วันศุกร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2557

เปรียบเทียบมวยคู่เดือด ตอนที่ 9 : Honda City 2014 VS. Ford Fiesta 1.0 EcoBoost

  ดูเหมือนว่าดอกไม้แห่งตลาดรถเก๋งจะเริ่มส่อแววแห่งความเหี่ยวแห้ง แต่ก็ยังไม่ถึงกับเฉา ตลาดรถ B-Segment ต้องร้อนแรงเป็นไฟ เมื่อการมาถึงของรถเก๋งเล็กที่คนรอคอยมันมากที่สุด นั่นก็คือ All-New Honda City โฉมใหม่ ซึ่งการมาครั้งนี้ได้มาพร้อมกับความเป็นที่สุดแทบจะไม่มีใครเทียบได้ โดย Honda ได้สร้างความอ้ำอึ้งกับทุกค่ายด้วยการใส่ออปชั่นแบบเต็มเม็ดเต็มเหนี่ยวให้กับรถเล็กคันนี้ มากกว่ารถในระดับเดียวกัน และอาจมากกว่ารถในตลาดที่สูงกว่าด้วย เหมือนกับขนมปังร้านเว้ยเฮ้ยที่ใส่ให้ไม่ยั้งเลยละครับ งานนี้เราขอลองนำมันมาเทียบกับรถในระดับเดียวกันอย่าง Ford Fiesta EcoBoost ที่มีดีกรีด้วยเครื่องยนต์ 1.0 ลิตร อีโค่บูสต์ตัวใหม่ และออปชั่นต่างๆก็ให้มาตอบสนองความต้องการไม่แพ้กัน มาลองดูกันเลยว่าคันไหนจะได้เปรียบกว่ากันครับ
1. รูปร่างหน้าตา
   Honda City ใหม่ ยังคงมีแนวการออกแบบของรุ่นเดิมเยอะ ดูเหมือน City จะยังคงย่ำอยู่กับที่ แต่อย่างไรก็ตาม เส้นสายตัวรถได้รับการออกแบบให้ทันสมัย เส้นสายโค้งมนดูสปอร์ต ประกอบกับล้อแม็กลายสวยงาม และยังมากับแนวการออกแบบใหม่ที่เรียกว่า Exciting H Design!!! ที่มีให้เห็นในรถ Honda รุ่นใหม่ๆ ซึ่งดูจากรูปลักษณ์ภายนอก ใครๆก็หลงเข้าแล้ว ส่วน Ford Fiesta 1.0 EcoBoost มากับหน้าตาที่ใครๆเห็นแล้วก็ต้องชวนนึกถึง Aston Martin ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ Ford ระยะหลังๆไปแล้วเช่นกันครับ ตัวรถก็มาแนวสปอร์ตปราดเปรียวอยู่แล้ว ดูแล้วหรูหรามีระดับเหมือนกัน
2. ฟังก์ชัน
   มามองกันที่ฟังก์ชันของรถกันบ้าง ก็อย่างที่รู้ๆกันครับ Honda ก็ใช้วิชาเดิมที่ปราบมารให้เข็ดมาแล้วหลายต่อหลายรุ่น ด้วยการใส่ออปชั่นเข้าไปแบบไม่ยั้ง ชนิดที่ว่ารถที่มีระดับตลาดสูงกว่ายังต้องอายเลยครับ ด้วยความที่ศึกษาคู่แข่งในตลาด และเติมเต็มสิ่งที่ขาดหาย ส่วนค่าย Ford ก็ใส่ออปชั่นมาตามที่จำเป็น มีจุดเด่นก็แค่ระบบสั่งการด้วยเสียงหละครับ นอกนั้น City กินขาดเลย ดังนั้น เราจะมาลองเทียบออปชั่นระหว่างรุ่นท็อป Honda City SV Plus และ Ford Fiesta 1.0 EcoBoost ครับ
ฟังก์ชัน
Honda City SV Plus
Ford Fiesta 1.0 EcoBoost
เบาะนั่งคนขับปรับระดับสูง-ต่ำ
มี
มี
ระบบปรับอากาศ
อัตโนมัติแบบสัมผัส
อัตโนมัติ
เบาะนั่งด้านหลังปรับพับ 60 : 40
มี
มี
ระบบสตาร์ทอัจฉริยะ
มี
มี
ระบบควบคุมประตูอัจฉริยะ
มี
-
พวงมาลัยปรับระดับ 4 ทิศทาง
มี
-
Paddle Shift
มี
-
มาตรวัดเรืองแสง
สีฟ้า
มี
ไฟแสดงผลการขับขี่แบบประหยัด
มี
-
ปุ่ม ECON
มี
-
ระบบเครื่องเสียง
จอสัมผัส 7 นิ้วแบบ Advance Touch
จอแสดงผลข้อมูลอเนกประสงค์ 3.5 นิ้ว
ลำโพง
8 ตัว
6 ตัว
Bluetooth
มี
มี
ระบบสั่งการด้วยเสียง
Siri
Ford Sync
ช่องเชื่อมต่อ USB
มี
มี
ช่องเชื่อมต่อ HDMI
มี
-
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control
มี
-
มาตรวัดอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันพร้อม EcoMode
-
มี

