี้จะทำการติด ตั้ง VSC TRC ถุงลมนิรภัย 7 ใบมาให้ทุกรุ่น! การเปิดตัวน่าจะมีขึ้นในช่วงเดือนสิงหาคมอาจจะเร็วหรือช้ากว่านั้นก็ได้ ส่วนตัวถัง Hatchback ที่กำลังวิ่งทดสอบน่าจะตามมาในภายหลัง


   ปิดท้ายอีกคันที่หลายคนรอคอย Toyota C-HR รถครอสโอเวอร์สุดโฉบเฉี่ยวของค่าย Toyota ที่วางตัวเป็นคู่แข่งของ Honda HR-V , Mazda CX-3 , Nissan Juke , Ford Ecosport ณ ปัจจุบันก็กำลังวิ่งทดสอบในไทยอยู่ เชื่อว่าคันนี้เป็นหนึ่งในรถที่คนไทยรอจับจ่ายใช้สอยเป็นอย่างมาก เพราะมีรูปทรงที่สวยบาดตาบาดใจ ส่วนด้านหลังนั้นแม้มีสื่อหลายๆเจ้าไปนั่งมาแล้ว รวมทั้งมองด้านหลังผิวเผินก็เหมือนจะแคบ ก็ต้องรอไปสัมผัสคันจริงว่าจะแคบมากหรือไม่ ขุมพลังในไทยมีความเป็นไปได้ 2 ทางเลือกนี้
- เครื่องยนต์เบนซิน 1.2 ลิตรเทอร์โบ ที่มากับพละกำลัง 116 แรงม้า PS พร้อมแรงบิด 185 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 6 สปีด หรือเกียร์อัตโนมัติ CVT พร้อมระบบขับเคลื่อนล้อหน้าหรือระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD ปล่อยก๊าซ CO2 ออกมา 128 กรัม/กม. ทำอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยได้ 17.54 กม./ลิตร 

- Hybrid ที่มากับเครื่องยนต์เบนซิน 1.8 ลิตรทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าแบบเดียวกับ Prius รุ่นล่าสุด มากับพละกำลังทั้งระบบ 122 แรงม้า PS ทำอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยได้ 27.03 กม./ลิตร ปล่อยก๊าซ CO2 ออกมาแค่ 85 กรัม/กม. เท่านั้น

คาดว่าการเปิดตัวในไทยนั้น น่าจะมีขึ้นอย่างเร็วที่สุดคือปลายปี 2017 นี้หรืออย่างช้าต้นปี 2018 ครับ

Volvo
   ค่ายรถสแกนดิเนเวียน เมื่อต้นปีที่ผ่านมาได้ทำการเปิดตัว Volvo V90 โฉมใหม่ไปแล้ว และในช่วงเดือนมิถุนายนมีการแนะนำ Volvo XC60 Dynamic Edition รุ่นพิเศษส่งท้ายโฉมเก่า มีการตกแต่งภายนอกรอบคัน วางขายในราคา 3,149,000 บาท


   คาดว่าปลายปีนี้น่าจะมีโอกาสได้ยลโฉมกับ Volvo XC60 เจเนเรชั่นใหม่ที่เปิดตัวในตลาดโลกไปแล้ว  โดยมีรูปโฉมที่เดินตามรอยรุ่นพี่อย่าง XC90 มาเต็มๆ แต่มีความโค้งมนที่มากกว่านิดหน่อยยังคงมากับไฟหน้าค้อน Thor ที่กลายเป็นเอกลักษณ์ของ Volvo ยุคนี้ไปแล้ว 

   ในตลาดต่างประเทศจะมีทางเลือกเครื่องยนต์ตั้งแต่รุ่น T8 Twin Engine ซึ่งเป็นรุ่น Plug-In Hybrid มากับเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร 4 สูบ Drive-E Powertrain เทอร์โบชาร์จและซูเปอร์ชาร์จ ผสานการทำงานกับมอเตอร์ไฟฟ้า ปล่อยพละกำลังออกมาได้ถึง 407 แรงม้า พุ่งทะยานจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลา 5.3 วินาที ขุมพลังอื่นๆก็จะมีรุ่น D4 ที่มากับเครื่องยนต์ดีเซลพละกำลัง 190 แรงม้า และรุ่น D5 ที่มาพร้อมเทคโนโลยี PowerPulse พละกำลัง 235 แรงม้า ,รุ่น T5 เครื่องเบนซิน 2.0 ลิตรเทอร์โบชาร์จ พละกำลัง 254 แรงม้า และ รุ่น T6 ที่มากับเครื่องเบนซิน 2.0 ลิตร เทอร์โบชาร์จและซูเปอร์ชาร์จ พละกำลัง 320 แรงม้า

   คนไทยน่าจะได้ยลโฉม Volvo XC60 โฉมใหม่อย่างเร็วที่สุดปลายปีนี้ภายในงาน Motor Expo 2017 ครับ


  และทั้งหมดนี้ก็คือ รวมรถใหม่ที่คาดว่าจะเปิดตัวครึ่งปีหลังของปี 2017 ซึ่งทั้งหมดนี้อาจจะไม่ใช่ความจริง 100% มันคงเป็นการยากที่สามารถให้ข้อมูลรถใหม่ล่วงหน้าแบบตรงเป๊ะๆ ถ้าอยากได้เป๊ะๆคงต้องนั่งไทม์แมชชีนข้ามเวลาไปหาข่าวเสียแล้ว หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านทุกท่านครับ

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง : รวมรถใหม่ที่คาดว่าจะเปิดตัวภายในปี 2017

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น