Like Box

วันพฤหัสบดีที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2560

รวมรถใหม่ที่คาดว่าจะเปิดตัวภายในปี 2017

  สวัสดีครับท่านผู้อ่าน ตอนนี้ก็เข้าสู่ปี 2017 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว กลับมาพบกับบทความ "รวมรถใหม่ที่คาดว่าจะเปิดตัวภายในปี 2017" บทความที่วิเคราะห์ คาดการณ์รถรุ่นใหม่ที่มีความเป็นไปได้ที่จะเปิดตัวภายในปี 2017


   ในปีนี้ยังคงมีรถใหม่ๆมาให้เราติดตามอีกเช่นเคย แม้รถโฉมใหม่หมดจดที่จะทำให้เราว้าวนั้นอาจจะมีไม่กี่ค่ายเท่านั้น อย่างไรก็ตามรถที่เปิดตัวปีนี้ก็ยังคงความน่าสนใจอยู่แน่นอน เช่นในช่วงเดือนมกราคมที่จะมีการเปิดตัวรถรุ่นใหม่อย่างน้อย 4 รุ่นด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น Honda City Minor Change , Nissan Note, Mazda 3 Minor Change และ Toyota Vios Minor Change นี่เป็นแค่ไฮไลต์ส่วนหนึ่งของรถใหม่ในปีนี้เท่านั้น ยังมีรถใหม่ๆทั้งในไทยและเทศอีกมากให้เราๆได้ติดตามกัน (แต่เชื่อว่าผู้ซื้อส่วนใหญ่จะเน้นตามรถในไทย ส่วนคนที่ชอบตามข่าวรถ หรือบ้ารถตัวยงก็น่าจะสนใจข่าวรถในวงกว้างๆด้วย)

   สำหรับในบทความนี้จะไม่ขอพูดถึงค่าย Proton Mitsuoka ที่เลิกขายในไทยไปแล้ว (ค่ายแรกน่าจะเลิกแล้วมั้งเห็นเงียบๆ) และจะไม่พูดถึง Tata , Foton รวมทั้งค่ายรถจีนทั้งหลายที่ผมไม่รู้ความแน่นอนในการนำรถเข้ามาเปิดตัวในเมืองไทย และข้อมูลทั้งหมดที่อยู่ด้านล่างนี้เป็นการวิเคราะห์และคาดการณ์ความเป็นไปได้เท่านั้น ซึ่งอาจจะไม่ได้ตรงเป๊ะๆ 100% และหลังจากบทความนี้ปล่อยไปข้อมูลต่างๆที่ว่าอาจจะมีการอัพเดตใหม่ ฉะนั้นก็ต้องติดตามข่าวสารรถให้ดีๆ ถ้าพร้อมแล้วก็เริ่มกันได้เลยครับ

Aston Martin
ภาพจาก Autoexpress
   ค่ายสปอร์ดแดนผู้ดีรายนี้ เมื่อปีที่ผ่านมามีการเปิดตัว Aston Martin DB11 ในไทยไปแล้ว และดูท่าทางว่าปีนี้น่าจะเงียบๆ แต่ที่แน่ๆในตลาดต่างประเทศน่าจะมีการนำเสนอ Aston Martin DB11 Volante หรือ DB11 ในเวอร์ชั่นเปิดหลังคานั่นเอง เครื่องยนต์ก็คงจะใช้ร่วมกับตัวถังคูเป้ การเปิดตัวก็รอไปโน่นเลย ฤดูใบไม้ผลิปี 2018 หรือประมาณต้นปี 2018 แน่นอน แต่อาจจะมีการนำเสนอรูปโฉมในช่วงปลายปีนี้ก่อนก็เป็นได้ครับ
ภาพจาก Autoguide
   และอีกคันก็คือ All-New Aston Martin Vantage โฉมใหม่หมดจดซึ่งกำลังวิ่งทดสอบอยู่เช่นกัน รูปโฉมนั้นก็จะมาแนวๆเดียวกับ DB10 และ DB11 เลย ขุมพลังคาดว่าจะมากับเครื่องยนต์ 4.0 ลิตร V8 จาก AMG และเครื่องยนต์ 5.2 ลิตร V12 การเปิดตัวน่าจะมีขึ้นในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปีนี้ หรือ ประมาณกันยายนปีนี้ครับ ส่วนเวอร์ชั่นเปิดประทุนจะตามมาในปี 2018 ครับ

Audi
   เริ่มที่แบรนด์ยุโรปสี่ห่วงอย่าง Audi ที่เมื่อช่วงปีที่ผ่านมามีการเปลี่ยนแปลงตัวแทนจำหน่ายในเมืองไทยจากเดิมที่อยู่ในเครือยนตรกิจ มาอยู่ในมือของตระกูล "ล่ำซำ" ภายใต้บริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด ที่ถูกแต่งตั้งโดย Audi AG ประเทศเยอรมัน คาดว่าในปีนี้น่าจะได้เห็นความเคลื่อนไหวในการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ๆ


   คาดว่ารถที่จะนำมาจำหน่ายก็คงมี Audi A4,A6,Q7,TT เช่นเดิม และน่าจะมีรถรุ่นใหม่มานำเสนอด้วย เริ่มที่ รถอเนกประสงค์คันเล็กน่ารัก Audi Q2 โดยตัวรถสร้างขึ้นจากพื้นฐานของ Audi A3 Sportback ขุมพลังจะมีขุมพลัง 6 แบบที่แตกต่างกันมาให้ใน Q2 รุ่นใหม่ ตั้งแต่พละกำลัง 116-190 แรงม้า โดยเริ่มต้นที่เครื่องยนต์เบนซิน 1.0 ลิตร 3 สูบ TFSI ตามด้วยเครื่องยนต์ 1.4 ลิตร และ 2.0 ลิตร 4 สูบ ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 6 สปีดเป็นมาตรฐาน แต่มีระบบเกียร์อัตโนมัติคลัตซ์คู่ S-Tronic 7 สปีดเป็นออปชั่นเสริม สำหรับรุ่นท็อปเครื่องยนต์เบนซินและดีเซล 2.0 ลิตรจะมีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อมาให้ มาออปชั่นเสริมคือ ระบบ adaptive dampers สามารถปรับช่วงล่างให้เข้ากับการขับขี่ในแต่ละสภาพภูมิประเทศได้ ต้องรอดูครับว่าทาง Audi จะนำเข้าขุมพลังไหนมาขาย คาดว่าน่าจะมีการนำเสนอในช่วงต้นปีครับ


   รุ่นต่อมาที่คาดว่าจะมีการเปิดตัวในไทยก็คือ Audi Q5 เจเนเรชั่นใหม่ ที่เปิดตัวในตลาดโลกเมื่อปลายปีที่ผ่านมา คาดว่าขุมพลังที่จะนำมาจำหน่ายน่าจะเป็นเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร TDi คาดว่าน่าจะมาไทยราวๆต้นปีเป็นอย่างเร็วที่สุดเช่นกัน


   คันต่อมาที่คาดว่าน่าจะนำมาขายก็คงจะเป็น Audi A5 โฉมใหม่ล่าสุด คู่แข่งของ Mercedes-Benz C-Class Coupe และ BMW 4-Series ขุมพลังของรถนั้นมีให้เลือกทั้งเบนซินและดีเซล เริ่มต้นด้วยขุมพลังเบนซินและดีเซลความจุ 2.0 ลิตร มากับพละกำลัง 187 แรงม้าเท่ากัน และอีกเวอร์ชั่น คือ 248 แรงม้าสำหรับเครื่องเบนซิน 2.0 ลิตร ต่อด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตร TDI V6 มีระดับความแรงให้เลือกทั้ง 215 และ 268 แรงม้า ปิดท้ายด้วยเวอร์ชั่นแรง S5 ที่จะมากับเครื่องยนต์เบนซิน 3.0 ลิตร V6 เทอร์โบชาร์จ พละกำลัง 350 แรงม้า ทำอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลา 4.7 วินาที ทำอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยได้ 11.45 กม./ลิตร แต่เมืองไทยจะเอามาขายมั้ย และจะขายเมื่อไหร่ก็ต้องติดตามครับ


   ปิดท้ายด้วยรถคันเล็กน่ารัก Audi A3 ที่ในตลาดโลกมีการเปิดตัวรุ่นปรับโฉมเมื่อปีที่ผ่านมาแล้ว เครืองยนต์ที่นำมาจำหน่ายก็น่าจะเป็นเครื่องยนต์เบนซิน 1.4 ลิตร TFSI พละกำลัง 150 แรงม้า เหมือนรุ่นปัจจุบันที่ขายโดยยนตรกิจ คาดว่าน่าจะมาไทยราวๆต้นปีเป็นอย่างเร็วที่สุดครับ
ภาพจาก GTSpirit
   สำหรับรถในตลาดโลกของ Audi ที่น่าจะมีการเปิดตัวปีนี้ก็จะมี All-New Audi A7 ที่จะมากับแนวการออกแบบยุคใหม่ของ Audi คาดว่าหน้าตาจะได้รับแรงบันดาลใจมาจากต้นแบบ Audi Prologue Concept เส้นสายตัวรถยังคงคล้ายคลึงรุ่นเดิมแต่ดูโฉบเฉี่ยวและปราดเปรียวขึ้น อาจจะได้เห็นการเปิดตัวอย่างเร็วสุดก็ปลายปีนี้หรือไม่ก็ปีหน้า 2018 ครับ



ภาพจาก Motor1.com
   รถอีกคันก็คือ All-New Audi A8 ที่จะมากับแนวการออกแบบยุคใหม่ของ Audi เช่นกัน สังเกตได้จากการออกแบบด้านหน้าใหม่ รวมทั้งเส้นสายด้านข้างจนไปถึงด้านท้ายที่ดูเพรียวกว่าเดิม แต่จะมาช่วงไหนยังไม่ค่อยชัดเจน ต้องติดตามต่อไปครับ

Bentley

   ค่ายรถหรูแดนผู้ดีรายนี้ สำหรับในไทยปีนี้ค่อนข้างเงียบกับการเปิดตัวรถใหม่ คาดว่าภายในช่วงต้นปีนี้น่าจะมีการแนะนำตัวรถ SUV รุ่นใหม่อย่างเป็นทางการ นั่นก็คือ Bentley Bentayga โดยรถคันนี้ถูกสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม MLB แบบ Audi Q7 โฉมใหม่ มากับขุมพลังเบนซิน 6.0 ลิตร W12 ซึ่งทำให้ทาง Bentley เคลมว่า Bentayga เป็นรถ SUV ที่แรงและเร็วรวมทั้งมีประสิทธิภาพดีที่สุดในโลก ซึ่งขุมพลังตัวนี้สามารถสร้างขุมพลังได้ 608 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงถึ 900 นิวตัน-เมตร อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ใน้วลา 4.1 วินาที ท็อปสปีด 301 กม./ชม. คาดว่าน่าจะมีการแนะนำตัวภายในต้นปีนี้ครับ



ภาพจาก newautoinfo.com
ภาพจาก Autocar UK
   ข้ามมาดูในตลาดเมืองนอกที่ตอนนี้กำลังวิ่งทดสอบ All-New Bentley Continental GT และตัวเปิดประทุน GTC ซึ่งดีไซน์ตัวรถน่าจะอ้างอิงจากต้นแบบ EXP10 Speed 6 Concept และยังคงกลิ่นอายของสปอร์ต Continental รุ่นเดิมๆไว้ครบถ้วนแต่มากับความล้ำสมัยมากขึ้น ขุมพลังก็จะมีให้เลือกตั้งแต่ V8 จนไปถึง W12 น่าจะมีการเปิดตัวอย่างเร็วที่สุดในภายในปลายปีนี้ไม่ก็ต้นปีหน้า

BMW / MINI / Rolls-Royce
   ค่ายใบพัดฟ้าขาวในปีนี้ สำหรับการเปิดตัวรถใหม่ในไทยคาดว่าไม่น่าพลาดแน่นอนกับการเปิดตัว BMW 5-Series โฉมใหม่หมดจดกับรหัสตัวถัง G30 คาดว่าขุมพลังก็คงหนีไม่พ้นเครื่องยนต์ดีเซลและเบนซินความจุ 2.0 ลิตร 4 สูบ ในรุ่นย่อย 520d,525d,530i และอาจจะมีรุ่น 530e Plug-In Hybrid ออกมาแข่งกับ E350e ด้วยเช่นกัน การเปิดตัวน่าจะไม่เกินปีนี้แน่ แต่จะมาตอนไหนเมื่อไหร่ต้องติดตามครับ




