Like Box

วันเสาร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2560

All-New Honda CR-V เปิดตัวแล้วในไทยกับการแนะนำขุมพลังดีเซล i-DTEC

   ปีนี้จัดว่าเป็นอีกหนึ่งปีทองของ Honda ที่ในช่วงปีนี้มีการเปิดตัวรถใหม่ไปแล้วหลายรุ่นด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น Honda City Minor Change หรือจะเป็น Honda Civic Hatchback และคันล่าสุดที่หลายคนต่างรอคอยการเปิดตัว นั่นก็คือ All-New Honda CR-V นั่นเอง


    นาย โนริอากิ อาเบะ หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารปฏิบัติการประจำภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด และประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท เอเชี่ยน ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด กล่าวว่า ประเทศไทยนับเป็นยุทธศาสตร์ที่สำคัญแห่งหนึ่งของ Honda โดยเป็นฐานการผลิตและส่งออกยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ที่ใหญ่ที่สุดของ Honda ในภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย ทั้งยังเป็นตลาดที่สำคัญในภูมิภาคอีกด้วย และในครั้งนี้ ประเทศไทยจะเป็นประเทศแรกในภูมิภาคและเป็นประเทศที่ 3 ของโลกต่อจากสหรัฐอเมริกาและแคนาดาที่เปิดตัว All-New Honda CR-V นี้ ซึ่ง Honda CR-V เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่มีความสำคัญที่สุดรุ่นหนึ่งของฮอนด้า ด้วยการเป็นเอสยูวีที่ครองใจลูกค้าทั่วโลกมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยยอดขายสะสมกว่า 8.7 ล้านคัน โดย Honda CR-V ใหม่ จะทำการผลิตที่โรงงานของฮอนด้าที่ จ.อยุธยา และมีแผนการส่งออกรถซีอาร์-วี (CBU) และชิ้นส่วน (CKD Sets) รวม 75,000 คัน ภายใน 1 ปี


   นายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารปฏิบัติการ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “นับตั้งแต่การเปิดตัว Honda CR-V  เจเนอเรชั่นที่ 1 เข้าสู่ประเทศไทยเมื่อปี 2539 Honda CR-V นับเป็นโมเดลที่มีส่วนสำคัญในการสร้างกระแสความนิยมรถเอสยูวีให้เพิ่มขึ้นและกระจายความนิยมไปยังลูกค้าทุกกลุ่ม เพื่อเติมเต็มความต้องการของลูกค้าให้ครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์ ฮอนด้าจึงได้เปิดตัว Honda HR-V  และ Honda BR-V ซึ่งส่งผลให้ Honda ก้าวขึ้นเป็นผู้นำในตลาด SUV ด้วยส่วนแบ่งทางการตลาดมากกว่า 60% อีกทั้งทำให้ตลาด SUV เติบโตขึ้น และกลายเป็นเซ็กเมนต์ที่สำคัญของตลาดรถยนต์นั่งประเทศไทย ด้วยสัดส่วนกว่า 15% และในครั้งนี้ Honda CR-V ใหม่ เจเนอเรชั่นที่ 5 จะมาสร้างมาตรฐานใหม่ให้แก่รถ SUV อีกครั้ง”


   Honda CR-V โฉมใหม่จะมีดีไซน์ภายนอกที่ค่อนข้างดุดันขึ้นจากรุ่นที่แล้ว ยังคงใช้ธีมการออกแบบ Exciting H Design!!! ทุกรุ่นจะทำการติดตั้งไฟหน้าและไฟท้ายแบบ LED มาให้ ในเกรด EL จะมี ระบบไฟหน้าปรับระดับสูง-ต่ำอัตโนมัติ (Auto Leveling Headlight) และระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติมาด้วย ความแตกต่างภายนอกระหว่างรุ่นเบนซินกับรุ่นดีเซลก็น่าจะเป็นไฟตัดหมอกที่รุ่นดีเซลจะมาเป็นแบบ LED 

เส้นสายด้านข้างยังคงมีกลิ่นอายจากรุ่นที่แล้วแต่ปรับให้ดูมีความโค้งมนมากยิ่งขึ้น ล้ออัลลอยจะมีให้เลือก 2 ขนาด 2 ลายตั้งแต่ 17-18 นิ้ว ส่วนด้านท้ายมีการออกแบบไฟท้ายค่อนข้างสวยงามและมีไฟท้ายแบบ LED ตามที่กล่าวไว้ข้างต้น อีกหนึ่งฟังก์ชั่นที่น่าสนใจคือทุกรุ่นจะทำการติดตั้งฝากระโปรงท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า ในเกรด EL จะมีความพิเศษคือ ฝาท้ายสามารถเปิดได้ด้วยระบบแฮนด์ฟรี เพียงยื่นเท้าเข้าไปแตะที่กันชนท้าย


