วันจันทร์ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ย้อนรอยวันวาน[7] : มาดูประวัติ Isuzu D-Max โฉมที่แล้ว

   หากเรานึกถึงหนึ่งในกระบะที่ครองใจคนไทยมานานหลายปีหลายทศวรรษ ถ้าจะไม่พูดถึงก็คงไม่ได้  มันก็คงจะไม่พ้นกระบะ Isuzu ที่เป็นหนึ่งในกระบะที่คนไทยนิยมใช้กันมาจนถึงปัจจุบัน ด้วยคุณสมบัติด้านความทนทาน อะไหล่หาไม่ค่อยยาก Maintenance ต่ำ รวมถึงศูนย์บริการแต่ละที่ที่หลายๆคนออกปากว่า ดีสุดๆ ไม่งั้นเขาคงไม่ใช่ท็อปทรีในคลาดกระบะ จริงมั้ยครับ

   ย้อนรอยวันวานตอนนี้ เราเลยจะมาส่องวันวานของ Isuzu โฉมที่แล้วกัน โดยขอแยกจากบทความ "ส่องตำนานค่ายรถ" เพราะหัวข้อนั้น คงต้องส่องกันไปถึงรุ่นบุกเบิกกระบะ Isuzu กันเลยซึ่งเราก็ไม่มีข้อมูลครับ ซึ่งหลายคนคงจะทราบดีว่าเจ้าโฉมที่แล้ว มันคือโฉมที่ Isuzu พยายามเข็นและพยายามดันสุดฤทธิ์ เพื่อให้ตามทันคู่ปรับตลอดกาลอย่าง Toyota ที่ภายหลังการเปิดตัว Hilux Vigo ที่ดูใหญ่ ดูทะมัดทะแมงและดูพลิ้วกว่า ด้วยรูปลักษณ์สะดุดตา เลยทำให้ Toyota ยอดขายแซงขึ้นมาได้ และแซงกันยาวๆเลยด้วย แม้ว่าในโฉมของ Isuzu ครั้งนี้จะมีการกระตุ้นตลาดโคตรบ่อยจนรู้สึกว่ามันจะกะปริบกะปรอยไปไหม งั้นมาเริ่มกันเลยดีกว่าครับ

   เริ่มต้นด้วยรุ่นแรกเลย เปิดตัวออกมาประมาณกลางปี 2002 ซึ่งก็สร้างความตื่นตาตื่นใจกับคนไทยไม่น้อยเลย กับรูปทรงที่ล้ำสมัย แทบจะพลิกมาจากกับโฉมมังกรอย่างสิ้นเชิง ช่วงล่างหน้าที่ใช้สปริงแทนทอร์ชั่นบาร์และระบบพวงมาลัยแบบแร็คแอนด์พิเนี่ยนที่แม่นยำกว่าแบบกระปุกลูกปืน และยังใช้ แชสซีส์ใหม่แบบ 3 ท่อนต่อ และมันก็กลายเป็นจุดอ่อนที่ถูกโจมตีในภายหลัง

    อย่างไรก็ตามด้วยชื่อเสียงความเป็น Isuzu ก็มียอดขายเทเข้ามาต่อเนื่อง น่าเสียดายว่าช่วงแรกนั้นมีแค่รุ่น ตอนเดียว(SPARK EX) รุ่นแค็บไม่ยกสูง(SPACECAB) และรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ (RODEO)เท่านั้น พอช่วงปลายปี 2002 จึงสมทบด้วยรุ่นสี่ประตู(CAB4) ส่วนรุ่นยกสูง(HI-LANDER)ตามมาอีกภายหลังครับ

    ด้านเครื่องยนต์นั้น หลายคนโดยเฉพาะขาซิ่งต้องนอยด์ไปตามๆกัน เพราะมันยังเอาเครื่องเก่าจากรุ่นมังกรทองมาใส่ ชูจุดเด่นเรื่องความทนทานและประหยัดเป็นจุดขาย โดยมีเครื่องยนต์ให้เลือก 2 รุ่น ดังนี้