ภาพจาก Carscoops1 / Carscoops2
 สำหรับในตลาดโลกก็รอ BMW X3 เจเนเรชั่นใหม่ในรหัสตัวถัง G01 จะถูกสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์มใหม่ล่าสุด CLAR (เหมือนที่ใช้ใน 7-Series และ 5-Series เจเนเรชั่นล่าสุด) อันจะส่งผลให้น้ำหนักตัวถังลดลงจาก X3 รุ่นปัจจุบันราวๆ 100 กิโลกรัม และยังสามารถรองรับระบบขับเคลื่อน Plug-In Hybrid ได้ในอนาคตอีกด้วย คาดว่า BMW X3 เจเนเรชั่นใหม่กับรหัสตัวถัง G01 น่าจะเปิดตัวในตลาดโลกได้ราวๆต้นปีนี้ ส่วนเมืองไทยนั้นก็น่าจะมีการเปิดตัวราวๆกลางปีถึงปลายปีครับ


ภาพจาก Carscoops
  คันต่อมา BMW 5-Series Touring หรือ ซีรี่ส์ 5 ในเวอร์ชั่นรถแวกอน ครึ่งคันหน้าของรถจะเหมือน 5-Series รุ่นซีดานที่เปิดตัวไปแล้ว ส่วนครึ่งคันหลังนั้นจะมีกลิ่นอายจากรุ่นเดิมแต่ปรับให้ดูมีมิติมากขึ้น และในส่วนไฟท้ายจะมีการออกแบบใหม่ให้โฉบเฉี่ยวกว่าเดิม ภายในและระบบต่างๆก็น่าจะเหมือนตัวซีดานทุกอย่าง การเปิดตัวน่าจะมีขึ้นในช่วงต้นปีนี้ครับ ส่วนเมืองไทยจะมาขายหรือไม่ก็ต้องรอลุ้นครับ


ภาพจาก Carscoops
  และอีกคันหนึ่งในตระกูล 5-Series ก็คือตัวจี๊ดอย่าง BMW M5 ที่จะออกแบบดีไซน์กันชนหน้าให้ดุดันขึ้นจากรุ่นปกติ และน่าจะมากับขุมพลังเบนซิน 4.4 ลิตร V8 ที่พกพาพละกำลังมากกว่า 600 แรงม้า การเปิดตัวในตลาดโลกน่าจะมีขึ้นในช่วงกลางปีถึงปลายปีนี้ครับ


    อีกคันก็คือ BMW 5-Series GT เจเนเรชั่นใหม่ หรือชื่อใหม่ BMW 6-Series GT การเปลี่ยนแปลงชื่อครั้งนี้ จะมาเพื่อแทนที่แบบอ้อมๆกับ 6-Series Gran Coupe ซีดานคูเป้รุ่นใหญ่ที่ยอดขายไม่ค่อยกระเตื้องนัก (ขยายความเพิ่มเติมว่า ส่วน 6-Series คูเป้รุ่นเดิมก็จะถูกยกระดับและเปลี่ยนชื่อรุ่นเป็น 8-Series) ซึ่งจะสอดคล้องกับเกณฑ์การจัดชื่อรุ่นของ BMW ที่จะให้เลขคู่แทนรถทรงคูเป้ (ยกเว้นแค่กรณี 2-Series Active Tourer และ Gran Tourer)  และทาง BMW นั้นได้กลับไปทบทวนและดู 5-Series GT รุ่นเก่าเพื่อออกแบบเจเนเรชั่นใหม่ให้ถูกอกถูกใจลูกค้าและได้รับการยอมรับมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม คาดว่าแนวการออกแบบต่างๆก็น่าจะล้อมาจาก 5-Series เจเนเรชั่นใหม่รหัส G30 ที่เพิ่งเปิดตัวไม่นานมานี้  คาดว่ารถซีดานแนวแกรนด์ทัวเรอร์คันนี้จะเปิดเผยโฉมราวๆกลางปี 2017 เมืองไทยน่าจะมีการนำเสนอราวๆปลายปี 2017 เป็นอย่างช้าครับ



ภาพจาก Autoevolution 1 / 2
   ต่อที่ BMW 4-Series และตัวแรงอย่าง M4 ที่ถึงเวลาสำหรับการปรับโฉมหน้าตาใหม่ ซึ่งหน้าตาก็จะปรับไม่มากตามสไตล์ BMW ซึ่งแนวการออกแบบต่างๆน่าจะเป็นไปตาม BMW 3-Series Minor Change ที่เปิดตัวไปก่อนหน้านี้  การเปลี่ยนแปลงภายนอกนั้น เห็นได้ชัดคือชุดโคมไฟหน้าใหม่แบบ LED มีการปรับปรุงรายละเอียดกันชนหน้าใหม่ ชุดไฟท้ายใหม่แบบ LED และน่าจะมีการปรับรายละเอียดกันชนท้ายเล็กน้อยด้วย ส่วนภายในน่าจะมีการปรับปรุงการตกแต่งใหม่ และปรับปรุงระบบอินโฟเทนเมนต์ให้ทันสมัยขึ้น จะมาตอนไหนก็คงต้องติดตาม


ภาพจาก Motor1.com
  และคูเป้น้องเล็กอย่าง BMW 2-Series ก็ได้เวลาสำหรับการปรับโฉมเช่นกัน การเปลี่ยนแปลงก็น้อยมากตามสไตล์ BMW คาดว่าน่าจะมีการเปลี่ยนแปลงบริเวณไฟหน้าและปรับรายละเอียดกระจังหน้าไตคู่ใหม่ รวมถึงเปลี่ยนแปลงไฟท้ายใหม่ ภายในห้องโดยสารก็น่าจะมีการปรับใหม่เล็กน้อย จะมาตอนไหนก็คงต้องติดตามเช่นกันครับ



ภาพจาก Carscoops
  ต่อด้วย BMW X2 ว่าที่ครอสโอเวอร์ทรงสวยรุ่นใหม่คู่แข่งสายตรง Audi Q2 และ Mercedes-Benz GLA โดยน่าจะอ้างอิงแนวการออกแบบของ X2 Concept มาเลย การเปิดตัวในตลาดโลกยังไงไม่เกินปีนี้แน่นอน ส่วนเมืองไทยจะนำมาขายหรือไม่ก็ต้องติดตาม


ภาพจาก Autoevolution
  คันต่อมา BMW Z5 หรือตัวตายตัวแทนของ BMW Z4 ที่มีไฮไลต์สำคัญคือการกลับมาใช้หลังคาแบบผ้าใบอีกครั้งเพื่อควบคุมน้ำหนัก ตัวรถจะยังควางตัวเป็นคู่แข่งกับ Mercedes-Benz SLC , Porsche 718 Boxster และ Audi TT Roadster และที่สำคัญแพลตฟอร์มนี้จะถูกนำไปใช้กับตายตัวแทนของ Toyota Supra ด้วยเช่นกัน และแพลตฟอร์มนี้สามารถดัดแปลงให้สั้นลงแต่ต่อยอดเป็นสปอร์ตตัวแทน GT86 ได้อีกด้วย คาดว่าการเปิดตัว BMW Z5 น่าจะมีขึ้นช่วงปลายปี 2017 จนถึงต้นปี 2018 ในขณะที่รถร่วมแพลตฟอร์มของ Toyota น่าจะตามออกมาหลังจากนั้น

ภาพจาก Carscoops 1 / 2
   ปิดท้ายด้วย BMW 8-Series ใหม่ หรือ 6-Series เดิม กับการหวนกลับมาใช้ชื่อรุ่นใหญ่อีกครั้ง ตามที่ได้อธิบายไว้ย่อหน้าบนๆ โดยจะมากับรูปโฉมที่ค่อนข้างสปอร์ตปราดเปรียวยิ่งขึ้น คาดว่าตัวรถนั้นจะนำแนวการออกแบบจากต้นแบบสปอร์ตหรู BMW Pininfarina Gran Lusso Coupe เข้ามาปรับใช้ คู่แข่งสำคัญของคันนี้ก็คือ Mercedes-Benz S-Class Coupe นั่นเอง คาดว่าการเปิดตัวในตลาดโลกน่าจะมีขึ้นอย่างเร็วที่สุดไม่เกินปีนี้ หรือไม่ก็ปี 2018 เลย


   มาดูทางฟากฝั่งของรถ MINI กันบ้าง ไฮไลต์สำคัญที่ยังไม่เปิดตัวในไทยก็คือ All-New MINI Countryman กับรหัสตัวถัง F60 ที่ภายนอกของรถนั้นยังคงกลิ่นอายและรักษาดีไซน์จากรุ่นเดิมอยู่พอสมควรและยกระดับสัดส่วนให้ใหญ่โตขึ้นกว่าเดิม ขุมพลังหลักๆก็จะมี
- MINI Cooper Countryman: เครื่องเบนซิน 1,499 CC. 3 สูบ พละกำลัง 136 แรงม้า PS แรงบิดสูงสุด 220 นิวตัน-เมตร
- MINI Cooper S Countryman: เครื่องยนต์เบนซิน 1,998 CC. 4 สูบ พละกำลัง 192 แรงม้า PS แรงบิดสูงสุด280 นิวตัน-เมตร
- MINI Cooper D Countryman: เครื่องยนต์ดีเซล 1,995 CC. 4 สูบ พละกำลัง 150 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 330 นิวตัน-เมตร
- MINI Cooper SD Countryman: เครื่องยนต์ดีเซล 1,995 CC.4 สูบ พละกำลัง 190 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 400 นิวตัน-เมตร

และรุ่น Plug-In Hybrid ในชื่อ MINI Cooper S E Countryman ALL4 จะยืมระบบขับเคลื่อนมาจาก BMW 225xe โดยจะมากับเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร 3 สูบ พละกำลัง 136 แรงม้า PS ผสานการทำงานกับมอเตอร์ไฟฟ้ากำลัง 88 แรงม้า PS ที่ติดตั้งบริเวณล้อหลัง รวมพละกำลังทั้งระบบ 224 แรงม้า PS พร้อมแรงบิด 385 นิวตัน-เมตร ถ้าใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเพียวๆจะสามารถทำความเร็วได้ 125 กม./ชม. สามารถทำอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยได้ 2.1 ลิตร/100 กม. หรือ 47.62 กม./ลิตร พร้อมอัตราการปล่อยก๊าซ CO2 ที่ 49 กรัม/กม. มีระยะทางวิ่งด้วยไฟฟ้าเพียวๆ 40 กม. ต้องรอดูครับว่าทาง MINI เมืองไทยจะนำเข้ามาขายตอนไหน และจะเอาตัวปลั๊กอินไฮบริดมาขายหรือเปล่าต้องติดตาม



ภาพจาก Motor1.com
   ปิดท้ายด้วยแบรนด์อัครยานยนต์หรู Rolls-Royce ที่มีไฮไลต์เด็ดที่น่าติดตามอย่าง All-New Rolls-Royce Phantom กับการเปลี่ยนโฉมใหม่หมดจดรอบคัน ซึ่งแนวการออกแบบรถนั้นจะยังคล้ายคลึงกับรุ่นปัจจุบันแต่ได้ขัดเกลา ลบเหลี่ยมมุมต่างๆให้ตัวรถดูทันสมัยมากยิ่งขึ้น ซึ่งรถคันนี้จะถูกสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์มใหม่ที่ทำจากอะลูมิเนียม ไม่ใช่เพียงแค่ทำให้น้ำหนักเบาลงเท่านั้น แต่แพลตฟอร์มนี้จะถูกนำไปใช้กับรถรุ่นใหม่ๆของ Rolls-Royce ไม่ว่าจะเป็นรถ SUV รุ่น Cullinan และรุ่นอื่นๆอีกในอนาคตด้วย การเปิดตัวน่าจะมีขึ้นอย่างเร็วสุดก็ปลายปี 2017 หรือเลยไปปี 2018 เลยครับ


  คันต่อมาที่วิ่งทดสอบนานแล้วก็คือ Rolls-Royce Wraith Series II หรือ Wraith Minor Change ที่น่าจะมีการปรับปรุงใบหน้าใหม่ให้ทันสมัยขึ้น และน่าจะอิงหน้าตามาจากตัวเปิดประทุนอย่าง Dawn การเปิดตัวน่าจะมีขึ้นภายในปีนี้ครับ



ภาพจาก Motor1.com
   และที่อยากจะกล่าวถึงเล็กน้อยก็คือ การทำรถ SUV ครั้งแรกของค่าย Rolls-Royce ภายใต้ชื่อที่หลายคนเรียกกันว่า "Cullinan" และก็ได้เริ่มวิ่งทดสอบกันแล้วในช่วงปี 2016 ที่ผ่านมา ซึ่งน่าจะมีการเปิดตัวภายในปี 2018 ครับ

Chevrolet
   ค่ายโบว์ไทน์ในตลาดเมืองไทยนั้น เท่าที่ดูในปีนี้ไม่น่าจะมีการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ในไทยเลย เพราะ Chevrolet ก็เพิ่งปรับโฉมให้กับ Colorado และ Traiblazer เมื่อปีที่ผ่านมา รวมถึง Captiva ด้วย ส่วน Cruze โฉมใหม่ที่มีการเปิดตัวในตลาดต่างประเทศนั้นก็ดูท่าทางว่าจะไม่มีการนำมาจำหน่ายในเมืองไทยด้วย ในปีนี้ที่เป็นไปได้ก็น่าจะมีแค่การเปิดตัวรุ่นพิเศษหรือปรับอุปกรณ์

