วันอาทิตย์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

First Meeting EP.10 : Ford Ranger Minor Change สุดยอดกระบะที่คนไทยต้องหลงรัก เหลือแค่เรื่องศูนย์และความเชื่อมั่น

   ท่ามกลางกระบะที่แข่งขันกันอย่างดุเดือดในปี 2558 อันเป็นปีที่มีรถกระบะรุ่นใหม่ๆเปิดตัวมากมายก่ายกองเลยก็ว่าได้ ซึ่งต่างค่ายก็ต่างงัดไม้เด็ดออกมาสู้กันอย่างสนุกสนาน โดยเฉพาะไฮไลต์เด็ดในปีนี้อย่าง Toyota Hilux Revo ที่เปิดตัวไปแล้วเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งก็ต้องยอมรับว่ากระแสก็แรงพอดูแต่ก็ไม่ได้แรงอย่างที่คาด และไม่ได้เปรี้ยงปร้างอย่างสมัย Hilux Vigo เปิดตัว ซึ่งแน่นอนว่าหลายคนอาจจะคาดหวังกับมันมากไป จนตอนนี้มีหลายกลุ่มที่จะเทใจไปค่ายอื่นแล้ว



  และแน่นอนว่าหลายคนก็อดใจไปรอกระบะพันธุ์แกร่งอย่าง Ford Ranger ที่หลายคนรู้ดีแล้วว่ามันจะมีการ Minor Change แล้วเอามาเปิดตัวในไทย ซึ่งเมื่อทุกคนได้เห็นภาพหลุุดต่างๆนานาแล้ว ต่างก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่าสวยขึ้นกว่าเดิมมาก แต่ก็ยังมีบางคนที่ยังหลงรักในของเดิมอยู่ไม่น้อยเลย ซึ่งความสวยงามนั้นก็เป็นเรื่องนานาจิตตังครับ ต่างคนต่างชอบ จริงมั้ย...

   ซึ่งแน่นอนภายหลังที่ Ford ได้เริ่มเผยแพร่ภาพของ Ford Ranger Minor Change เราก็เริ่มเห็นรถทดสอบของ Ford Ranger Minor Change ออกมาวิ่งทดสอบบนถนนในเมืองไทยอยู่เรื่อยๆ บางทีก็มาวิ่งเป็นขบวน วิ่งกันอยู่ยังงั้นแหละ วิ่งเข้าไป ผมเรียกวิธีการแบบนี้ว่า "อ่อย" คือ วิ่งอ่อยเขาไปทั่ว อ่อยดีนัก อ่อยจนหลายคนเริ่มแอบหมั่นไส้กันไม่น้อยเลย แม้แต่สื่อใหญ่ๆบางแห่งก็มีการเอือมระอากับการตลาด Ford ไม่น้อย จนมีหลายคนบ่นว่า "วิ่งอยูานั่นหละ เมื่อไหร่จะขาย" "ลีลาเยอะ เดี๋ยวโดน Toyota เอาไปกินหรอก"

   แต่เมื่อ Toyota เปิดตัว Hilux Revo ออกมา ก็มีสองกระแสแบ่งแยก บางคนถูกใจไปซื้อเลย แต่ก็มีหลายคนที่เห็นราคาที่ตั้งมาค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับสิ่งที่เพิ่มมา ทำให้หลายคนต้องถอยออกมาก่อน และแอบมาเหล่ดูค่ายอื่นกันแล้ว โดยเฉพาะ Ford Ranger ที่หล่อถูกใจยิ่งนัก เลยทำให้หลายคนเริ่มมาสนใจกับกระบะอเมริกันคันนี้