1. 4JA1-T 2500cc 79 แรงม้า แรงบิด 176 นิวตัน-เมตร เกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ มีในรุ่นตัวเตี้ยทุกรุ่น แม้จะแรงน้อย ขับไปเรื่อยๆชิลล์ๆ แต่มันก็มีดีที่ความประหยัดกว่าเครื่องยนต์ 2.5 ลิตรแบบปั๊มกลไกของค่ายอื่นๆอยู่ ทนทานดูแลง่าย แต่มันจะอืดมากเมื่ออยู่ในตัวถังรุ่นสี่ประตู ความเร็วปลายจากโรงงานแจ้งไว้ 140 กม./ชม.


2. 4JH1-t  3000cc มากับพละกำลัง 120 แรงม้า แรงบิด 245 นิวตัน-เมตร เกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด ดูมีเรี่ยวแรงขึ้นมาบ้าง แต่ก็แลกมากับการกินน้ำมันที่เพิ่มขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความเร็ว และอัตราเร่งที่ดีพอสมควร หรือผู้ที่บรรทุกหนักทางไกล จะใช้งานได้ดีกว่าเครื่อง 2.5 ลิตร

   คราวนี้มาดูรุ่นย่อยของมันกันครับ โดยแต่ละรุ่นย่อยนั้น จะแปะสติ๊กเกอร์บอกรุ่นไว้ใต้กระจกมองข้าง โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้


รุ่นตอนเดียว
EX มีแบบเดียวครับ แต่มีหลายออปชั่น เช่นแอร์ วิทยุ พวงมาลัยเพาเวอร์ วัดรอบก็ไม่มี กันชนท้ายก็ไม่มี ไม่มีตัวช่วยด้านความปลอดภัยใดๆ นอกจากเข็มขัดนิรภัย ล้อกระทะยางขอบ 14นิ้ว 


รุ่นตอนครึ่ง(SPACECAB)และ 4 ประตู(CAB4)
SL เป็นรุ่นประหยัด ล้อกระทะ ไม่มีเพาเวอร์ กระจกมือหมุน ไม่มีระบบไฟฟ้า กันชนหน้ามือจับ ประตูกระจกข้างสีดำ เน้นใช้งานเป็นหลัก เหมือนรุ่นตอนเดียวแต่เป็นแค๊บนั่นเอง สีรถเป็นสีธรรมดา เช่น ขาว แดง น้ำเงิน


SX ดีขึ้นมาหน่อย มีเพาเวอร์ ไม่มีระบบไฟฟ้า ล้อกระทะมีดุมนูนๆขึ้นมา แต่ก็ยังไม่มีระบบความปลอดภัยอะไรเพิ่มขึ้น มีสีรถสวยๆให้เลือกมากขึ้น


SLX ฟูลออพชั่น กันชนหน้า มือจับประตูกระจกข้างสีเดียวกับตัวรถ มีกันชนท้ายสีเดียวกับตัวรถ มีไฟหน้าซีนอนให้เลือก มีเบรคABS มีถุงลม(ให้เลือก) มีสีรถให้เลือก ได้แก่ เงิน ทอง เขียว เทา แดง


HI-LANDER เป็นรถยกสูง แต่ขับเคลื่อนแค่ล้อหลัง ซึ่งฮิตมากในปัจจุบัน มีทั้งรุ่นแค็บและสี่ประตู เครื่องยนต์ 3000cc อย่างเดียว ตอนนั้น ไม่แน่ใจเหมือนกันครับว่ามีเกียร์อัตโนมัติหรือไม่ จุดสังเกตง่ายๆคือกระจังหน้า จะเป็นสีเดียวกับตัวรถและลวดลายกระจังเหมือนรุ่นขับสี่ล้อ
 
รุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ(4WD)
S คือขับเคลื่อน 4 ล้อแบบประหยัด เหมือนเอารุ่น SX มาทำเป็นขับสี่ล้อนั่นเอง มีเฉพาะรุ่นแค็บเท่านั้น
LS ขับสี่ล้อรุ่นฟูลออพชั่น หรูหรากว่า SLX เล็กน้อย เช่นกระจกข้างเป็นโครเมียม และกระจังหน้าเป็นโครเมียมด้วย

  
    หลังจาก Isuzu ชิลล์ๆกับการขาย Isuzu D-Max ตัวนี้อยู่เพลินๆ ก็ต้องสะดุดล้มหัวฟาดขอบโต๊ะกันเลยทีเดียว เพราะคู่ปรับอย่าง Toyota เปิดตัวกระบะใหม่ Hilux Vigo ที่ซุ่มพัฒนากันอยู่นาน เพื่อมากำราบ Isuzu โดยเฉพาะ ซึ่งตอนนั้น Toyota Hilux Vigo ดูยังไงก็ดีกว่าแทบทุกอย่าง ใหญ่กว่า แรงกว่า ประหยัดกว่า ฝั่ง Isuzu ก็ไม่รู้จะทำยังไง ลำพังแค่คำว่า "เครื่องรถเราดูแลง่ายไม่จุกจิก" ดูเหมือนจะใช้ไม่ได้อีกต่อไปแล้ว ยิ่งรุ่นยกสูงในโฉมหน้าตันนี้ขายแทบไม่ได้ เพราะเทียบ Hilux Vigo 4x4 (Prerunner ยังไม่ออก) แล้วแพ้ทุกอย่าง แต่ Isuzu ก็พยายามโหมโฆษณารุ่นยกสูงและเทกระจาดขาย และอัดโปรโมชั่นเต็มที่ และแน่นอนแผนการรับมือขั้นต้นก็ดำเนินการ ระเบิดกลายมาเป็น..โกโก้ครันซ์ เอ๊...ไม่ใช่ กลายเป็น...

   การปรับโฉมครั้งที่ 1 หน้าย้อย เปลี่ยนกระจังลายใหม่ ซี่เล็กลงและย้อยลงไปในกันชน กันชนหน้า เว้าร่องหลบกระจัง เป็นที่มาของชื่อรุ่น “หน้าย้อย” ล้อแม็กซ์ลายใหม่ รุ่นขับสองซี่เล็กลง กี่ซี่นับไม่ถ้วน เดิม 5 ก้านทึบๆ ภายในไม่รู้ว่าเพิ่มอะไรบ้าง

   ฟีเจอร์สำคัญอยู่ตรงเครื่องยนต์ซึ่งมากับเครื่องยนต์ใหม่รหัส 4JJ1-tc 3000 cc 146แรงม้า แรงบิด 294 นิวตัน- เมตร คอมมอนเรล มาพร้อมเกียร์ธรรมดา 5 สปีดลูกใหม่ที่ให้พละกำลังและความประหยัดดีขึ้นกว่าเครื่องเก่าแน่ๆอย่างไรก็ตาม เครื่องใหม่ก็ยังสู้ Toyota ไม่ได้ ขาซิ่งก็เซ็งไปอีกครั้ง การปรับโฉมครั้งแรกของ Isuzu ก็ทำเอา Toyota แค่มดมาสะกิดหลังเท่านั้น มิหนำซ้ำ ยังมาแค่เครื่องเดียว เครื่อง 2500cc ยังใช้เครื่องเดิมทนขายกันต่อไป และแน่นอน Isuzu ก็รู้ดีครับว่า ลูกค้าต้องการเครื่อง 2500cc ใหม่แบบคอมมอนเรล หน้าย้อยตัวแรกนี้จึงมีในตลาดมือสองน้อย
 