Ferrari



ภาพจาก GTSpirit
   ค่ายม้าลำพองจากอิตาลีที่ค่อนข้างเงียบกับการเปิดตัวรถในไทย แต่ก็ขายได้เรื่อยๆและมีงานมิตตี้งบ้างอะไรบ้างให้เราเห็นกัน เมื่อปีที่ผ่านมามีการเปิดตัวรถ Ferrari GTC4Lusso ไปแล้ว ส่วนในปีนี้จะมีรถรุ่นไหนมาเปิดตัวในไทยต้องรอชม แต่ในปีนี้สำหรับตลาดต่างประเทศน่าจะมีการเปิดตัว "Ferrari F12M" ที่ว่ากันว่าจะเป็นการเปลี่ยนใหม่ให้กับ F12 ขุมพลังก็น่าจะยังคงใช้เครื่องยนต์ V12 ที่น่าจะรีดสมรรถนะออกมาได้มากกว่า 730 แรงม้าแน่นอน การเปิดตัวอาจจะมีขึ้นภายในงาน Geneva Motor Show 2017 ส่วนเมืองไทยก็น่าจะเปิดตัวหลังจากนั้นครับ

Ford

   ค่ายวงรีสีฟ้าอย่าง Ford ที่ในปีที่ผ่านมา มีการเปิดตัว Ford Focus Minor Change พร้อมเครื่องยนต์ Ecoboost แต่ยอดขายก็ไม่ได้มากมาย อาจจะเป็นเพราะมีขายรุ่นย่อยเดียวด้วย นอกนั้นก็เป็นแค่การเปิดตัวรุ่นปรับอุปกรณ์หรือรุ่นตกแต่งพิเศษเท่านั้น

   ซึ่งส่วนตัวผมเองก็ไม่ค่อยจะแน่นอนกับการเปิดตัวรถ Ford เท่าไหร่ เพราะ ยังไม่เห็นรถทดสอบออกมาวิ่งเลย อีกทั้งหลายท่านน่าจะรู้ๆกันอยู่ว่า Ford มักนำรถรุ่นใหม่มาวิ่งทดสอบในไทยนานๆ และที่พีคคือบางครั้งไม่มีการพรางตัวรถเลยแต่วิ่งทดสอบในไทยเป็นปี ซึ่งผมเรียกวิธีทดสอบแบบนี้ว่า "อ่อย" ครับ อ่อยเพลินจนค่ายอื่นเขากอบโกยยอดขายไปแล้ว คาดว่าในปีนี้อาจจะไม่ได้มีรถรุ่นใหม่ๆเปิดตัวมากนัก ก็คงจะกระตุ้นตลาดด้วยการปรับอุปกรณ์ไม่ก็ออกรุ่นตกแต่งพิเศษของรถในค่าย ขายไปพลางๆก่อนครับ 


  แต่รถที่อยากให้ติดตามคือ Ford Ecosport Minor Change ที่เปิดตัวในตลาดอเมริกาไปแล้ว โดยมีการปรับโฉมหน้าตาครั้งใหญ่ให้ดูทันสมัยยิ่งขึ้น แต่ไฮไลต์คือการเปลี่ยนแดชบอร์ดภายในแทบทั้งหมด มาพร้อมหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่รองรับ SYNC3 ต้องรอดูว่าจะเปิดตัวภายในปีนี้หรือไม่ และจะมีเครื่องยนต์ 1.0 ลิตร Ecoboost มาทำตลาดหรือเปล่า


   อีกคันที่อยากให้ติดตามคือ Ford Focus ที่ไม่แน่ใจเลยว่าจะมีการเปิดตัวรุ่นย่อยอื่นๆเพิ่มเติมเข้ามาหรือไม่ เพราะปัจจุบันมีขายอยู่รุ่นเดียว ซึ่งเป็นรุ่นท็อป 5 ประตูราคา 1,099,000 บาท และที่น่าติดตามยิ่งกว่าคือจะมีตัวถังซีดานมาขายหรือเปล่า


   และคันนี้ที่น่าสนใจสุดๆ แต่ไม่แน่ใจว่าจะทันปีนี้มั้ย นั่นคือ Ford Fiesta เจเนเรชั่นใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวในตลาดยุโรป ซึ่งคันนี้ผมคิดว่าไม่น่าจะมาเมืองไทยทันปี 2017 แน่ๆ แต่ถ้ามาทันก็น่าจะเป็นช่วงปลายปี 2017 หรืออย่างช้าก็ปี 2018 เลย โดยตัวรถได้มีการเปลี่ยนโฉมให้ทันสมัย และมากด้วยเทคโนโลยี    


ในตลาดต่างประเทศ Ford Fiesta โฉมใหม่จะมีขุมพลังให้เลือกทั้งเบนซินและดีเซล โดยเริ่มที่เครื่องยนต์เบนซิน 1.0 ลิตร Ecoboost ที่มีพละกำลังให้เลือก 3 ระดับ ได้แก่ 100 , 125 และ 140 แรงม้า ทุกรุ่นส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 6 สปีด ส่วนรุ่นพละกำลัง 100 แรงม้าจะมีเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด (ยังไม่ทราบว่าเป็นเกียร์ลูกใหม่ใน Focus หรือ Powershift) ให้เลือกเป็นออปชั่นด้วย
ทางด้านเครื่องยนต์ดีเซลจะมีให้เลือกในความจุ 1.5 ลิตร กับพละกำลัง 2 ระดับ ได้แก่ 85 และ 120 แรงม้า ซึ่งมีอัตราการปล่อยก๊าซ CO2 อยู่ที่ 82 และ 89 กรัม/กม. ตามลำดับ

ในรุ่นเริ่มต้นจะมีเครื่องยนต์เบนซิน 1.1 ลิตร พละกำลัง 70 และ 85 แรงม้า พร้อมเกียร์ธรรมดา 5 สปีดเป็นมาตรฐาน ค่าการปล่อย CO2 อยู่ที่ 101 กรัม/กม. สำหรับรุ่นเบนซิน 1.0 ลิตร Ecoboost และรุ่นดีเซล 85 แรงม้าจะมีกระจังหน้าแบบเปิด-ปิดอัตโนมัติ Active Grille Shutter ติดมาให้ด้วย ทุกรุ่นที่ใช้เกียร์ธรรมดาจะมีโหมดการขับขี่ Eco ที่ช่วยปรับตั้งค่าเครื่องยนต์และคันเร่งเพื่อส่งผลให้มีอัตราสิ้นเปลืองที่ดีขึ้น

   
ภาพจาก Motor1.com / GT Spirit
   สำหรับในตลาดต่างประเทศ ในปีนี้คาดว่าจะมีการเปิดตัว Ford Mustang Minor Change คาดว่าจะมีการออกแบบรายละเอียดกระจังหน้าใหม่ กันชนหน้า และไฟหน้าใหม่ให้ดุดันยิ่งขึ้น และมีการปรับแต่งรายละเอียดไฟท้ายและกันชนหลัง ส่วนภายในก็น่าจะมีการตกแต่งรายละเอียดใหม่เช่นกัน แต่ไฮไลต์สำคัญเลยคือว่า มันอาจจะมากับระบบส่งกำลังเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีดลูกใหม่ เพื่อมาปะทะกับคู่แข่งอย่าง Chevrolet Camaro ส่วนขุมพลังนั้นก็น่าจะมากับเครื่องยนต์เบนซิน 2.3 ลิตร Ecoboost และเครื่องยนต์เบนซิน 5.0 ลิตร Ecoboost V8 ตามเคย สำหรับตลาดอเมริกาจะมีการนำเสนอเครื่องยนต์เบนซิน 3.7 ลิตร V6 อีกด้วย การเปิดตัวในตลาดโลกน่าจะมีขึ้นในช่วงต้นปีถึงกลางปีครับ
 
Honda
ภาพจาก funtasticko.net
   ในปีนี้ค่าย Honda มีไฮไลต์ที่น่าสนใจหลายรุ่นด้วยกัน เริ่มต้นเปิดประเดิมในปีนี้เลยกับ Honda City Minor Change ที่จะมีการเปลี่ยนแปลงดีไซน์โดยรอบให้สวยงามยิ่งขึ้น โดยได้รับกลิ่นอายมาจากรุ่นพี่ Civic และภายในห้องโดยสารที่ปรับปรุงใหม่ สำหรับขุมพลังนั้นก็คาดว่าน่าจะเหมือนเดิม ระบบความปลอดภัยต่างๆก็ไม่น่าจะเพิ่มเติมอะไรมาก กำหนดการเปิดตัวคือวันที่ 12 มกราคมครับ


   และไฮไลต์ที่ไม่คาดคิดว่าจะมา แต่สุดท้ายก็ได้รับการยืนยันว่ามันมาแน่นอน Honda Civic Hatchback ที่หลายคนรอคอย เตรียมพร้อมที่จะมาฟาดฟันกับ Mazda 3 ที่ยังครองตลาด Hatchback C-Segment ขณะนี้ ดีไซน์รูปลักษณ์ภายนอกจะแตกต่างจากรุ่นซีดานในส่วนของกันชนหน้าใหม่ และออกแบบประตูท้ายกับฝาท้ายใหม่ ขุมพลังก็ไม่น่าจะต่างจากรุ่นซีดาน การเปิดตัวน่าจะมีขึ้นภายในต้นปีครับ


  ที่ขาดไม่ได้เลยคือ All-New Honda CR-V เปลี่ยนโฉมใหม่หมดจด และเปิดตัวในอเมริกาเมื่อปลายปีที่ผ่านมานี่เอง ไฮไลต์สำคัญคือเครื่องยนต์ 2.4 ลิตรจะเปลี่ยนเป็น เครื่องเบนซิน 1.5 ลิตรเทอร์โบชาร์จ มากับพละกำลัง 190 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ CVT ก็ต้องรอดูว่าเมืองไทยจะมีเครื่องตัวนี้เข้ามามั้ย การเปิดตัวน่าจะมีขึ้นราวๆต้นปีนี้ครับ


  อีกคันที่น่าจะเปิดตัวมาต่อเนื่องนั่นคือ Honda Jazz Minor Change ที่ในขณะนี้ยังไม่มีแม้แต่ภาพหลุดออกมาแม้แต่รูปเดียว ทำให้เดาไม่ได้เลยว่าจะมาในรูปแบบไหน แต่คาดว่าการปรับเปลี่ยนออปชั่นหรืออะไรต่างๆน่าจะเป็นไปในทิศทางเดียวกับ Honda City Minor Change การเปิดตัวน่าจะมีขึ้นราวๆกลางปีนี้ครับ


   อีกคันที่ควรติดตามคือ Honda HR-V Minor Change ซึ่งในช่วงปลายปี 2017 ก็จะมีอายุตลาดครบ 3 ปีแล้ว น่าจะมีการปรับโฉมกอบโกยยอด ก่อนที่คู่แข่งใหม่ไฟแรงอย่าง Toyota C-HR จะเปิดตัว ซึ่งก็ยังไม่มีข้อมูลออกมาตอนนี้ เพราะ Honda ยังคงอุบเงียบ คาดว่าปลายปีนี้เป็นอย่างเร็วที่สุดอาจจะมีการปรับโฉมก็เป็นได้
   และอีกคันที่น่าจะจับตาคือ Honda Mobilio ที่น่าจะมีการปรับปรุงโฉมไม่ก็ปรับปรุงอุปกรณ์โดยการเปลี่ยนคอนโซลมาใช้ร่วมกับ Honda BR-V เสียที ถ้าไม่ทำอะไรเลยก็คงโดน Toyota Sienta ยึดหัวหาดยาวๆแน่นอน


แต่ก็แอบคิดว่า Honda คิดจะนำเข้า Freed เจเนเรชั่นใหม่มาขายเหมือนเดิมหรือไม่ ทั้งนี้ก็ขึ้นกับตลาดอินโดนีเซียด้วยว่าจะเอามาขายหรือเปล่า



ภาพจาก Autoblog
   ไฮไลต์ฝั่งเมืองนอกสำคัญๆของ Honda ก็จะมี Civic Type-R ที่นำเอาตัวถัง Hatchback มาแต่งหน้าทาปากให้ดุดันขึ้นพร้อมกับวางเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร 4 สูบ พละกำลังมากกว่า 300 แรงม้า คาดว่าอีกไม่นานเกินรอในตลาดโลกน่าจะมีการเปิดตัวครับ



