Like Box

วันพฤหัสบดีที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

All-New Ford Expedition เอสยูวีรุ่นใหญ่ที่มากด้วยเทคโนโลยี

  ค่ายวงรีสีฟ้า Ford ได้ทำการเผยโฉม SUV รุ่นใหญ่อย่าง All-New Ford Expedition ที่มีความโดดเด่นในเรื่องห้องโดยสารที่กว้างขวาง ระบบการเชื่อมต่อภายในรถที่ทันสมัย และระบบช่วยเหลือการขับขี่ที่มีมาให้แบบจัดเต็ม

   การเปลี่ยนโฉมครั้งนี้ถือเป็นการพลิกโฉมครั้งใหญ่ให้แตกต่างจากรุ่นเดิมโดยสิ้นเชิง ภายนอกมากับกระจังหน้าตะแกรงรังผึ้งขนาดใหญ่ ออกแบบให้มีลูกเล่นเชื่อมติดและกลมกลืนกับไฟหน้าของรถ กันชนหน้ารถออกแบบให้มีความดุดันผสานกับความสปอร์ต เส้นสายด้านข้างดูธรรมดาเรียบง่ายแต่แฝงความล้ำอยู่ เสริมแถบโครเมียมบริเวณขอบประตูรถจนไปถึงด้านท้ายเพิ่มความหรูหรา มาดูที่ด้านท้ายจะเห็นชุดไฟท้ายแบบ LED ทรงสวย

  ภายในห้องโดยสารหลายท่านน่าจะคุ้นตาเพราะยกคอนโซลหน้ามาจากกระบะอย่าง Ford F-150 มาเต็มๆ แต่รายละเอียดบริเวณแผงประตูและฐานเกียร์นั้นจะแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง โดยภายในจะมีการติดตั้งสิ่งอำนวยความสะดวกและการเชื่อมต่อที่ทันสมัย ไม่ว่าจะเป็นแท่นชาร์จไร้สาย Wireless Charging
Wi-Fi hotspot, ระบบอินโฟเทนเมนต์ SYNC 3 ที่รองรับ Apple CarPlay and และ Android Auto, ระบบการเชื่อมต่อ SYNC Connect เต็มอิ่มความบันเทิงกับลำโพง 12 ตัวจาก B&O , หลังคารถแบบ Panoramic Vista Roof, ออกแบบพื้นที่จัดวางของด้านหลังใหม่,ช่องจ่ายไฟ 12 V ทั้งหมด 4 จุด, ช่องต่อ USB 6 ตำแหน่ง และ ช่องจ่ายไฟ AC 110 V 

   ภายในสามารถรองรับผู้โดยสารได้ถึง 8 คน โดยการเข้าออกแถวที่ 3 สามารถทำได้โดยง่ายด้วยการปรับพับและเลื่อนเบาะแถวที่ 2 นอกจากนั้นแล้วการพับเบาะแถวที่ 2 และ 3 ลงไปเป็นแนวราบก็ทำได้ง่ายเช่นกันโดยการกดปุ่มควบคุมที่มีมาให้เพียงปุ่มเดียวเท่านั้น 

   All-New Ford Expedition สามารถลดน้ำหนักลงจากรุ่นเดิมได้มากถึง 300 ปอนด์ (ราวๆ 136 กิโลกรัม) อันเป็นผลจากการใช้เหล็กอะลูมินัมอัลลอยความแข็งแรงสูง รวมทั้งมีการออกแบบโครงสร้างตัวถังที่เป็นเหล็กความแข็งแรงสูงเช่นกัน แน่นอนว่าน้ำหนักที่น้อยลงจะส่งผลต่อการขับขี่ที่ดีขึ้นและอัตราสิ้นเปลืองที่ประหยัดกว่าเดิมนั่นเอง

   สำหรับขุมพลังของรถนั้นจะมีการติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน 3.5 ลิตร Ecoboost พร้อมระบบ Auto Start-Stop มาให้เป็นมาตรฐาน ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด นอกจากนี้ยังมีการติดตั้งระบบเฟืองท้ายแบบ Electronic Limited-Slip สำหรับรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ

   สำหรับรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ จะเป็นระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบอัตโนมัติที่มาพร้อมระบบ  Terrain Management System ที่สามารถปรับโหมดการขับขี่ตามสภาวะต่างๆได้ตามปรารถนา ไม่ว่าจะเป็น Normal Mode , Sport Mode , Tow/Haul รองรับการบรรทุกและลากจูง , Eco โหมดประหยัดน้ำมัน , Grass/Gravel/Snow เหมาะกับการขับบนพื้นลื่น , Sand โหมดการขับขี่บนพื้นทรายนุ่มๆ และ Mud/Rut ที่เหมาะสำหรับพื้นผิวดินที่ไม่เสมอกัน

   ระบบความปลอดภัยนั้น ได้มีการติดตั้งระบบช่วยจอดอัตโนมัติ Active Park Assist , กล้องมองภาพรอบทิศทาง 360 องศา นอกจากนี้ยังมีระบบช่วยรักษารถให้อยู่ในเลน Lane-Keeping Aid , ระบบ Adaptive Cruise Control พร้อมฟังก์ชัน Stop & Go , ระบบเตือนการปะทะรถคันหน้า Collision Avoidance Detection , ระบบเตือนมุมอับสายตา Blind Spot Information System

   All-New Ford Expedition จะเริ่มวางขายในอเมริการาวๆปลายปีนี้ครับ ส่วนเมืองไทยไม่มีจำหน่ายอยู่แล้วครับ

ที่มา Carscoops
มาร่วมติดตามความเคลื่อนไหวของพวกเราได้ที่นี่ครับ 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น