วันอังคารที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

First Meeting EP.5 Chevrolet Trailblazer MY2015 : แทบทุกอย่างชนะใจผู้บริโภค เหลือแค่ศูนย์ที่บริการ

  ในปีนี้ต้องขอบอกเลยว่า จะเป็นหนึ่งในปีที่การแข่งขันของตลาดในกลุ่มรถพื้นฐานกระบะ ทั้งกระบะ และกระบะดัดแปลง PPV จะมีการแข่งขันที่สนุกกันแบบสุดๆ เพราะ จะในแต่ละค่ายจะมีการเปิดตัวทั้งกระบะขนของและกระบะดัดแปลง PPV รุ่นใหม่ๆออกมาหลายรุ่นกันเลยทีเดียว ฉะนั้นทุกค่ายที่ทำตลาดในกลุ่มนี้จะต้องหาทางกระตุ้นตลาดเพื่อรับมือกับคู่แข่งและเพื่อกระตุ้นยอดขายของตัวเองให้ดีขึ้นด้วย


   และตอนนี้เราจะมาพูดถึงรถ PPV ที่เพิ่งปรับปรุงใหม่เมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งที่เรากำลังจะพูดถึงก็คือ Chevrolet TrailBlazer ที่เพิ่งเปิดตัวรุ่นปรับปรุงอุปกรณ์ปี 2015 ออกมา ซึ่งเราก็อดสงสัยไม่ได้ว่า มันจะเปิดตัวรุ่นยกหน้าใหม่ออกมาหรือไม่ เพราะคู่แข่งก็นำไปหลายโขเหมือนกัน แต่อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในค่าย Chevrolet ในเมืองไทยต้องบอกว่าน่าสงสารและน่าหดหู่พอสมควร เพราะรถบางรุ่นบางคันที่ยอดไม่ถึงเป้า ก็จำต้องตัดออกไป อย่าง Colorado ตัวตอนเดียวและรุ่น 4X4 ที่ค่ายโบว์ไทน์จำต้องถอนออกจากตลาดเมืองไทยแบบไม่มีทางเลือก ซึ่งช่วงนั้นผู้เขียนกำลังปลื้มใจที่ได้ยินข่าวว่า Chevrolet กำลังพัฒนาศูนย์บริการให้ดีขึ้น(อีกนิด) แต่เจอข่าวนี้ กลับมาเซ็งกับค่ายนี้อีกครั้งเลย เพราะ รุ่นตอนเดียวกับรุ่น 4x4 ก็ถือว่าหน้าตาดีไม่น้อย ไฉนจึงขายไม่ถึงเป้า น่าสงสัยจริงๆ 

   เขวไปนอกเรื่องมาพอละ คราวนี้ได้เวลามาเริ่มต้นกันแล้วครับ เนื่องจากว่าเราไม่เคยมานั่งวิจารณ์หรือมาร่ายสรรพคุณรถรุ่นนี้มาก่อนเลย เพิ่งมารีวิวเป็นครั้งแรก เลยจะขอพูดถึงรายละเอียดทั้งหมด ไม่ว่าจะหน้าตารถ ภายนอก ภายใน บอกกันให้หมดเลย...เอาละ มาดูที่หน้าตาของมันก่อนเลย ถ้าพูดถึงหน้าตาของเจ้า Trailblazer เอาเข้าจริงๆ มันก็ไม่ได้ต่างกันมากเท่าไหร่เลย มากับกระจังหน้าแบบ Dual Port สองชั้นอันเป็นเอกลักษณ์ กันชนหน้าลดเหลี่ยมมุมและมิติลงจากตัว Colorado เพื่อเพิ่มความหรูหราเข้าไป เอาเข้าจริงๆ ผู้เขียนว่าหน้าตามันดูลงตัวกว่า Isuzu MU-X คงจะเป็นเพราะว่ามันออกแบบเสร็จก่อนและเผยโฉมมาก่อน มันเลยดูเข้าท่ากว่า แต่พอ MU-X ออกตามมา ด้วยชั้นเชิงความเป็นอีซูซุ เลยขายดีกว่า



   ถ้าพูดถึงเส้นสายด้านข้างของรถ มันดูโฉบเฉี่ยว ดุดันและดูปราดเปรียวพอสมควร ไปๆมาๆเส้นสายอาจจะดูดีกว่า Toyota Fortuner นิดๆ ก็ไม่แปลกนี่นา เพราะ Fortuner มันจะ 10 ปีแล้วนี่ แต่พูดถึง Fortuner เส้นสายมันดูลงตัวสุดในกลุ่มแม้จะผ่านไปเกือบ 10 ปีแล้ว และยิ่งรุ่นปัจจุบันนั้นก็ถือว่าหน้าตาดีพอสมควร แต่ยังไงก็ตามถ้าเอามาเทียบกับฝาแฝดอย่าง MU-X ไปๆมาๆ หลายคนอาจจะคิดว่าเจ้า Trailblazer ดูหล่อเหลากว่า เพราะมันดูแมน และดูมีความเป็นอเมริกันจ๋ามากด้วย

