วันพฤหัสบดีที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2557

เปิดตัว All-New Honda City Be your B.E.S.T. มันเกิดมาเพื่อฆ่าล้างบาง B-Segment (และอาจเหลื่อมไป Segment อื่นด้วย)

  และแล้วการรอคอยก็สิ้นสุดลงแล้ว หลังจากที่ปล่อยให้รอเก้อตั้งแต่ปลายเดือน พ.ย. ที่มีการเปิดตัวครั้งแรกในโลกที่อินเดีย 2 เดือนผ่านไป การรอคอยก็สิ้นสุดลง เมื่อค่ายรถเก๋ง Honda ได้สร้างเซอร์ไฟรซ์ครั้งแรกของปี 2557 ด้วยการเปิดตัว All-New Honda City โฉมใหม่ ภายใต้สโลแกน Be Your B.E.S.T. ไม่หยุดแค่คำว่าที่สุด โดยการเปิดตัวครั้งนี้เปิดตัวที่ไบเทค บางนาและให้สื่อมวลชนเข้าไปร่วมงานได้อย่างเดียวครับ
  หน้าตาของรถนั้นมากับความโฉบเฉี่ยวสะดุดตามกว่าเดิม ด้วยหน้าตาแบบ Exciting H Design เอกลักษณ์การออกแบบใหม่ของ Honda ไฟหน้าแบบมัลติรีเฟลกเตอร์ธรรมดา (เหมือนเอาไฟ Civic FB มาใส่ยังไงไม่รู้) ไฟท้ายแบบใหม่สปอร์ตกว่าเดิม (เหมือน BMW เลย เดี๋ยวนี้ Honda ทำรถเลียนแบบยุโรป และนอกจากนี้สิ่งที่โดดเด่นอีกอย่างก็คือเสาอากาศแบบ Shark Fin ที่รุ่นอื่นๆยังไม่มี เป้าหมายการจำหน่ายสำคัญๆก็คือกลุ่มหนุ่มสาวรุ่นใหม่ และ Honda ก็เชื่อมั่นว่า Honda City จะเป็นยนตรกรรมที่สร้างมาตรฐานใหม่ เกินกว่าความเป็น ซับคอมแพ็คท์ อย่างที่เคยเป็นมา"
   ตัวถังรถนั้น มากับขนาดตัวถังใหญ่ขึ้น มีความยาว 4,440 มม. (+15 มม.) กว้าง 1,695 มม. สูง 1,471 มม. ฐานล้อยาว 2,600 มม. (+50 มม.)

