วันเสาร์ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ศึก B-Segment เดือด...แรงตั้งแต่ต้นยันท้ายปี

  หนึ่งในตลาดที่สร้างกำไรอย่างงดงามแก่ค่ายรถหลายๆค่าย ซึ่งที่เราจะมาพูดถึงวันนี้ก็คือตลาด B-Segment ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดรถที่สำคัญและคนไทยให้ความสนใจกับตลาดกลุ่มนี้มาก ด้วยความที่เป็นรถขนาดเล็กกำลังดี ขับขี่ในเมืองสะดวก พื้นที่ใช้สอยของรถกว้างขวางกว่าพวกรถอีโคคาร์คันเล็กๆ ทำให้รถกลุ่มนี้เป็นที่หมายปองของผู้ซื้อพอสมควรเลยละครับ

   ไฟแห่งความร้อนแรงของตลาดกลุ่มนี้ มันเริ่มจุดประจุขึ้นตั้งแต่ปลายปี 2012 เมื่อค่ายใหญ่อย่าง Toyota ได้ทำในสิ่งที่ไม่คาดคิดและค้านสายตาหลายๆค่าย และเป็นหนึ่งในบทเรียนที่ค่ายสามห่วงต้องจดจำกันไปตลอด เพราะ Toyota พยามยามยัดเยียด Vios 2013 ให้เข้าโครงการภาษีรถคันแรกให้ได้ก่อนสิ้นปี 2012 โดยอ้างว่า มีการประกอบล่วงหน้า 70 คันและให้กรมสรรพสามิตตรวจสอบไปแล้ว ถือเป็นความเกรียนครั้งที่ไม่ค่อยจะเข้าท่าของเจ้าตลาดเลย แต่อย่างไรก็ตามก็มีคนไทยจองมันทั้งๆที่ไม่เคยเห็นหน้าตามันเลย จองกันไป 11,000 กว่าคัน 

   และพอถึงช่วงเวลาเปิดตัว ด้วยความเกรียนที่ทำไว้ มันส่งผลกระทบระยะยาว ทำให้มีรถตัวเก่าค้างสต็อกเพียบ ซึ่งภายหลังการเปิดตัวในวันที่ 25 มี.ค. Toyota ก็ต้องจัดการเคลียร์ของเก่าให้หมด และกว่าจะลงโชว์รูมจริงๆได้ก็ปาไปเกือบจะกลางเดือนพฤษภาคมโน่นเลยครับ ถึงแม้ว่าตอนนั้น Vios จะมีอะไรโดดเด่นและความสดใหม่ของมันอยู่บ้าง แต่ถ้ามาเทียบกับคู่แข่งตอนนี้ คู่แข่งล้ำหน้าไปเยอะครับ

  หลังจากที่เจ้าตลาดขยับเขยื้อนกันแล้ว แต่ทำรถออกมาไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่ เพราะเหมือนจะขายความสดใหม่เป็นหลัก อย่างไรก็ตามภายหลังการเปิดตัว Vios 2013 ค่าย Chevrolet ขอสมทบด้วยการเปิดตัว Chevrolet Sonic เครื่องยนต์ 1.6 ลิตรที่รองรับน้ำมัน E85 และมีจอสัมผัสพร้อมระบบ MyLink ที่สามารถทำอะไรได้สารพัดอย่างด้วย