   สุดท้ายแล้ว...การรอคอยก็สิ้นสุดลง เมื่อ Ford พร้อมแล้วที่จะขาย Ranger Minor Change อย่างเป็นทางการ และคราวนี้ Ford มาแปลกด้วยการมีรถพร้อมส่งมอบทันที ซึ่งต่างจากปกติที่ต้องรอ แปลว่าคราวนี้ Ford เริ่มเอาจริงกับกระบะคันนี้มากกว่าเดิม ซึ่งเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคมที่ผ่านมา Ford ก็ได้จัดงานเปิดตัวกันอย่างอลังการงานสร้างกันแล้ว โดยจัดแสดงรถทุกรุ่นย่อย พร้อมให้ประชาชนได้ทดลองขับกันที่ใจกลางกรุงเทพ บริเวณลานจอดรถ EZ Park ข้างศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ จนถึงวันที่ 19 กรกฎาคม ฉะนั้น มีหรือที่ผมจะพลาดที่จะไปชม แล้วเก็บภาพเพื่อมาทำบทความรีวิวตัวรถคร่าวๆ

   การเปลี่ยนแปลงด้านหน้าตาของรถ ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เพราะ Ford ได้ยกหน้าใหม่ทั้งดุ้น ด้วยหน้าตาที่เพิ่มความหรูหรากว่าเดิม และเสริมความบึกบึนเข้าไป เลยทำให้มีส่วนผสมที่กลมกล่อมลงตัวกว่าเดิม และด้วยเส้นสายตัวรถที่ทันสมัยอยู่แล้ว พอมาบวกกับหน้าใหม่เข้าไป เลยทำให้มันดูสดใหม่เปรียบเสมือนรถโมเดลใหม่กันเลยทีเดียว ซึ่งแนวการออกแบบก็ได้มีการผสมผสานกลิ่นอายจาก Ford Everest เข้าไป ออกแบบทุกอย่างให้ดูลงตัว เลยทำให้กระบะคันนี้มีหน้าตาที่ดีใช้ได้เลย เผลอๆจะเป็นกระบะที่มีหน้าตาที่ดูดีที่สุดในตลาดเลยก็ว่าได้

 รุ่น XLS
 รุ่น XLT
รุ่น Wildtrak
   กระจังหน้าในรุ่น XLS เราจะได้กระจังหน้าแบบสีเทา พร้อมไฟหน้าฮาโลเจนธรรมดา ส่วนในรุ่น XLT จะได้กระจังหน้าโครเมียมที่ทำให้ดูหรูหรากว่าเดิม พร้อมไฟหน้าโปรเจคเตอร์ซึ่งถ้าใครคาดหวังเรื่องไฟ Daytime Running Lights บอกเลยว่า "ไม่มี" ครับ ส่วนในรุ่น Wildtrak ก็จะมากับกระจังหน้าสีดำพร้อมไฟหน้าโปรเจคเตอร์แบบเดียวกับรุ่น XLT นั่นเอง ซึ่งประเด็นตรงนี้ก็อาจทำให้หลายคนขัดใจบ้างว่า ทำไมไม่ใส่ DRL แบบ LED มาให้แบบชาวบ้านเขาบ้าง แต่ด้วยความเป็น Ford กระบะหน้าตาดีแบบนี้ หยวนให้ละกันเนอะ

   เส้นสายด้านข้างของรถไม่ต้องอธิบายมาก มันดูดีของมันอยู่แล้ว ส่วนด้านท้ายก็ไม่ต้องบรรยายมากเช่นกัน เพราะมันเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนอะไรเลย มาดูเรื่องล้ออัลลอยกันเลยดีกว่าครับ ในรุ่น XLS นั้นเราจะได้ล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว ซึ่งลายล้อก็ยังพอรับได้ 

แต่พอมาถึงรุ่น XLT ที่มากับล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว ซึ่งลายล้อของรุ่นย่อย XLT น้้น อยากจะถามตรงๆเลยว่า  "ใครมันเป็นคนออกแบบลายล้อฟระ" คือลายล้อเนี่ย มันชวนให้นึกถึงลายล้อกระทะเลย มิหนำซ้ำลายล้อแอบคล้ายลายฝาครอบล้อ Ford Ranger สมัยรุ่นนายอำเภอด้วย แม้แต่เรื่องนี้แฟนคลับหลายคนก็เอือมระอาไม่น้อยเหมือนกัน หนักกว่านั้น ยังมีบางคนถึงกับบอกว่า ลายล้อน่าเอาไปทอดไข่ดาว หนักกว่านี้ก็มี เขาบอกมาว่า "ลายล้อเหมือนจานข้าวสุนัขที่บ้าน" เอิ่ม...คือ Ford ตั้งใจจะให้ซื้อไปเปลี่ยนล้อใช่มั้ย


