วันพุธที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ชมภาพชุดใหม่และภายในห้องโดยสารของ Toyota C-HR

   หลังจากที่ได้ทำการเปิดตัว Toyota C-HR ภายในงาน Geneva Motor Show 2016 เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ล่าสุดทาง Toyota ก็ได้ปล่อยภาพเพิ่มเติมของ C-HR และมีการปล่อยภาพภายในห้องโดยสารออกมาให้พวกเราได้ยลโฉมกันด้วย

   การมาของ Toyota C-HR ถือเป็นการก้าวกระโดดลงมาสู่ตลาดรถ SUV แบบซับคอมแพกต์ โดยจะมาต่อกรกับ Honda HR-V , Mazda CX-3 รวมทั้ง Nissan Juke ด้วยเช่นกัน โดยการวางจำหน่ายในยุโรปนั้นจะเริ่มขึ้นในปลายปีนี้ ส่วนอเมริกาและภูมิภาคอื่นๆจะเริ่มตั้งแต่ครึ่งปีแรกของปี 2017 เป็นต้นไป

   รูปร่างภายนอกอ้างอิงจากต้นแบบ C-HR Concept ค่อนข้างพอสมควร แต่ลดโทนความล้ำสมัยจากต้นแบบเพื่อให้เข้ากับยุคสมัยปัจจุบันมากขึ้น จะเห็นว่าภายนอกของรถโดยเฉพาะหน้าตามีกลิ่นอายจาก Rav4 เข้ามาเต็มๆ เส้นสายด้านข้างดูพลิ้วและสปอร์ตต่อเนื่องไปถึงด้านท้ายที่ล้ำสมัย ทรงไฟท้ายแอบนึกถึง Civic โฉมใหม่ โดยรวมแล้วน่าจะสวยโดนใจหลายคนไม่น้อย

    และไฮไลต์สำคัญครั้งนี้ก็คือ การเผยภาพภายในห้องโดยสารของเจ้า C-HR ออกมาให้พวกเราได้ดูกันแบบเต็มๆตา ซึ่งภายนอกที่ว่าสวยล้ำสมัยแล้ว ภายในนั้นก็ยังคงความล้ำสมัยไม่แพ้ภายนอกของรถเลย ซึ่งภายในนั้นเหมือน Toyota จะเน้นลดทอนปุ่มควบคุมต่างๆให้น้อยลง มีการติดตั้งหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้วซึ่งมีการอัพเกรดระบบอินโฟเทนเมนต์ให้ใช้งานได้ง่ายและเชื่อมต่อได้รวดเร็วขึ้น มีการขึ้นลายตะเข็บหนังบริเวณคอนโซลเพิ่มความหรูหรา

   Toyota C-HR จะมีการตกแต่งภายใน 3 แบบด้วยกัน ได้แก่ สีเทาเข้ม / สีดำ-ฟ้า และสีดำ-น้ำตาล นอกจากนี้ยังมีระบบเบาะอุ่น / smart entry system / ระบบช่วยจอดอัจฉริยะ Simple Intelligent Park Assist / ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้วปัดขอบเงาดำ และ ระบบเครื่องเสียง JBL 8 ช่อง กำลัง 576 วัตต์ พร้อมลำโพง 9 ตำแหน่ง

   Toyota C-HR มีขนาดความยาว 4,360 มม. ความกว้าง 1,795 มม. และสูง 1,555 มม. ในรุ่น Hybrid ฐานล้อยาว 2,640 มม. และมีพื้นที่วางสัมภาระด้านหลัง 370 ลิตร

   ระบบความปลอดภัยของรถนั้นในตลาดยุโรปก็จัดเต็มเข้ามามากมาย แต่อาจจะไม่ได้มีในทุกรุ่นย่อย โดยประกอบด้วยระบบเตือนก่อนการชนพร้อมสัญญาณตรวจจับคนเดินถนน Pre-Collision System (including Pedestrian Recognition) / Adaptive Cruise Control / ระบบเตือนไม่ให้ออกนอกเลนพร้อมควบคุมพวงมาลัยอัตโนมัติ Lane Departure Alert with steering control / ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ Automatic High Beam และ ระบบผู้ช่วยเตือนสัญญาณจราจร Road Sign Assist ซึ่งต้องรอดูครับว่าถ้าเอามาขายในไทยจะเหลือสักกี่ระบบ

   สำหรับขุมพลังของรถนั้นในตลาดยุโรปจะมีเครื่องยนต์เบนซิน 1.2 ลิตรเทอร์โบ ที่มากับพละกำลัง 116 แรงม้า PS พร้อมแรงบิด 185 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 6 สปีด หรือเกียร์อัตโนมัติ CVT พร้อมระบบขับเคลื่อนล้อหน้าหรือระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD ปล่อยก๊าซ CO2 ออกมา 128 กรัม/กม. ทำอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยได้ 17.54 กม./ลิตร

   อีกขุมพลังคือ Hybrid ที่มากับเครื่องยนต์เบนซิน 1.8 ลิตรทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าแบบเดียวกับ Prius รุ่นล่าสุด มากับพละกำลังทั้งระบบ 122 แรงม้า PS ทำอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยได้ 27.03 กม./ลิตร ปล่อยก๊าซ CO2 ออกมาแค่ 85 กรัม/กม. เท่านั้น

   และในตลาดยูเครนและคอเคซัสจะใช้เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตรพละกำลัง 150 แรงม้า PS ส่งกำลังด้วยเกียร์ CVT นอกจากนี้แล้วยังมีความเป็นไปได้สำหรับการทำเวอร์ชั่นสมรรถนะสูงออกมาด้วย

   ส่วนตลาดเมืองไทยนั้น อาจจะต้องรอถึงปี 2017-2018 กันเลยทีเดียว อันเนื่องมาจากรถรุ่นนี้ถูกสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์มใหม่ TNGA แบบเดียวกับ Prius โฉมใหม่ล่าสุด ซึ่งไม่เคยผลิตในไทยมาก่อน และไม่มีชิ้นส่วนไหนใช้ร่วมกับ Toyota รุ่นไหนเลย จึงต้องใช้เวลาในการเตรียมไลน์การผลิต แต่อย่างไรก็ตาม มีข่าวลือว่า Toyota อาจจะนำ C-HR รุ่นจำหน่ายจริงมาโชว์ตัวเรียกน้ำย่อยในปลายปีนี้ก็ได้ ทั้งนี้ก็ต้องรอติดตามต่อไปครับ

 
 

มาร่วมติดตามความเคลื่อนไหวของพวกเราได้ที่นี่ครับ 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น