   ค่าย Mazda ก็ขอขยับเขยื้อนก่อนที่โฉมใหม่จะมา ด้วยการปรับปรุง Mazda 2 เป็นครั้งสุดท้าย ด้วยการเปลี่ยนสเกิร์ตรอบคัน ล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว สี Polished Silver ไฟหน้าใหม่ 4-Beam โปรเจคเตอร์ และมือจับประตูโครเมียม เสริมความปลอดภัยด้วยสัญญาณกะระยะถอยหลัง ภายในเปลี่ยนเบาะนั่งจากสีเบจเป็นเบาะหนังสีดำ เครื่องเล่น DVD จอทัชสกรีน 7 นิ้ว พร้อมรีโมทคอนโทรล, Bluetooth, USB/AUX พร้อมสวิตซ์ควบคลุมเครื่องเสียงที่พวงมาลัย และที่สำคัญ Mazda ยังได้ลงทุนเปิดตัวพรีเซนเตอร์ใหม่ เจมส์ มาร์ ที่มาเป็นพรีเซนเตอร์ในรุ่น Sports แทน เป้ อารักษ์ ส่วนรุ่น Elegance ยังเป็น ณเดชน์ เหมือนเดิม

   และสิ่งที่คนไทยรอคอยกันมากที่สุดตอนนั้นก็คือ Honda City โฉมใหม่ ที่เราเกาะติดข่าวการเปิดตัวที่ประเทศอินเดีย ครั้งแรกในโลกในวันที่ 25 พฤศจิกายน 2013 ซึ่ง ณ วันที่เห็นตอนนั้นผู้เขียนยังไม่ชอบหน้ามันเท่าไหร่ อาจจะเป็นเพราะเทคนิคการถ่ายภาพของช่างภาพอินเดียก็เป็นได้ครับ ตอนนั้นในใจยังชอบดีไซน์ของ Vios ก่อนที่จะเปิดตัว City ในเมืองไทย ซึ่งจะบอกเลยว่า ภายหลังการเปิดตัว City 2014 ในไทย 

   พอขึ้นปีหน้าฟ้าใหม่ ปี 2014 การแข่งขันในตลาดกลุ่มนี้ยังคงสนุกเหมือนเดิม แต่สิ่งที่คนไทยติดตามก็คือ การเปิดตัวของ B-Segment ที่จะพลิกตลาดเมืองไทย นั่นก็คือ Honda City โฉมใหม่ที่ตีหัวเจ้าตลาดและค่ายอื่นรัวๆ ด้วยการอัดสารพัดออปชั่นและเทคโนโลยีมีมากมายเต็มคันรถ และมากับราคาที่รับได้ ทำให้คู่แข่งตัวฉกาจอย่าง Toyota ต้องสตั้นไปยาวๆเลยละครับ จนทำให้ Toyota ต้องเข็นรุ่น TRD Sportivo มาต้านกระแส แต่ก็ดูเหมือนจะทัดทานกระแส City ไม่ได้ อย่าลืมว่าคนไทยเดี๋ยวนี้ดูสเปกรถในเน็ตกันแล้ว ถึงมาสืบรู้ว่า Vios TRD ไม่มี ABS EBD นะจ๊ะ หุหุ

   ค่าย Ford หลังจากที่เผยโฉม Fiesta EcoBoost เมื่อปีที่แล้ว ก็ได้ฤกษ์วางขาย พร้อมทั้งประกาศราคาที่ทำให้หลายคนไม่ค่อยพอใจ ด้วยค่าตัว 779,000 บาท ที่ทำให้ลูกค้าหนีไปซื้อค่ายเบอร์ต้นๆกันหมด และด้วยกระแส City นั่นเอง ทำให้ Ford ยอมหั่นราคารถของตนเหลือ 754,000-779,000 บาทในรุ่น EcoBoost แต่ก็ทำยอดขายได้ไม่ดีเท่าที่ควร

   ในช่วงแรกๆ Toyota ยังจุกพอสมควร เพราะ Honda City เล่นงานอย่างหนัก ทางเดียวที่ Toyota จะยังคงป้องกันแชมป์ได้ ก็มีเพียงแค่การจัดโปรโมชั่น การออกโฆษณาทางทีวีบ่อยๆ และการลดราคาตามศูนย์ต่างๆ ซึ่งก็ช่วยได้มากอยู่ แม้ว่าช่วงหลังๆยอดขาย Toyota จะชนะ Honda อยู่บ้าง แต่ก็ห่างจาก Honda ไม่มากนัก ซึ่งตอนนี้ก็คิดว่า Toyota ก็รู้แล้วว่าควรทำอะไรตอน Minor Change