   Isuzu ไม่ยอมแพ้ เลยได้ทำการปรับปรุงรถครั้งที่ 2 และส่งเครื่องยนต์ใหม่ รหัส 4JK1-TC 2500cc คอมมอนเรล 116แรงม้า แรงบิด 280 นิวตัน-เมตรต่อกรกับคอมมอนเรล 2500cc 102แรงม้า ซึ่งดูท่าว่าจะได้ผล เพราะ Vigo ก็เริ่มโซเซไปแต่ไม่อ่วมเหมือน D-Max ครั้งก่อน ผลที่ได้คือยอดขายรุ่นนี้ดีมาก คนแห่ซื้อกันระงม พร้อมกับเพิ่มอุปกรณ์เล็กๆน้อยๆให้ตัวรถ เช่น กระจกข้างแบบมีไฟเลี้ยว อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนโชคชะตายังไม่เป็นใจ เพราะเครื่องยนต์ 2500cc ตัวเก่งกลับมีปัญหากินน้ำมันเครื่อง กลายเป็นขี้ปากให้ค่ายอื่นเ(โดยฉพาะคู่ปรับ)โจมตี(ในเน็ต)อย่างหนัก ขายได้เยอะก็บ่นเยอะ ซึ่งทาง Isuzu เองก็ไม่ได้ปัดความรับผิดชอบเลย ก็ได้ทำการซ่อมแซมแก้ไขให้ลูกค้า บางรายเปลี่ยนเครื่องเลยก็มี เมื่อแก้ไขสถานการณ์ได้ ยอดขายก็เริ่มกลับมา ถึงแม้เสียงลือในเน็ตจะยังมีต่อไปก็ตาม


   ละครยังมีตอนต่อไป Toyota ยังคงติดลมบน Isuzu ยังคงหาทางกู้ความเก๋าขึ้นมา  เนื่องด้วยการเพิ่มเครื่อง 2500cc คอมมอนเรลเข้ามาเป็นเพียงแค่การต่อลมหายใจสำหรับ Isuzu เท่านั้น เพราะ มวยหมัดหนักอย่าง Toyota ได้แก้ลำโดยการส่งเครื่องยนต์ 2500cc Intercooler คอมมอนเรล 120 แรงม้าที่เคยวางอยู่ในรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ มาใส่ให้รุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อตัวเตี้ยแทนเครื่องเดิมที่มีกำลังเพียง 102 แรงม้า ซึ่งทำให้ได้ความแรงเพิ่มขึ้น แต่ความสิ้นเปลืองดีกว่าเดิมเพราะไม่ต้องเร่งเครื่องมาก ซึ่งมันก็ดีกว่าเครื่องยนต์ของ Isuzu แทบทุกด้าน อีสุรอไม่ได้ขืนปล่อยไว้ยอดขายอาจโดนทิ้งห่าง จึงเป็นที่มาของการปรับโฉมใหญ่ครั้งที่ 3 กลายเป็น.......รุ่นใหม่ของโลก!!!  ตั้งชื่อแบบยิ่งใหญ่เอามากๆ 
งานนี้ Isuzu ทุ่มทุนเปลี่ยนเปลือกตัวถังแทบทุกจุด แต่เป็นแค่การ Big Minor Change เพราะยังใช้ประตู กับแชสซีส์เดิม และที่ สำคัญ Isuzu ได้ทำการปรับปรุงเครื่องยนต์เพื่อมาสู้กับ Vigo คือเครื่องยนต์ 4JJ-TCX เทอร์โบแปรผัน(ครั้งแรก) ให้กำลัง 163 แรงม้า  เอาใจขาซิ่งกระเป๋าหนักสุดๆมีเฉพาะรุ่นสี่ประตูขับสี่เท่านั้น รุ่น SLและ SX ติดตั้งพวงมาลัยเพาเวอร์ให้แล้ว รุ่นนี้มักเรียกกันว่า โฉมแรกไฟเอียง หรือรุ่นไฟเอียง รุ่นข้าวหลามตัด และแถมมีสโลแกนที่บาดหู "ผู้รู้จริงยืนยัน ยังไงก็ต้อง Isuzu D-Max" และในรุ่นนี่ได้มีการเพิ่มเครื่อง 2500 ให้รุ่นยกสูงทั้งแค็บและสี่ประตูเป็นรุ่นแรกด้วยครับ

