วันเสาร์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2558

ว่าด้วยเรื่อง SKYACTIV TECHNOLOGY เทคโนโลยีจาก Mazda ทั้งแรงทั้งประหยัด

 หากพูดถึงเทคโนโลยีในค่ายรถที่กำลังเป็นที่น่าจับตามองทั้งไทยและเทศ ตอนนี้ก็คงหนีไม่พ้น SKYACTIV TECHNOLOGY สุดยอดเทคโนโลยีจากค่าย Mazda ที่คนไทยกำลังชื่นชมกันอย่างท่วมท้น ด้วยตัวรถที่ออกแบบได้อย่างสวยงามถูกใจชาวไทย พร้อมเทคโนโลยีสารพัดอย่างที่ช่วยเสริมสร้างตัวรถให้มีคุณภาพเทียบชั้นยุโรปกันเลยทีเดียวครับ ซึ่งได้รับการพัฒนาทั้งในส่วนตัวถัง เครื่องยนต์ ระบบส่งกำลัง และช่วงล่าง

   SKYACTIV ถือเป็นเทคโนโลยีแห่งอนาคตที่จะมาสถิตใน Mazda รุ่นใหม่ทุกรุ่น ซึ่งทางค่ายได้เดินตามแนวที่ว่า "กล้าที่จะต่าง" หรือ Defy Convention มองลึกไปถึงข้อจำกัดรถในปัจจุบัน และศึกษาทางออกทางวิศวกรรมที่จะลบข้อจำกัดเหล่านั้นออกได้ ควบคู่ไปกับการปรับปรุงเทคโนโลยียานยนต์อย่างต่อเนื่องในทุกๆระบบ อันเป็นที่มาของขุมพลังสันดาปที่ Mazd คิดค้นขึ้น รวมทั้งระบบอื่นๆที่มีความสอดคล้องและผสานการทำงานให้เป็นหนึ่งเดียวทุกองค์ประกอบ โดยชูพื้นฐานความเชี่ยวชาญกับประสบการณ์อันยาวนานของค่าย

SKYACTIV ENGINE พลังแรงเพื่ออนาคต


   เครื่องยนต์ของ Mazda ยุคใหม่ได้รับการออกแบบให้มีสมรรถนะสูงแต่อัตราสิ้นเปลืองต่ำลง และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มี 2 รูปแบบคือ SKYACTIV-G เครื่องยนต์เบนซินรุ่นใหม่ที่จ่ายเชื้อเพลิงเข้าห้องเผาไหม้โดยตรง เพื่อการเผาไหม้อย่างหมดจด ได้พละกำลังออกมาในระดับสูง และลดการใช้เชื้อเพลิงอย่างมีประสิทธิภาพ ตัวรถมากับกำลังอัดที่ 14.0:1 มีการออกแบบลูกสูบและหัวฉีดน้ำมันใหม่เพื่อป้องกันการน็อค พร้อมลดแรงเสียดทานในการเคลื่อนที่ถึง 30% ระบบวาล์วแบบแปรผันต่อเนื่องทั้งในฝั่งไอดี-ไอเสีย (Dual S-VT) เพิ่มแรงบิดในย่านรอบต่ำ-กลาง อีกทั้งยังเลือกใช้วัสดุที่น้ำหนักเบาลงอีกด้วย

    และยังมีขุมพลังดีเซล SKYACTIV-D เครื่องยนต์คลีนดีเซล รอบจัด ตอบสนองดี เน้นความสนุกสนานในการขับขี่ ด้วยการปรับอัตราส่วนกำลังอัดให้อยู่ในระดับที่สมบูรณ์แบบ ได้ทั้งพลังแรงและเป็นมิตรต่อสิ่วแวดล้อม ความโดดเด่นของมันอยู่ที่มันบริโภคน้ำมันต่ำลง 20% จากการออกแบบกำลังอัดให้เหลือ 14.0:1 ทำงานร่วมกับ Two-Stage Turbocharge ช่วยให้การตอบสนองเป็นไปอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องจนถึงรอบการทำงานสูงสุดที่ 5,200 รอบ/นาที พร้อมเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วยมาตรฐาน Euro 6 ของยุโรป รวมถึง Tier II Bin 5 ของอเมริกา และ Japan's Post New Long Term ของญี่ปุ่น
  