   Honda ยังคงสนุกกับการฆ่า B-Segment รายอื่นๆจนเงิบ หมัดเด็ดต่อไปของ Honda ที่ตาม City นั่นก็คือ Honda Jazz พี่น้องของมัน ซึ่งมันก็เดินตามรอย City ด้วยออปชั่นที่จัดเต็มเหมือนเดิม ซึ่งถ้ารวมยอดขายกับ Jazz ในแต่ละเดือน Honda ก็นั่งนับกำไรงามๆแล้ว ซึงไม่เหมือนแต่ก่อนที่ Toyota Vios ชนะ 2 คันนี้ได้ แต่วันนี้ไม่ใช่วันนั้นแล้วครับ

  แต่ที่กำลังเป็นปรากฎการณ์อยู่ตอนนี้ก็เห็นจะเป็น Mazda 2 ซึ่งหลังจากที่เผยโฉมให้ทั่วโลกได้ชมกันเมื่อ 3-4 เดือนก่อน ซึ่งคนไทยหลายคนก็ได้เห็นหน้าตากัน ก็ตื่นเต้นและดี๊ด๊ากันเอามาก เพราะหลังจากที่ Mazda ได้เปิดตัว Mazda 3 กันไปแล้ว ด้วยหน้าตาที่สวย ออปชั่นจัดเต็ม ราคาที่รับได้ ทำให้คนไทยเริ่มชอบ สนใจและติดตามข่าวสารรถค่ายนี้กันมากขึ้น ทำให้ Mazda 2 ก็เป็นหนึ่งในรถที่คนไทยสนใจ และให้ความหวังกับมันค่อนข้างมาก

   และสิ่งที่ Mazda ทำให้เราคาดไม่ถึงก็คือ การพา Mazda 2 เข้าเงื่อนไขของโครงการอีโคคาร์เฟส 2 แบบสายฟ้าแลบ ชนิดที่ไม่มีใครคาดการณ์มาก่อน ซึ่งแม้จะสร้างความอ้ำอึ้งและหลายกระแสที่กล่าวๆกัน ซึ่งมีบางท่านถึงกับบอกว่า เข้าทางโจร กันเลยทีเดียว ก็ต้องเข้าใจครับว่า นี่คือกลยุทธ์ที่จะทำให้ Mazda เข้าถึงกลุ่มตลาด B-Segment ที่ตัวเองมักจะอยู่อันดับล่าง โดยต้องการให้ลูกค้าเข้าถึงแบบง่ายๆขึ้น และที่สำคัญ Mazda กล้าที่จะเปิดตลาดเก๋งเล็กดีเซลเป็นครั้งแรก ชูจุดเด่นการเป็นอีโคคาร์ดีเซล แต่ก็ต้องเข้าใจว่ารถคันนี้มันคือ Ecology Car ไม่ใช่ Economy Car ฉะนั้น ราคาจะไม่ถูกแน่ๆ และจะลงแข่งกับ B-Segment ปกติตามเดิม ซึ่งก็เตรียมรอเสิร์ฟให้ Toyota Honda Ford และ Chevrolet เงิบแล้ว อีกไม่นานเกินรอครับ

   และนี่ก็คือ ทิศทางการตลาดของ B-Segment ในช่วง 1-2ปีที่ผ่านมา ซึ่งละครเรื่องนี้มีตอนต่อไปและคงจะมีไปเรื่อยๆ ขอบอกเลยมันหยดแน่นอน ฉะนั้นติดตามกันต่อไปครับทุกท่าน
แนะนำ ติชม พูดคุย ติดตามข่าวสารรถใหม่ฉับไวก่อนใครกับ Cars New Update ที่นี่!!  

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น