วันจันทร์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2557

เปรียบเทียบมวยคู่เดือด ตอนที่ 27 : MG 6 VS. Mazda 3

  หนึ่งในตลาดที่เป็นกำลังหลักสำคัญของค่ายรถใหญ่ๆทั้งหลายก็คงหนีไม่พ้นตลาด C-Segment ซึ่งเป็นกลุ่มรถที่มีขนาดกำลังพอเหมาะกับกลุ่มครอบครัวพ่อ แม่ ลูกทั้งหลาย ต้องตัวถังขนาดพอดีเหมาะเจาะ ไม่เล็ก ไม่คับแคบ ไม่ใหญ่จนเกินไป คนกลุ่มที่ซื้อรถแนวนี้ก็น่าจะเป็นพวกที่คิดกันว่า เออ... รถซับคอมแพกต์มันก็เล็กเกินไปอะเนาะ....อยู่กันเป็นครอบครัวเกรงว่าจะอึดอัด น่าจะอะไรประมาณนี้หละครับ และแน่นอนรถแนวนี้ยังสามารถพาคุณไปได้แบบทุกที่ ขับในเมืองก็ได้ ขับไปต่างจังหวัดก็หายห่าง คนเลยนิยมรถกลุ่มนี้กันมากพอสมควรเลย

   และถ้าจะกล่าวรวมถึงตลาดรถในไทย ซึ่งถือเป็นโจทย์หินของค่ายรถใหม่ๆหลายค่ายที่เข้ามาในเมืองไทยหรือเป็นค่ายที่ไม่ได้มีเส้นมีสาย มีความยิ่งใหญ่ เหมือนเจ้าตลาด 2-3 ค่ายทั้งหลาย การที่จะมาทำตลาดในไทยและอยากขายรถให้ได้ โดยเฉพาะน้องใหม่ถือว่าเสี่ยงสุดๆ ซึ่งต้องมีองค์ประกอบย่อยๆก็คือ ราคาถูกๆกว่าเจ้าตลาดไว้ก่อนเพราะตัวเองเป็นน้องใหม่ ต้องมีจุดขายเด่นๆที่มากกว่าหรืออาจเทียบเท่าชาวบ้าน และศูนย์บริการรวมถึงบริการหลังการขาย ซึ่งถ้ารถดี อะไรหลายๆอย่างก็จะดี แล้วรถมันจะขายดีด้วยตัวมันเอง

   ซึ่งถ้าพูดถึงน้องใหม่ของเราที่คนไทยได้ทำความรู้จักกับมันไปมากพอสมควรแล้ว ซึ่งก็ทำให้คนไทยไม่น้อยต้องเงิบไปกับ(ราคา)ของมัน นั่นคือ MG6 อันที่จริงเนี่ย ค่ายนี้เคยมีตัวแทนจำหน่ายในไทยนำเข้ารถสปอร์ต MG มาขาย แล้วก็เลิกไป และ MG ก็กลับมาไทยอีกครั้ง ภายใต้โปรเจกต์ที่นายทุนไทยและนายทุนจีนซึ่งเป็นเจ้าของคนปัจจุบันของ MG ทั้งสองได้ซุ่มคุยและเจรจากันตั้งแต่ปีที่แล้วกันละครับ และป่าวประกาศว่าภายในช่วงกลางปีนี้ จะเปิดตัวรถใหม่เตรียมกอบโกยยอดขายในตลาดไทย ซึ่งก็ประเดิมด้วย MG6 ที่เปิดตัวไปเมื่อวันที่ 19 มิ.ย. และก็คุยใหญ่ว่า ตั้งเป้ายอดขายนับจากวันเปิดตัว 2,000 คัน แต่...ป่านฉะนี้ ผู้เขียนยังไม่เห็นมันวิ่งบนถนนแม้แต่คันเดียว หา Ferrari ยังจะหาง่ายกว่า ก็แหม...ราคามันตั้งซะแพงบักขนาด 8.48 แสน-1.128 ล้าน ตั้งซะเจ้าตลาดทั้งหลายหัวเราะแคกๆกันใหญ่ 

