วันอังคารที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

เปรียบเทียบมวยคู่เดือด ตอนที่ 34 : Mazda 2 Hatchback VS. Honda Jazz

  ตลาด B-Segment ตอนนี้ด้านความร้อนแรงก็คงต้องยกให้น้องใหม่อย่าง All-New Mazda 2 เลยจริงๆครับ ซึ่งหลังๆมานั้น Mazda ดูเหมือนจะทำรถออกมาถูกจริตคนไทยซะมากมาย ทำให้คนไทยหลายคนนั่งเฝ้ารออย่างใจจดจ่อติดตามรถใหม่จากค่ายนี้กันแทบตลอด และล่าสุดกับ Mazda 2 ที่คนไทยหลายคนพากันเฝ้ารอกันเพียบเลยทีเดียวเชียวครับ และแน่นอนการมาของมันก็ถือว่าเปิดศึกตลาด B-Segment กันเลยทีเดียว

   และแน่นอนการที่ฝ่าฟันตลาดกลุ่มนี้ได้ ก็ต้องผ่านปราการใหญ่ของ Honda Jazz ให้ได้ ซึ่งถ้าพูดถึง Honda Jazz ก็ถือเป็นหนึ่งในรถที่มากับความสวยงามล้ำสมัยและแฝงความดุมากกว่าโฉมเดิม และลดทอนความน่ารักไปหลายขุมเหมือนกัน เนื่องจากว่าที่บ้านผู้เขียน คุณพี่สาวก็ใช้รถคันนี้อยู่ (ส่วนผู้เขียน ตอนนี้อายุ 18 ยังไม่ทำใบขับขี่ ฉะนั้นอย่าถามว่าขับแล้วเป็นไงบ้าง ถ้าถามนะ จับตีก้นลายให้เลย) ยืมรถน้องสาวของพี่มาซ่อมที่กทม. เนื่องจากมอเตอร์ไซค์มาข่วนเข้า แต่อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนก็พอจะได้สัมผัสฟีลลิ่งการขับขี่ของพี่ได้บ้าง ประกอบกับมีสมาชิกในเพจขอมาให้เปรียบเทียบ 2 คันนี้หน่อย ผู้เขียนเลยไม่รอช้า จัดทำให้ทันที และแน่นอนเรายังยึดหลักเดิม เปรียบเทียบองค์ประกอบต่างๆของรถ และราคา ส่วนการขับขี่เป็นเรื่องของท่านผู้อ่านครับ 

   เริ่มที่หน้าตาของรถเป็นอย่างแรก หน้าตาของ Mazda 2 ใหม่นั้น จะมากับแนวการออกพลิ้วไหวรอบคัน ทำให้มันดูโฉบเฉี่ยวไม่น้อยเลยละครับ แม้จะไม่ได้ไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ (ที่เป็นประเด็นดรามาในแทบทุกๆที่ที่คุยเกี่ยวกับรถคันนี้ ไม่มีไฟโปรเจคเตอร์มันขับไม่ได้หรือ?) แต่แน่นอนส่วนใหญ่คนที่ซื้อ เขาไม่ได้ดูไฟหน้ากันหรอก ไฟท้ายของรถก็ได้รับการออกแบบให้ดูสวยงามลงตัวกับรถ ด้านท้ายมีอิทธิพลตัวเก่าอยู่บ้าง ล้ออัลลอยมีให้เลือกทั้งลาย 15 และ 16 นิ้วตามรุ่นย่อย มาทางฟากของ Honda Jazz ใหม่ที่เปิดตัวในก่อนหน้านี้ มากับแนวการออกแบบของ Honda ที่ชื่อว่า Exciting H Design ซึ่งมากับหน้าตาที่ดุดันและแฝงความล้ำสมัยเช่นกัน และยังคงแนวการออกแบบจากรุ่นที่แล้วไว้พอสมควร แต่ตัวนี้ได้ลดทอนความน่ารักจากเดิมไปเหมือนกัน ทำให้หน้าตามันดูแมนๆมากไปนิดนึง แต่สำหรับผู้เขียนถือว่าสวยครับ ทางบ้านยังชอบเลย ส่วนล้ออัลลอยนั้นมีให้เลือกแบบล้อกระทะพร้อมฝาครอบ 15 นิ้ว ล้ออัลลอย 15 และ 16 นิ้ว โดยรวมแนวการออกแบบทั้งคู่ถือว่าผ่าน แต่ Mazda 2 อาจจะสวยกว่า โฉบเฉี่ยวกว่าในนาทีนี้

