วันพุธที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2559

เปิดผ้าคลุม All-New Hyundai i30 ก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการที่ Paris Motor Show 2016

   ค่ายรถแดนกิมจิ Hyundai ได้ทำการเผยโฉม All-New Hyundai i30 เจเนเรชั่นที่ 3 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก่อนการเปิดตัวอย่างเป็นทางการจะเกิดขึ้นภายในงาน Paris Motor Show 2016 ช่วงปลายเดือนนี้

   แนวการออกแบบของรถถือว่าเปลี่ยนโทนจากรุ่นเดิมแบบหน้ามือเป็นหลังมือเลย ในรุ่นก่อนนั้นจะมีเส้นสายที่โฉบเฉี่ยวเฟี้ยวฟ้าว แต่ในรุ่นใหม่นั้นจะมีรูปร่างที่ดูเรียบๆแต่แฝงไปด้วยความหรู ซึ่งทำให้ตัวรถดูเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น ด้านหน้าของรถได้นำเสนอกระจังหน้าดีไซน์ใหม่แบบ "Cascading Grille" ซึ่งกระจังหน้านี้จะมีให้เห็นใน Hyundai รุ่นใหม่ๆในอนาคตด้วย เส้นสายด้านข้างดูเรียบง่ายสบายตา ซึ่งคล้ายคลึงกับคู่แข่งยุโรปหลายๆรุ่นด้วยกัน มีการเพิ่มขอบกระจกโครเมียมเพื่อเติมเต็มความหรูหราเข้าไปด้วย ส่วนด้านท้ายมากับทรงไฟท้ายใหม่แบบ LED

   Hyundai i30 โฉมใหม่ออกแบบและพัฒนาในยุโรป ตัวรถมีสัดส่วนความยาว 4,340 มิลลิเมตร ความกว้าง 1,795 มิลลิเมตร และ 1,455 มิลลิเมตร มีระยะฐานล้อยาว 2,650 มิลลิเมตร นั่นหมายความว่าตัวรถมีความยาวมากขึ้น 40 มิลลิเมตร กว้างขึ้นอีก 15 มม. และเตี้ยลง 15 มม. ในขณะที่ฐานล้อยังคงรักษาความยาวจากรุ่นเดิมไว้ พื้นที่สัมภาระด้านหลังสามารถจุได้ถึง 395 ลิตร และเมื่อพับเบาะหลังลงจะทำให้มีพื้นที่ถึง 1,301 ลิตรเลยทีเดียว

   ภายในห้องโดยสารมากับดีไซน์ที่ทันสมัยและน่าสัมผัสมากขึ้น  อุปกรณ์มาตรฐานของรถก็จะได้หน้าจอสัมผัสขนาด 5 นิ้ว กล้องมองหลังพร้อมเส้นกะระยะถอย ลำโพงแบบพรีเมี่ยม รองรับ Bluetooth และ My Music Functionality ส่วนหน้าจอสีสัมผัสขนาด 8 นิ้วจะเป็นออปชั่นให้เลือก ที่มีพร้อมระบบนำทาง และรองรับการเชื่อมต่อได้หลากหลายไม่ว่าจะเป็น Apple CarPlay หรือ Android Auto นอกจากนี้ยังมีหลังคาซันรูฟแบบ Panoramic ให้เลือกเป็นออปชั่นด้วย

   สำหรับขุมพลังนั้นจะมีขุมพลังเบนซินให้เลือก 3 ขุมพลังด้วยกัน ได้แก่ เครื่องยนต์เบนซิน 1.4 ลิตร มากับพละกำลัง 100 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 134 นิวตัน-เมตร ตามด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 1.0 ลิตร 3 สูบ พละกำลัง 120 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 170 นิวตัน-เมตร และเครื่องยนต์เบนซิน 1.4 ลิตรเทอร์โบ T-GDi พละกำลัง 140 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 242 นิวตัน-เมตร

และนอกจากนี้ยังมีเครื่องยนต์ดีเซลดีเซล 1.6 ลิตร ที่มีให้เลือก 3 ระดับความแรง ได้แก่ พละกำลัง 95 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 280 นิวตัน-เมตร / พละกำลัง 95 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 280 นิวตัน-เมตร และรุ่นแรงสุด พละกำลัง 136 แรงม้า แรงบิดสูงสุดถึง 300 นิวตัน-เมตร

    ระบบส่งกำลังในรุ่น 1.4 ลิตรรุ่นเริ่มต้น , รุ่น1.0 ลิตรเบนซิน และ รุ่นเริ่มต้นเครื่องดีเซล จะมีระบบส่งกำลังให้เลือกแค่เกียร์ธรรมดา 6 สปีดเท่านั้น ในขณะรุ่นเบนซิน 1.4 ลิตรรุ่นท็อป และเครื่องดีเซลรุ่นรองท็อปกับรุ่นท็อป จะสามารถเลือกเกียร์อัตโนมัติ DCT 7 สปีดได้ด้วย

   ส่วนระบบความปลอดภัยนั้น ทาง Hyundai ได้อัดสารพัดความปลอดภัยให้กับแฮตซ์แบ็คคันเก่งของพวกเขา ไม่ว่าจะเป็น
- ระบบเบรกอัตโนมัติที่ทำงานร่วมกับระบบเตือนการปะทะรถคันหน้า (Autonomous Emergency Braking with Front Collision Warning System)
- Smart Cruise Control
- ระบบเตือนมุมอับสายตา (Blind Spot Detection)
- ระบบช่วยเตือนรถขณะถอยหลัง (Lane Keeping Assist System)
- ระบบแสดงผลการจำกัดความเร็ว Speed Limit Information Function
- ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ High Beam Assist

  และระบบใหม่ที่ Hyundai นำเสนอก็คือระบบ Driver Attention Alert อันเป็นระบบที่ตรวจสอบการขับรถโดยประมาทหรืออาการเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ เพื่อลดอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น ระบบจะวิเคราะห์การหักพวงมาลัย การควบคุมแรงบิด การควบคุมรถในช่องทาง และเวลาในการขับขี่ หากตรวจสอบการขับขี่ที่ไม่พึงประสงค์ระบบจะแจ้งเตือนด้วยเสียงและข้อความผ่านทางหน้าจอ MID ตรงกลาง

   สำหรับราคาค่าตัวยังไม่มีการประกาศออกมาและแน่นอนว่าไม่น่าจะมีจำหน่ายในไทยครับ

ที่มา Carscoops
มาร่วมติดตามความเคลื่อนไหวของพวกเราได้ที่นี่ครับ 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น