วันพุธที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

Nissan X-Trail Hybrid ครั้งแรกในคลาสกับรถอเนกประสงค์ขุมพลังไฮบริด

  หลังจากที่ Nissan ได้ทำการเปิดตัว X-Trail ในเมืองไทยเมื่อ 1 ปีที่แล้วนั้น นับจากวันนั้นถึงวันนี้ก็ถือว่าประสบความสำเร็จอยู่พอสมควร และล่าสุดทางค่าย Nissan ก็นึกอยากจะเพิ่มทางเลือกใหม่ให้กลับกลุ่มตลาดนี้ และไม่เคยมีใครลงแข่งมาก่อนเลย และนั่นจึงเป็นที่มาของการเปิดตัว Nissan X-Trail Hybrid ครั้งแรกในกลุ่มตลาดเดียวกันกับรถอเนกประสงค์ SUV ขุมพลังไฮบริด

   คุณคะซุทากะ นัมบุ ประธานบริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เผยว่า Nissan ยังคงมุ่งมั่นในการนำเสนอนวัตกรรมที่ตื่นเต้นเร้าใจ หรือ Innovation that Excites ผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีความโดดเด่นในทุกๆ ด้าน และเพื่อการบรรลุเป้าหมายของความพยายามลดการปล่อย CO2 สู่ชั้นบรรยากาศ  การสร้างสรรค์รถยนต์ที่ประหยัดน้ำมันจากเครื่องยนต์พลังงานทางเลือก ถือเป็นอีกส่วนสำคัญในการบรรลุสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ Nissan จึงได้แนะนำ Nissan X-Trail Hybrid สู่ตลาดประเทศไทยและยังเชื่อมั่นว่า จะทำให้ลูกค้าที่รอคอยเทคโนโลยีไฮบริดของนิสสัน มีประสบการณ์ที่ประทับใจ และเชื่อมั่นกับความเหนือระดับอันแตกต่างเพื่อให้ลูกค้าในกลุ่มที่ชื่นชอบรถยนต์แบบ SUV และให้ความสำคัญกับเทคโนโลยี รวมถึงใส่ใจในเรื่องสิ่งแวดล้อมด้วย

   ภายนอกของรถนั้นยังคงมากับชุดโคมไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ LED ปรับระดับสูงต่ำอัตโนมัติ พร้อมไฟ Daytime Running Lights มาให้ในโคมเช่นเคย แต่ความแตกต่างจากเดิมคือกระจังหน้า V-Shape ของรถได้ตกแต่งด้วยวัสดุโครมสีพิเศษ และยังรวมทั้งบริเวณกันชนหน้าของรถ และคิ้วประตูท้ายก็ตกแต่งเพิ่มเติมด้วยโครมสีพิเศษเช่นกัน นอกจากนี้ยังติดตั้งเสาอากาศแบบ Shark Fin และมีโลโก้ PURE DRIVE HYBRID บริเวณด้านข้างและด้านท้ายบ่งบอกความแตกต่างอีกด้วย

  ภายในห้องโดยสารนั้นไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดมากมายเท่าไหร่นักเลย มีเพียงแค่การปรับปรุงการแสดงผลบนหน้าจอ MID และเพิ่มเติมการแสดงผลข้อมูลผ่านหน้าจอมอนิเตอร์กลางคอนโซล นอกนั้นยังคงมีหน้าจอสัมผัสขนาด 5-7 นิ้ว โดยรุ่นหน้าจอ 7 นิ้ว ยังรองรับการแสดงผล Nissan Connect เชื่อมต่อได้สารพัดเหมือน X-Trail รุ่นธรรมดาทุกประการ และอีกความแตกต่างก็คือในรุ่น Hybrid จะไม่มีเบาะแถว 3 ติตตั้งมาให้

