วันพุธที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

All-New Nissan X-Trail เปิดตัวในไทยแล้ว...ได้เวลาขย่มตลาดรถเอสยูวีขนาดกลางด้วยราคาเริ่มต้นที่ 1,172,000 บาท

  หนึ่งในรถที่คนไทยรอคอยมานานที่สุดคันหนึ่งก็เห็นจะเป็นเจ้า Nissan X-Trail โฉมใหม่นี่ละครับ ยิ่งเห็นออปชั่นที่หลุดมาเบื้องต้นก็ยิ่งอยากทำให้รู้ว่า ราคามันจะอยู่ที่เท่าไหร่กันแน่ และการที่ Nissan ปล่อยวีดิโอภาพยนตร์สั้น The XChange มาก็ยิ่งทำให้เราเข้าถึงออปชั่นตัวรถมากขึ้น และในวันที่ 18 พ.ย. Nissan ก็ได้ทำการเปิดตัว X-Trail โฉมใหม่เรียบร้อยครับ


   แม้ว่าการเปิดตัวครั้งนี้อาจจะไม่ได้ตื่นเต้นหรือหวือหวาเท่า Mitsubishi Triton ที่เปิดตัววันเดียวกัน แต่อย่างน้อย มันก็ทำให้เราได้อึ้งกันในเรื่องราคาของรถที่กล้าทำราคาได้ค่อนข้างดีที่เดียว ซึงเราจะเอาไว้กล่าวตอนท้ายครับ

   คุณโทรุ ฮาเซกาวา รองผู้จัดการใหญ่ส่วนภูมิภาคของทวีปเอเซีย และโอเชียเนีย บริษัท นิสสัน มอเตอร์ จำกัด กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นประเทศศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ที่มีความสำคัญต่อบริษัท ดังจะเห็นได้ว่า บริษัทได้ดำเนินการเปิดโรงงานผลิตแห่งที่ 2 ขึ้นเมื่อต้นปีที่ผ่านมา โรงงานผลิตแห่งใหม่ช่วยเพิ่มกำลังการผลิตให้กับบริษัทมากขึ้นอีก 70% และยังได้ก่อตั้งสำนักงานใหญ่ของภูมิภาคนี้ในกรุงเทพฯ เมื่อปี 2554 และส่งเสริมกิจกรรมด้านการวิจัยและพัฒนาในเมืองไทย และยังได้ร่วมมือกับ JATCO เริ่มต้นการผลิตเกียร์ CVT ให้กับรถยนต์อีโค คาร์ ในประเทศไทยในเดือนกันยายนปี 2556 ด้วยเงินลงทุน 6.45 พันล้านบาท ตลาดรถยนต์ในประเทศไทย เป็นตลาดที่แข็งแกร่งที่สุดในภูมิภาค ด้วยส่วนแบ่งในกลุ่มรถยนต์อเนกประสงค์ที่เติบโตขึ้น เราคาดหวังว่าส่วนแบ่งในตลาดรถยนต์อเนกประสงค์นี้จะเพิ่มขึ้นอีก 50% ในช่วง 6 ปีข้างหน้า ดังนั้นจึงไม่เป็นที่น่าประหลาดใจ ที่เราตัดสินใจทำการผลิต X-Trail ซึ่งเป็นรุ่นสัญลักษณ์ของรถอเนกประสงค์ในประเทศไทp

  หน้าตาของรถเน้นเหลี่ยมสันเปลี่ยนหลัก ดูมีความบึกบึนและทะมัดทะแมงสมกับเป็นรถ C-SUV หน้าตาของรถยังคงมาแนว V-Shape อันเป็นเอกลักษณ์ ไฟหน้าของรถจะเป็นแบบ LED Projector ปรับระดับสูง-ต่ำได้ (รุ่น 2.0 S จะใช้แบบฮาโลเจน) ไฟ DRL ทุกรุ่น ระบบปรับน้ำฝนแบบตั้งหน่วงเวลาและปรับตามความเร็วรถ ในรุ่น E ขึ้นไปจะได้แบบ Rain Sensing กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว รุ่น E ขึ้นไปจะมีระบบลมไล่ฝ้าให้ด้วย เส้นสายตัวรถมาแนวเรียบง่ายสวยงามสไตล์ค่าย Nissan ซึ่งโฉมนี้ดูดีกว่าโฉมเก่าและพลิกโฉมกันเลยทีเดียว ล้ออัลลอยมีให้ใช้ตั้งแต่ 17-18 นิ้ว จุดเด่นของรถที่ในรถระดับเดียวกันไม่มีก็คือหลังคาพานารอมิกรูฟ (เฉพาะรุ่น 2.5V 4WD) และประตูท้ายเปิดอัตโนมัติ (รุ่น 2.0V 4WD ขึ้นไป)


