วันพฤหัสบดีที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2557

Alternative Fuel : ว่าด้วยเรื่องพลังงานทดแทนน้ำมันในรถยนต์

  หากพูดถึงพลังงานส่วนใหญ่ที่เราใช้สำหรับรถยนต์และยานพาหนะต่างๆในปัจจุบัน ทั้งของผู้ใข้รถทั่วไปและทางด้านการขนส่งในปัจจุบัน ก็หนีไม่พ้น น้ำมัน จากการที่เราขุดเจาะกันอยู่ในทั่วโลก โดยผลจากการใช้น้ำมัน ทำให้เกิดก๊าซที่ส่งผลกระทบให้เกิดภาวะโลกร้อน ซึ่งกำลังกดดันกันเรื่องนี้อยู่ทั่วโลก จนหลายปนะเทศที่พัฒนาแล้วต้องเลิกใช้น้ำมันหรือให้ใช้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้

   การจะลดการใช้น้ำมันลง จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องค้นหาและสืบค้นพลังงานทางเลือกใหม่ที่จะส่งผลกระทบต่อโลกของเราให้น้อยที่สุด เพื่อทดแทนการใช้น้ำมัน หรือไม่ก็หาทางค้นคว้าเทคโนโลยีสำหรับยานยนต์ประสิทธิภาพสูงขึ้นหรือแบบอื่นๆที่ดีกว่า เพื่อใช้สำหรับการคมนาคมขนส่งทั่วไป

   จะว่าไปแล้วแรงกดดันทั้งหลายเหล่านี้ยังไม่ได้กระจายไปทั่ว มีเพียงประเทศใหญ่ๆที่ตระหนักถึงเรื่องนี้ที่รับรู้เท่านั้น และพยายามจะส่งต่อไปยังประเทศกำลังพัฒนาหรือด้อยพัฒนา ว่าจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงเรื่องการใช้พลังงานเชื้อเพลิงให้น้อยลง เพราะได้ส่งผลกระทบกับโลกของเรามากมาย และจะมากขึ้นอีก ถ้าไม่ช่วยกันลดการใช้น้ำมันอยู่ต่อไป ซึ่งน่าจะหาพลังงานทางเลือกที่สะอาดและกระทบต่อภาวะโลกร้อนที่น้อยลง


    พลังงานที่สามารถทดแทนพลังงานเชื้อเพลิงเบนซินหรือดีเซลที่ใช้กันอยู่มีหลายอย่างด้วยกัน เช่น การใช้ก๊าซธรรมชาติหรือ CNG ที่ถือเป็นเชื้อเพลิงที่สะอาด เมื่อเกิดการเผาไหม้ขึ้นจะปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ทางระบบไอเสียลดลงได้ถึง 50% แต่เมื่อนำมาใช้งานจริง อาจมีปัจจัยหรือข้อจำกัดในเรื่องระยะทางการใช้ที่จำกัดและต้องบรรจุถังก๊าซที่ใหญ่และน้ำหนักเยอะด้วย

   การใช้เชื้อเพลิงชีวภาพที่เด่นสุด ณ ตอนนี้คือ เอทานอล ที่ผลิตจากพืช โดยผสมกับเชื้อเพลิงอื่นๆเช่น น้ำมันเบนซิน แก๊สโซฮอล์ หรือไบโอดีเซล ที่มีส่วนผสมในอัตราน้อยไม่กี่เปอร์เซ็นต์ จะต้องมีการปรับปรุงแก้ไขบางส่วนของเครื่องยนต์ หรือเป็นเครื่องที่ออกแบบให้รองรับน้ำมันประเภทนี้โดยเฉพาะ เช่น รถยนต์ที่รองรับน้ำมัน E85 นั่นเอง

Toyota Miral รถพลังงานไฮโดรเจนที่จะออกขายในปี 2015
   พลังงานจากก๊าซไฮโดรเจนก็เป็นอีก 1 ทางเลือกแต่ยังไม่แพร่หลายมากเท่าไหร่ และอยู่ในช่วงทดลองใช้งาน จุดเด่นของมันก็คือ เป็นเชื้อเพลิงสะอาด เผาไหม้ได้ไอน้ำออกมา แต่ไฮโดรเจนนั้น ตัวของมันเองจะรวมตัวอยู่เป็นสารประกอบ เช่น น้ำ CO2 ไม่ใช่สารตัวมันเองโดยตรง ฉะนั้นหากจะใช้ไฮเดรเจนจะต้องเอามาจากสารประกอบที่มีไฮโดรเจนผสมอยู่ และการจะใช้ไฮโดรเจนเป็นเชื้อเพลิง จะต้องใช้เซลล์เชื้อเพลิงที่เรียกกันว่า Fuel Cell ที่เป็นเทคโนโลยีใหม่ที่เริ่มนำมาใช้กับรถยุคใหม่แล้วครับ