ปิดท้ายที่รุ่น Wildtrak ที่จะมากับล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ออกแบบลายให้ดูสปอร์ตกว่าเดิม ซึ่งดูดีมากเลย แต่ก็แอบทำให้นึกถึงลายล้อของตระกูล TRD Sportivo ของ Toyota บ้างนิดหน่อย ซึ่งบางคนก็ยังชอบลายล้อ 18 นิ้วของ WT ตัวเก่าที่ดูเรียบหรูกว่า ซึ่งบอกเลยว่า ล้อลายนี้เป็นลายที่เข้าตาสุดในบรรดาล้อที่ติดมากับ Ford Ranger ใหม่ละครับ



   อ้า...ยังมีอีกประเด็นหนึ่งที่จะบอก ตอนนี้ Ford ได้ตัดไฟตัดหมอกท้ายจากรุ่น 3.2 Wildtrak ไปแล้ว ซึ่งไม่รู้ว่าเพราะเหตุอันใด ซึ่งก็ไร้ปัญหา เพราะไม่จำเป็นเท่าไหร่นัก แต่แปลกที่การมีไฟตัดหมอกท้ายในรุ่น 3.2 WT ทำให้ผมสามารถแยกออกระหว่าง 3.2 WT และ 2.2 WT นั่นเอง และ Ford ก็ได้เปลี่ยนบันไดข้างแบบสกี ไปใช้แบบใหม่ (แต่โยนแบบสกีไปให้แฝดน้อง BT-50 Pro แทน)



นอกจากนั้นแล้ว Ford ยังเพิ่มทางเลือกใหม่สำหรับคนที่สนใจอะไรแปลกๆ อย่าง Ford Ranger แบบตอนเดียวช่วงสั้น สเปคส่งออกเมืองนอก ซึ่งในรุ่นที่นำมาโชว์ในงานที่ EZ Park จะเป็นรุ่น 3.2 SWB 4x4 ซึ่งมากับกระทะท้ายขนาดเล็กกะทัดรัด พร้อมภายในที่ไม่มีวิทยุ แต่มีปุ่มควบคุมซะงั้น พร้อมเกียร์อัตโนมัติ น่าจะเอาใจคุณผู้หญิงได้

   ก่อนจะกล่าวถึงเรื่องภายในห้องโดยสาร ก็ขอให้ชมภาพของ Ford Ranger ในแต่ละเกรดรุ่นกันก่อนครับ ชมกันเลย...


รุ่น XLS


รุ่น XLT



รุ่น Wildtrak 


ภายในห้องโดยสาร
   ทีนี้ก็เข้ามาดูภายในห้องโดยสารกันเลยครับ ในรุ่น XLS (เกรดรุ่นล่างๆ) อยากจะชมทาง Ford เลยว่า ใจดีมากที่ให้ Cruise Control มาให้ด้วย และยังมีเบาะแบบผ้าปรับไฟฟ้าได้ 6 ทิศทางมาให้อีกด้วย พร้อมระบบเครื่องเสียงกับระบบ Sync ถือว่ามาครบเลย แต่มีดีอย่างก็มีร้ายอย่าง ส่วนนี้ เราก็ต้องแลกกับการใช้ภายในห้องโดยสารแบบรุ่นเดิมอยู่ ซึ่งตรงนี้อาจจะขัดใจบางคนไปบ้าง

  และเราก็จะมากล่าวถึงภายในของเกรดรุ่น XLT และ Wildtrak กันต่อเลยครับ โดยภายในห้องโดยสารนั้นถือว่าต่างจากแบบเดิมโดยสิ้นเชิง คอนโซลหน้าเปลี่ยนใหม่แทบจะยกเซต ไม่เหลือเค้าเดิม โดยออกแบบภายในให้มาแนวเรียบง่าย สบายตา อาจจะดูเชยๆย้อนยุค แต่ก็สามารถมองได้นานเลยทีเดียว 


