Like Box

วันอาทิตย์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2560

Jaguar XF Sportbrake แวกอนทรงสวยจากแดนผู้ดี

  ค่ายรถหรูแดนผู้ดีได้ทำการเผยโฉม Jaguar XF Sportbrake รถแวกอนรุ่นใหม่ของค่ายซึ่งเป็นเจเนเรชั่นที่ 2 แล้ว โดยวางตัวเป็นคู่แข่งของ  BMW 5-Series Touring, Mercedes-Benz E-Class Estate, Audi A6 Avant และ Volvo V90

   ครึ่งคันหน้าไม่ต้องพูดถึงเพราะมันคือ Jaguar XF โฉมซีดานเลย แต่ครึ่งคันหลังได้รับการออกแบบใหม่ตามแบบฉบับของรถแวกอน มีทรงไฟท้ายและกันชนที่ต่างจากตัวซีดานเล็กน้อย แม้ว่า XF Sportbrake โฉมใหม่จะมีความยาวสั้นลง 6 มิลลิเมตร แต่ว่าตัวรถมีการขยายฐานล้ออีก 51 มิลลิเมตร ส่งผลต่อพื้นที่วางขาภายในห้องโดยสารที่ดีขึ้น โดยพื้นที่ความจุสัมภาระด้านท้ายมีมาให้ 565 ลิตร และเมื่อพับเบาะหลังลงจะเพิ่มปริมาตรความจุถึง 1,700 ลิตร และถ้ายังไม่พอ บนหลังคารถยังสามารถรองรับการบรรทุกได้อีก 100 กิโลกรัมเมื่อติดตั้งกล่องเก็บสัมภาระขนาด 320 ลิตร ซึ่งสามารถสั่งได้จากตัวแทนจำหน่าย

  ฟังก์ชันและสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆภายในรถก็จะมีเทคโลโลยีฟอกอากาศภายในห้องโดยสารเพื่อป้องกันไม่ให้สารพิษเข้ามาภายในรถ ระบบอินโฟเทนเมนต์หน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ 10 นิ้วรองรับการเชื่อมต่อ Smartphone , Wi-Fi hotspot และมีเครื่องเสียงชั้นเยี่ยมจาก Meridian นอกจากนี้ยังมี Remote Start , ระบบ Proactive Vehicle Monitoring , กุญแจรถ Activity Key แบบพิเศษที่เป็นสายรัดข้อมือ

  ขุมพลังนั้น XF Sportbrake ก็ยกมาจากรุ่นซีดานเลย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.0 ลิตรที่มีพละกำลังให้เลือก 3 ระดับ ได้แก่ 163 แรงม้า (PS), 180 แรงม้า (PS) และ 240 แรงม้า (PS) รวมถึงเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 3.0 ลิตร V6 พละกำลัง 300 แรงม้า (PS)

ส่วนเครื่องยนต์เบนซินก็จะมีเครื่องขนาด 2.0 ลิตร พละกำลัง 250 แรงม้า (PS) ในตลาดจีนจะมีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อให้เลือกด้วย ส่วนในตลาดสหรัฐอเมริกาจะใช้เครื่อง V6 ขนาด 3.0 ลิตรที่มากับพละกำลัง 380 แรงม้า (PS)

   Jaguar XF Sportback มีอัตราส่วนการกระจายน้ำหนักรถอยู่ที่ 50:50 ติดตั้งระบบช่วงล่างแบบถุงลมที่สามารถรองรับการบรรทุกสัมภาระหนักๆได้ และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ รวมถึงมีระบบ Intelligent Driveline Dynamics (IDD) , ระบบ All Surface Progress Control ช่วยควบคุมการทำงานของระบบเบรกและระบบขับเคลื่อนเพื่อรักษาการยึดเกาะบนพื้นถนนในพื้นผิวเปียกลื่น , ระบบ Adaptive Surface Response ที่ทำงานร่วมกับระบบขับเคลื่ิอน 4 ล้อ  ซึ่งระบบที่ว่ามาทั้งหมดจะช่วยให้การขับขี่ดีไม่แพ้รุ่นซีดาน

   ระบบความปลอดภัยอื่นๆก็จะมีระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (Autonomous Emergency Braking) , ระบบเตือนเมื่อรถออกนอกเลน (Lane Departure Warning) , ระบบช่วยรักษารถให้อยู่ในเลน (Lane Keep Assist) , ระบบ Driver Condition Monitor , ระบบตรวจจับสัญญาณจราจรที่ทำงานร่วมกับระบบจำกัดความเร็วอัจฉริยะ (Traffic Sign Recognition With Intelligent Speed Limiter), ระบบควบคุมความเร็วคงที่พร้อมระบบปรับความเร็วอัตโนมัติ (Adaptive Cruise Control with Queue Assist) , ระบบแจ้งเตือนมุมอับ (Blind Spot Monitor) , ระบบตรวจจับด้านหลังรถ (Reverse Traffic Detection) , กล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา (360-Degree Camera View) และ ระบบช่วยจอดกึ่งอัตโนมัติ (Semi-Automated Park Assist Function)

  Jaguar วางราคา XF Sportbrake เริ่มต้นที่ 34,910 ปอนด์ (ประมาณ 1,516,000 บาทไทย) ในรุ่นเริ่มต้น Prestige 2.0 ลิตรดีเซล พละกำลัง 163 แรงม้า แพงกว่ารุ่นซีดานประมาณ 2,420 ปอนด์ (ราวๆ 105,000 บาทไทย)

ที่มา Carscoops
   

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น