   ภายในห้องโดยสารออกแบบคอนโซลใหม่ให้ดูทันสมัยและน่าดึงดูดมากขึ้น มากับชุดมาตรวัดแบบหน้าจอสี TFT เหมือน Honda Civic สำหรับระบบอินโฟเทนเมนต์นั้นในเกรด E จะมากับหน้าจอแสดงผลขนาด 5 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ USB AUX Bluetooth ส่วนเกรด EL จะได้ชุดหน้าจอสัมผัสแบบ Advance Touch ขนาด 7 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay รองรับการเชื่อมต่อ Smart Phone และ รองรับระบบสั่งการด้วยเสียง SIRI รองรับการเชื่อมต่อ USB HDMI และ Bluetooth สำหรับรุ่นเบนซินมีการติดตั้งระบบควบคุมเสียงรบกวนเข้าห้องโดยสาร (ANC) เข้ามาให้ด้วย ไฮไลต์เด็ดของภายในสำหรับรุ่นดีเซลคือ ระบบเกียร์ Shift by Wire แทนที่คันเกียร์ด้วยปุ่มกดเลือกตำแหน่งเกียร์ ใช้กดปุ่มเพื่อเลือกโหมดเดินหน้า D หรือโหมดสปอร์ต S ถ้าจะถอยหลังก็ดันปุ่มถอยหลัง R และนอกจากนี้ทุกรุ่นจะติดตั้งระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control มาให้


   อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของภายในห้องโดยสาร CR-V ครั้งนี้เห็นจะเป็นการติดตั้งเบาะนั่งแถวที่ 3 มาให้ ซึ่งไทยน่าจะเป็นประเทศแรกในโลกเลยก็ว่าได้ที่มีการเปิดตัว CR-V ในรูปแบบของเบาะนั่ง 3 แถว อีกทั้งยังมีระบบปรับอากาศแถวหลังและสวิตซ์ปรับความเร็วลมมาให้

   สำหรับขุมพลังของรถนั้นมีทางเลือกให้ 2 แบบด้วยกัน และนับเป็นครั้งแรกที่ Honda ติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซลมาให้ใน CR-V เวอร์ชั่นไทย 
- เครื่องยนต์เบนซิน 2.4 ลิตร DOHC 4 สูบ 16 วาล์ว i-VTEC มากับพละกำลัง 173 แรงม้าที่ 6,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 224 นิวตัน-เมตรที่ 4,000 รอ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ CVT พร้อมระบบ Shifting Control of Cornering Gravity & G Design Shift
- เครื่องยนต์ดีเซล 1.6 ลิตร DOHC 4 สูบ 16 วาล์ว i-DTEC 2 STAGE TURBO มากับพละกำลัง 160 แรงม้าที่ 4,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 350 นิวตัน-เมตร 2,000 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด พร้อม Paddle Shift
ทุกขุมพลังมีระบบขับเคลื่อนให้เลือกทั้งแบบระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ และ ระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัตโนมัติ (REAL TIME™ AWD)

  ทางด้านระบบความปลอดภัยนั้น Honda CR-V โฉมใหม่จะมีระบบต่างๆเหล่านี้มาให้ ได้แก่
ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch) เฉพาะรุ่น 2.4 EL 4WD และ DT EL 4WD
ระบบช่วยเตือนความเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (Driver Attention Monitor) เฉพาะรุ่น 2.4 EL 4WD และ DT EL 4WD
ระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock)
กระจกไฟฟ้านิรภัย 4 ตำแหน่ง
ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake)
ระบบ Auto Brake Hold
ถุงลมคู่หน้าอัจฉริยะ (Dual i-SRS)
ถุงลมด้านข้างคู่หน้าอัจฉริยะ (i-Side Airbags)
ม่านถุงลมด้านข้าง (Side Curtain Airbags)
ระบบป้องกันล้อล็อก (ABS)
ระบบกระจายแรงเบรก (EBD)
ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง (VSA)
ระบบช่วยควบคุมการบังคับพวงมาลัย (MA-EPS)
ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (HSA)
สัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน (ESS)
ระบบเพิ่มความคล่องตัวในการขับขี่ (Agile Handling Assist)
- ระบบล็อกประตูรถอัตโนมัติ (Auto Door Lock by Speed)


   All-New Honda CR-V จะมีสีตัวถังให้เลือกทั้งหมด 5 สี ประกอบด้วย สีขาว White Orchid Pearl (เพิ่ม 12,000 บาท), ดำ Crystal Black Pearl (เพิ่มเงินอีก 8,000 บาท), เทา Modern Steel Metallic, เงิน Lunar Silver Metallic และสีใหม่ เขียว Dark Olive Metallic ที่มีให้เฉพาะรุ่น DT EL 4WD และ 2.4 EL 4WD เท่านั้น


  All-New Honda CR-V มีทางเลือกทั้งหมด 4 รุ่นย่อยดังนี้
เครื่องยนต๋เบนซิน
- 2.4 E ราคา 1,399,000 บาท
- 2.4 EL 4WD ราคา 1,549,000 บาท
เครื่องยนต์ดีเซล
- DT E ราคา 1,549,000 บาท
- DT EL ราคา 1,699,000 บาท

   Honda CR-V โฉมใหม่จะถูกนำไปจัดแสดงต่อสาธารณะชนภายในงาน Bangkok Motor Show 2017 ครั้งที่ 38 ตั้งแต่วันที่ 29 มีนาคม – 9 เมษายน 2560 ที่อิมแพ็คอารีนา เมืองทองธานี กำหนดการลงโชว์รูมสำหรับรุ่นเบนซินจะมีขึ้นในวันที่ 22 เมษายน 2560 และรุ่นดีเซลในวันที่ 25 พฤษภาคมครับ

 มาร่วมติดตามความเคลื่อนไหวของพวกเราได้ที่นี่ครับ 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น