สำหรับในเกรดรุ่น XLT นั้นทุกรุ่นจะได้หน้าจอแสดงผลข้อมูลขนาด 4 นิ้ว พร้อมปุ่มควบคุมที่อาจจะทำให้ดูรกตาไปนิดหน่อย บางคนก็ชอบ บางคนก็ไม่ชอบ เรื่องนี้ก็นานาจิตตังอีกเช่นเคย ระบบเครื่องเสียงก็จะเป็นวิทยุธรรมดา เล่น CD MP3 ได้ เชื่อมต่อบลูทูธ และระบบสั่งงานด้วยเสียง Sync นอกจากนี้ใน XLT ทุกรุ่นย่อย จะได้ระบบปรับอากาศแบบมือหมุนธรรมดา ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ ระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ พวงมาลัยพาวเวอร์ผ่อนแรงด้วยระบบไฟฟ้า EPAS ซึ่งดูๆแล้วก็ถือว่าครบถ้วนสมบูรณ์เลย 





 แต่ก็ยังมีอีกเรื่องคือ ใครก็ตามที่อยากเล่นตัว XLT แต่อยากได้จอ บอกเลยว่า XLT ทุกรุ่น ไม่มีจอให้นะครับ อยากได้จอสัมผัส ต้องไปเล่นในตัว Wildtrak เลย ซึ่งจะมีของใช้ครบถ้วนสมบูรณ์เลย โดยจะมีหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้วมาให้พร้อมระบบ Infotainment ที่มีชื่อว่า SYNC 2 พร้อมระบบสั่งการด้วยเสียง ซึ่งการใช้งานถือว่าทำงานได้ดี ต้องเรียนรู้นิดหน่อยถึงจะเข้าใจ จอสัมผัสนั้นค่อนข้างที่จะต้องออกแรงจิ้มหน่อยๆ ถึงจะกดได้ เหมือนที่พี่จิมมี่แห่งหัวไฟเรียกว่า "จิกสกรีน" นั่นเอง นั่นหละ ความรู้สึกเดียวกันเลย และจอนี้สามารถรองรับเล่นได้แค่ CD MP3 ธรรมดาเท่านั้น ไม่รองรับ DVD นะครับ และรุ่นนี้ก็จะได้ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติแบบปรับแยกซ้าย-ขวา มีช่องเก็บความเย็น Cool Box และช่องต่อไฟ 230V อีกเรื่องที่ชอบสำหรับ Wildtrak คือคอนโซลที่เดินด้ายด้วยตะเข็บสีส้มและเป็นตะเข็บจริงด้วย



เบาะของรุ่น XLT

เบาะรุ่น Wildtrak

นอกจากพวงมาลัยหุ้มหนังเย็บตะเข็บสีส้มแล้ว รอบคันในรุ่น Wildtrak ก็ยังอุดมไปด้วยสีส้มรอบคัน เบาะของ Wildtrak ก็ได้ออกแบบให้เย็บตะเข็บสีส้ม ทั้งบริเวณแผงประตูด้านข้างและด้านหลัง ถือว่าครบครันเลย ส่วนรุ่น XLT ธรรมดา ก็มีพวงมาลัยหุ้มหนังและเย็บตะเข็บบริเวณพวงมาลัย และคอนโซล รวมทั้งหัวเกียร์เช่นกัน การประกอบภายในรถถือว่าอยู่ในระดับที่ใช้ได้ วัสดุก็ดีตามมาตรฐานของ Ford การโดยสารด้านหลังก็ถือว่าสบาย แล้วถ้าใครคาดหวังแอร์ด้านหลัง ก็บอกเลยว่าไม่มีนะครับ