   การใช้พลังงานไฟฟ้าก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่กำลังมาแรง มีการพัฒนาประสิทธิภาพกันต่อเนื่อง มีสองแบบใหญ่ๆคือ พลังงานไฟฟ้าผสมน้ำมันหรือที่เรารู้จักกันในนาม Hybrid นั่นเองครับ ที่มีเครื่องยนต์ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงในการเผาไหม้ผสมผสานการทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าขนาดใหญ่ รถยนต์ไฮบริดมีการพัฒนามากว่า 15 ปีแล้ว จุดประสงค์แรกๆคือผลิตเพื่อทดลอง ศึกษา ค้นคส้า แต่เอาเข้าจริงๆ สามารถผลิตขายในระดับพาณิชย์ ถือเป็นที่ยอมรับเรื่องประสิทธิภาพการใช้งาน และมีขายในตลาดทั่วๆไป ให้ผู้ใช้ได้มีโอกาสเลือกใช้ที่สำคัญ รถพวกนี้กำลังจะมีส่วนแบ่งมากขึ้นในอนาคตอันใกล้ ถ้าคนยอมรับและเปิดใจมากขึ้น

BMW i3 คันนี้ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเพียวๆนะครับ
   แบบที่สองคือ พลังงานไฟฟ้าเพียวๆ ไม่มีเครื่องยนต์ผสมเลย เป็นการใช้มอเตอร์ไฟฟ้าโดยตรง อาศัยกำลังไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ ที่เป็นแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ ในอดีตรถไฟฟ้ามีข้อจำกัดหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นราคาแบตเตอรี่ที่โคตรแพงเพราะราคาครึ่งหนึ่งของตัวรถเลย ระยะทางการขับขี่น้อย ไม่มีสถานีชาร์จไฟระหว่างการใช้งาน อีกทั้งจะชาร์จไฟทั้งทีก็ต้องรอนานจนกว่าจะเต็ม ตัวแบตเตอรี่หนักเลยทำให้รถหนักด้วย ซึ่งส่งผลให้ตัวรถมีราคาแพง

   แต่ปัจจุบันได้มีการพัฒนารถไฟฟ้าประเภทนี้มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับประเทศใหญ่ๆ เช่น อเมริกา หรือบางประเทศฝั่งยุโรป ที่มีการสร้างสถานีชาร์จไฟให้กับลูกค้าที่ใช้รถแนวนี้ ในสถานที่ที่สะดวกขึ้น ชาร์จไฟเร็วขึ้น ระยะทางวิ่งไกลขึ้น และราคาถูกกว่าเดิม โดยพลังงานทางเลือกนี้จะไม่มีการปล่อยก๊าซออกมาเลย แน่นอนว่ารถแนวนี้จะพัฒนาต่อไปเรื่อยๆซึ่งในอนาคตรถแนวนี้อาจจะวิ่งได้เกิน 400 กม./การชาร์จไฟ 1 ครั้งก็ได้ครับ

    แม้ว่าในอนาคตเราจะรู้ว่าจะยังคงมีน้ำมันเชื้อเพลิงให้เราได้ขุด เจาะและดูดขึ้นมาใช้ได้อีกสิบปีถึงจะหมด แต่นี่ไม่ใช่ประเด็นครับ จุดสำคัญมันอยู่ตรงที่ ถ้าเราไม่หาพลังงานทางเลือกมาทดแทนน้ำมัน โลกจะประสบภาวะการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างมากอันเนื่องมาจากการปล่อยก๊าซ CO2 ฉะนั้นแล้วอีก 10-15 ปีข้างหน้านี้ อาจจะมีรถพลังงานเชื้อเพลิงน้อยมาก เพราะจะมีรถพลังงานทางเลือกวิ่งกันให้ว่อนเมือง แล้วคุณละครับ เตรียมพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงหรือยัง

ขอบคุณข้อมูลจากนิตยสาร AutoBild Vol.11 วันที่ 15/1/2014
 แนะนำ ติชม พูดคุย ติดตามข่าวสารรถใหม่ฉับไวก่อนใครกับ Cars New Update ที่นี่!!


 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น