วันอังคารที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2557

มาวิจารณ์และทำความรู้จักกับ All-New Mazda 3 : เมนูโคตรอร่อยแต่ยังไม่ครบรส

  ดูเหมือนว่าพักหลังๆผู้เขียนชอบเขียนบทความเกี่ยวกับรถ C-Segment หลายอันเหลือเกิน ก็เพราะปีนี้อย่างที่ทราบกันดีว่ารถ C-Segment หรือตลาดรถคอมแพกต์นั้นเนี่ยเป็นตลาดสำคัญของประเทศไทย แต่ดูเหมือนว่าพักหลังๆจะโดนพวกรถอเนกประสงค์มาช่วงชิงส่วนแบ่ง แต่ยังไงก็ตามตลาดนี้ก็ยังสำคัญอยู่ ด้วยการที่ปีนี้มีโปรดักต์ใหม่เปิดตัวหลายรุ่นด้วยกัน โดยเฉพาะรุ่นนี้ที่มาแรงที่สุดในโลกออนไลน์อย่าง All-New Mazda 3 ที่มาท้าชิงคู่แข่งรายต่างๆด้วยของเล่นที่มาเพียบเต็มคันรถ และหน้าตาที่หล่อเกินใคร ประกอบกับเทคโนโลยี SkyActiv ทั้งคันรถ แค่นี้ก็เริ่มมองเห็นความสำเร็จเลย แต่เราจะมาทำความรู้จักและมาดูกันหน่อยว่าของที่ใครๆเขาชมกัน(รวมถึงผู้เขียนที่อวยมันไม่หยุดหย่อน) มันจะมีดีมีร้ายอะไรบ้าง
   มาเริ่มกันที่หน้าตาก่อนเลยครับ หน้าตาของรถขอบอกว่ามันก็เป็นต่อคู่แข่งแล้ว ด้วยหน้าตาที่ดุและโหดตามสไตล์ของมาสด้าอยู่แล้ว เอาไปพันไลค์เลยครับ อิอิ ด้วยหน้าตาที่มากับการออกแบบแนว Kodo Design โคโดะ ดีไซน์ หรือ จิตวิญญาณแห่งการเคลื่อนไหว กระจังหน้าทรง 5 เหลี่ยม หรือ Signature Wing ที่มีให้เห็นในมาสด้ารุ่นใหม่ๆ ทุกรุ่น และที่สำคัญในรุ่นบนๆจะติดไฟ ไฟส่องสว่างสำหรับขับขี่กลางวันแบบ LED Daytime Running Lamp มีเสาอากาศแบบ Shark Fin สไตล์รถยุโรป หน้าตาหลังจากที่มองแล้ว มันให้อารมณ์เหมือนกับมีเหยี่ยวมาจ้องหน้า มันทั้งดูดุและมีเสน่ห์เอามากๆจนใครๆต้องเหลียวมอง ใครที่กำลังจะซื้อรถ C-Segment แล้วมาเจอตัวนี้ละก็อาจมีเปลี่ยนใจก็ได้
   หากพูดถึงภายในละก็ ขอบอกว่าสวยงามและดูหรูหราเอามากๆ ภายในที่แล้วจัดเต็มและอลังการสุดๆ ซึ่งทางมาสด้าพยายามใส่ออปชั่นต่างๆให้มากสุดเท่าที่จะมากได้ และพยายามทำให้กำไรต่อคันน้อยที่สุด และพยายามตั้งราคาให้โอเคที่สุดเท่าที่จะทำได้ด้วย แต่ก็ต้องแลกกับการลดสเปกและออปชั่นจากตัวต่างประเทศไปพอสมควร ซึ่งแอร์อัตโนมัติแบบดิจิตอลนั้นแบบในเวอร์ชั่นต่างประเทศเรากลับไม่ได้ใช้มันซึ่งก็มีหลายคนที่เห็นแล้วอาจรับไม่ได้บ้าง แต่ก็ไม่ใช่ปัญหามากครับ และที่มีติดมาอีกก็คือหน้าจอดิสเพลย์กลางคอนโซลตรงกลางขนาด 7 นิ้วพร้อมปุ่มควบคุมอัจฉริยะ แต่โดยรวมแนวการออกแบบก็ดูดีเทียบชั้นรถยุโรปสบายๆ