    สำหรับขุมพลังของรถนั้น Ford Ranger ใหม่มีขุมพลังให้เลือก 3 แบบ และตอนนี้ Ford ก็ยกเลิกการจำหน่ายรุ่นเบนซินไปแล้วเรียบร้อยแล้ว 
- เครื่องยนต์ดีเซล 2.2 ลิตร 4 สูบ แถวเรียง 16 วาล์ว เทอร์โบอินเตอร์คูลเลอร์ มากับพละกำลัง 125 แรงม้าที่ 3,700 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 320 นิวตัน-เมตรที่ 1,600-1,700 รอบ/นาที

- เครื่องยนต์ดีเซล 2.2 ลิตร 4 สูบ แถวเรียง 16 วาล์ว VG เทอร์โบอินเตอร์คูลเลอร์ มากับพละกำลัง 160 แรงม้าที่ 3,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 385 นิวตัน-เมตรที่ 1,600-2,600 รอบ/นาที

 - เครื่องยนต์ดีเซล 3.2 ลิตร 4 สูบ แถวเรียง 20 วาล์ว VG เทอร์โบอินเตอร์คูลเลอร์ มากับพละกำลัง 200 แรงม้าที่ 3,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 470 นิวตัน-เมตรที่ 1,750-2,500 รอบ/นาที

   ส่วนระบบความปลอดภัยของรถนั้น ก็ถือว่าให้มาครบถ้วนแล้วตามความเหมาะสมในรถกระบะ โดยจะมีระบบดังต่อไปนี้ครับ
- ABS/EBD ตั้งแต่รุ่น XLS ขึ้นไป
- ถุงลมนิรภัยคู่หน้า
- ถุงลมนิรภัย 6 จุด เฉพาะรุ่น Wildtrak
- ระบบควบคุมการทรงตัว ESP และระบบป้องกันล้อหมุนฟรี
- ระบบช่วยการออกตัวขณะจอดบนทางลาดชัน Hill Launch Assist
- ระบบควบคุมความเร็วขณะลงเขา Hill Descent Control

- ระบบควบคุมการทรงตัวขณะลากจูง
- ระบบลดความเสี่ยงจากการพลิกคว่ำ
- สัญญาณเตือนระยะะถอยหลัง
- สัญญาณเตือนระยะจอดด้านหน้า (เฉพาะ 3.2 Wildtrak 4x4) 
- กล้องมองหลัง (เฉพาะ Wildtrak)

ส่วนในรุ่นที่จำหน่ายในต่างประเทศก็จะมีระบบพวกนี้เพิ่มเติม ซึ่งบอกเลยว่าถ้าไทยใส่มาให้ ราคาพุ่งทะลุ 1.3 ล้านแน่นอน เอาเป็นว่าข้างบนก็น่าจะเพียงพอและต่อกรกับคู่แข่งได้แล้ว ซึ่งระบบในเมืองนอก ได้แก่
- Auto Start/Stop
- ระบบช่วยเตือนการขับขี่ในช่องทาง Lane Keeping Alert
- ระบบรักษาช่องทางขับขี่ Lane Keeping Aid
- ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบรักษาระยะห่างระหว่างรถคันหน้า Adaptive Cruise Control
- ระบบเตือนป้องกันการชนรถคันหน้า Forward Alert
- ระบบตรวจสอบวัดและแจ้งเตือนลมยาง Tire Pressure Monitoring System
- ระบบตรวจสอบผู้ขับขี่ Driver Impairment Monitor ใช้กล้องหน้าและเซนเซอร์ตรวจจับผู้ขับขี่ว่ามีอาการง่วงหรือหลับในหรือไม่
- ระบบควบคุมการบรรทุก Adaptive Load Control 
- ระบบเบรกฉุกเฉิน Emergency Brake Assistance
 