ครานี้ในการเปรียบเทียบของเรา จะนำเอา Mazda 3 โฉมใหม่ล่าสุด รถคอมแพกต์สุดสปอร์ตที่พกพาเทคโนโลยี SKYACTIV มาเต็มเม็ดเต็มหน่วย หน้าตาดี รูปโฉมงาม ออปชั่นครบครัน ในราคาที่รับได้ซึ่งราคาน่ามองว่า MG6 เสียด้วยซ้ำไป เพิ่งคุยกันเท่านี้ ก็คงจะรู้แล้วนะว่า ใครจะชนะศึกการเปรียบเทียบ แหม...ไม่มันเลยครับ เราอยากจะทำให้ท่านๆทั้งหลาย เห็นภาพถึงความต่างของสองคันนี้ ว่าใครจะมีดีกว่ากัน เชิญเลื่อนเม้าส์หรือใช้นิ้วลากจอสัมผัสกันต่อเลยครับ

   เริ่มกันที่หน้าตาของรถ ซึ่งดูยังไง Mazda 3 ยังคงกินขาดเรื่องหน้าตา และยกให้เป็น C-Segment ที่หน้าตาดีที่สุดเลยก็ว่าได้ ด้วยแนวการออกแบบ Kodo Design และเส้นสายที่โค้งและพลิ้วไหวประดุจสายลม แฝงความสปอร์ตเข้าไปด้วย ยิ่งในรุ่นบนๆที่สวมล้ออัลลอย 18 นิ้ว ยิ่งทำให้มันยกระดับความหรูเทียบเท่ากับรถยุโรปคลาสหรูๆเลยก็ว่าได้ ทำให้คนไทยหลายคนหลงรักมันและชอบหัวปักหัวปำจนอยากจะได้มาครอบครองเป็นเจ้าของ แต่สุดท้ายบางคนก็ติดแบรนด์ ไปเล่น Toyota กับ Honda เสียได้ หุหุ 


 ส่วนหน้าตาของ MG6 นั้น ถือเป็นรถคันหนึ่งที่มีหน้าตาสวยงามอยู่เหมือนกัน เป็นความสวยแบบเรียบๆ สไตล์อังกฤษ...เอ๊ย พิมพ์ผิดปะ ไม่ผิดหรอกครับ หน้าตารถนั้นได้รับการออกแบบเพื่อนำไปเจาะตลาดอังกฤษ แต่ตัวถังนำเอาจาก Roewe 550 รุ่นเก่ามาพัฒนาเป็นของใหม่ ง่ายดีแฮะ...แต่มักง่ายไปปะ ไม่ต้องคิดถึงตรงนั้นดีกว่า หน้าตาของรถมันก็ดูสวยแหละ แต่ก็มองเห็นถึงความเก่าแกะและไม่ทันสมัยเหมือนชาวบ้านเขา มุมที่เห็นจะชอบคือด้านท้าย โดยเฉพาะรุ่น Fastback เนี่ย ออกแบบท้ายได้ดูสวยงามและลงตัว หรูหราพอๆกับรถยุโรป(ตกรุ่น)เลยครับ

   เข้ามาดูภายในรถ ยังไงก็บ่งบอกอยู่ดีว่า Mazda 3 ทั้งสวย ทั้งทันสมัยกว่า และยังมีลูกเล่นให้เล่นมากกว่าเสียด้วย ไม่ว่าจะเป็จอสัมผัสขนาด 7 นิ้วพร้อมปุ่มควบคุมตรงกลาง ซึ่งเป็นหน้าจอสารพัดประโยชน์ ทำอะไรได้หลายอย่างเลยทีเดียว แต่ติดตรงที่การตัดแอร์แยกโซนซ้าย-ขวาจากรุ่นที่แล้ว และไม่มี Cruise Control ซึ่งจุดนี้ แอบแพ้ MG6 ซึ่งให้ของอย่างที่ว่านี้มาครบทุกประการ และยังมีเบรกมือแบบไฟฟ้า แอร์ด้านหลังมาให้ในทุกรุ่นย่อย นับรวมซันรูฟเข้าไปอีกด้วย ตรงนี้ยกให้ MG เลยครับ แต่ตกม้าตายตรงที่ไม่มีจอสัมผัสนี่หละ เพราะยังเป็นวิทยุธรรมด๊า ธรรมดา และจุดที่ MG ต้องแก้อีกคือช่อง USB ที่ไปซุกในช่องเก็บของระหว่างเบาะ เอิ่ม....ไปซุกตรงนั้นทำหอกอะไรครับ (หยาบหน่อย) ความกว้างใหญ่ในห้องโดยสารอาจต้องยกเครดิตให้ MG6 ที่มีขนาดตัวถังใหญ่กว่า เพราะ Mazda 3 Hatchback ภายในไม่ได้กว้างเท่า MG6 เลยครับ