  สำหรับขุมพลังนั้นถือเป็นไฮไลต์เด็ดของรถคันนี้ มากับขุมพลังเบนซิน 4 สูบ ความจุ 2.0 ลิตร MR20DD พละกำลัง 144 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 200 นิวตัน-เมตร ที่ 4,400 รอบ/นาที ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าแบบซิงโครนัส กำลังสูงสุด 41 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 160 นิวตัน-เมตร รวมพละกำลังทั้งระบบ 179 แรงม้า ซึ่งทาง Nissan เคลมว่าเครื่องตัวนี้ให้พละกำลังและอัตราเร่งดีกว่าเครื่อง 2.5 ลิตร ความพิเศษขุมพลังนี้คือ มันได้รับการออกแบบเป็นพิเศษ ปั๊มน้ำและคอมเพรสเซอร์ไม่ใช้สายพานเพื่อช่วยลดแรงเสียดทาน ขณะที่วาล์วไอเสียหล่อโซเดียมได้เพิ่มการระบายความร้อนของห้องเครื่องได้ดียิ่งขึ้น 

แต่ทีเด็ดสำหรับขุมพลัง Hybrid นี้คือ ระบบควบคุมแบบคลัตซ์คู่อัจฉริยะ ซึ่งใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเพียงชุดเดียว โดยระบบจะควบคุมความเร็วของมอเตอร์ไฟฟ้าแบบรวดเร็ว ช่วยให้การส่งกำลังเป็นไปได้อย่างราบรื่น ตอบสนองการขับขี่ได้นุ่มนวล ฉับไว และประหยัดน้ำมัน ระบบส่งกำลังของรถนั้นมากับเกียร์อัตโนมัติ XTronic CVT พร้อม Manual Mode 7 สปีด ซึ่งส่งผลให้ Nissan X-Trail Hybrid มีอัตราเร่งดีกว่าเครื่อง 2.0 ลิตรธรรมดาราวๆ 20%

   สำหรับระบบความปลอดภัยของรถนั้น ทาง Nissan ยังคงจัดมาให้เต็มๆไม่มีกั๊กตามเคย ซึ่งประกอบด้วย
- ถุงลมนิรภัยคู่หน้า
- ถุงลมนิรภัยด้านข้าง (รุ่น 2.0 E Hybrid 2WD ขึ้นไป)
- ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวอัตโนมัติ VDC
- ระบบป้องกันการลื่นไถลขณะถนนลื่น ABLS
- ระบบเบรก ABS EBD และ BA
- กล้องมองหลัง
- กล้องมองภาพรอบทิศทาง (รุ่น 2.0 E Hybrid 2WD ขึ้นไป)
- ระบบช่วยลดการโยนตัวบนทางขรุขระ ARC
- ระบบช่วยควบคุมเสถียรภาพขณะเข้าโค้ง ATC ฃ
- ระบบช่วยลดความเร็วอัตโนมัติขณะถอนคันเร่งหรือเข้าโค้ง AEB
- ระบบช่วยออกตัวในทางลาดชัน HSA
-ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน HDC (เฉพาะรุ่น 2.0 V 4WD Hybrid)

    สำหรับราคาค่าตัวนั้น Nissan ได้ทำการแบ่ง X-Trail Hybrid ออกเป็น 3 รุ่นย่อยด้วยกัน ได้แก่
- รุ่น 2.0 S Hybrid 2WD ราคา 1,249,000 บาท
- รุ่น 2.0 E Hybrid 2WD ราคา 1,324,000 บาท
- รุ่น 2.0 V Hybrid 4WD ราคา 1,395,000 บาท
โดยทาง Nissan ตั้งเป้ายอดขายของ X-Trail Hybrid ไว้ที่ 6,000 คัน/ปี ซึ่งคิดเป็น 60% ของยอดขาย X-Trail ทั้งปี ก็มารอดูกันครับว่ารถคันนี้จะแจ้งเกิดในตลาดได้หรือไม่ แต่งานนี้ Nissan คงจะบอกเลยว่า "พี่ไม่ได้มาเล่นๆ" 


มาร่วมพูดคุยกันสนุกๆเรื่องรถยนต์ประดุจเพื่อนข้างกาย 

พร้อมเกาะติดข่าวการเปิดตัวรถใหม่กันแบบฉับไว
กดไลค์แฟนเพจของ Cars New Update ด้านล่างได้เลยครับ!!!
   

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น