   มาลองมองกันที่ฟังก์ชันกันบ้างครับ ซึ่งงานนี้ Mazda จัดเต็มฟังก์ชันมากมายก่ายกองสุดๆ ก่อนอื่นอันดับแรกก็เริ่มที่หน้าจอ  Active Driving Display ที่แสดงผลข้อมูลการขับขี่ เป็นจอเปิด-ปิด อัตโนมัติที่จัดวางอยู่ในตำแหน่งเหนือมาตรวัดมาตรฐานมัน จะแสดงข้อมูลความเร็วรถ ข้อมูลการนำทาง และข้อมูลการขับขี่อื่นๆ โดยข้อมูลที่แสดงบนจอจะอยู่ในระดับสายตาของผู้ขับขี่อย่างเป็นธรรมชาติ และมันจะถูกพับเก็บโดยอัตโนมัติเมื่อดับเครื่องยนต์ครับ อีกไฮไลต์สำคัญก็คือ ระบบเชื่อมต่อโลก ออนไลน์ MZD Connect เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่านบลูทูธ (Bluetooth) และจะอัพเดตข้อมูลตลอดเพื่อให้ผู้ใช้สามารถได้รับบริการเวอร์ชั่นล่าสุด ในส่วนของระบบเครื่องเสียงนั้นสามารถรับฟังวิทยุผ่านทาง AM/FM CD USB และ AUX ครบถ้วน สามารถเล่นแอปพลิเคชั่นต่างๆทางอินเทอร์เน็ตได้ด้วยผ่านทาง Aha™ โดย HARMAN เท่านั้นยังไม่พอ รถคันนี้ยังสามารถอ่านข้อความ SMS ให้เราฟังเป็นภาษาอังกฤษผ่านทางระบบ Text-to-voice รถคันนี้ยังทำได้ทั้งส่งข้อความ ปรับแต่งข้อความ แก้ไขข้อความ เลือกใช้คำหรือวลีที่ใช้บ่อยเพื่อความสะดวก และยังมีระบบสั่งงานด้วยเสียงสามารถสั่งให้เล่นเพลงซ้ำหรือเลือกเพลงได้ และรถคันนี้เล่น Facebook ได้ด้วย และยังสามารถค้นหาตำแหน่งสถานที่ผ่านอินเทอร์เน็ตเพื่อหาแผนที่นำทางผ่าน SD card ทั้งหมดนี้เป็นออปชั่นที่มีแน่นอนในรุ่นท็อปครับ แต่อาจลดหลั่นลงมาบ้างตามรุ่นย่อยต่างๆครับผม ซึ่งเท่านี้ก็ขอบอกว่ามากเกินพอแล้วครับ
   ต่อกันที่เครื่องยนต์ที่ผมขอชื่นชมและสนับสนุนกับความกล้าของมาสด้าที่วางจำหน่ายรุ่นเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร เพียงรุ่นเดียงที่มีดีกว่าด้วยขุมพลังแบบ SkyAciv และมาสด้ายังเคลมว่าเครื่องตัวนี้ให้อัตราสิ้นเปลืองประหยัดกว่าเครื่อง 1.6 ลิตร (ในโฆษณา Mazda บอกด้วยว่า เมื่อเอาไปเทียบกับเครื่อง MZR 1.6 ลิตร) ซึ่งขุมพลังตัวนี้ก็คือเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร SkyActiv-G ตัวเดียวกับที่ประจำการใน CX-5 รุ่นเริ่มต้น ให้พละกำลัง 165 แรงม้าที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 210 นิวตัน-เมตรที่ 4,000 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์ SkYACTIV-DRIVE อัตโนมัติ 6 สปีดพร้อมแมนนวลโหมด Activematic และยังรองรับเชื้อเพลิง E85 ด้วย แค่นี้ก็ได้ใจเต็มๆแล้ว