    พละกำลังของทั้งสองคันนี้ เริ่มที่ MG6 ก่อน ทุกรุ่นติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน 1.8 ลิตร มีให้เลือกแบบธรรมดาก็คือเครื่องยนต์ 1.8 ลิตร DVVT มากับพละกำลัง 134 แรงม้าที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 170 นิวตัน-เมตรที่ 4,500 รอบ/นาที เครื่องนี้ไม่รู้ดีหรือเปล่า ลองไปทดสอบกับกันดูครับ และแบบเทอร์โบ เครื่องยนต์ 1.8 ลิตร Turbo TCI มากับพละกำลังเทียบเครื่อง 2.0 ลิตร มากับพละกำลัง 161 แรงม้าที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 215 นิวตัน-เมตรที่ 2,000-4,500 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติแบบ Dual Clutch 6 สปีด รองรับเชื้อเพลิงถึงแค่ E20 โดยเฉพาะเครื่อง 1.8 ติดหอยเคยมีวีรกรรมแพ้ Altis 1.6 มาแล้วด้วยอัตราเร่งที่อึดเป็นเต่า ประมาณ 11 วิกว่าๆ ระบบเกียร์ก็ไม่ดี คันเร่งก็กวนเอามากๆ อยากรู้เป็นไง ไปอ่านรีวิว MG6 พี่จิมมี่ครับ เล่ารายละเอียดครบ

ส่วนค่าย Mazda ทำตลาดด้วยเครื่องยนต์ตัวเดียวคือเครื่อง SkyAciv- G ขนาดความจุ 2.0 ลิตรตัวเดียวกับที่บรรจุใน CX-5 มากับพละกำลัง 165 แรงม้าที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 210 นิวตัน-เมตรที่ 4,000 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์ SKYACTIV-DRIVE อัตโนมัติ 6 สปีดพร้อมแมนนวลโหมด Activematic และที่สำคัญเครื่องยนต์ตัวนี้ยังสามารถรองรับพลังงานทางเลือกอย่างน้ำมัน E85 ได้ด้วย เครื่องตัวนี้ Mazda ยังเคลมว่าประหยัดว่าเครื่อง 1.6 ลิตร (เทียบกับเครื่อง MZR 1.6 ลิตร) และในอนาคตอาจมีรุ่น 1.8 ลิตรซึ่งกำลังพัฒนากันอยู่และอาจจะมีเวอร์ชั่น CNG ตามมาด้วย