3. เครื่องยนต์
    สำหรับ Honda ยังคงนับถือเครื่องยนต์ตัวเดิม 1.5 ลิตร i-VTEC ที่พละกำลังลดลงเหลือ 117 แรงม้า แรงบิดสูงสุดเพิ่มขึ้นเล็กน้อยที่ 146 นิวตัว-เมตรที่ 4,700 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์ CVT ใหม่ Earthdream Technology พร้อมระบบ Paddle Shift 7 สปีด ที่เราสามารถเปลี่ยนเกียร์เองได้ เหนือกว่าในรถระดับเดียวกัน และยังมากับเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเครื่องยนต์นี้ยังปรับให้รองรับน้ำมัน E85 ได้ด้วยครับ ส่วนค่ายฟอร์ดนั้นที่ตั้งใจโปรโมทเครื่องยนต์ตัวเองสุดๆ ด้วยเครื่องยนต์ขนาดเล็ก 1.0 ลิตร เทอร์โบ EcoBoost พกพาพละกำลัง 125 แรงม้าที่ 6,000 รอบ/นาที แรงพอๆกับเครื่อง 1.6 ลิตร แรงบิดสูงสุด 170 นิวตัน-เมตรที่ 1,400-4,500 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียรอัตโนมัติ PowerShift 6 สปีด พร้อมโหมดเปลี่ยนเกียร์แบบธรรมดา
4. ระบบความปลอดภัย
   เรื่องระบบความปลอดภัย Honda ยังคงชนะขาดลอดด้วยระบบความปลอดภัยครบครันและมากกว่าใครๆ ที่เจ๋งสุดๆก็คือ ระบบป้องกันล้อล็อก ABS ระบบกระจายแรงเบรก EBD ระบบควบคุมการทรงตัว VSA ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัด HSA และ สัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน ESS มีใน City ทุกรุ่นเลย และที่ยิ่งกว่านั้น ในรุ่นท็อปยังมาพร้อมกับถุงลมนิรภัยด้านข้างคู่หน้า และยังมีม่านถุงลม ซึ่งเหนือกว่ารถระดับเดียวกัน ส่วน Ford ก็จัดให้ตามสมควรและเหมาะสม ไม่มากน้อยเกินไปครับ แต่ดูแล้วแต้มก็ยังไปสู่ City
ความปลอดภัย
Honda City SV Plus
Ford Fiesta 1.0 EcoBoost
ถุงลมนิรภัยคู่หน้า
มี
มี
ถุงลมนิรภัยด้านข้าง
มี
-
ม่านถุงลมด้านข้าง
มี
-
ระบบป้องกันล้อล็อก ABS
มี
มี
ระบบกระจายแรงเบรก EBD
มี
-
ระบบควบคุมการทรงตัว
มี
มี
ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัด
มี
มี
สัญญาณไฟเตือนอัตโนมัติขณะเบรก ESS
มี
-
กล้องส่องภาพด้านหลัง 3 ระดับ
มี
-
เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงกลับอัตโนมัติ
มี
มี
กุญแจนิรภัย Immoblizer
มี
มี
ระบบล็อกประตูอัตโนมัติ
มี
-
จุดยึดเบาะนั่งสำหรับเด็ก
มี
-
ระบบช่วยเบรกแบบอิเล็กทรอนิกส์
-
มี
ระบบเปิดไฟฉุกเฉินอัตโนมัติ
-
มี
สัญญาณเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยคู่หน้า
-
มี
สัญญาณเตือนระยะถอยหลัง
-
มี
5. ราคา

