วันศุกร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2557

เผยโฉม Mercedes-Benz B-Class Minor Change มินิแวนรุ่นขายดี ได้เวลาแต่งหล่อตามพี่ๆน้องๆบ้าง

   Mercedes-Benz B-Class ถือเป็นหนึ่งในมินิเอ็มพีวีระดับพรีเมียมที่มียอดขายถล่มทลาย ตั้งแต่ที่เปิดตัวรุ่นปัจจุบันในปี 2011 ก็มียอดขายที่ปาเข้าไปถึง 350,000 คันกันเลยทีเดียวครับ และเมื่อมาถึงช่วงกลางอายุตลาดแล้ว ก็ได้เวลาที่ค่ายดาวสามแฉก ต้องปรับปรุงหน้าตาให้กับมินิเอ็มพีวีรุ่นขายดีกันเสียหน่อย เพราะเพิ่มความสดใหม่ และอยู่ในตลาดต่อไปได้อีกสักพัก ก่อนที่โฉมใหม่จะมาในอีก 2-3 ปีข้างหน้า



   และตอนนี้ Mercedes-Benz ก็เผยโฉมหน้าของ B-Class Minor Change กันเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ แน่นอนที่สุดว่าต้องมีการปรับเปลี่ยนรูปหน้าภายนอก เพิ่มความสดใหม่ให้กับตัวรถ ไล่กันตั้งแต่หน้าตาของรถ ที่ได้รับการเปลี่ยนไฟหน้า LED เต็มรูปแบบชุดใหม่ ซึ่งเป็นเพียงออปชั่นเสริมที่จะไม่มีในรุ่นติดก๊าซและรุ่นไฟฟ้า กระจังหน้าและกันชนหน้าออกแบบใหม่ให้พลิ้วขึ้นจนชวนนึกถึง C-Class W205 เลยละครับ ที่สำคัญในรุ่นปรับโฉมครั้งนี้จะมีเวอร์ชั่นแต่ง AMG ออกมาให้เราได้ยลโฉมด้วย อย่างในรูปคันสีแดงครับ ซึ่งมากับกันชนหน้าทรงดุดัน พร้อมล้ออัลลอยวงโตจาก AMG กระจกมองข้างสีดำ และขอบกระจกสีดำเพิ่มความดิบ ทั้งนั้ทั้งเวอร์ชั่นปกติและ AMG ก็จะได้ไฟท้ายแบบ Bi-Color ด้วย

   ภายในนั้นไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอะไรมากครับ แต่ที่แน่ๆพวงมาลัยเปลี่ยนมาใช้แบบเดียวกับ C-Class W205 เปลี่ยนจอสัมผัสตรงกลางเป็นขนาด 8 นิ้วแทนที่จอเดิมที่มีขนาดเล็ก เปลี่ยนดีไซน์ปุ่มกดเครื่องเสียงใหม่ และมีการเพิ่มไฟบอกบรรยากาศถึง 13 สีกันเลยทีเดียวครับ

   ในด้าน Interface หน้าจอ Telematics ซึ่งมีความน่าสนใจมากขึ้นด้วยภาพแอนิเมชั่น จำลองภาพการใช้งาน ภายใต้ขนาดหน้าจอขนาดใหญ่ มากับระบบการเชื่อมต่อบริการ Mercedes-Benz Connect Me ที่รองรับการบริการหน่วยกู้ภัยฉุกเฉิน ข้อมูลบำรุงรักษาและการจัดการอื่น ๆ ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุโดระบบจะเรียกไปยังศูนย์บริการฉุกเฉินพร้อมพิกัดและสภาพของรถไปยังหน่วยศูนย์กู้ภัยเบื้องต้น ถือว่าเป็นหนึ่งในระบบที่ทันสมัยไม่น้อย

   ด้านเครื่องยนต์นั้น มีให้เลือกกันหลายขุมพลังกันเลยทีเดียวครับ ซึ่งเราจะเริ่มในรุ่น B180 ติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน 1.6 ลิตร 122 แรงม้าที่ 5,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 200 นิวตัน-เมตรที่ 1,250-4,000 รอบต่อนาที มีอัตราสิ้นเปลือ 17.86 กม./ลิตร ปล่อยค่าไอเสีย CO2 129 กรัม/กม. อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ในเวลา 9.3 วินาที ความเร็วสูงสุด 200 กม./ชม.
 


* ต่อกันที่รุ่น B180 Blue Efficiency ใช้ขุมพลังเดียวกัน แต่จะมีอัตราสิ้นเปลืองแค่ 19.23 กม./ลิตรเท่านั้นครับปล่อยมลพิษ 122 กรัม/กม. มากับอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 9.3 วินาที ความเร็วสูงสุด 200 กม./ชม. 

