วันพุธที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2559

Maserati Quattroporte Minor Change ปรับโฉมใหม่ให้ซาลูนทรงสปอร์ตสุดหรู

  หลังจากที่วางขายมาแล้วเป็นเวลา 3 ปี กับยอดขายกว่า 24,000 คันจาก 72 ประเทศทั่วโลก ซาลูนสุดหรูค่ายตรีศูลแห่งแดนมักกะโรนี Maserati Quattroporte ก็ถึงเวลาสำหรับการปรับโฉมในช่วงกลางอายุตลาดเสียที

  การเปลี่ยนแปลงภายนอก เห็นชัดเจนเลยคือด้านหน้าที่ทีการออกแบบกระจังหน้าทรงใหม่ให้ดูมีเหลี่ยมสันกว่าเดิมรวมทั้งเสริมโครเมียมเพิ่มความหรูหรา กระจกมองข้างทรงใหม่ ออกแบบกันชนหน้าให้ทันสมัยและดูสปอร์ตขึ้น ด้านท้ายมีการปรับเปลี่ยนรายละเอียดใหม่ให้ทันสมัยขึ้น การปรับปรุงครั้งนี้ยังมีการแบ่งการตกแต่ง 2 แบบ 2 สไตล์ได้แก่ GranLusso ที่จะเน้นไปที่ความหรูหราและ GranSport จะเน้นความสปอร์ตดุดัน นอกจากนี้ิวิศวกรได้ติดตั้ง Electrically Adjustable Air Shutter ระหว่างช่องระบายอากาศและหม้อน้ำเพื่อช่วยควบคุมอุณหภูมิของเหลวของเครื่องยนต์ นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุงทางด้านอากาศพลศาสตร์ส่งผลให้ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานดีขึ้น 10%

   ภายในห้องโดยสารมีการปรับปรุงใหม่ให้หรูหราและทันสมัยมากขึ้น ในเวอร์ชัน GranLusso จะเน้นโทนสีเบจและน้ำตาล  ส่วน GranSport จะเน้นโทนสีดำ-แดง หน้าจอสัมผัสความละเอียดสูงตรงกลางชุดใหม่มีขนาด 8.4 นิ้ว พร้อมรองรับ Apple CarPlay และ Android Auto พร้อมฟังก์ชันมัลติทัช ปุ่มควบคุมเครื่องปรับอากาศออกแบบใหม่ และลิ้นชักใต้คอนโซลซึ่งออกแบบให้กลมกลืนกับคอนโซลและไร้รอยต่อ

   ลูกค้าสามารถเลือกแพ็คแกจความปลอดภัยใหม่ ที่มากับ Adaptive Cruise Control ทำงานร่วมกับ Stop & Go Function ระบบเตือนการขับขี่ออกนอกเลน Lane Departure Warning ทำงานร่วมกับ Advanced Brake Assist และ ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ Automated Emergency Braking

   ขุมพลังมากับเครื่องยนต์ 3.8 ลิตร V6 Twin-Turbo จาก Ferrari มากับพละกำลัง 530 แรงม้า ทำความเร็วสูงสุดได้ 310 กม./ชม. ทางด้านเครื่องยนต์ 3.0 ลิตร V6 มี 2 ขุมพลังได้แก่ 350 (เพิ่มขึ้น 20 แรงม้า) และ 410 แรงม้า ส่วนเครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตร V6 มากับพละกำลัง 275 แรงม้าเท่าเดิมแต่ได้ยินว่ามีการปรับแต่งให้มีความเร็วเพิ่มขึ้นเล็กน้อย

   Maserati Quattroporte Minor Change เริ่มวางขายในเดือนนี้แล้วในตลาดยุโรป ส่วนเมืองไทยคงต้องรอสักพักครับ

ที่มา Motor1.com


 มาร่วมติดตามความเคลื่อนไหวของพวกเราได้ที่นี่ครับ 


   

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น