ภาพจาก Caranddriver
   และรวมถึง All-New Honda Accord โฉมใหม่หมดจดที่กำลังวิ่งทดสอบในอเมริกา โดยจะมีรูปโฉมที่ค่อนข้างเพรียวและสปอร์ตยิ่งขึ้น โดยตัวรถจะใช้แพลตฟอร์มใหม่ Modular Platform อันเป็นแพลตฟอร์มเดียวกับที่ใช้ใน Honda Civic โฉมล่าสุด ซึ่งเป็นผลดีในเรื่องการควบคุมน้ำหนักและช่วยลดต้นทุนการผลิตได้พอสมควรเลย ทางด้านขุมพลังนั้น คาดว่าจะยังคงใช้เครื่องยนต์ 2.4 ลิตรเดิมแต่ปรับปรุงใหม่ ส่วนเครื่องยนต์ 3.5 ลิตร V6 อาจจะถูกปลดประจำการและแทนที่ด้วยเครื่องยนต์ 2.0 ลิตรเทอร์โบ ส่วนขุมพลังไฮบริดนั้นก็น่าจะเป็นแบบเดียวกับ Accord Hybrid Minor Change ที่กำลังจะเปิดตัวในไทย ประมาณการว่า All-New Honda Accord น่าจะเปิดตัวสู่สายตาชาวอเมริกาภายในปลายปี 2017 ส่วนเมืองไทยก็รอติดตามได้เลยภายในปี 2018 ครับ

Hyundai
    ค่ายรถแดนโสมรายนี้มีไฮไลต์สำคัญที่รอเปิดตัวในไทยนั่นคือ All-New Hyundai Tucson ที่นำมาโชว์ภายในงาน Motor Expo 2016 ช่วงปลายปีที่ผ่านมา เครื่องยนต์ที่จะจำหน่ายในไทยคือ เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบแถวเรียง ความจุ 2.0 ลิตร เทอร์โบแปรผันและอินเตอร์คูลเลอร์ กำลังสูงสุด 185 แรงม้า ที่ 4,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 400 นิวตัน-เมตรที่ 1,750 – 2,750 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีดพร้อม Sequential Shift Mode ขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ Full-time on demand การเปิดตัวในไทยน่าจะมีขึ้นภายในต้นปีนี้ครับ


   อีกคันที่ลุ้นว่าจะมาขายหรือเปล่า นั่นคือ All-New Hyundai Elantra เพราะยอดขายรุ่นปัจจุบันก็น้อยเหลือเกินแม้จะตั้งราคาโคตรถูกแล้วก็ตาม ก็ต้องรอติดตามข่าวสารของรถรุ่นนี้ให้ดีครับ



ภาพจาก Carscoops
  ในตลาดโลกก็จะมีรถให้ติดตามข่าวก็คือ Hyundai i30 Cross Wagon หน้าตาของรถก็คงจะเหมือนตัวแฮตซ์แบ็คที่เปิดตัวไปแล้ว และในส่วนด้านท้ายก็จะออกแบบให้เข้ากับตัวรถเจเนเรชั่นใหม่ซึ่งจะเป็นไปในทางที่เรียบหรูมากขึ้นจากเดิมที่ดูสปอร์ตโฉบเฉี่ยว คาดว่าการเปิดตัวอย่างเร็วที่สุดของ Hyundai i30 Cross Wagon น่าจะมีขึ้นราวๆงาน Geneva Motor Show 2017 ช่วงเดือนมีนาคมครับ


ภาพจาก Thekoreancarblog
  และอีกคันที่น่าติดตามอย่างยิ่งก็คือ All-New Hyundai Veloster รถสปอร์ตแฮตซ์แบ็คกับประตูสุดแปลกที่ได้ฤกษ์เปลี่ยนโฉมใหม่แล้ว คาดว่าภายในต้นปีถึงกลางปีนี้น่าจะได้เห็นโฉมครับ ส่วนเมืองไทยจะเอามาขายอีกหรือไม่ก็ต้องติดตามเช่นกัน


ภาพจาก Motor1.com
  ปิดท้ายด้วย All-New Hyundai Accent รถซีดาน Sub-Compact 4 ประตู ที่ก่อนหน้านี้มีการเปิดตัวเวอร์ชั่นจีนไปแล้ว แต่หลังคาการเปิดตัวในเวอร์ชั่นตลาดโลกที่จะมีการออกแบบบางจุดให้แตกต่างจากเวอร์ชั่นจีน การเปิดตัวน่าจะมีราวๆต้นปีถึงกลางปีนี้ครับ

Isuzu
   ค่ายที่มีรถรุ่นสำคัญทำตลาดอยู่ 2 รุ่นอย่าง Isuzu ก็ต้องมีการปรับปรุงอุปกรณ์แทบจะทุกๆปึ เพื่อกระตุ้นตลาดไม่ให้เงียบ คาดว่าในปีนี้เราน่าจะได้เห็น Isuzu MU-X Minor Change ที่จะปรับโฉมหน้าตาใหม่ให้ทันสมัยขึ้น รวมทั้งใส่ฟังก์ชันใหม่ๆให้ตามชาวบ้านเขาเสียที คาดว่าน่าจะมีการเปิดตัวภายในช่วงใกล้ๆ Motor Show 2017 ช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน หรือไม่ก็ช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายนที่ Isuzu มักใช้เป็นช่วงเวลาเปิดตัวรถของพวกเขาบ่อยๆ


   ส่วน Isuzu D-Max ที่เพิ่งปรับออปชั่นไปเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ก็ไม่น่าจะปรับแต่งโฉมอะไรเพิ่มเติม น่าจะมีการปรับอุปกรณ์หรือไม่ก็ออกรุ่นตกแต่งพิเศษกระตุ้นตลาด

  และที่หลายคนสงสัยว่า Isuzu กำลังซุ่มพัฒนาเครื่องยนต์ใหม่มาแทนที่ 3.0 ลิตรอยู่หรือเปล่า ซึ่งเรื่องนี้ก็ยังเป็นข้อสงสัยสำหรับใครหลายๆคน และไม่มีแม้แต่ข่าวออกมาเลย ก็ต้องติดตามข่าวต่อไป แต่ยังไงผมก็เชื่อว่าเขาพัฒนาแน่นอน แต่จะเอามาใส่ในรถ Isuzu ตอนไหน เมื่อไหร่ เรื่องนี้ยังเป็นปริศนาดำมืดครับ

Jaguar / Land Rover
ภาพจาก autoexpress.co.uk
   2 ค่ายรถแดนผู้ดีรายนี้ ในปีนี้จะมีรถรุ่นไหนเปิดตัวในตลาดไทยก็ยังไม่ทราบแน่ชัด แต่ในตลาดต่างประเทศนั้น แบรนด์ Jaguar มี XF Sportbrake วิ่งทดสอบเก็บข้อมูลอยู่ ซึ่งแน่นอนว่าครึ่งคันหน้าจะยกมาจาก XF ตัวซีดานเลย ส่วนครึ่งคันหลังนั้นจะถูกยืดท้ายออกไปให้ยาวขึ้นเล็กน้อย เพื่อรองรับสัมภาระด้านท้าย การเปิดตัวน่าจะมีขึ้นภายในงาน Paris Motor Show 2017 เดือนกันยายนนี้ อาจจะเร็วหรือช้ากว่านั้นก็ได้



ภาพจาก carscoops
   คันต่อมา Jaguar F-Type ที่ได้เวลาสำหรับการปรับโฉมหน้าตาใหม่หลังจากเปิดตัวในปี 2013 ซึ่งตอนนี้ก็อยู่ระหว่างการวิ่งทดสอบ โดยภายนอกจะมีการปรับหน้าตาใหม่ให้ดูสวยงามและสปอร์ตยิ่งขึ้นกว่าเดิม ส่วนขุมพลังนั้นก็จะมีให้เลือกตั้งแต่ 4 สูบจนไปถึงเครื่อง V6 คาดว่าน่าจะมีการเปิดตัวในตลาดโลกไม่เกินปีนี้แต่จะเป็นตอนไหนต้องติดตาม


   มาดูทางค่าย Land Rover กันบ้าง สำหรับในตลาดเมืองไทยน่าจะมีการนำเสนอ All-New Land Rover Discovery ซึ่งมีดีไซน์ที่ถอดออกมาจากต้นแบบ Land Rover Discovery Vision Concept แบบเต็มๆ ซึ่งได้สลัดดีไซน์เหลี่ยมๆทื่อแบบรุ่นที่แล้วออกไปจนหมดสุด แต่ถูกแทนที่ด้วยความเหลี่ยมๆมนๆล้ำสมัยอย่างรถยุคนี้เขาเป็นกัน คาดว่าน่าจะมีการนำเสนอในช่วงต้นปีนี้ครับ



ภาพจาก Carscoops
   ส่วนในตลาดต่างประเทศก็มีรถที่ต้องติดตามคือ Range Rover Sport Coupe จะเป็นตัวเลือกใหม่ที่แทรกกลางระหว่าง Range Rover Evoque และ Range Rover Sport และจะมาเป็นผู้ท้าชิงรายใหม่ของ Mercedes-Benz GLE และ BMW X6 โดยจากภาพดูทรงยังไงก็รู้ว่าเป็น Range Rover แน่นอน และความแปลกใหม่ก็คือทรงหลังคาที่ดูลาดเอียงกว่า Range Rover รุ่นปกติ จนแอบทำให้นึกถึงรุ่นพี่รุ่นน้องอย่าง Evoque เลยก็ได้ แต่มีขนาดตัวถังที่ใหญ่กว่า Evoque เท่านั้น ขุมพลังก็น่าจะมีตั้งแต่ 6 สูบ ไปจนถึง 8 สูบให้เลือก รวมทั้งขุมพลังไฮบริด และระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าแบบเต็มระบบ ส่วนราคานั้นแน่นอนว่าจะต้องตั้งราคาให้ต่ำกว่า Range Rover รุ่นปกติแน่นอน ทั้งนี้ก็ต้องรอลุ้นว่าสุดท้ายแล้วรถคันนี้จะใช้ชื่อว่าอะไร (บางสำนักบอกว่าอาจใช้ชื่อ Range Rover Evoque XL) คาดว่าน่าจะมีการเปิดตัวในตลาดโลกปีนี้ครับ

Lexus
ภาพจาก Autoblog
   ค่ายรถหรูแดนซามูไรรายนี้มีไฮไลต์สำคัญของปีคือ All-New Lexus LS ที่ได้เผยภาพทีเซอร์แรกของซาลูนสุดหรู All-New Lexus LS เจเนเรชั่นที่ 5 ก่อนจะทำการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน Detroit Motor Show 2017 เดือนมกราคมนี้ ตัวรถจะถูกสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์มใหม่ GA-L แบบเดียวกับที่ใช้ในสปอร์ตหน้าตาล้ำอย่าง Lexus LC Coupe ซึ่งน่าจะเป็นเรื่องดีที่ว่า LS โฉมใหม่จะยกระดับการขับขี่ที่ดีขึ้นกว่าเดิมด้วย  สำหรับขุมพลังนั้นคาดว่าน่าจะเปิดตัวด้วยเครื่องยนต์เบนซิน V8 ที่อาจจะเสริมด้วยระบบไฮบริด และอาจจะมีเวอร์ชั่นพลังงานไฮโดรเจนที่มีค่าการปล่อยมลพิษเป็น 0 ตามออกมาด้วย ส่วนเมืองไทยน่าจะมีการเปิดตัวช่วงกลางปีถึงปลายปีนี้ครับ
Kia
   ค่ายรถแดนโสมอย่าง Kia ในปีนี้ยังคาดเดาไม่ได้ว่าในปีนี้จะเปิดตัวรถรุ่นไหนในไทยบ้าง และล่าสุดในเดือนมกราคม ได้มีการเปิดตัวรถใหม่อย่าง All-New Kia Picanto รถเล็กที่สลัดภาพความน่ารักมาสู่ความสวยงามโฉบเฉี่ยว เมืองไทยจะเอามาขายหรือไม่ก็ต้องรอดูกันต่อไป



ภาพจาก Autoevolution

ภาพจาก Netcarshow
   คันต่อมาก็คือซีดานทรงสปอร์ต All-New Kia GT ที่จะมีแนวการออกแบบล้อมาจาก GT Concept และที่สำคัญรถคันนี้จะเป็นรถที่ยกระดับไปแข่งกับรถหรูอย่าง BMW 3-Series หรือ Mercedes-Benz C-Class ด้วย ขุมพลังก็จะมีให้เลือกตั้งแต่ 4 สูบจนไปถึง V6 การเปิดตัวน่าจะมีขึ้นปีนี้แน่นอน แต่จะเป็นตอนไหนนั้นยังไม่ทราบชัดเจน




ภาพจาก Motor1.com
   อีกคันก็คือ All-New Kia Cee'd รถคอมแพ็กต์คาร์ทรงสวยที่ได้ฤกษ์เปลี่ยนโฉมแล้ว และแน่นอนว่าแนวการออกแบบของรถจะเป็นไปตามแนวของ Kia ยุคหลังๆที่ดูสวยๆเรียบๆในสไตล์ยุโรปเขาชอบกัน เหมือนที่ Kia Rio โฉมล่าสุดที่มีความยุโรปจ๋าสุดๆ คาดว่าการเปิดตัวน่าจะมีขึ้นในช่วงงาน Frankfurt Motor Show 2017 ครับ