* มาที่รุ่น B200 ใช้เครื่องยนต์ตัวเดียวกับ B180 แต่จะแรงขึ้นเป็น 156 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 250 นิวตัน-เมตรที่ 1,250-4,000 รอบ/นาที มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง 17.86 กม./ลิตร ปล่อยค่าไอเสีย CO2 ที่ 130 กรัม/กม. อัตราเร่ง 0-100กม./ชม.ในเวลา 8.4 วินาที ความเร็วสูงสุด 220 กม./ชม.

* B220 4Matic มากับเครื่องเบนซินพละแรง 2.0 ลิตร 184 แรงม้า มากับแรงบิดสูงสุด 300 นิวตัน-เมตรที่ 1,200-4,000 รอบ/นาที มากับอัตราสิ้นเปลือง 15.38 กม./ลิตร ปล่อยค่าไอเสีย CO2 ที่ 151 กรัม/กม. อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 7.5 วินาที ความเร็วสูงสุด 225 กม./ชม.


* และปิดท้ายขุมพลังเบนซินที่รุ่น B250 ติดตั้งเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร 155 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 350 นิวตัน-เมตรที่ 1,200-4,000 รอบ/นาที มีอัตราสิ้นเปลือง 15.15 กม./ลิตร ปล่อยค่าไอเสีย CO2 ที่ 141 กรัม/กม. อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 6.8 วินาที ความเร็วสูงสุด 240 กม./ชม.

   ต่อที่รุ่นเครื่องยนต์ดีเซล B160 CDI มากับเครื่องยนต์ดีเซล 1.5 ลิตรจาก Renault 90 แรงม้าที่ 2,750-4,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 240 นิวตัน-เมตรที่ 1,750-2,500 รอบ/นาที มากับอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง 24.39 กม./ลิตร ปล่อยค่าไอเสีย CO2 ที่ 108 กรัม/กม. อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 14 วินาที ความเร็วสูงสุด 180 กม./ชม.


* B180 CDI มากับเครื่องยนต์ 1.5 ลิตรจาก Renault อีกเช่นเคย มากับพละกำลัง 109 แรงม้าที่ 4,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 260 นิวตัน-เมตรที่ 1,750-2,500 รอบ/นาที มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง 24.39 กม./ลิตร ปล่อยค่าไอเสีย CO2 ที่ 108 กรัม/กม. อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.ใน 11.6 วินาที ความเร็วสูงสุด 190 กม./ชม.

* B180 CDI Blue Efficiency เครื่องตัวเดียวกับ B160 CDI และ B180 CDI ให้กำลัง 109 แรงม้า (hp) ที่ 4,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 260 นิวตัน-เมตรที่ 1,750-2,500 รอบ/นาที จิบน้ำมันแค่ 27.78 กม./ลิตร ปล่อยค่าไอเสีย CO2 ที่ 94 กรัม/กม. อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. 11.6 วินาที ความเร็วสูงสุด 190 กม./ชม.

* B200 CDI ติดตั้งเครื่องยนต์ 2.2 ลิตร ให้กำลัง 136 แรงม้าที่ 3,200 - 4,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 300 นิวตัน-เมตรที่ 1,400 – 3,000 รอบ/นาที กินน้ำมันที่ 23.26 กม./ลิตร ปล่อยค่าไอเสีย CO2 ที่ 111 กรัม/กม. อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 9.9 วินาที ความเร็วสูงสุด 210 กม./ชม.


* B220 CDI ติดตั้งเครื่องยนต์ 2.2 ลิตร ให้กำลัง 177 แรงม้า ที่ 3,600 - 3,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 350 นิวตัน-เมตรที่ 1,400 – 3,400 รอบ/นาที จิมน้ำมันแค่ 20.39 กม./ลิตร ปล่อยค่าไอเสีย CO2 ที่ 107/กม. อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.ใน 8.3 วินาที ความเร็วสูงสุด 224 กม./ชม.
 

* ขุมพลังไฟฟ้า ในรุ่น B-Class Electric Drive ที่ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้า 180 แรงม้า แรงบิด 340 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.ใน 7.9 วินาที ความเร็วสูงสุด 160 กม./ลิตร และปิดท้ายด้วย B 200 Natural Gas Drive ติดตั้งเครื่องยนต์ 4 สูบ 2.0 ลิตร พละกำลัง 156 แรงม้าที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 270 นิวตัน-เมตรที่ 1,250 – 4,000 รอบ/นาที  

   Mercedes-Benz B-Class Minor Change จะเริ่มลงโชว์รูมในเยอรมันในช่วงวันที่ 29 พฤศจิกายน ส่วนเมืองไทยเราน่าจะตามหลังจากนั้นอีกไม่นาน ซึ่งคาดว่าจะเป็นต้นปีหน้าเป็นอย่างเร็วที่สุดครับ
 แนะนำ ติชม พูดคุย ติดตามข่าวสารรถใหม่ฉับไวก่อนใครกับ Cars New Update ที่นี่!!


 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น