วันพฤหัสบดีที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

Mercedes-Benz SL-Class Minor Change ปรับปรุงใหม่ให้ลงตัวยิ่งขึ้น

  หลังจากทำตลาดมานานแล้ว สปอร์ตคูเป้เปิดประทุนรุ่นใหญ่อย่าง Mercedes-Benz SL-Class ก็ได้ฤกษ์แล้วสำหรับการปรับปรุงโฉม Minor Change ปรับปรุงใบหน้าใหม่ให้สดใสขึ้นรับมือคู่แข่งในตลาด โดยงานนี้ปรับปรุงครบถ้วนทั้งรุ่นธรรมดาและตัวแรงอย่าง AMG

   ซึ่งงานนี้ Mercedes-Benz ได้ทำการปรับปรุงในส่วนด้านหน้ารถใหม่ทั้งหมดโดยไม่เหลือเค้าเดิม ด้วยแนวการออกแบบของรถที่ได้แรงบันดาลใจมาจากรุ่นพี่ใหญ่อย่าง AMG GT ซึ่งทำให้ตัวรถมีหน้าตาที่ดูสปอร์ตและโฉบเฉี่ยวมากกว่าเดิม ส่วนในเวอร์ชั่นตัวจี๊ดอย่าง SL63AMG และ SL65AMG ก็ถูกปรับหน้าตาใหม่ตามแนวทางเดิมกับ SL ธรรมดา แต่ก็ถูกทำให้ Strong และ Concentrate ยิ่งขึ้นกว่าเดิมนั่นเอง ส่วนด้านท้ายของรถได้ทำการปรับหลอดโคมไฟท้ายใหม่ให้ทันสมัยกว่าเดิม

   ภายในห้องโดยสารนั้นไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงการออกแบบภายในมากเท่าไหร่ พวงมาลัยของรถหันมาใช้พวงมาลัย 3 ก้านใหม่แบบเดียวกับ Mercedes-Benz รุ่นใหม่ๆที่เปิดตัวก่อนหน้านี้ นอกจากนี้แล้วยังมีการติดตั้งนาฬิกาแบบอะนาล็อกบริเวณด้านบนของคอนโซลหน้าด้วย มีการปรับปรุงระบบอินโฟเทนเมนต์ของของรถให้รองรับ Apple CarPlay สามารถเลือกตกแต่งห้องโดยสารด้วยโทนสีใหม่ Saddy Brown พร้อมหุ้มหนัง Nappa รอบคัน หรือจะเลือกหนัง Nappa แบบพิเศษก็ได้ นอกจากนี้ยังมีระบบเครื่องเสียงคุณภาพ Harman Kardon Logic 7 แบบรอบทิศทาง ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นออปชั่นที่ต้องจ่ายเพิ่ม

   สำหรับขุมพลังของ SL-Class ใหม่นั้น มีหลายทางเลือกด้วยกัน เริ่มที่รุ่น SL400 มากับเครื่องยนต์เบนซิน 3.0 ลิตร V6 ที่มากับพละกำลัง 367 แรงม้าที่ 5,500-6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 500 นิวตัน-เมตรที่ 1,800-4,500 รอบ/นาที มากับอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 12.98 กม./ลิตร ค่าการปล่อย CO2 175 กรัม/กม. อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลา 4.9 วินาที

รุ่น SL500 มากับเครื่องยนต์เบนซิน 4.7 ลิตร V8 พละกำลัง 455 แรงม้าที่ 5,250 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 700 นิวตัน-เมตรที่ 1,800-3,500 รอบ/นาที อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 11.11 กม./ลิตร ค่าการปล่อย CO2 205 กรัม/กม. อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลา 4.3 วินาที ทั้งสองขุมพลังส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด

  ส่วนในกลุ่ม AMG มาในรุ่น SL63 AMG มากับเครื่องยนต์เบนซิน 5.5 ลิตร V8 มากับพละกำลัง 585 แรงม้าที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 900 นิวตัน-เมตรที่ 2,250-3,750 รอบ/นาที อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 10.2 กม./ลิตร ค่าการปล่อย CO2 229 กรัม/กม. อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลา 4.1 วินาที

ปืดท้ายด้วยตัวแรงสุดหรู SL65 AMG มากับเครื่องยนต์เบนซิน 6.0 ลิตร V12 พละกำลัง 630 แรงม้าที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุดมหาศาลที่ 1,000 นิวตัน-เมตรที่ 2,300-4,300 รอบ/นาที อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 8.4 กม./ลิตร ค่าการปล่อย CO2 279 กรัม/กม. อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลา 4.0 วินาที
ทั้งสองขุมพลังนี้ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด

ทุกรุ่นที่กล่าวมานั้นถูกจำกัดความเร็วไว้ที่ 250 กม./ชม.

   สำหรับระบบความปลอดภัยและระบบช่วยเหลือต่างๆรถนั้น ทาง Mercedes-Benz ได้ติดตั้งระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติให้กับ SL-Class ทุกรุ่น และยังมี Driving Assistance Package ที่ประกอบด้วย Cruise Control และ active steering เป็นตัวเลือกอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีระบบ Active Body Control ควบคุมตัวรถขณะเข้าโค้งไม่ให้เอียงจนเกินไป และยังมีโหมด Sport+ เพิ่มความสนุกในการขับขี่มากขึ้น ระบบหลังคาแบบ Magic Sky Roof ที่สามารถปรับแสงของหลังคาจากสีดำทึบให้เป็นกระจกใสได้ ปิดท้ายด้วย Automatic Boot Separator ที่กั้นเก็บสัมภาระท้ายที่สามารถปรับขึ้นลงได้ เพื่อรองรับความจุที่มากขึ้นเมื่อหลังคาถูกเก็บ

   Mercedes-Benz SL-Class จะถูกเปิดตัวครั้งแรกในรอบปฐมทัศน์ที่งาน Los Angeles Auto Show ที่จะเกิดขึ้นเร็วๆนี้ โดยการวางขายจะเริ่มต้นในเดือนเมษายนปีหน้า โดยยังไม่มีการประกาศราคาครับ

ที่มา Carscoops

มาร่วมพูดคุยกันสนุกๆเรื่องรถยนต์ประดุจเพื่อนข้างกาย 

พร้อมเกาะติดข่าวการเปิดตัวรถใหม่กันแบบฉับไว
กดไลค์แฟนเพจของ Cars New Update ด้านล่างได้เลยครับ!!!
   

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น