  ส่วนด้านท้ายของรถนั้น ได้รับการออกแบบให้ดูสวยงามและทันสมัย และโดดเด่นกว่าใครเพื่อนด้วยไฟท้ายแบบ LED ที่ช่วยเปล่งราศีให้รถดูดีได้พอสมควร และยิ่งเพิ่มสีเทาใหม่เมื่อล่าสุด ก็ช่วยเพิ่มความสวยงามและหรูหราของตัวรถได้เหมือนกัน ตัวรถมีให้เลือกทั้งล้อขนาด 17 และ 16 นิ้วตามรุ่นย่อยครับ

   มาดูภายในห้องโดยสารกันบ้างดีกว่าครับ ซึ่งแน่นอนมันก็ไม่ได้ต่างอะไรจาก MU-X มากเท่าไหร่นัก มีเพียงแค่โลโก้เท่านั้นที่ต่าง แต่ในรุ่นปรับปรุงใหม่คราวนี้ ได้ตกแต่งใหม่เพื่อยกระดับความหรูหราภายในห้องโดยสารเข้าไปอีก ด้วยการเพิ่มวัสดุเสริมสีดำมันเงา Piano Black บนแผงแดชบอร์ด คอนโซลกลาง และพวงมาลัย ซึ่งมันก็ช่วยเพิ่มความหรูหราเข้าไปได้มากทีเดียว และยังมีการปรับสีเบาะนั่งใหม่โทนสี Brown Stone ให้อารมณ์แบบรถหรูๆเลยทีเดียว 


   ฟีเจอร์เด็ดๆในห้องโดยสารก็ถือว่าให้มาครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นเบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง ระบบปรับอากาศภายในห้องโดยสารทั้ง 3 แถว รุ่น LTZ1 มากับลำโพง 6 ตัว หน้าจอสีแบบทัชสกรีน และระบบนำทางผ่านดาวเทียมในตัว สามารถแสดงหน้าปกอัลบั้ม วีดีโอ ภาพ และเล่นดีวีดีได้ รุ่น LTZ มีวิทยุ BYOM สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน USB และ AUX ได้ เมื่อเชื่อมต่อแล้วจะมีการแสดงเมนู ได้แก่ เพลง, รูปภาพและวิดีโอ,โทรศัพท์, สมาร์ทโฟน ที่สำคัญเจ้าคันนี้มีระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติด้วยนะครับ แต่ใน Isuzu กลับไม่มีมาให้ 

นอกจากนี้ Chevrolet ยังมีฟังก์ชันใหม่ๆมาให้คนไทยได้เล่น ผู้ขับยังสามารถตรวจสอบความประหยัดน้ำมันผ่านหน้าจอแสดงผล Eco Index ซึ่งมีหน้าจอสถิติที่แสดงอัตราการบริโภคเชื้อเพลิงในช่วง 50 กิโลเมตรที่ผ่านมา โดยหน้าจอจะแสดงผลเป็นรูปใบไม้หากมีการขับที่ประหยัดน้ำมัน ซึ่งระบบจะวัดค่าจากการกดคันเร่ง


แต่สิ่งหนึ่งที่ผู้เขียนชอบในรถคันนี้ก็คือมาตรวัดของมันที่ออกแบบให้ดูเท่ และสปอร์ตกว่า MU-X อย่างเห็นได้ชัด ซึ่งพอดูๆแล้วมาตรวัดของเจ้า Trailblazer ก็ทำให้แอบนึกถึงมาตรวัดของ Chevrolet Camaro เลยละครับ ซึ่งดูๆแล้วมันดูเท่ไม่น้อยเลยนะนั่น

ด้านห้องโดยสารด้านหลังนั้น แถวสองถือว่านั่งสบายพอสมควร เบาะไม่ได้ดันหัวมากเท่าไหร่นัก ส่วนแถว 3 ไม่ทราบเหมือนกันเพราะไม่เคยไปลองนั่ง ตรงนี้ดูจะไม่สำคัญมาก แต่อีกจุดขายหนึ่งที่ผู้เขียนชอบมากเลยนั่นคือการพับเบาะ นั่นคือ เบาะแถวที่ 2 และ 3 นั้นสามารถพับเก็บแบบราบเรียบได้เลย ซึ่งต่างจาก Fortuner ที่มีการพับเบาะแถวที่ 3 แบบอินดี้คือพับขึ้นไปทางด้านข้าง 