Mazda
   ค่าย Mazda ในปีนี้เป็นอีกปีที่น่าจะคึกคักเพราะจะมีรุ่นใหม่เปิดตัวในไทยมากมายหลายรุ่นด้วยกัน เริ่มต้นที่ปีนี้ที่ Mazda จะส่ง Mazda 3 Minor Change มาลงตลาดเมืองไทย หลังจากที่เลื่อนการเปิดตัวในไทยจากเดือนพฤศจิกายนเพราะยังอยู่ในช่วงไว้อาลัยในหลวงรัชกาลที่ 9 และด้วยความที่ตัวรถสวยอยู่แล้วเลยไม่ได้ปรับหน้าตาอะไรมาก แต่ที่โดดเด่นเลยคือระบบความปลอดภัยที่จัดเต็มยิ่งขึ้น เพื่อมาสู้กับคู่แข่งอย่าง Toyota Corolla Altis และ Honda Civic การเปิดตัวจะมีขึ้นในวันที่ 24 มกราคมปีนี้ครับ


    คันต่อมาคือ Mazda MX-5 RF หรือ MX-5 ในเวอร์ชั่นหลังคาแข็งพับเก็บด้วยระบบไฟฟ้า หากใครไม่ชอบหลังคาผ้าใบที่ต้องใช้แรงมือเก็บเอง คิดว่าเจ้าคันนี้น่าจะตอบสนองความต้องการของคุณได้แน่นอน และคิดว่าราคาค่าตัวคงต้องโดดจากตัวหลังคาผ้าใบแน่นอน คาดว่าน่าจะมีการนำเสนอภายในงาน Motor Show 2017 ครับ

  อีกคันที่ว่ากันว่าจะมาก็คือ Mazda CX-9 รถอเนกประสงค์พี่ใหญ่ที่มากับรูปโฉมที่ค่อนข้างสะกดสายตาสุดๆ โดยจะมากับเครื่องยนต์ SkyActiv-G Turbo ขนาด 2.5 ลิตร 4 สูบ มากับพละกำลัง 254 แรงม้าที่ 5,000 รอบ/นาที (ตลาดญี่ปุ่นะกำลังเหลือ 230 แรงม้า) แรงบิดสูงสุด 420 นิวตัน-เมตรที่ 2,000 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด คาดว่าน่าจะมีการนำเสนอในช่วงต้นปีครับ



   ต่อด้วย Mazda 2 ที่จะมีการปรับอุปกรณ์ใหม่ในปี 2017 ซึ่งน่าจะปรับแบบเดียวกับญี่ปุ่นที่มีการเปลี่ยนพวงมาลัยทรงใหม่ เพิ่มระบบ G-Vectoring Control แบบที่จะใส่ใน 3 Minor Change และอีกหลายประการด้วยกัน น่าจะมีการเปิดตัวตามหลัง 3 Minor Change ไม่กี่เดือนครับ

  อีกคันที่น่าลุ้นก็คือ Mazda CX-5 โฉมใหม่หมดจดที่เปิดตัวในอเมริกาและญี่ปุ่นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ที่แม้ทรงจะเหมือนรุ่นเดิมแต่บอกเลยว่าสวยขึ้นมากในความคิดของผม สำหรับขุมพลังนั้น ยังคงมีให้เลือก 3 เครื่องยนต์เช่นเคย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์เบนซิน SkyActiv-G 2.0 ลิตร และ 2.5 ลิตร รวมทั้งเครื่องยนต์ดีเซล SkyActiv-D 2.2 ลิตร ทุกขุมพลังสามารถเลือกระบบส่งกำลังได้ทั้งเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด และ เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ส่วนระบบขับเคลื่อนก็จะมีให้เลือกทั้งระบบขับเคลื่อนล้อหน้าและระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ส่วนเมืองไทยก็คงจะใช้เครื่องดีเซล 2.2 ลิตรและเบนซิน 2.0 ลิตรตามระเบียบ มาลุ้นว่าจะเปิดตัวปลายปีนี้ทันหรือไม่ หรือจะเป็นปีหน้า ทั้งนี้ก็ต้องดูตลาดมาเลเซีย(ไทยนำเข้า CX-5 จากที่นี่) ด้วยว่าเขาจะเปิดตัวตอนไหน และที่ลุ้นหนักมากคือ จะมีสีแดงมั้ย!!!

Mercedes-Benz
   ค่ายดาวสามแฉกเมื่อปีที่ผ่านมามีการเปิดตัวรถใหม่ในไทยสารพัดรุ่น ชนิดที่ว่าจะไม่ให้ที่ยืนกับ BMW เลย ในปีนี้ยังคงมีไฮไลต์ที่น่าสนใจอยู่เช่นเดิม เริ่มที่ Mercedes-Benz E-Class โฉมใหม่ล่าสุดที่คราวนี้จะมาในรุ่นประกอบในประเทศ และยังนำเสนอในรุ่น E220d เช่นเคย ส่วน E350e ตอนนี้ยังไม่มาครับ คาดว่าน่าจะมีการเปิดตัวราวๆเดือนมกราคมครับ

   และนอกจากนี้จะมีการปรับเพิ่มอุปกรณ์ใหม่ๆเล็กน้อยในกลุ่มรถ Plug-In Hybrid ในไทย ตั้งแต่รุ่น C350e,S500e,GLE500e และ S500e


   คันต่อมาที่น่าจะมีการเปิดตัวในไทยก็คือ All-New Mercedes-Benz E-Class Coupe ที่มากับดีไซน์ด้านหน้าที่คุ้นตาอันเป็นเพราะยกมาจาก E-Class ตัวถังซีดานมาเลย แต่ในส่วนของกระจังหน้ามีการปรับเปลี่ยนตะแกรงเป็นลายคล้ายเพชรซึ่งทำให้ดูหรูหรายิ่งขึ้น และมีการใส่ลูกเล่นแถบนูนบนฝากระโปรงหน้าสองแถบ ในส่วนด้านข้างของรถดูโฉบเฉี่ยงโค้งมนขึ้น และยังไม่ละทิ้งการออกแบบกระจกบานท้ายอันเป็นเอกลักษณ์ของ E-Class Coupe รุ่นก่อนด้วย ในส่วนของด้านท้ายนั้นยกการออกแบบมาจาก C-Class Coupe และ S-Class Coupe เลย แต่ทว่ามีการปรับรายละเอียดภายในโคมไฟท้ายเพื่อให้แตกต่างจากรุ่นพี่รุ่นน้องบ้าง ทางด้านขุมพลังนั้นเบื้องต้น E-Class Coupe จะมีให้เลือก 4 แบบด้วยกัน- E220d เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร พละกำลัง 194 แรงม้าที่ 3,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 400 นิวตัน-เมตรที่ 1,600-2,800 รอบ/นาที อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 25 กม./ลิตร ค่าการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 106 กรัม/กม. อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลา 7.4 วินาที ความเร็วสูงสุด 242 กม./ชม.


- E200 เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร พละกำลัง 184 แรงม้าที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 300 นิวตัน-เมตรที่ 1,200-4,000 รอบ/นาที อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 16.67 กม./ลิตร ค่าการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 136 กรัม/กม. อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลา 7.8 วินาที ความเร็วสูงสุด 240 กม./ชม.

- E300 เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร พละกำลัง 245 แรงม้าที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 370 นิวตัน-เมตรที่ 1,400-4,400 รอบ/นาที อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 15.625 กม./ลิตร ค่าการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 147 กรัม/กม. อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลา 6.4 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม.

- E400 4Matic เครื่องยนต์เบนซิน 3.0 ลิตร พละกำลัง 333 แรงม้าที่ 5,250-6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 480 นิวตัน-เมตรที่ 1,600-4,000 รอบ/นาที อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 12.35 กม./ลิตร ค่าการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 183 กรัม/กม. อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลา 5.3 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม. พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ 4Matic

ทุกรุ่นส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 9G-Tronic มารอดูครับว่าเมืองไทยจะทำตลาดด้วยเครื่องยนต์ไหน และจะเปิดตัวในไทยเมื่อไหร่


   ข้ามมาดูทางฝั่งรถต่างประเทศบ้าง ขอเริ่มที่ Mercedes-Benz GLA Minor Change ซึ่งถึงเวลาแล้วที่อเนกประสงค์ขนาดกะทัดรัดคันนี้ที่จะปรับโฉมหน้าใหม่ให้ทันสมัยขึ้น  ล่าสุดเพิ่งปล่อยภาพทีเซอร์ออกมาและจะทำการเปิดตัวภายในงาน Detroit Auto Show 2017 ในช่วงวันที่ 8-22 มกราคม ส่วนเมืองไทยน่าจะเปิดตัวช่วงต้นปีจนไปถึงกลางปีครับ



ภาพจาก Carscoops
  คันต่อมาคือ Mercedes-Benz S-Class Minor Change ที่จะปรับโฉมหน้าให้ดูทันสมัยขึ้นเช่นกัน การเปลี่ยนแปลงภายนอกที่เห็นชัดเจนคือชุดไฟหน้าแบบ LED ใหม่ที่ออกแบบรายละเอียดให้ทันสมัยขึ้นกว่าเดิม กันชนหน้ายังคงมีการพรางไว้อยู่ ซึ่งก็น่าจะมีการออกแบบให้ทันสมัยขึ้นตามรุ่นใหม่ๆ ส่วนด้านท้ายก็จะมีการเปลี่ยนแปลงโคมไฟท้ายและกันชนท้ายใหม่ ภายในห้องโดยสารที่เห็นชัดเจนคือพวงมาลัย 3 ก้านแบบใหม่ล่าสุด อีกจุดสังเกตหนึ่งจะเห็นได้ว่ามีการเปลี่ยนแปลงปุ่มควบคุม Touchpad ตรงกลางใหม่ และชุดหน้าจอมาตรวัดและจอระบบนำทางใหม่ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิมด้วยเช่นกัน การเปิดตัวน่าจะมีขึ้นในปีนี้แน่นอน ส่วนเมืองไทยก็น่าจะเปิดตัวตามหลังมาครับ



ภาพจาก Motor1.com
   อีกคันก็คือ Mercedes-AMG GT C เวอร์ชั่นคูเป้ หลังจากเมื่อปีที่ผ่านมามีการเปิดตัวเวอร์ชั่นเปิดประทุนไปแล้ว ในปีนี้ก็น่าจะมีการเปิดตัวเวอร์ชั่นหลังคาแข็งตามมา ซึ่งหน้าตาและเครื่องยนต์ก็น่าจะเหมือนกับรุ่นเปิดประทุน นั่นคือ เครื่องยนต์เบนซิน 4.0 ลิตร V8 พละกำลัง 550 แรงม้า และจากภาพแอบถ่ายชุดล่าสุดนั้นจะเห็นว่าในปีนี้ทางค่ายจะมีการเปิดตัวรุ่นฉลอง 50 ปีในชื่อ Edition 50 ด้วย การเปิดตัวน่าจะมีขึ้นอย่างเร็วที่สุดในช่วงงาน Geneva Motor Show 2017 เดือนมีนาคมครับ

   ปิดท้ายด้วยรถที่หลายๆคนรอคอยการเปิดตัว นั่นคือกระบะ Mercedes-Benz X-Class ที่ได้รับการเปิดตัวต้นแบบเมื่อปีที่ผ่านมา คาดว่าแนวการออกแบบน่าจะอ้างอิงจากต้นแบบมามากพอสมควร ซึ่งจะเห็นชัดเจนว่าตัวรถค่อนข้างจะออกแบบให้แตกต่างจากต้นฉบับอย่าง Nissan Navara ไปพอสมควร แม้ภายนอกจะมีความเป็น Navara อยู่ให้เห็น แต่ภายในห้องโดยสารจะเปลี่ยนใหม่หมดจนไม่เหลือเค้าความเป็น Nissan เลย ส่วนขุมพลังคาดว่าน่าจะวางเครื่องยนต์ตั้งแต่ขนาด 4 ถึง 6 สูบ คาดว่าการเปิดตัวรุ่นจำหน่ายจริงน่าจะมีขึ้นในช่วงกลางปีถึงปลายปีนี้ครับ ส่วนเมืองไทยหมดสิทธิ์มาจำหน่ายแน่นอน
   
 
MG / Maxus
   2 ค่ายน้องใหม่ที่มาอยู่ในตลาดไทยไม่นานภายใต้ชายตา SAIC-CP นับวันก็ยิ่งเติบโตมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะแบรนด์ MG เนื่องด้วยทางค่ายที่ใส่ใจนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ๆมานำเสนอลูกค้าทุกปีนั่นเอง ส่วน Maxus นั้นอาจจะดูเงียบๆหน่อย เพราะไม่ได้โปรโมทอะไรมาก