   ภายในนั้นต้องขอบอกได้เลยว่าสวยและทันสมัยมาก เพราะงานนี้ Honda เค้าจัดเต็มออปชั่นแบบเต็มเหนี่ยวสุดๆ ชนิดที่ว่ารถคลาสสูงกว่าอย่าง Civic หรือจะเป็น Altis และรวมถึง Eco Car ต้องหงายเงิบกันไปข้างหนึ่ง มีเพิ่มพื้นที่หัวไหล่ 40 มม. เพิ่มพื้นที่วางขาให้ผู้โดยสารด้านหลัง 60 มม. องศาในการเอนเบาะหลังถูกคำนวณมาให้เหมาะสมกับสรีระ โดยรุ่น SV และ SV+ สามารถปรับ/พับได้แบบ 60:40
   ฟีเจอร์โดดเด่นของห้องโดยสารก็คือ จอสัมผัสขนาดใหญ่ 7 นิ้ว (รุ่น V+ ขึ้นไป) ที่ส่วนใหญ่รถระดับเดียวกันยังไม่มีเลย พร้อมรองรับระบบสั่งการด้วยเสียงด้วย SIRI (ใน Iphone 4S ขึ้นไป) รองรับการเชื่อมต่อ Smartphone มีช่องเชื่อมต่อ USB และที่แปลกและเด็ดคือมีช่องเชื่อม HDMI ด้วย และที่เด่นและแปลกอีกอย่างก็คือระบบปรับอากาศแบบใหม่สัมผัส ดูดีและหรูหราสุดๆ ระบบสตาร์ทอัจฉริยะ Pust Start ระบบควบคุมประตูอัจฉริยะ พวงมาลัยปรับระดับ 4 ทิศทาง มาตรวัดเรืองแสงสีฟ้าพร้อมจอแสดงผล MID (สวยกว่ามาตรวัดเรียบๆของ Vios เสียอีก) และที่ของแปลกและเด่นในรุ่นท็อปก็คือ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control นี่ค่ายอื่นยังไม่มีเลยนะเนี่ย ไฟแสดงผล Eco Coaching ลำโพงในรถนั้น Honda City ตัวท็อปจัดให้แบบแสบแก้วหูกันเลยทีเดียวที่ 8 ลำโพงครับ
  สำหรับเครื่องยนต์นั้นยังมากับเครื่องยนต์ตัวเดิม 1.5 ลิตร พละกำลังถูกตอนเล็กน้อยลงเหลือ 117 แรงม้าที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุดเพิ่มขึ้นเล็กน้อยที่ 146 นิวตัว-เมตรที่ 4,700 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์ CVT ใหม่ Earthdream Technology พร้อมระบบ Paddle Shift 7 สปีด เปลี่ยนเกียร์เองได้ เหนือกว่าในรถระดับเดียวกัน และยังมากับเกียร์ธรรมดา 5 สปีดอีกด้วยครับ และที่สำคัญเครื่องยนต์นี้รองรับน้ำมัน E85 ได้อีกด้วยครับ
   เรื่องความปลอดภัยนั้น Honda ก็ไม่ได้ละเลยเรื่องนี้แต่อย่างใด และงานนี้มาเต็มตั้งแต่รุ่นล่างเสียด้วย ทุกรุ่นมากับถุงลมคู่หน้า Dual SRS ถุงลมด้านข้างคู่หน้าแบบอัจฉริยะ(รุ่น SV+) ม่านถุงลมด้านข้าง(รุ่น SV+) ทุกรุ่นมากับระบบป้องกันล้อล็อก ABS EBD และที่เด่นก็คือ ระบบควบคุมการทรงตัว VSA (น่าจะทำนองเดียวกับระบบ VSC ของ Toyota มั้งครับ) ที่ติดมาให้ทุกรุ่น และที่เด่นอีกอย่างก็คือ ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน HSA และสัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกในทุกๆรุ่น และที่แจ่มแจ๋วยิ่งกว่าและค่ายอื่นไม่มีเลยก็คือ กล้องส่องภาพด้านล่างปรับได้แบบ 3 ระดับที่มีให้ตั้งแต่รุ่นรองท็อปแล้ว (รุ่น V+ ขึ้นไป) อะไรมันจะเทพปานนี้ Honda จะอัดออปชั่นอะไรนักหนาเนี่ย เห็นแล้วกิเลสเกิดทันควัน
   All-New Honda City มีสีให้เลือก 6 สีได้แก่ เทาเมทัลลิค Modern Steel, แดงมุก Carnelian, ดำมุก Crystal, เงินเมทัลลิค Alabaster, ขาว Taffeta พร้อม 2 สีใหม่ น้ำเงินเมทัลลิค Brilliant Sporty และ น้ำตาลเมทัลลิค Golden Brown
  และ All-New Honda City มีรุ่นย่อยให้เลือก 7 รุ่น ได้แก่ รุ่น S M/T ราคา 550,000 บาท รุ่น S A/T ราคา 589,000 บาท รุ่น V A/T ราคา 649,000 บาท รุ่น V Plus A/T ราคา 689,000 บาท รุ่น SV ราคา 734,000 บาทและรุ่นท็อปสุด SV Plus ราคา 749,000 บาท ที่ Honda ตั้งราคาได้สวยขนาดนี้ ว่ากันว่า เมื่อทำรถออกมารองรับ E85 ทำให้เสียภาษีรถถูกลง ตัวรถถูดลงทำให้ใส่ออปชั่นแบบไม่กั๊กเลย (เจ้าตลาดเอ๋ยมองไว้ อย่างก อย่ากั๊ก อย่าลดต้นทุนมากไป เดี๋ยวไม่ได้เป็นแชมป์นะ)
   งานนี้บอกได้เลยว่า ต้องทำให้ตลาดรถ B-Segment สะเทือนและสะท้านเป็นไฟแน่นอน และอาจทำให้ตลาด B-Segment ต้องปั่นป่วนกันแน่ๆ และอาจส่งผลไปถึงตลาด C-Segment ซะด้วย เพราะออปชั่นมากกว่าบางรุ่นเสียอีก โดยเฉพาะ Civic ที่ตอนนี้น่าจะโดน City ล้มกระดานหมากรุกไปเรียบร้อย ส่วนรถ B-Segment ทั้งหลาย จากที่เห็นน่าจะโดน City บี้หัวแบนแล้ว โดยเฉพาะตัวฉกาจอย่าง Vios ที่คงหงายเงิบกันเลยทีเดียว งานนี้แต่ละค่ายคงรีบจัดโปรรับ City ซะแล้วสิเนี่ย งานนี้ท่าทางจะได้เห็นข่าวดีเร็วๆนี้ อาจจะเป็นแบบว่า "ยอดจอง 10 วัน 10,000 คัน" คอยดูเถอะ จะทำนายถูกเปล่า
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของแฟนเพจ Cars New Update ที่นี่ !!
 
และอีกหนึ่งแฟนเพจครับ New Cars Around The World Fan Page

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น