   ต่อมาก็มาถึงการปรับโฉมครั้งที่ 4 Gold Series (รุ่นเลี่ยมทอง) การเปลี่ยนแปลงคือตรายี่ห้อที่ กระจังหน้า พวงมาลัย ฝาท้ายเป็นสีทอง เพิ่มสติ๊กเกอร์ Gold Series ที่แก้มกระบะใกล้ๆ ไฟท้าย ไฟเบรกที่หัวเก๋งเป็นสีขาว LED (แต่แสงสีแดงเหมือนเดิม) ย้ายเสาวิทยุจากตรงประตูคนขับด้านบน มาไว้ตรงกลางหัวเก๋งและเสาสั้นลง (ยกเว้น SL และ SX) ฝาครอบเครื่องเป็นสีทอง เพิ่มกระจกมองข้างแบบมีมุมโค้ง(ยกเว้น SL และ SX)  

   งานนี้มีการนำเอานักร้องลูกทุ่งอย่าง ก็อต จักรพันธ์ มาเป็นพรีเซนเตอร์ ในเครื่อง 3.0 ลิตร 163 แรงม้า เดิมมีเฉพาะรุ่น 4 ประตู 4x4 ก็เพิ่มให้ในรุ่น 4 ประตู Hi-Lander นอกนั้นยังเป็นเครื่อง 3.0 ลิตร 146 แรงม้าเหมือนเดิม 

   มีการเพิ่มรุ่นย่อย SLX Smartซึ่งเป็นรุ่นที่สูงกว่า SX แต่ไม่เท่า SLX ดูรวมๆแล้วคือเอา SLX มาถอดไฟโปรเจคเตอร์และไฟตัดหมอกออกนั่นเอง


  ดูเหมือนว่า Isuzu จะจับทางได้อะไรที่เกี่ยวข้องกับเครื่องประดับหรืออะไรที่แพงคน ไทยชอบ จึงได้ทำการปรับโฉมอีกครั้งเป็นครั้งที่ 5 ด้วยชื่อรุ่นว่า “PLATINUM” คนที่ไม่ได้เรียนเคมีมาก็งงว่า ชื่อนี้คืออะไร?? พอบอกว่าคือทองคำขาว

    การเปลี่ยนแปลงคือเอากระจังหน้าโครเมี่ยมของรุ่นขับสี่เลี่ยมทองมาใส่ในรุ่นตัวเตี้ย Platinum กันแบบง่ายๆ เพิ่มการ์ดกันกระแทกบริเวณประตูเชื่อมล้อหน้าถึงล้อหลัง  ฝาครอบกระจกยกเลิกแบบสีเดียวกับรถ เปลี่ยนมาใช้แบบโครเมี่ยม(ยกเว้นรุ่น SX เหมือนเดิม) กันชนท้ายรุ่น SLX เปลี่ยนลายใหม่ เพิ่มสีดำที่ด้านล่างของกันชน เพิ่มขอบโครเมี่ยมครอบฐานคันเกียร์ เปลี่ยนฝาครอบเครื่อง จากสีทองเป็นสีแพลตทินั่ม รุ่นยกสูงทุกรุ่นใช้ล้อลายใหม่กระจังของรุ่นยกสูงทุกรุ่นเปลี่ยนใหม่เป็นลายเขี้ยวที่ดูเหมือนคนฟันหลอ บางรุ่นเพิ่มกล้องมองหลังแปะติดง่ายๆที่ฝาท้าย มีการเพิ่มสีแดงในรุ่น 4x4 นอกจากนี้มีการเพิ่มรุ่น Hilander Smart คือรุ่นยกสูงขับสอง แต่ทอนออปชั่นลงเท่า SLX smart
   