ภาพจาก chinacarforums
   รถที่ควรติดตามในปีนี้เลย ขอเริ่มที่รถตู้ที่จะมาเป็นคู่แข่งของ Hyundai H-1 และอาจรวมถึงรถ MPV หรูอย่าง Kia Grand Carnival ด้วย รถที่ว่าก็คือ Maxus G10 รูปลักษณ์ภายนอกและภายในของรถก็ถือว่าสวยใช้ได้เลย และก็น่าจะดีไม่น้อยถ้ารถแนวอเนกประสงค์อย่างที่กล่าวมาจะมีคู่แข่งเพิ่ม ขุมพลังของรถคันนี้ที่ขายในจีนจะมากับเครื่องยนต์ดีเซล 1.9 ลิตร พละกำลัง 150 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 350 นิวตัน-เมตร และเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร เทอร์โบ พละกำลัง 225 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 345 นิวตัน-เมตร ระบบส่งกำลังมากับเกียร์ธรรมดา 6 สปีด และ เกียร์อัตโนมัติ ZF 6 สปีด คาดว่าน่าจะมีการนำเสนอภายในงาน Motor Show 2017 เป็นอย่างเร็วที่สุดครับ

   สำหรับในปีนี้ที่น่าลุ้นก็คือกระบะ!! ซึ่งในปีที่ผ่านมานั้นในตลาดจีนได้มีการเปิดตัว Maxus T60 กระบะรุ่นแรกของค่าย ดูหน้าตาแล้วก็หล่อเหลาไม่เบา แม้จะมีกลิ่นอายจากค่ายรถใหญ่ๆเข้ามาบ้างก็ตาม ขุมพลังนั้นจะใช้เครื่องยนต๋ดีเซล 2.8 ลิตร VGT พละกำลัง 150 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 360 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 5 สปีด/6 สปีด หรือ เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบอิเล็กทรอนิกส์จาก BorgWarner มารอดูกันครับว่ารถคันนี้จะเข้ามาขายในไทยภายใต้แบรนด์ Maxus หรือ MG และจะขายเมื่อไหร่


   ตามด้วย MG GS Minor Change ที่ปรับโฉมแบบสายฟ้าแลบในประเทศจีนเมื่อปลายปี 2016 ที่ผ่านมา โดยมีการออกแบบหน้าตาให้ดูสวยงามถูกใจหลายๆคนยิ่งขึ้น โดยเฉพาะภายในห้องโดยสารที่มีการปรับปรุงวัสดุต่างๆให้ดูดีกว่าเดิม ขุมพลังก็ยังคงใช้เครื่องยนต์เดิม ส่วนการเปิดตัวในไทยจะมีขึ้นเมื่อไหร่ก็คงต้องติดตามเช่นกัน
   อีกคันที่ไม่พูดถึงไม่ได้ก็คือ MG ZS รถอเนกประสงค์น้องเล็กสุดของค่ายที่ต้องจับตาดูว่าจะเข้ามาขายในไทยหรือเปล่า และจะวางตำแหน่งราคาอย่างไร .แต่ในตลาดจีนจะมี 2 ขุมพลังด้วยกัน ได้แก่ เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร พละกำลัง 120 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 6 สปีด หรือ เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด และ เครื่องยนต์เบนซิน 1.0 ลิตรเทอร์โบ 3 สูบ มากับพละกำลัง 125 แรงม้า พร้อมแรงบิด 170 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ DCT 7 สปีด หรือ เกียร์ธรรมดา 6 สปีด มาพร้อมระบบขับเคลื่อนล้อหน้า เอาเป็นว่ารอติดตามกันต่อไปนะครับ
 
Mitsubishi
 ภาพจาก autonetmagz
   ค่ายทรีไดมอนด์ในปีนี้สำหรับเมืองไทยอาจจะมีรถใหม่เปิดตัวไม่มากมาย แต่ในปีนี้มีไฮไลต์สำคัญที่ต้องติดตาม นั่นก็คือรถ MPV Crossover คันใหม่ของค่าย ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นขายจริงของต้นแบบ Mitsubishi XM Concept นั่นเอง และได้ทำการวิ่งทดสอบที่ประเทศอินโดนีเซียแล้ว รูปโฉมนั้นค่อนข้างมีความเหมือนต้นแบบสูง ตามที่เคยมีข่าวบอกว่าเวอร์ชั่นขายจริงจะเหมือนต้นแบบราวๆ 80% เลยทีเดียว เครื่องยนต์นั้นน่าจะมากับเครื่องเบนซิน 1.5 ลิตร ที่สำคัญรถคันนี้จะนำเข้าจากอินโดนีเซียมาขายในไทยด้วย มารอดูกันครับว่ารถคันนี้จะเปิดตัวเมื่อไหร่ และราคาเท่าไหร่


   และในปีนี้ก็ต้องมาลุ้นกันครับว่า Mitsubishi Triton ที่จะมีอายุครบ 3 ปีในช่วงปลายปีนี้จะมีการปรับโฉมหน้าตาใหม่หรือไม่ หลังจากในช่วงหลายๆปีที่ผ่านมามีหลายคนบ่นถึงดีไซน์ด้านหน้าของ Triton ซึ่งทาง Mitsubishi น่าจะเล็งเห็นถึงตรงนี้บ้าง ก็ต้องรอดูครับว่าปีนี้จะมีความเคลื่อนไหวหรือไม่ หรือจะมีเพียงแค่การปรับอุปกรณ์หรือออกรุ่นพิเศษเท่านั้น



ภาพจาก paultan
   และสำหรับในตลาดต่างประเทศที่เราขอยกมา นั่นก็คือตัวตายตัวแทนของ Mitsubishi ASX ที่กำลังวิ่งทดสอบอยู่เช่นกัน ดยรถคันนี้จะได้รับแรงบันดาลใจมาจากต้นแบบ XR-PHEV ที่เปิดตัวในปี 2013 และต้นแบบ XR-PHEV II ที่เปิดตัวในปี 2015 เมื่อดูตัวรถก็เห็นได้ชัดว่าจะนำเอาแนวการออกแบบจากรถต้นแบบมา แต่ก็มีการลดทอนความหวือหวาจากต้นแบบมาพอสมควร  โดยคาดว่าจะเปิดตัวอย่างเร็วที่สุดภายในงาน Geneva Motor Show 2017 ช่วงเดือนมีนาคม และวางตัวเป็นคู่แข่งของ Toyota C-HR , Mazda CX-3 , Honda HR-V และคู่แข่งอีกหลายรุ่นครับ มารอดูกันครับว่า Mitsubishi เมืองไทยจะสนใจเอารถรุ่นนี้มาขายในไทยหรือไม่ ต้องติดตาม

Nissan
   ค่ายนี้มีไฮไลต์เด็ดสำคัญตั้งแต่ต้นปีนี้เลยคือว่าที่อีโคคาร์คันใหม่ของค่ายอย่าง Nissan Note ที่นำเอารุ่น Minor Change ที่เปิดตัวในญี่ปุ่นเมื่อปลายปีที่ผ่านมาเข้ามาขายในไทย ถือว่าสมใจชาวไทยหลายคนที่เคยอยากให้เอาเข้ามาขายกันนักหนา (หรือเปล่า?) ซึ่งรถคันนี้จะมากับขุมพลังเบนซิน 1.2 ลิตรบล็อกเดียวกับ Almera/March และน่าจะมีระบบความปลอดภัยเด็ดๆที่ไม่มีในอีโคคาร์รุ่นอื่นๆ ซุกในรถคันนี้ด้วย (อาจจะเป็น กล้องรอบคัน) และ Nissan เมืองไทยก็เพิ่งให้สัญญาณเล็กๆโดยการปล่อยภาพทีเซอร์ผ่านทางการ์ดปีใหม่ ทำให้คาดว่าสีเปิดตัวรถอาจจะใช้เป็นสีแดง ก็มารอดูนะครับว่าอีโคคาร์คันใหม่ที่จะเปิดตัววันที่ 17 มกราคมนี้จะเข้าเฟสไหน ราคาเท่าไหร่ และจะวางตำแหน่งตลาดอย่างไรในเมื่อมี March และ Almera ขายอยู่



ภาพจาก Carscoops
   คันต่อมาถือว่าน่าติตดามสุดๆ นั่นคือ Nissan Navara PPV นั่นเอง รถคันนี้จะมาเติมเต็มตลาดของ Nissan ให้ครบขึ้น จึงเป็นสาเหตุว่าทำไม X-Trail ไม่มีดีเซล เพื่อเว้นที่ให้ Navara PPV นั่นเอง โดยรูปโฉมนั้นจะมีการออกแบบให้แตกต่างจากกระบะพอสมควร และน่าจะมีการผสมผสานการออกแบบจากรถ SUV หรูๆหลายรุ่นในค่าย ขุมพลังนั้นก็น่าจะใช้เครื่องยนต์เดียวกับ Navara คาดการณ์ว่าการเปิดตัวในไทยน่าจะมีขึ้นในช่วงกลางปีนี้เป็นอย่างเร็วที่สุดครับ


   คันนี้ก็ต้องติดตามข่าวนะครับ Nissan X-Trail Minor Change ที่มีการปรับโฉมในตลาดอเมริกาแล้ว ซึ่งยังคงมากับกระจังหน้า V-Shape เหมือนเดิม เพิ่มเติมคือปรับให้ดูทันสมัยยิ่งขึ้น น่าจะถูกใจแฟนๆ Nissan ไม่น้อยเลย ขุมพลังนั้นก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง คาดว่าปลายปีนี้น่าจะมีการปรับโฉมในไทยครับ ขอบอกว่าสมควรปรับมาก ถ้าอยากทำยอดขายสวยๆ ขืนไม่ทำอะไรจะโดน Honda CR-V โฉมใหม่กับ Mazda CX-5 โฉมใหม่กินเรียบแน่นอน


   อีกคันหนึ่งคือ Nissan Kicks รถอเนกประสงค์ B-SUV ที่ว่ากันว่าจะมาแทน Nissan Juke ในตลาดเมืองไทย แม้ว่าตัวรถจะไม่ได้โฉบเฉี่ยวเฟี้ยวฟ้าวแบบ Nissan Juke แต่ก็ถือว่ามีดีไซน์ที่ดูสวยงามไม่น้อยเลยทีเดียว ต้องมารอดูครับว่าขุมพลังที่จะขายในไทยจะเป็นเครื่องยนต์อะไร คาดว่าการเปิดตัวในไทยน่าจะมีขึ้นอย่างเร็วที่สุดในช่วงปลายปีนี้ หรือไม่ก็ต้นปี 2018 เลย

   และคันที่ลุ้นว่าปีที่แล้วจะเปิดตัว สุดท้ายก็ไม่มาซักที Nissan Teana Minor Change ซึ่งในรุ่นปัจจุบันตอนนี้ก็มียอดขายในไทยที่ค่อนข้างร่อแร่ น่าคิดเหมือนกันว่ารุ่นปรับโฉมอาจจะไม่มาขายแล้ว แต่ที่น่าคิดว่าคือรุ่นเปลี่ยนโฉมใหม่จะมาขายในไทยต่อไปหรือเปล่า

  ขอลุ้นอีกคันก็คือ Nissan Sylphy ที่เมื่อปลายปีที่ผ่านมามีการปรับให้เครื่องเบนซิน 1.6 ลิตรรองรับ E85 และเพิ่มระบบควบคุมการทรงตัว VDC เข้าไปทุกรุ่น และตัดรุ่น 1.8 ลิตรทิ้ง จะรอว่าในปีนี้จะมีการปรับโฉมหน้าแบบอเมริกาเขาหรือเปล่า

Porsche
   ค่ายสปอร์ตหน้ากบอย่าง Porsche เมื่อปีที่ผ่านมามีการเปิดตัว 718 Boxster และ 718 Cayman รวมถึงมีการนำ Panemera มาโชว์ตัวให้สื่อมวลชนไทยชมกันก่อน คาดว่าในปีนี้น่าจะนำเข้า All-New Porsche Panamera ใหม่เข้ามาให้ชาวไทยได้ชมและวางขายกันอย่างเป็นทางการเสียที โดยจะมีจำหน่ายเบื้องต้น 3 รุ่น ได้แก่
- Porsche Panamera 4 E-Hybrid เครื่องยนต์เบนซิน V6 2.9 ลิตร พละกำลัง 326 แรงม้า ผนวกกับมอเตอร์ไฟฟ้า 136 แรงม้า กำลังรวมทั้งระบบ 462 แรงม้า  ราคาจำหน่ายประมาณ 9.8 ล้านบาท
- Porsche Panamera 4S จะมากับเครื่องยนต์เบนซิน 2.9 ลิตร V6 เช่นกัน แต่มากับพละกำลัง 440 แรงม้า กับราคา 13.5 ล้านบาท
- Porsche Panamera Turbo มากับเครื่องยนต์ V8  4.0 ลิตร กำลังสูงสุด 550 แรงม้า กับราคาค่าตัว 21.9 ล้านบาท