   สำหรับระบบความปลอดภัยที่ Mazda แกพยายามโปรโมทสุดๆ ก็คือ i-ACTIVESENSE ที่มีระบบความปลอดภัยแบบที่ค่ายอื่นไม่มี (ยกเว้น Ford Focus ที่ให้พอกัน) ด้วยระบบเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดที่สายตาผู้ขับมองไม่เห็น Rear Vehicle Monitoring (RVM) ช่วยเตือนภัยจากวัตถุที่เคลื่อนเข้ามาจากด้านหลังและด้านข้างที่เป็นจุดบอด จากการมองเห็นในขณะขับขี่ ระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติ Smart City Brake Support (SCBS) ในขณะขับขี่ที่ความเร็ว 4-30 กม./ชม ป้องกันโอกาสในการชนปะทะ โดยเมื่อชุดเลเซอร์เซนเซอร์ด้านหน้าตรวจจับวัตถุสิ่งกีดขวาง ระบบจะทำการคำนวณความเสี่ยงในการเกิดการชนปะทะ และจะสั่งการไปที่แป้นเบรกให้กดตัวลงในทันทีเพื่อทำการหยุดรถเมื่อผู้ขับขี่มิได้มีการบังคับหยุดรถเพื่อหลีกเลี่ยงการชนปะทะในขณะนั้น แต่อันที่จริงแล้วระบบ i-ACTIVESENSE ไม่มีแค่นี้ครับ เพราะอะไร? เพราะไทยมันไม่ได้ใส่มาครับ ที่ไม่ได้ใส่ก็มีระบบ Blind Spot Monitoring (BSM), Lane Departure Warning System (LDWS) ระบบ High Beam Control (HBC) ช่วยควบคุมไฟสูง-ต่ำอัตโนมัติ, ระบบ Forward Obstruction Warning (FOW) ระบบช่วยเตือนสิ่งกีดขวาง และ Mazda Radar Cruise Control (MRCC) และที่ตัดออกไปอีกก็คือระบบ i-ELOOP ที่ช่วยให้ประหยัดพลังงาน ด้วยการชาร์จไฟจากพลังงานจลน์ที่ใช้ในการหยุดรถ เพื่อนำพลังงานไฟใช้กับอุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์ของรถ และยังช่วยประหยัดน้ำมันได้อีกด้วย ซึ่งพวกบ้าออปชั่นอาจจะรับไม่ได้บ้าง แต่ผมว่าให้เท่านี้ก็พอแล้วครับ 
      แต่ที่น่างอนสุดๆก็คือ Mazda 3 โฉมใหม่ ไม่มีกล้องมองหลังมาให้! แม้แต่รุ่นท็อปก็ไม่มีติดมาให้ อันนี้น่าโกรธว่าแม้แต่เจ้าตัวเล็กอย่าง City หรือรถระดับ C-Segment ค่ายอื่นๆยังติดมาให้เลย ส่วนระบบความปลอดภัยอื่นๆก็มีให้ครบตามระเบียบ ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย Sports Paddle Shift ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวของรถ DSC ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและป้องกันการลื่นไถล TCS ระบบป้องกันล้อล็อก ABS และระบบกระจายแรงเบรก EBD ระบบควบคุมเกียร์ AAS ระบบสัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติเมื่อเบรกกะทันหัน ESS ถุงลมนิรภัยคู่หน้า SRS ม่านถุงลมนิรภัย พวงมาลัยยุบตัวตามการแปรผันของถุงลมนิรภัย เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงรั้งกลับและผ่อนแรงอัตโนมัติ คานเหล็กเสริมนิรภัยกันกระแทกด้านหน้า ด้านข้าง และด้านหลัง จุดยึดเบาะนั่งเด็กแบบ ISOFIX และอีกอย่างหนึ่งที่ขาดไปก็คือระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control ซึ่งหลายคนที่รู้ว่าไม่มีติดมาก็อาจจะบ่นกันระนาวเลย แต่มันก็น่าบ่นอยู่หรอกเพราะรถระดับนี้แทบทึกยี่ห้อจะติดมาให้หมด แม่แต่รถเล็กกว่าอย่าง City ยังมีเลยครับ แต่ยังไงก็ตามออปชั่นทั้งหมดก็น่าจะเพียงพอที่ไปสู้กับคู่แข่งสบายๆ