    เล่นท่ายากมาหลายครั้งแล้ว ก็ยังทำยอดขายแซง Toyota ไม่ได้ เลยเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งที่ 6 Super Platinum เป็นการพยายามจะทำให้รถดูหรูหราให้ได้มากที่สุด งานนี้ Isuzu เอากระจังหน้าลายเขี้ยวโครเมี่ยมใส่ในทุกรุ่นไปเลย ยกเว้นรุ่น smart เป็นลายเขี้ยวสีขุ่นๆของรุ่นยกสูง Platinum เดิมตอนเดียวไม่เปลี่ยนอะไร เพิ่มกรอบโครเมียมครอบไฟตัดหมอก ปรับระบบเครื่องเสียงใหม่ และระบบ GPS 
รุ่นยกสูงเอาล้อแมกซ์ไปปัดเงา และเพิ่มการ์ดกันชนหน้า (เขาเรียกกันว่า กระดูกหมา) ยกเลิกกระจกมองข้างแบบมุมโค้งทั้งหมดแล้ว ใช้แบบกระจกมุมกว้างทุกรุ่น ยกสูงจะเป็นสีเทา ขับสี่จะเป็นสีดำ รุ่นสี่ประตูยกสูงห้องโดยสารจะมีสีเบจให้เลือก รุ่นเครื่อง 3000 เพิ่มฝาครอบปากจมูกทางลมเข้าอินเตอร์คูลเลอร์เป็นสีใหม


   และพยายามก็ยังไม่สิ้นสุด เพราะการปรับโฉมของ Isuzu ยังคงมีต่อไปในช่วงปลายอายุตลาดของ Isuzu ในครั้งที่ 7 ซึ่งเป็นครั้งสุดท้าย คราวนี้ Isuzu ยังคงใช้ชื่อ Super นำหน้าเหมือนเดิม โดยมากับชื่อว่า Isuzu D-Max "Super Titanium" ซึ่งมันก็ไม่ได้ต่างจากรุ่น Super Platinum ด้วยการเพิ่มการ์ดกันชนหน้า, บันไดข้าง, กรอบไฟตัดหมอก จะเป็นสีใหม่ ไทเทเนียม และมีชุดแต่ง Stylish Chrome ชุดโครเมี่ยมที่ขอบหน้าต่าง และคิ้วกันกระแทกด้านข้าง ส่วนรุ่น LS การ์ดกันชนหน้า และบันไดข้างเป็นสีดำ แต่ไฮไลด์เด็ดของรถคันนี้ก็คือ การยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยให้สูงกว่ารถกระบะทั่วไปแบบสุดๆ ครั้งแรกในวงการกระบะเมืองไทยที่ติดตั้งกล้องส่องภาพด้านหน้าปรับได้ถึง 4 ระดับ ก็เล่นเอาค่ายอื่นเงิบบ้างแหละ 

ระบบเนวิเกเตอร์ i-Genii มากับดีไซน์ ไอคอนเมนูใหม่ Scrolling 3D icon และทำการอัพเกรดซอฟต์แวร์ใหม่, แผนที่ใหม่ แสดงผลแบบ 3 มิติ โดยทำการเพิ่ม Junction View แสดงภาพป้ายถนน และทางแยกที่สำคัญๆ แบบเสมือนจริง พร้อมมี Lane Guide ระบุช่องทางเดินรถที่เหมาะสม อีกทั้งยังมีการเพิ่ม POI (Point of Interest) อีกกว่า 440,000 จุดทั่วประเทศ รวมถึงเมนูค้นหา ศูนย์บริการอีซูซุ ในละแวกใกล้เคียง และ i-Genii ใหม่นี้ ยังเพิ่มเสียงนำทางอีกกว่า 10 ภาษา พร้อมแผนที่ ไทย-อังกฤษ ก็ถือว่าเป็นกระบะของ Isuzu ที่มีของเล่นครบที่สุดเท่าที่มีมา เพราะรุ่นใหม่หมด ไม่มีกล้องหน้าแล้วนะจ๊ะขอบอก