SKYACTIV-DRIVE ขีดสุดแห่งเทคโนโลยีการขับเคลื่อน
   สิ่งหนึ่งที่ถือเป็นหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อน คงหนีไม่พ้นระบบส่งกำลังที่เป็นตัวถ่ายทอดพลังจากเครื่องยนต์ไปสู่ล้อขับเคลื่อน โดย SKYACTIV-DRIVE ถือเป็นมาตรฐานใหม่เพื่อการขับขี่อย่างสมบูรณ์แบบ เกียร์อัตโนมัติที่ทำงานได้ราบเรียบ ตอบสนองได้รวดเร็ว และให้ความสนุกในการขับขี่ พร้อมทั้งประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง และยังออกแบบให้ทนทานเป็นพิเศษ เพื่อรองรับแรงบิดมหาศาลที่ส่งตรงมาจากเครื่อง จุดเด่นอีกจุดคือ การนำเอาข้อดีของเกียร์ CVT และ Dual Clutch รวมถึงเกียร์อัตโนมัติทั่วๆไป มารวมเข้าด้วยกัน ส่งผลให้รีดพละกำลังออกมาได้เต็มที่ และควบคุมการขับเคลื่อนโดยตรงได้ทุกๆช่วง จากการใช้ทอร์คคอนเวนเตอร์ที่มีระบบคลัตซ์แบบ Lock-Up ตลอดช่วงการทำงาน ทำให้รู้สึกเหมือนกำลังขับรถเกียร์ธรรมดา ลดการใช้เชื้อเพลิงจากปกติ 7% เมื่อเทียบกับเกียร์ทั่วไป และให้เสถียรภาพรวมถึงความราบรื่นในการทำงานที่ดีกว่า

SKYACTIV-BODY ความแข็งแกร่งซึ่งเป็นที่มาของความปลอดภัย
     ปัจจุบันรถหลายค่ายเน้นการพัฒนาความแข็งแกร่งของตัวถังภายใต้น้ำหนักที่เบาลง ซึ่ง Mazda ก็คิดแบบนั้น จนก่อเกิดเป็น SKYACTIV-BODY แข็งแรง ปลอดภัย ภายใต้น้ำหนักที่ลดลงอย่างน่าพอใจ อันเป็นผลมาจากการบูรณาการทางวิศวกรรมของวัสดุน้ำหนักเบา ความแข็งแรงของวัสดุและโครงสร้างใหม่ที่มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม ช่วยลดน้ำหนักได้ถึง 8% จากการเลือกใช้เหล็กกล้าในอัตราส่วนที่เพิ่มขึ้น พร้อมกระบวนการผลิตด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆที่สามารถเพิ่มความแข็งแรงได้ถึง 30% ที่มาจากแนวคิด "โครงสร้างตรง" "งานโครงสร้างแบบต่อเนื่อง" และ "โครงสร้างวงแหวน" สำหรับชิ้นส่วนโครงสร้างช่วยเพิ่มความปลอดภัยจากการปะทะในหลากหลายทิศทาง

SKYACTIV-CHASSIS เสถียรภาพอันเป็นที่สุด
     Mazda มาพร้อมกับแซสซีส์ที่รวมการควบคุมรถได้อย่างคล่องแคลาว ให้ความสบายในการขับขี่ และในขณะเดียวกันยังต้องมีเสถียรภาพจนสุดขีดจำกัดของตัวรถโดย SKYACTIV-CHASSIS ยังคงไว้ซึ่งความแข็งแกร่งที่เหนือกว่า จากการออกแบบที่มีน้ำหนักเบา คนขับจะรู้สึกได้ถึงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับรถซึ่งถ่ายทอดแนวคิดมาจากฟีลลิ่งการขับขี่ของ MX-5 แต่ยังคงไว้ซึ่งความสบายในการเดินทาง คุณภาพการขับขี่ที่ดีขึ้นตลอดช่วงรอบการใช้งาน มีความคล่องแคล่วในช่วงความเร็วต่ำ-ปานกลาง และมีความเสถียรที่ย่านความเร็วสูง โดยใช้การออกแบบทางวิศวกรรมใหม่ที่สมบูรณ์ของการวางระบบรองรับด้านหลัง ตำแหน่งของเทรลลิ่งอาร์ม ส่วนประกอบของระบบบังคับเลี้ยวและการเซ็ตค่าการขับขี่จากทุกองค์ประกอบ มีความแข็งแกร่งที่เหนือกว่า จากน้ำหนักของแซสซีส์ที่ลดลง 14% เนื่องจากระบบรองรับที่พัฒนาขึ้นใหม่ ได้แก่ สตรัทด้านหน้า และคานหลังแบบมัลติลิงค์

   และคุณสมบัติทั้งหมดนี้ก็ทำให้คนไทยและทั่วโลกต่างหันเหความสนใจมาให้กับเทคโนโลยี SKYACTIV เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แน่นอนว่าตัวรถของ Mazda ก็ดีอยู่แล้ว และยังมากับเทคโนโลยีที่ยอดเยี่ยมซึ่งหลอมรวมกับรถให้กลายเป็นรถที่ดีคันหนึ่งได้
ข้อมูลจากนิตยสาร Car Magazine Thailand ฉบับเดือนธันวาคม
( แต่อย่างว่ารถดี แต่ติ่งของค่ายนี้(บางคน) ไม่ธรรมดา จะติอะไรรถค่ายนี้ไม่ได้เลย นานาจิตตังครับ)

 
อยากติดตามข่าวสารรถใหม่ อัพเดตเร็วทันใจ คุยสารพัดเรื่องรถ 
กดไลค์แฟนเพจของ Cars New Update ด้านล่างได้เลยครับ!!!
   

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น