   ภายในของรถนั้นออกแบบแนวเรียบง่าย แต่ดูหรูหราลงตัว ใช้งานได้สะดวก พวงมาลัยทรงเดียวกับ Teana และ NP300 Navara มากับหน้าจอ TFT แบบ 3D บนหน้าปัด ปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์มีมาทุกรุ่นย่อย กุญแจีโมทอัจฉริยะซึ่งในรุ่น 2.0V 4WD ขึ้นไปจะมีปุ่มควบคุมการเปิดประตูท้ายอัตโนมัติด้วย เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทางพร้อมปุ่ทปรับดันหลังในทุกรุ่น เบาะแถว 2 พับได้แบบ 40 20 40 เบาะแถวสามพับแบบเธียเตอร์ซีท สามารถพับราบเรียบแบบ 50 50 ระบบปรับอากาศแบบแยกโซนซ้าย-ขวาตั้งแต่รุ่น 2.0E 2WD ขึ้นไป ทางด้านระบบอินโฟเทนเมนต์ของรถนั้น ในรุ่น 2.0V 4WD และ 2.5V 4WD จะมากับหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว รองรับ Nissan Connect ที่สามารถเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน ผ่าน Application ที่ล้ำสมัย สามารถอัพเดทข้อมูลผ่าน Facebook และค้นหาสถานที่ต่าง ๆ ผ่าน Google search และเชื่อมต่อระบบนำทางได้บนรถทันครับ 

   ด้านเครื่องยนต์นั้น ทาง Nissan จัดมาให้ 2 ขุมพลัง ได้แก่ เครื่อง 2.0 ลิตร รหัส MR20DD ใหม่ ติดตั้งระบบฉีดเชื้อเพลิงตรงไดเร็กอินเจ็กชั่นเป็นครั้งแรก มากับพละกำลังสูงสุด 144 แรงม้าที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุดที่ 200 นิวตันเมตรที่ 4,000 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ X-TRONIC CVT รุ่นใหม่พร้อม manual mode และเครื่องยนต์เบนซิน 2.5 ลิตรบล็อกเดียวกับ Teana กำลังสูงสุด 171 แรงม้าที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 233 นิวตัน-เมตรที่ 4,000 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์ X-TRONIC CVT รุ่นใหม่เช่นกัน ส่วนระบบขับเคลื่อนนั้น รุ่น 2.0 จะมีให้เลือกทั้งระบบขับเคลื่อน 2 ล้อและ 4 ล้อ ส่วนรุ่น 2.5 มีให้เฉพาะระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ


   ระบบความปลอดภัยของรถนั้น นับว่าทาง Nissan จัดเต็มสุดๆตั้งแต่รุ่นล่างกันเลยทีเดียว เสียอย่างเดียวที่ว่ารุ่นล่างๆนั้นจะมีเพียงถุงลมคู่หน้าเท่านั้น แต่รุ่นท็อปสุดจะได้ถุงลมด้านข้างด้วย แต่ไม่มีม่านถุงลม ก็ต้องเข้าใจครับว่า Nissan ต้องยอมตัดอะไรบางอย่าง มิฉะนั้นราคาจะไม่สวย ซึ่งทั้งหมดที่จะกล่าวต่อไปนี้มีใน X-Trail ทุกรุ่นย่อย **ระบบกุญแจอัจฉริยะ Immoblizer พร้อมสัญญาณกันขโมย  ABLS – Active Brake Limited Slip ,ระบบ Advanced Chassis Control ประกอบด้วย ระบบช่วยลดความเร็วอัตโนมัติในขณะที่ผู้ขับขี่ถอนคันเร่ง หรือเข้าโค้ง AEB - Active Engine Brake, ระบบช่วยลดอาการโยนตัวบนทางขรุขระ ARC - Active Ride Control, ระบบควบคุมเสถียรภาพขณะเข้าโค้ง ช่วยป้องกันการหลุดโค้ง ATC - Active Trace Control และระบบป้องกันการลื่นไถลขณะวิ่งบนถนนลื่น โดยระบบจะช่วยส่งแรงเบรกไปยังล้อที่เกิดการลื่นไหล เพื่อให้ผู้ขับขี่ควบคุมทิศทางรถได้ทันท่วงที ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน Hill Start Assist (ในรุ่นท็อปจะมี ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน Hill Descent Control เสริมเข้ามาด้วย),ระบบช่วยควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวอัตโนมัติ VDC, ระบบป้องกันการล้อหมุนฟรี TCS, ระบบเบรกป้องกันล้อล็อค ABS, ระบบกระจายแรงเบรก EBD และ ระบบเสริมแรงเบรก BA และที่โดดเด่นก็คือ ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง 360 องศา

    Nissan X-Trail ใหม่ มีสีให้เลือก 6 สี ได้แก่ สีแดง เรเดียนท์, สีขาว สตอร์ม ไวท์, สี ดำ แบล็ค สตาร์, สีเงิน บริลเลี่ยนท์ ซิลเวอร์, สีเทา ดีพ อริส เกรย์ และสีใหม่ สีเขียว มิดไนท์ เจด และมีให้เลือก 4 รุ่นย่อย ด้วยกัน ได้แก่ รุ่น 2.0S 2WD ราคา 1,172,000 บาท,รุ่น 2.0E 2WD ราคา 1,246,000 บาท,รุ่น 2.0V 4WD ราคา 1,325,000 บาท และรุ่น 2.5V 4WD ราคา 1,551,000 บาท.....ซึ่งถ้าดูราคาแล้ว จะเห็นได้เลยว่า Nissan ตั้งราคาถูกกว่าคู่แข่งตัวสำคัญอย่าง Honda CR-V และ Mazda CX-5 ซึ่งถ้าใครกำลังจะซื้อ 2 คันดังกล่าว อาจจะมีลังเลได้ครับ ฉะนั้น เรามารอดูว่า Nissan X-Trail จะสามารถแย่งส่วนแบ่งจากใครได้บ้าง รอดูกันครับ
แนะนำ ติชม พูดคุย ติดตามข่าวสารรถใหม่ฉับไวก่อนใครกับ Cars New Update ที่นี่!!  

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น