รุ่นพิเศษของ Isuzu D-Max โฉมที่แล้ว


     ในช่วงวงจรชีวิตของ Isuzu D-Max ตัวเก่า ระหว่างที่เจ้าหัวกระสุนรหัส RT-50 กำลังพัฒนา Isuzu ก็ได้กระตุ้นตลาดและกระตุ้นยอดขายด้วยการเพิ่มรุ่นพิเศษลงไปในชื่อว่า Isuzu D-Max X-Series โดยในรุ่นตัวเตี้ย Speed จะมีลายคาดผ่านตัวรถ และเพิ่มสเกิร์ตรอบคัน ส่วนในรุ่น Hi-Lander และ 4x4 มีการตกแต่งในส่วนฝากระโปรงรถให้ดูเท่ขึ้นมาอีกระดับ โดยทั้งหมดจะมีโลโก้ Isuzu สีแดงแปะไว้บนกระจังหน้ารถ ส่วนภายในก็มี สัญลักษณ์ ISUZU สีแดงที่พวงมาลัย มาตรวัด “Super Vision” ใหม่แบบสปอร์ต พร้อมแผงควบคุมเรืองแสงสีส้ม ห้องโดยสารโทนเข้ม พร้อมเบาะนั่งและวัสดุบุข้างประตูขับเน้นสีแดงและพวงมาลัยและหัวเกียร์หุ้มหนังแท้จับกระชับ


   ต่อมาภายหลังการเปิดตัว D-Max Super Titanium ค่าย Isuzu ก็ได้ทำการปรับปรุง X-Series ใหม่ให้ดูเท่กว่าเดิมด้วย ภายใต้ชื่อ Isuzu D-Max X-Series New Look ด้วยการใช้สติ๊กเกอร์ลายคาดคู่ตัดเส้นขอบสีแดงในทุกรุ่นย่อย มีการตกแต่งสเกิร์ตรอบคัน ล้ออัลลอยรมดำ พร้อมกล้องหน้าในรุ่น Hi-Lander

   และที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ก็คือประวัติและความเป็นมาของ Isuzu ที่โลดแล่นอยู่ในวงการกระบะมาอย่างยาวนาน โฉมนี้ถือเป็นโฉมที่ต้องฝ่าฟันและสู้กับอุปสรรคมาตลอด โดยเฉพาะคู่ปรับตลอดกาลอย่าง Toyota Hilux Vigo ที่ทำกระบะออกมาสวยกว่า ใหญ่กว่า แรงกว่า ประหยัดกว่ามาสู้จนทำให้ Isuzu แทบไม่มีที่ยืน จนทำให้ยอดขาย Toyota กลายเป็นอันดับ 1 ในตลาดกระบะมาจะ 9 ปีซ้อนแล้ว ซึ่ง Isuzu พยายามปรับปรุงรถ เพิ่มอะไรต่ออะไรมากี่รอบ ก็ไม่มีทางขึ้นนำได้ซักที แต่อย่างน้อยค่าย Isuzu ก็ยังเป็นมวยรองในตลาดและเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่คุ้มค่าในระยะยาวครับ
ขอบคุณข้อมูลจาก http//topicstock.pantip.com/ratchada/topicstock/2010/09/V9700262/V9700262.html
  
 แนะนำ ติชม พูดคุย ติดตามข่าวสารรถใหม่ฉับไวก่อนใครกับ Cars New Update ที่นี่!!


 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น