   ในเรื่องระบบความปลอดภัยของรถ MG6 ถือว่าให้มามากเลยหละ โดยเฉพาะรุ่นระดับท็อปทีมีมาตี้งแต่ระบบป้องกันล้อล็อก ABS และ ระบบกระจายแรงเบรก EBD ระบบเสริมแรงเบรก EBA ระบบควบคุมการทรงตัว ESP ระบบ ป้องกันการลื่นไถลเมื่อเกียร์ลดต่ำอย่างฉับพลัน MSR ระบบควบคุมการเบรกในขณะเข้าโค้ง CBC ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและป้องกันการลื่นไถล TCS ระบบช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน HAS ระบบตรวจสอบแรงดันยางรถยนต์อัจฉริยะ ITPMS ถุงลมนิรภัยคู่หน้าและด้านข้าง (เฉพาะ 1.8 X Turbo Sunroof ทั้งสองตัวถัง) ในส่วน Mazda นั้นก็ให้มามากเลยหละ จะได้ เปรียบแล้วที่มีของแปลกใหม่นำเสนอ ด้วยระบบ i-Activesense ที่ประกอบไปด้วย ระบบช่วยหยุดรถอัจฉริยะ SCBS และ ระบบเตือนเมื่อเมื่อมีรถอยู่ในจุดที่สายตามองไม่เห็น RVM ถุงลมนิรภัยคู่หน้า ม่านถุงลม สัญญาณไฟเตือนอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน ESS  ระบบควบคุมเกียร์ AAS รวมทั้งระบบเบรก ABS และ ระบบช่วยกระจายแรงเบรก EBD ด้วย

   สำหรับราคาของรถ MG6 มากับค่าตัวที่อาจจะแพงไปหน่อย เป็นของใหม่ น้องใหม่ทั้งทีควรจะตั้งราคาให้ดึงดูดสายตาเสียหน่อย แต่ก็พอรับได้สำหรับบางคน โดยมีราคาดังนี้
MG6 Sedan
1.8 C DCT ราคา 848,000 บาท
1.8 D DCT ราคา 898,000 บาท
1.8 D Sunroof DCT ราคา 918,000 บาท

1.8 X Turbo DCT ราคา 1,098,000 บาท
1.8 X Turbo DCT ราคา 1,118,000 บาท

MG6 Fastback 
1.8 D Turbo ราคา 968,000 บาท
1.8 D Turbo Sunroof ราคา 988,000 บาท
1.8 X Turbo ราคา 1,108,000 บาท
1.8 X Turbo Sunroof ราคา 1,128,000 บาท

   ส่วน Mazda 3 มากับค่าตัวที่น่าจะดูสมเหตุสมผล เพราะเป็นเครื่อง 2.0 ลิตรที่รองรับ E85 ดีกว่าเครื่องเทอร์โบของ MG6 เสียอีก โดยมีราคาดังต่อไปนี้
Mazda 3 E Sedan ราคา 833,000 บาท
Mazda 3 C Sedan ราคา 914,000 บาท
Mazda 3 S Sedan ราคา 974,000 บาท
Mazda 3 E Sports ราคา 833,000 บาท
Mazda 3 C Sports ราคา 914,000 บาท
Mazda 3 S Sports ราคา 974,000 บาท
Mazda 3 SP Sports ราคา 1,094,000 บาท