ภาพจาก Motor1.com
   ส่วนในตลาดต่างประเทศ ยังมีอีกคันให้ติตตามคือ Porsche Panamera Sport Turismo  ในส่วนครึ่งคันหน้าของรถไม่ต้องบรรยายอะไรมาก เพราะ เหมือนกับ Porsche Panamera ตัวถังปกติทุกประการ แต่ความแตกต่างนั้นจะต่างตั้งแต่ช่วงประตูหลังเป็นต้นไป แม้บริเวณกระจกโอเปร่าท้าย ไฟท้าย และฝาท้ายยังคงปิดทับด้วยสติ๊กเกอร์อยู่ แต่เราก็เดาแนวการออกแบบท้ายไม่ได้ยากว่าจะมาแนวไหน ก็แนวเดียวกับต้นแบบ Sport Turismo Concept เลย การเปิดตัวน่าจะมีในช่วงต้นปีถึงกลางปีครับ



ภาพจาก autoblog
   ต่อมาก็คือตัวแรงสุดฮาร์ดคอร์อย่าง Porsche 911 GT3 รุ่นปรับโฉมใหม่ที่จะมีการปรับดีไซน์กันชนหน้า กันชนท้ายให้ดูสปอร์ตดุดันยิ่งขึ้นกว่าเดิม ขุมพลังนั้นก็จะมากับเครื่องยนต์เบนซิน 3.8 ลิตร V6 ตามเคยแต่น่าจะมีการปรับแต่งให้มีพละกำลังมากขึ้น การเปิดตัวจะมีขึ้นในตอนไหนในปีนี้ก็ต้องติดตามเช่นกัน

และแน่นอนนอกจาก GT3 และก็ต้องมี GT2 ที่จะยกระดับความแรงอีกขั้น ซึ่งจะมากับขุมพลังเบนซิน 3.8 ลิตร V6  ที่จะรีดกำลังออกมาได้มากกว่า 700 แรงม้า ซึ่งไม่น่าจะเปิดตัวเกินปีนี้แน่นอน แต่จะเปิดตัวตอนไหนยังไม่ทราบชัดเจน



ภาพจาก Autoguide และ Motor1.com
   ปิดท้ายด้วย All-New Porsche Cayenne ที่ตอนนี้ยังบอกรายละเอียดเรื่องรูปลักษณ์ที่ชัดเจนมากเท่าไหร่ เพราะดูเหมือนว่ารูปทรงตัวรถยังคล้ายคลึงกับรุ่นปัจจุบันอยู่ แต่ก็มีความเป็นไปได้ว่าโฉมใหม่อาจจะเอารุ่นปัจจุบันมาต่อยอดและปรับเปลี่ยนครั้งใหญ่ก็เป็นได้ คาดว่ารถคันนี้จะมากับรูปโฉมใหม่ที่ดูทันสมัยขึ้นตามแนว Porsche รถรุ่นใหม่ และที่เห็นชัดคือภายในห้องโดยสารที่เปลี่ยนใหม่หมดจดไม่เหลือเค้าเดิม ซึ่งจะมีแนวคล้ายๆ Panamera ใหม่เลย คาดว่าการเปิดตัวน่าจะมีขึ้นในช่วงปลายปีนี้ไม่ก็ต้นปี 2018 ครับ 

Ssangyong
ภาพจาก Autoexpress UK
   ค่ายรถแดนโสมอย่าง Ssangyong ที่ในปีที่ผ่านมามีการนำเสนอรถครอสโอเวอร์ขนาดเล็ก Ssangyong Tivoli ในราคาค่าตัว 1,280,000 บาท ใครที่เป็นสาวกค่ายนี้จริงๆน่าจะยอมจ่าย เพราะด้วยขนาดที่พอๆกับ Honda HR-V หรือ Mazda CX-3 ในราคาเท่านี้ถือว่าแพงเอาเรื่อง คาดว่าภายในปีนี้น่าจะมีการเติมเต็มผลิตภัณฑ์ใหม่ๆเข้ามา อาจจะเป็น Ssangyong Tivoli XLV หรือ Tivoli ในเวอร์ชั่น 7 ที่นั่ง ถ้ามาจริงๆก็น่าจะมีการเปิดตัวในงาน Bangkok Motor Show 2017 ช่วงเดือนมีนาคมถึงเมษายนครับ

ภาพจาก autocar.co.uk
   และอีกคันในตลาดเกาหลีที่จะมีการเปิดตัวนั่นก็คือ All-New Ssangyong Rexton ซึ่งน่าจะอ้างอิงโฉมจากต้นแบบ Ssangyong LIV-2 Concept มาเต็มๆทั้งภายนอกและภายในห้องโดยสาร รุ่นขายจริงจะเหมือนต้นแบบแค่ไหนก็ต้องรอชม คาดว่าการเปิดตัวน่าจะมีขึ้นราวๆงาน Geneva Motor Show 2017 ช่วงเดือนมีนาคม ส่วนเมืองไทยน่าจะเปิดตัวราวๆกลางปีถึงปลายปีครับ 

Subaru
   ค่ายนี้เมื่อปีที่ผ่านมามีการเปิดตัว XV รุ่นพิเศษทั้งรุ่น XV Crosstrek เมื่อกลางปี และเปิดตัว XV STi ปลายปี แต่ที่น่าสนใจกว่าการเปิดตัวรถคือการปรับราคาขึ้นลงเป็นว่าเล่น ปรับบ่อยเสียยิ่งกว่าเกมใน Steam เสียอีก


     สำหรับการเปิดตัวรถในปีนี้ คาดว่าน่าจะมีการนำเสนอ Subaru BRZ Minor Change ที่เปิดตัวไปเมื่อปีที่แล้ว แม้ว่าตัวรถจะมาถึงเมืองไทยแล้วและมีการนำไปโชว์ตามห้างสรรพสินค้าบ้างอะไรบ้าง แต่ในงาน Motor Expo 2016 ปลายปีที่ผ่านมายังไม่ได้มีการนำมาโชว์ตัวเลย คาดว่าในช่วงงาน Motor Show 2017 น่าจะนำรถมาจอดให้เราๆได้ยลโฉมกันแน่นอน ส่วนราคาจะขึ้นมากน้อยแค่ไหนตอนนี้ยังไม่ทราบครับ ส่วนรุ่นอื่นๆในตลาดนั้น ก็คงจะมีการปรับโฉม ปรับอุปกรณ์ หรือไม่ก็ออกรุ่นพิเศษกระตุ้นตลาดไปเรื่อยๆ



ภาพจาก motoring.com.au
   และแน่นอนว่า Subaru Impreza โฉมใหม่จะไม่มาขายในไทยแน่นอน แต่ทว่า Subaru XV ที่ใช้พื้นฐานเดียวกันยังไงก็คงจะมาขาย ซึ่งตอนนี้ Subaru XV ใหม่ก็ยังคงซุ่มทดสอบกันอยู่ รูปโฉมก็ไม่ต้องเดาให้ยากเท่าไหร่ น่าจะได้รับแรงบันดาลใจจากต้นแบบ XV Concept ที่เปิดตัวในงาน Geneva Motor Show 2016 ที่ผ่านมา การเปิดตัวเวอร์ชั่นขายจริงยังไม่ทราบชัดเจน แต่น่าจะไม่เกินปีนี้แน่นอน ส่วนเมืองไทยน่าจะมาถึงราวๆปลายปีนี้หรือไม่ก็ต้นปีหน้า ทั้งนี้ต้องรอดูทางมาเลเซียอันเป็นประเทศที่ไทยนำเข้า XV มาด้วยครับ

Suzuki
   ค่าย Suzuki เมื่อปีที่แล้วก็ไม่ได้มีรถใหม่เปิดตัวมากมายนัก เท่าที่เห็นก็มีการเปิดตัว Suzuki Ertiga Minor Change เมื่อช่วงต้นปี และเปิดตัวรุ่นย่อยใหม่ช่วงปลายปี รวมทั้งมีการเปิดตัว Suzuki Swift Sai รุ่นใหม่ 


    ในปีนี้ยังคาดการณ์ไม่ถูกว่าทาง Suzuki จะเอารุ่นไหนมาขายเพิ่มเติมหรือไม่ คาดว่าน่าจะมีการเปิดตัวรุ่นพิเศษหรือปรับอุปกรณ์ขายฆ่าเวลาไปก่อน ก่อนที่รถคันนี้จะมา นั่นคือ All-New Suzuki Swift ที่เพิ่งเผยโฉมให้เราได้เห็นผ่านทางโซเชียลเน็ตเวิร์กเมื่อช่วงปลายปี 2016 ที่ผ่านมาและเริ่มวางขายในวันที่ 4 มกราคมนี้ ดีไซน์ภายนอกนั้นมีกลิ่นอายความเป็นรุ่นเดิมสูงมากโดยเฉพาะเส้นสายด้านข้าง คาดว่า All-New Suzuki Swift ใหม่จะยังคงสร้างบนพื้นฐานของ Swift รุ่นเดิม แต่มีการออกแบบรูปลักษณ์ภายนอกให้ดูสวยและทันสมัยยิ่งขึ้น ทางด้านขุมพลังนั้น ในตลาดญี่ปุ่นจะมีทางเลือกเครื่องยนต์ 3 แบบ ด้วยกัน ได้แก่
- เครื่องยนต์เบนซิน 1.2 ลิตร DualJet พละกำลัง91 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุดที่ 118 นิวตันเมตรที่ 4,400 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และ เกียร์อัตโนมัติ CVT
- ขุมพลังไฮบริดแบบ Mild Hybrid (SHVS) มากับเครื่องยนต์เบนซิน 1.2 ลิตร K12C บวกกับชุด ISG (Integrated Starter Generator) และมอเตอร์ไฟฟ้า WA05A 3.1 แรงม้า ที่ 1,100 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 50 นิวตันเมตร ที่ 100 รอบ/นาที แบตเตอรี่ Lithium-ion Battery ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ CV
- เครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ 1.0 ลิตร BoosterJet พละกำลังสูงสุด 102 แรงม้าที่ 5,550 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 150 นิวตันเมตร ที่ 1,700 – 4,500 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด

ต้องติดตามว่าเมืองไทยจะได้ขุมพลังแบบไหน การเปิดตัวในไทยน่าจะมีขึ้นอย่างเร็วที่สุดในช่วงปลายปีนี้ หรือถ้าไม่ทันก็คงเป็นต้นปี 2018 ครับ


ภาพจาก Autoevolution
 ไหนๆก็พูดถึง Swift ไปแล้ว ก็มีอีกคันที่อดพูดถึงไม่ได้ก็คือ Suzuki Swift Sport ที่เป็นตัวแรงสุดของ Swift แล้ว คาดว่ารูปร่างหน้าตาน่าจะมีการปรับเปลี่ยนในส่วนของกันชนหน้า-หลัง สเกิร์ตรอบคัน และตกแต่งภายในให้แตกต่างจากรุ่นธรรมดา ขุมพลังคาดว่าจะยกเครื่องจาก Suzuki Vitara S นั่นคือเครื่องยนต์เบนซิน 1.4 ลิตรเทอร์โบพละกำลัง 140 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 220 นิวตัน-เมตร การเปิดตัวน่าจะมีขึ้นอย่างเร็วที่สุดช่วงงาน Geneva Motor Show 2017 เดือนมีนาคมครับ

   ส่วนจะมีรุ่นอื่นๆมาขายในไทยมั้ย ตอนนี้ยังบอกไม่ได้เพราะไม่มีข้อมูลอะไรเลย และยากที่จะคาดการณ์ เอาเป็นว่ารอติดตามต่อไปครับ

Toyota

Vios เวอร์ชั่นจีน

   ค่ายยักษ์ใหญ่ในปีนี้มีผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจตั้งแต่ต้นปีเลยคือ Toyota Vios Minor Change ถึงตอนนี้ก็ยังไม่รู้เลยว่าจะมีหน้าตาออกมาแบบไหน แต่คาดเดาว่าอาจจะนำเอาเวอร์ชั่นที่จำหน่ายในประเทศจีนมาขาย โดยการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะได้เพิ่มเติมออปชั่นใหม่ๆ (ที่ชาวบ้านเขามีกันแล้ว) เข้ามาสักที อ่านรายละเอียดของสเปคได้ที่นี่ ชมข้อมูลและสเปคแบบเจาะลึก Toyota Vios Minor Change ก่อนเปิดตัวเมืองไทยปีหน้า คาดว่าน่าจะมีการเปิดตัวช่วงปลายเดือนมกราคมนี้ ตามหลัง Honda City ครับ

   คันต่อมาที่คาดว่าจะมีการเปิดตัวก็คงจะหนีไม่พ้น Toyota Yaris Minor Change ซึ่งก็ยังไม่รู้แน่ชัดเช่นกันว่าจะมีดีไซน์หน้าตาแบบไหน แต่ก็มีความเป็นไปได้ว่าอาจจะอ้างอิงหน้าตาจากเมืองจีนเพราะรุ่นปัจจุบันก็อ้างอิงโฉมจีนแต่ปรับเปลี่ยนรายละเอียดบางอย่างเท่านั้น แต่ก็มีความเป็นไปได้ว่าอาจจะมีการออกแบบหน้าตาใหม่ที่ไม่ใช่จีน ก็น่าจะมีการเพิ่มเติมออปชั่นและระบบความปลอดภัยแบบชาวบ้านเขา จะเปิดตัวเมื่อไหร่ก็ต้องติดตาม