  สำหรับราคาค่าตัวของ Ford Ranger Minor Change ใหม่ จะมีค่าตัวดังต่อไปนี้ครับ สำหรับราคาค่าตัวต้องบอกว่าไม่แพงเลยเมื่อเทียบกับสิ่งของที่ให้มา เพื่อการต่อกรกับคู่แข่งที่สมน้ำสมเนื้อมากขึ้นนั่นเอง
รุ่น Standard Cab 2.2 L 4x2 ราคา 6MT 549,000 บาท
รุ่น Standard Cab 2.2 L SWB 4x2 6MT ราคา 575,000 บาท
รุ่น Standard Cab 3.2 L SWB 4x4 6AT ราคา 749,000 บาท
รุ่น Open Cab 2.2 XL 4x2 ราคา 659,000 บาท
รุ่น Open Cab 2.2 XLS Hi-Rider ราคา 699,000 บาท
รุ่น Open Cab 2.2 XLT Hi-Rider ราคา 749,000 บาท
รุ่น Open Cab 2.2 XLT Hi-Rider 6AT ราคา 789,000 บาท
รุ่น Open Cab 2.2 XLT 4x4 ราคา 809,000 บาท
รุ่น Open Cab 3.2 XLT 4x4 ราคา 859,000 บาท
รุ่น Double Cab 2.2 XLS Hi-Rider ราคา 789,000 บาท
รุ่น Double Cab 2.2 XLT Hi-Rider ราคา 829,000 บาท
รุ่น Double Cab 2.2 XLT Hi-Rider 6AT ราคา 869,000 บาท
รุ่น Double Cab 2.2 XLT 4x4 ราคา 909,000 บาท
รุ่น Double Cab 3.2 XLT 4x4 ราคา 1,019,000 บาท
รุ่น Double Cab 2.2 WildTrak Hi-Rider ราคา 925,000 บาท
รุ่น Double Cab 2.2 WildTrak Hi-Rider 6AT ราคา 925,000 บาท 
รุ่น Double Cab 2.2 WildTrak 4x4 6AT ราคา 1,070,000 บาท
รุ่น Double Cab 3.2 WildTrak 4x4 6AT ราคา 1,139,000 บาท


 


   สรุป...Ford Ranger Minor Change สำหรับผม กล้าพูดได้เลยว่า..มันคือกระบะที่สมบูรณ์แบบและดีที่สุดในตอนนี้เลยก็ว่าได้ ต้องขอบคุณ Ford ที่ตั้งใจทำการบ้านมาดีมาก และเป็นความฉลาดที่ขอเปิดตัวตามหลัง Hilux Revo เพื่อจะได้มาสร้างกระแสและความสนใจในภายหลังได้ และมันเป็นเช่นนั้นจริงๆ แม้มันจะเป็นการ Minor Change แต่มันเป็นการปรับโฉมครั้งใหญ่แบบ Big Minor Change เลยก็ว่าได้ และสดใหม่เหมือนรถโมเดลใหม่กันเลยทีเดียวละครับ โดยเฉพาะคอนโซลหน้าที่เปลี่ยนใหม่ทั้งดุ้น และได้เพิ่มเติมระบบต่างๆหลายอย่างด้วยกัน พร้อมกับราคาที่คุ้มค่า ขึ้นราคาจากเดิมไม่มาก ไม่เหมือนบางค่ายที่ขึ้น 50,000-100,000 บาท รวมทั้งการส่งมอบที่น่าจะเร็วขึ้น เพราะ Ford ผลิตรถไว้รอส่งมอบล่วงหน้าแล้ว น่าจะขายดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่แน่นอนบอกเลย แต่ก็ยังมีอีกประเด็นที่ Ford ต้องจัดการ คือ เรื่องการพัฒนาศูนย์บริการให้ดีขึ้น และพยายามลบภาพลักษณ์และฝังความทรงจำเดิมๆที่คนไทยเคยคิดมาตลอดให้ได้ ซึ่งนั่นก็เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา และต้องรอดูต่อไปครับ...
 
มาร่วมพูดคุยกันสนุกๆเรื่องรถยนต์ประดุจเพื่อนข้างกาย 
พร้อมเกาะติดข่าวการเปิดตัวรถใหม่กันแบบฉับไว
กดไลค์แฟนเพจของ Cars New Update ด้านล่างได้เลยครับ!!!
   

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น