Function

MG6 1.8X DCT Fastback
Mazda 3 2.0 SP Sport
เบาะนั่งด้านหลังพับแบบ 60 : 40
มี
มี
เบาะนั่งคนขับปรับได้ 6 ทิศทาง
มี
มี
พวงมาลัยปรับระดับ 4 ทิศทาง
มี
มี
Paddle Shift
มี
มี
หน้าจอแสดงผลอัจฉริยะ
มี
มี
กระจกไฟฟ้า
พร้อมระบบ Jam-Protection ทั้ง 4 บานอัตโนมัติ
พร้อมระบบ Jam-Protection ด้านคนขับ
กระจกมองหลังแบบตัดแสงได้
มี
มี
ไล่ฝ้ากระจกหลัง
-
มี
ระบบปรับอากาศ
อัตโนมัติแบบแยกโซนซ้าน-ขวา
อัตโนมัติ
ช่องแอร์ตอนหลัง
มี
-
Cruise Control
มี
-
ระบบสตาร์ทอัจฉริยะ
มี
มี
ม่านบังแดดด้านหลัง
มี
-
ระบบเครื่องเสียง
วิทยุ-ซีดี MP3 1 แผ่น
เครื่องเล่น DVD หน้าจอสี 7 นิ้วพร้อมปุ่มควบคุมอัจฉริยะ
ลำโพง (ตัว)
6
6
ช่องเชื่อมต่อ USB/AUX
มี
มี
Bluetooth
-
มี
ระบบจดจำเสียง
-
มี
Navigator
-
มี
Engine
เครื่องยนต์
Kavachi 4 สูบ 16 วาล์ว
SKYACTIV-G 4 สูบ 16 วาล์ว
ความจุ (ซี.ซี.)
1796
1998
พละกำลัง (แรงม้า ที่ รอบ/นาที)
161/5500
165/6000
แรงบิดสูงสุด (นิวตัน-เมตร ที่ รอบ/นาที)
215/2000-45000
210/4000
Safety
ABS/EBD
มี
มี
ระบบเสริมแรงเบรก EBA
มี
มี
ระบบควบคุมการทรงตัว
มี
มี
ระบบป้องกันการลื่นไถลเมื่อเกียร์ลดต่ำอย่างเฉียบพลัน
มี
-
ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน
มี
-
ระบบควบคุมเบรกขณะเข้าโค้ง
มี
-
ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและป้องกันการลื่นไถล
มี
มี
ระบบตรวจสอบความผิดปกติแรงดันลมยาง
มี
-
ระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติ SCBS
-
มี
ระบบเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดที่สายตาผู้ขับขี่มองไม่เห็น RVM
-
มี
ระบบควบคุมเกียร์ AAS
-
มี
ไฟสัญญาณเตือนฉุกเฉินอัตโนมัติเมื่อเบรกกะทันหัน ESS
-
มี
ถุงลมคู่หน้า SRS
มี
มี
ถุงลมด้านข้าง
มี
-
ม่านถุงลมนิรภัย
-
มี
จุดยึดเบาะเด็กแบบ ISOFIX
-
มี
กุญแจ Immoblizer
มี
มี
สัญญาเตือนกะระยะถอยหลัง
มี
-
Price
ราคา
1,124,000
1,094,000

   สรุป....จะออกมายอมรับว่า ผู้เขียนไม่เคยมอง ไม่เคยนึกถึง Mazda 3 โฉมก่อนตอนที่มันทำตลาดอยู่เลย แต่พอเป็นโฉมปัจจุบัน เป็นอันต้องเหลียวมองทุกครั้ง ด้วยหน้าตาที่ดูสวย โฉบเฉี่ยว พลิ้วไหวและดูทะมัดทะแมง ทำให้หลายคนเหลียวตามองง่ายๆ รวมทั้งภายในที่มีออปชั่นเต็ม แม้อาจจะขาดๆอะไรไปนิดหน่อย แต่มันก็เป็นรถที่สวยและค่อนข้างเพอร์เฟ็กต์ ในขณะเดียวกัน MG6 ดูเหมือนเจ้าสัว CP จะคาดหวังอะไรสูงไปหรือไม่ แล้วใครเป็นคนตั้งราคา อยากให้นำกรณีของ Elantra Sport ของ Hyundai ไปดูซะ แบบนั้น โอกาสแจ้งเกิดยังง่ายกว่า MG เยอะ แถมตัวรถก็ใช่ว่าจะดี ระบบเกียร์ คันเร่ง เครื่องยนต์ ไม่ได้เรื่อง แต่เด่นที่ระบบช่วงล่าง และหน้าตาที่พอดูดีเท่านั้นหละ 

Score
รูปร่างหน้าตา 5
4
4.5
ฟังก์ชัน 5
4
4.5
เครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง 5
3
4
ระบบความปลอดภัย 5
4.5
4.5
ราคา 5
3
4
ศูนย์บริการ 5
4
4
รวม 30
22.5
25.5

สุดท้าย ด้วยข้อเสียที่เยอะและออปชั่นไม่ได้เยอะเหมือนรุ่นอื่น ฉะนั้นนาทีนี้ เวลานี้ การเปรียบเทียบคงจะต้องยกให้ Mazda 3 รับถ้วยไปครับ..ฮิ้วววว
 แนะนำ ติชม พูดคุย ติดตามข่าวสารรถใหม่ฉับไวก่อนใครกับ Cars New Update ที่นี่!!


 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น