   มาลองส่องที่ราคารถกันบ้าง ซึ่ง Mazda ได้ทำราคาออกมาสวยจริงๆ เพราะราคาแต่ละรุ่นมันพอๆกับรุ่นเครื่อง 1.6-1.8 ลิตรของคู่แข่งเลย แต่หากใครอยากได้สีขาวมุกเพิ่มไป 10,000 ครับ ส่วนสีแดงที่เห็นสวยๆกันเพิ่มไปอีก 15,000 ครับท่าน โดยมีตัวเลือกดังนี้ครับ
Mazda 3 E Sedan ราคา 833,000 บาท,Mazda 3 C Sedan ราคา 914,000 บาท,Mazda 3 S Sedan ราคา 974,000 บาท,Mazda 3 E Sports ราคา 833,000 บาท,Mazda 3 C Sports ราคา 914,000 บาท,Mazda 3 S Sports ราคา 974,000 บาท และรุ่นท็อป Mazda 3 SP Sports ราคา 1,094,000 บาท
    ขอสรุปเลยละกันครับ All-New Mazda 3 ถือเป็นการพัฒนาตัวรถให้ดีขึ้นไปอีกเทียบชั้นรถยุโรป แม้คนยุโรปอาจจะไม่ค่อยยอมรับรถญี่ปุ่นเท่าไหร่แต่อย่างไรก็ตามรถคันนี้น่าจะโดนใจคนไทยไม่น้อยเลย แค่หน้าตาและรูปลักษณ์ประกอบกับออปชั่นที่ติดมาให้มากมายเท่าที่ Mazda Thailand จะจัดสรรมาให้ได้ รวมถึงเทคโนโลยี SkyActiv ทั้งคัน และราคาที่ถือว่าตั้งมาโอเคเลย แต่ที่น่าแปลกก็คือมันไม่มีกล้องมองหลังติดมาให้ รวมถึง Cruise Control ทั้งๆที่รถในระดับนี้ติดกันแทบหมด โดยเฉพาะพวกบ้าออปชั่นทั้งหลายคงจะรับไม่ได้กับการที่ Mazda ถูกลดสเปกจากตัวยุโรปลงมาก i-ACTIVESENSE ก็มาไม่ครบ i-ELOOP ก็ไม่มี แอร์ก็ให้มาแบบมือหมุน (แต่มี Heater ละกันครับ) แต่ที่จริงมันก็น่างอนนะครับ แต่ก็ไม่เป็นไรให้เท่านี้ก็เก่งแล้ว ส่วนหลายคนที่อาจจะคิดมากบอกว่า Mazda กัํกของกั๊กออปชั่น แล้วค่อยเอาของมาใส่รุ่น MC ซึ่งอันที่จริงมันก็เป็นทุกค่ายอยู่แล้วที่อาจจะกั๊กสเปกจากเวอร์ชั่นตลาดโลกอยู่แล้ว แต่ใครที่รับไม่ได้กับมันจริงๆนะครับ ขอแนะนำให้ไปเล่น Camry 2.0 ราคา 1.279 ล้านบาทที่มีออปชั่นพอๆกับรุ่นล่างสุดมาสด้า 3 ปี 2014 แล้วคุณจะรู้ว่าใครเจ๋งกว่ากันแน่ครับ (แนวคิดนี้ผมเอามาจากเพื่อนสมาชิกในแฟนเพจผมครับ) All-New Mazda หากเทียบกับอาหารก็คงเหมือนอาหารที่โคตรอร่อยเลย แต่ก็ยังไม่ครบรส แต่ยังก็ตามเราขอสรุปโดยรวมเลยละกันว่า ใครที่กำลังมองหารถขนาดคอมแพกต์สวยๆซักคัน เทคโนโลยีทันสมัยครบถ้วย คันนี้ใช่เลย...
  แนะนำ ติชม แสดงความคิดเห็น และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของแฟนเพจ Cars New Update ที่นี่!!

 

1 ความคิดเห็น:

  1. ผมอยากได้นะแต่ติดนิดเดียว ของแถมน้อยมาก

    ตอบลบ