   ส่วนกระบะอย่าง Toyota Hilux Revo ที่คาดว่าอาจจะออก TRD Sportivo เวอร์ชั่น 2 กระตุ้นตลาดกระบะ แต่กระนั้นก็ตามก็มีข่าวว่าในปีนี้อาจจะมีการปรับโฉมหน้าตาให้กับ Hilux Revo เป็นการด่วน หลังจากที่หลายๆคนไม่ถูกใจหน้าตาของกระบะคันเก่งของพวกเขา เอาเป็นว่าติดตามดูช่วงต้นปีถึงกลางปีครับ


   และอีกคันที่หลายคนมักจะถามหากัน Toyota Fortuner ที่ในช่วงเดือนกรกฎาคมนี้จะวางขายครบ 2 ปี ก็ต้องรอดูว่าจะมีการปรับอุปกรณ์ใหม่ๆเข้าไปบ้างหรือไม่ หรือจะเปิดตัวรุ่นพิเศษ ซึ่งตอนนี้ก็ยังไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจนครับ แต่ดูท่าทางแล้วขายดีขนาดนี้อาจจะไม่ได้มีการปรับอะไรเลยก็ได้


  ต่อด้วยรถครอสโอเวอร์คันงามที่หลายท่านให้การรอคอยกันมากที่สุด นั่นคือ Toyota C-HR ที่จะมาเป็นคู่แข่งของ Honda HR-V , Mazda CX-3 ฯลฯ โดยจะถูกสร้างขึ้นบนพื้นตัวถังใหม่ล่าสุด TNGA แบบเดียวกับ Prius เครื่องยนต์ที่มีจำหน่ายในต่างประเทศจะมีเครื่องยนต์เบนซิน 1.2 ลิตรเทอร์โบ ที่มากับพละกำลัง 116 แรงม้า PS พร้อมแรงบิด 185 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 6 สปีด หรือเกียร์อัตโนมัติ CVT พร้อมระบบขับเคลื่อนล้อหน้าหรือระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD ปล่อยก๊าซ CO2 ออกมา 128 กรัม/กม. ทำอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยได้ 17.54 กม./ลิตร 

อีกขุมพลังคือ Hybrid ที่มากับเครื่องยนต์เบนซิน 1.8 ลิตรทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าแบบเดียวกับ Prius รุ่นล่าสุด มากับพละกำลังทั้งระบบ 122 แรงม้า PS ทำอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยได้ 27.03 กม./ลิตร ปล่อยก๊าซ CO2 ออกมาแค่ 85 กรัม/กม. เท่านั้น

ส่วนเมืองไทยนั้นจะใช้เครื่องยนต์ตัวไหนยังไม่ทราบแน่ชัด ว่ากันว่าอาจจะเป็นเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร พละกำลัง 150 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ CVT และขุมพลังไฮบริดจะมีมาจำหน่ายหรือไม่ก็ยังไม่มีข้อมูล คาดว่าการเปิดตัวในไทยจะมีขึ้นอย่างเร็วที่สุดประมาณปลายปีนี้หรือไม่ก็ต้นปีหน้าครับ


   ข้ามมาดูในตลาดอเมริกากันบ้าง เพราะภายในงาน Detroit Auto Show 2017 ที่จะเริ่มขึ้นในวันที่ 8-22 มกราคม ภายในงานจะมีการเปิดตัว All-New Toyota Camry เป็นครั้งแรกในโลก ที่สำคัญว่ากันว่าคราวนี้ Toyota จะไม่แยกโฉมแต่ละตลาดเหมือนก่อนแล้ว โฉมนี้จะเป็นโฉมที่วางจำหน่ายทั่วโลก ฉะนั้นแล้วหน้าตา Camry โฉมใหม่จะเป็นอย่างไรก็มองโฉมอเมริกาไว้เลย ซึ่งก็น่าจะมีรายละเอียดบางอย่างที่แตกต่างกันไปในแต่ละตลาด ซึ่งจากภาพรถทดสอบและภาพทีเซอร์ที่ออกมานั้นจะเห็นว่า Camry โฉมใหม่จะมีรูปโฉมที่มีโค้งมนและสปอร์ตดุดันขึ้นกว่าเดิม 



ภาพจาก Carscoops
Camry โฉมใหม่จะสร้างขึ้นบนพื้นตัวถัง TNGA แบบเดียวกับ Prius และ C-HR คาดว่าขุมพลังในอเมริกานั้นน่าจะมากับเครื่องเบนซิน 2.5 ลิตรตามเคย รวมทั้งเครื่องยนต์ Hybrid อันประกอบด้วยเครื่องเบนซินผสานการทำงานกับมอเตอร์ไฟฟ้า ส่วนเครื่อง 3.5 ลิตร V6 ในตลาดอเมริกาน่าจะหายไปแล้วแทนที่ด้วยเครื่อง 2.0 ลิตรเทอร์โบ เมืองไทยน่าจะมีการเปิดตัวในช่วงปีหน้าหลังการเปิดตัว Toyota C-HR ครับ

ภาพจาก Motor1.com
   และอีกคันที่ไม่พูดถึงไม่ได้ นั่นก็คือสปอร์ต Toyota ที่จะมาเป็นตัวตายตัวแทนของ Supra และที่สำคัญรถคันนี้จะเป็นการพัฒนาและใช้โครงสร้างร่วมกับ BMW Z5 ตามที่ได้บอกไว้ก่อนหน้านี้ รูปโฉมจะอ้างอิงแนวการออกแบบจากต้นแบบอย่าง FT-1 Concept มาเต็มๆ แต่อาจจะมีการปรับรายละเอียดบางจุดเพื่อให้เข้ากับยุคสมัยปัจจุบันมากขึ้น ซึ่งดูๆแล้วน่าจะลดความหวือหวาจากต้นแบบลงไปพอสมควร คาดว่าขุมพลังนั้นจะมีการหยิบยืมขุมพลังจาก BMW มาใช้ และอาจจะมีขุมพลัง Hybrid ที่ใช้ระบบ Hybrid ของ Toyota คาดว่าตัวตายตัวแทน Supra โฉมใหม่น่าจะมีการเปิดตัวในช่วงปลายปีนี้หรืออย่างช้าปี 2018 ครับ


Volkswagen 
   ค่าย VW ภายใต้การดูแลของไทยยานยนตร์ที่ตอนนี้เหลือสิทธิ์แค่จำหน่ายรุ่นเดียวคือ Volkswagen Caravelle ที่เพิ่งเปิดตัวรุ่นใหม่เมื่อปีที่ผ่านมา ในปีนี้ก็ไม่ต้องกล่าวอะไรมากเพราะไม่น่าจะมีรถใหม่เปิดตัวอีก ส่วนความคืบหน้าเรื่องอีโคคาร์เฟส 2 และการมาตั้งโรงงานในไทยก็ไม่มีข่าวความคืบหน้าอะไรทั้งสิ้น



ภาพจาก Autocar UK
   ในส่วนของค่ายนี้จะขอเน้นไปดูรถใหม่ในตลาดต่างประเทศกันครับ เริ่มที่ All-New Volkswagen หรือจะบอกให้เข้าใจก็คือ VW CC โฉมใหม่นั่นเอง ซึ่งรูปโฉมจะอ้างอิงจากต้นแบบ VW Sport Coupe Concept GTE มาเต็มๆ จะมีรายละเอียดบางจุดเท่านั้นที่ไม่เหมือน ขุมพลังก็น่าจะยกมาจาก Passat ซึ่งจะมีเครื่องยนต์ตั้งแต่ 4 สูบขึ้นไป และก็น่าจะมีทางเลือก Plug-In Hybrid มาให้ลูกค้าด้วยเช่นกัน การเปิดตัวน่าจะมีขึ้นอย่างเร็วที่สุดในงาน Geneva Motor Show 2017 ช่วงเดือนมีนาคมครับ



ภาพจาก futureautoreview.com
   คันต่อมาก็คือ All-New Volkswagen Touareg รถอเนกประสงค์ระดับเดียวกับ Volvo XC90 หรือ Mercedes-Benz GLE-Class รูปโฉมจะอ้างอิงจากต้นแบบ VW T-Prime Concept GTE มาค่อนข้างมากพอสมควร รถคันนี้จะถูกสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์มเดียวกับ Audi Q7 โฉมล่าสุด และ Bentley Bentayga การเปิดตัวนั้นยังไม่คอยชัดเจน แต่คาดว่าตัวรถน่าจะลงโชว์รูมได้ในช่วงกลางปีถึงปลายปีครับ

ภาพจาก Motor1.com
   ต่อกันที่รถเล็ก All-New Volkswagen Polo จะถูกสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม MQB ซึ่งจะทำให้ตัวรถมีฐานล้อยาวขึ้น แต่ความยาวตัวรถโดยรวมนั้นจะไม่หนีจากเดิมมากนัก ถึงแม้จะขยายความยาวฐานล้อ จะทำให้มีระยะโอเวอร์แฮงค์ที่สั้นลง และที่สำคัญหลายๆอย่างที่เพิ่มขึ้นไม่ส่งผลต่อการควบคุมน้ำหนักรถ แน่นอนว่าฐานล้อยาวขึ้น พื้นที่ภายในห้องโดยสารก็จะมากขึ้นเช่นกัน ซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์ต่อรถอเนกประสงค์พื้นฐาน Polo ที่จะตามออกมาด้วย คาดว่ารถน่าจะเปิดตัวราวๆครึ่งปีหลังของปี 2017 ครับ

Volvo
   ค่ายรถสแกนดิเนเวียนเมื่อปีที่ผ่านมามีไฮไลต์สำคัญคือการเปิดตัว XC90 โฉมใหม่และ S90 โฉมใหม่ล่าสุด คาดว่าในปีนี้อาจจะมี Volvo S90 เวอร์ชั่นประกอบมาเลเซียซึ่งจะทำให้ราคาถูกลงไปพอสมควร แต่จะมาตอนไหนก็ต้องติดตามชมครับ 

   ส่วน V90 และ V90 Cross Country ที่น่าจะมีบางท่านถามหา ตอนนี้ยังไม่มีข่าวว่าจะนำเข้ามาขายในไทยครับ และคิดว่าน่าจะเป็นการยากที่จะเอาเข้ามาขายด้วย 



ภาพจาก Motor1.com
  มาดูรถในตลาดต่างประเทศกันบ้าง ที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือ All-New Volvo XC60 ที่จะถูกสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์มใหม่ SPA เหมือนที่ใช้ใน XC90 , S90 , V90 และ V90 Cross Country จะเห็นว่าตัวรถค่อนข้างคล้ายคลึง XC90 ที่เอามาย่อส่วนลง โดยจะนำแนวการออกแบบยุคใหม่ของ Volvo ที่เห็นในรุ่นใหม่ๆมาใช้ และที่เห็นเด่นชัดเลยคือไฟหน้า LED ทรง "ค้อนเทพเจ้าธอร์" อันเป็นเอกลักษณ์ของค่ายนี้ไปแล้ว และออกแบบโคมไฟท้ายใหม่ทรงตั้งให้ดูล้ำสมัยมากขึ้น โดยรถคันนี้จะถูกวางตำแหน่งทางการตลาดเพื่อแข่งขันกับ BMW X3 , Audi Q5 รวมทั้ง Mercedes-Benz GLC-Class การเปิดตัวน่าจะมีขึ้นราวๆกลางปีถึงปลายปีครับ

   และทั้งหมดนี้ก็คือรถใหม่ที่คาดว่าจะเปืดตัวภายในปี 2017 ที่พยายามรวบรวมไฮไลต์สำคัญของแต่ละค่ายทั้งในไทยและต่างประเทศมาให้ท่านผู้อ่านทุกท่านได้รับทราบกัน และก็อย่างที่บอกได้ตั้งแต่แรกเริ่มบทความว่า "ข้อมูลทั้งหมดฃนี้เป็นการวิเคราะห์และคาดการณ์ความเป็นไปได้เท่านั้น ซึ่งอาจจะไม่ได้ตรงเป๊ะๆ 100%" เพราะ ข่าวเหล่านี้อาจจะจะมาการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ผมเองก็ไม่ใช่คนที่ล่วงรู้อนาคตล่วงหน้าที่จะสามารถบอกเรื่องราวอนาคตได้ตรงเป๊ะๆ ฉะนั้นแล้วทุกท่านต้องพยายามติดตามข่าวสารกันอย่างใกล้ชิด และสุดท้ายและท้ายสุดผมขอเตือนตัวเองและท่านทั้งหลายว่า "จงเสพข่าวอย่างมีสติ" ครับ 

มาร่วมติดตามความเคลื่อนไหวของพวกเราได้ที่นี่ครับ 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น