   ด้านเครื่องยนต์นั้นมีขุมพลังให้เลือก 2 แบบด้วยกัน ได้แก่เครื่องดีเซล Duramax 2.8 ลิตร กำลังสูงสุด 200 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิด 500 นิวตันเมตรที่ 2,000 รอบ/นาที และเครื่องดีเซลความจุ ความจุ 2.5 ลิตร ให้พละกำลัง 163 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิด 380 นิวตันเมตรที่ 2,000 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 5 สปีดและเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด 

   ทางด้านระบบความปลอดภัยก็ใส่มาให้มากพอสมควร ด้วยยระบบถุงลมนิรภัยคู่ (SRS) ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางชัน (HDC) และระบบป้องกันการไหลของรถเมื่อขึ้นทางชัน (HAS) ปลอดภัยยิ่งขึ้นด้วยกล้องมองหลัง (Rear view Camera) พร้อมเสียงสัญญาณช่วยเตือน (Parking Sensor) เมื่อมีวัตถุอยู่ใกล้ตัวรถในระยะที่อาจเกิดความเสียหาย หรืออันตรายได้ เปลี่ยนโหมดการขับเคลื่อนแบบ 4 ล้อด้วยระบบไฟฟ้า (4WD Control Button)


    ในด้านราคาค่าตัวนั้น สำหรับรุ่นปัจจุบันมีการขึ้นราคานิดหน่อย โดยมีราคาดังนี้ครับ 
- Chevrolet Trailblazer เครื่องยนต์ 2.5 ลิตร ขับเคลื่อน 2 ล้อ เกียร์ธรรมดา รุ่น LT - 1,095,000 บาท
 - Chevrolet Trailblazer เครื่องยนต์ 2.8 ลิตร ขับเคลื่อน 2 ล้อ เกียร์อัตโนมัติ รุ่น LT - 1,129,000 บาท
 

- Chevrolet Trailblazer เครื่องยนต์ 2.8 ลิตร ขับเคลื่อน 2 ล้อ เกียร์อัตโนมัติ รุ่น LTZ - 1,289,000 บาท
  - Chevrolet Trailblazer เครื่องยนต์ 2.8 ลิตร ขับเคลื่อน 4 ล้อ เกียร์อัตโนมัติ รุ่น LTZ1 - 1,465,000 บาท

   สรุป...Chevrolet Trailblazer ใหม่ เท่าที่ดูผิวเผินก็ไม่ได้มีอะไรเลวร้ายอย่างที่หลายคนคิดไว้ แต่คนไทยส่วนใหญ่ไม่ได้อคติตัวรถมากเท่าไหร่หรอก เท่าที่ดูแล้วเจ้า Trailblazer นั้นถือว่าสอบผ่านทั้งหน้าตาและออปชั่นของตัวรถที่ไม่ได้น้อยหน้าใครๆเขาเลย บางทีแอบๆจะมากกว่าใครด้วยซ้ำ ซึ่งก็แน่นอนอยู่แล้วที่ว่าค่ายที่ไม่ใช่เจ้าตลาดต้องพยายามให้อะไรที่มากกว่าเพื่อหาจุดยืนในตลาดให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ซึ่งทาง Chevrolet ก็พยายามทำอยู่ แต่แน่นอนหละครับ คนไทยยังคงมั่นในแบรนด์ใหญ่ๆ ก็เพราะศูนย์บริการที่น่าไว้ใจกว่าหลายขุม ดูอย่างบางค่ายสิครับ ต่อให้คนไทยในโซเชียลเชียร์นักหนาว่ารถดีเทพแค่ไหน แต่ศูนย์บริการก็ไม่ได้เทพอย่างเจ้าใหญ่ๆหลายเจ้าเลย สุดท้ายก็ต้องหันมาคบรถตลาด ซ่อมง่ายไม่จุกจิกแทน สำหรับค่าย Chevrolet นั้นเมื่อ 1-2 ปีที่ผ่านมาก็มีข่าวออกมาในทางลบหลายเรื่องพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับขวัญใจรถยก รถย้อมแมว หรือไม่ก็เรื่องที่ขับรถลูกค้าไปคว่ำ (อันนี้สมาชิกเพจเล่าให้ฟัง) ซึ่งสิ่งเหล่านี้มันก็บั่นทอนความเชื่อถือผู้บริโภคไปมากพอสมควร และนี่คือสิ่งที่ Chevrolet ต้องหาทางแก้กันต่อไป ...
อยากติดตามข่าวสารรถใหม่ อัพเดตเร็วทันใจ คุยสารพัดเรื่องรถ 
กดไลค์แฟนเพจของ Cars New Update ด้านล่างได้เลยครับ!!!
   

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น