Like Box

วันอาทิตย์ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2560

มาชม Audi Q8 E-Tron Concept ต้นแบบว่าที่คู่แข่ง X6 และ GLE Coupe

  ค่ายสี่ห่วง Audi ได้ทำการเปิดตัวต้นแบบคันใหม่ Audi Q8 E-Tron Concept เป็นที่เรียบร้อยภายในงาน Detroit Auto Show 2017 ในขณะเดียวกันนั้นรถเวอร์ชั่นผลิตจริงของต้นแบบสุดเท่คันนี้ก็ออกวิ่งทดสอบเป็นที่เรียบร้อยแล้วเช่นกัน

   Audi Q8 E-Tron Concept จะเป็นต้นแบบที่พรีวิวถึงรถอเนกประสงค์รุ่นใหม่ของค่ายที่จะวางจำหน่ายในอนาคต และด้วยดีไซน์หลังคาทรงลาดเอียงสไตล์คูเป้ และทาง Audi ก็หมายมั่นไว้แล้วด้วยว่ารถคันนี้จะกลายมาเป็นคู่แข่งของ BMW X6 และ Mercedes-Benz GLE Coupe ในอนาคตนั่นเอง

   ดีไซน์ภายนอกของ Audi Q8 E-Tron Concept ค่อนข้างดุดันด้วยกระจังหน้า 8 เหลี่ยมขนาดใหญ่โตมีหลายคนที่มองว่าดีไซน์กระจังหน้าคล้ายกระบะจีนอย่าง Maxus T60 และยังมีการออกแบบกันชนหน้าที่ดุดันให้เข้ากับกระจังหน้า เส้นสายตัวรถค่อนข้างดูเฉียบคม มีแนวหลังคาที่เตี้ยและลาดเอียงในส่วนด้านท้ายในสไตล์รถคูเป้่ ส่วนด้านท้ายก็มากับชุดไฟท้ายแนวยาวจากซ้ายไปขวา

  Audi Q8 E-Tron Concept ที่ขนาดลำตัวยาว 5.02 เมตร กว้าง 2.04 เมตร และสูง 1.7 เมตร ซึ่งถ้าเทียบกับ BMW X6 และ Mercedes-Benz GLE Coupe แล้ว ของ Audi จะมีขนาดที่ใหญ่กว่าพอประมาณ

   ดีไซน์ภายในห้องโดยสารถือว่ามาแบบค่อนข้างล้ำสุดๆ เพราะปุ่มควบคุมต่างๆที่ควรมีนั้นกลับถูกแทนที่ด้วยระบบสัมผัสและระบบดิจิตอลแทบทั้งคันรถ ส่วนแนวการออกแบบนั้นก็ยังคงมาแนวสไตล์ Audi ที่วางขายอยู่ แต่สำหรับต้นแบบคันนี้ถือว่าโคตรล้ำและน่าสัมผัสมาก

  
  ส่วนรถเวอร์ชั่นผลิตขายจริงก็ได้มีการออกมาวิ่งทดสอบแล้ว เมื่อดูจากทรวดทรงแล้วเห็นได้ชัดว่าตัวรถจะมีดีไซน์ที่ใกล้เคียงต้นแบบค่อนข้างมากทีเดียว แต่อาจจะมีการปรับปรุงแนวการออกแบบบางส่วนให้ลดความหวือหวาลงเพื่อเข้าขั้นรถผลิตจริงมากขึ้น เช่น ด้านท้ายรถ หรือ ภายในห้องโดยสาร

   ขุมพลังในเวอร์ชั่นผลิตจริง คาดว่าจะมีให้เลือกทั้งเครื่องดีเซลและเบนซินพร้อมกับระบบ Plug-In Hybrid และ รุ่นพลังงานไฟฟ้าล้วนๆ โดยในรถต้นแบบนั้นมีการนำเสนอขุมพลังเบนซิน 3.0 ลิตร TFSI พละกำลัง 332 แรงม้า PS ผนวกกับมอเตอร์ไฟฟ้ากำลัง 100 KW รวมพละกำลังทั้งระบบ 448 แรงม้า PS พร้อมแรงบิดสูงสุด 700 นิวตัน-เมตร อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลา 5.4 วินาที 

   เมื่อใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างเดียว แบตเตอรี่แบบลิเธียมไอออนจะช่วยขับเคลื่อนตัวรถไปได้ในระยะทาง 60 กม. โดยไม่ใช้น้ำมัน แต่ถ้าประสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์กับแบตเตอรี่เข้าด้วยกันจะช่วยพาตัวรถแล่นได้ถึง 1,000 กม. เลยทีเดียว

   คาดว่าเวอร์ชั่นขายจริงน่าจะมีการเปิดตัวในช่วงปี 2018-2019 ครับ

ที่มา Carscoops / Motor1
   
มาร่วมติดตามความเคลื่อนไหวของพวกเราได้ที่นี่ครับ 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น