   Honda City มีให้เราได้เลือกใช้ 6 รุ่น ด้วยกันครับ มีราคาดังนี้ รุ่น S M/T ราคา 550,000 บาท,รุ่น S A/T ราคา 589,000 บาท,รุ่น V A/T ราคา 649,000 บาท,รุ่น V Plus A/T ราคา 689,000 บาท รุ่น SV ราคา 734,000 บาทและรุ่นท็อปสุด SV Plus ราคา 749,000 บาท ถือว่า Honda ตั้งราคาได้สวยมากๆ เมื่อเทียบกับออปชั่นที่ได้ ส่วน Ford มีทางเลือกให้ 2 รุ่นใน Fiesta 1.0 EcoBoost ก็คือรุ่น Titanium (4 ประตู) และ Sport (5 ประตู) กับค่าตัว 779,000 บาท ถือว่าแพงเอาการ เพราะ ใช้เครื่องเทอร์โบเลยแพงครับผม
สรุป... 
   Honda City ใหม่ช่วยกระตุ้นตลาดรถ B-Segment ได้เป็นอย่างดีและเป็นความกล้าของค่ายนี้ด้วยการแหวกม่าประเพณีเดิมๆ ด้วยการใส่ออปชั่นต่างๆที่มากมายละลานตาเทียบเท่า C-Segment ได้เลยทีเดียว ไม่ต้องรอให้ค่ายอื่นกินไปก่อน จัดมาแบบเต็มๆ ไม่งก ไม่ดูถูกผู้บริโภค และมากับราคาที่น่าสนใจ ไม่ใช่ของน้อยแต่ขายแพงแบบบางยี่ห้อ ส่วน Ford Fiesta 1.0 EcoBosst มีดีที่เครื่องยนต์ขนาดเล็กแต่ให้แรงม้าสูงเป็นจุดขาย ซึ่ง Ford บอกว่าประหยัดขึ้น และรักษ์โลกกว่าเดิม ส่วนออปชั่นนั้นก็ไม่ต่างอะไรจาก Fiesta ตัวปกติมากๆ ยังคงมีจุดเด่นที่ระบบสั่งการ Ford Sync ที่มีความสามารถหลากหลาย แต่ก็โดน City กลบไปเลย เพราะมีของมากกว่า สำหรับราคานั้น Honda City สามารถทำราคาได้สวยและยอดเยี่ยมเมื่อเทียบกับออปชั่นที่เราได้มา ส่วน Ford กับราคา 779,000 บาท เงินจำนวนนี้สามารถซื้อรถ C-Segment รุ่นล่างๆได้แบบสบายๆ ซึ่งเรา ก็ต้องคิดกันเสียหน่อยครับ ฉะนั้นชัยชนะก็คงบอกได้เลบว่าตกเป็นของ...Honda City...ซึ่งตอนนี้ก็น่าจะเริ่มวิ่งกันบนถนนเพียบแล้ว
  แนะนำ ติชม แสดงความคิดเห็น และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของแฟนเพจ Cars New Update ที่นี่!!

 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น