  มาดูที่ภายในห้องโดยสารกันบ้างดีกว่า เริ่มที่ภายในของ Mazda 2 ถ้าพูดถึงตัวท็อปนั้น ภายในถือว่ามากับคุณภาพงานห้องโดยสารที่ดูพรีเมี่ยมประดุจรถหรูรุ่นใหญ่กันเลยทีเดียวด้วยกันขึ้นลายตะเข็บ "ของจริง" ไม่ได้หลอกๆเหมือน B-Segment บางค่ายนะครับ แต่สำหรับ Honda Jazz นั้นก็ทำตะเข็บออกมาโชว์ในตัวท็อปและรองเช่นกัน แต่เป็นตะเข็บปลอม แต่อย่างน้อยลายตะเข็บก็ดูดีกว่าบางค่าย อันนี้เราไม่ได้จะพาดพิงเพื่อเสี้ยมแต่เราพูดตามความเป็นจริงครับ ต่อที่ห้องโดยสารของ Mazda ที่มากับแนวการออกแบบสวยงามใช้ได้ดีทีเดียวที่ยกความสวยงามจากรุ่นพี่มาใช้ ออปชั่นจะมาเต็มในรุ่นท็อป ซึ่งจะมีจอสัมผัสตรงกลาง หน้าจอแสดงผล Active Driving Display พร้อมปุ่มควบคุม  ช่องเชื่อม USB AUX แต่สำหรับ Honda ก็มีจอให้เช่นกัน มีช่องเชื่อมต่อ USB AUX และ HDMI แต่หน้าจอแบบนี้มีให้เล่นตั้งแต่ตัว V+ SV และ SV+ มีตัวเลือกมากกว่า Mazda2 เลย ส่วนความกว้างในห้องโดยสารคงต้องยกให้ Honda Jazz ยึดแขนขึดขาได้มากกว่าซึ่งอันนี้สัมผัสมากับตัวแล้วเมื่อเทียบกับ Mazda 2 ถือว่าเจ้า Mazda 2 มันแคบกว่าครับ



   * ทางด้านขุมพลังนั้นทางฝั่ง Mazda 2 มากับเครื่องยนต์แบบ SkyActiv Clean Diesel 1.5 ลิตร ให้พละกำลังสูงสุด 105 แรงม้าที่ 4,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 250 นิวตัน-เมตรที่ 1,500-2,500 รอบ/นาที ที่มากับแรงบิดเทียบเท่ารถเครื่องเบนซินขนาด 2.5 ลิตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด SKYACTIV-DRIVE ไม่มีเกียร์ธรรมดาครับ พร้อมระบบประหยัดน้ำมัน i-STOP ที่จะหยุดการทำงานของเครื่องยนต์ชั่วคราวขณะจอดอยู่นิ่ง ในขณะที่อุปกรณ์ไฟฟ้าภายในทำงานอยู่ ด้วยพลังงานไฟฟ้า i-ELOOP ที่จะเปลี่ยนพลังงงานจากสูญเสียจากการลดความเร็ว กลายเป็นพลังงานไฟฟ้าเลี้ยงระบบไฟฟ้าภายในรถ และเครื่องยนต์จะทำงานทันทีเมื่อออกรถ 
   * ส่วน Honda ยังคงคบหากับบล็อกเดิม และเป็นบล็อกเดียวกับ City ด้วย เครื่อง ยนต์ เบนซิน 1.5 ลิตร i-VTEC มากับพละกำลัง 117 แรงม้าที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 147 นิวตัน-เมตรที่ 4,700 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 5 สปีด หรือ เกียร์อัตโนมัติ CVT พัฒนาภายใต้เทคโนโลยี EarthDream Technology รองรับ E85 ได้ด้วย การขับขี่นั้นน่าจะยังคงความสนุกเหมือนเดิม แต่เปลี่ยนมาใช้เกียร์ CVT ซึ่งเป็นเกียร์ที่อัตราทดแปรผันต่อเนื่อง ทำให้เดินเครื่องไม่สะดุด ไหลลื่น ไม่รู้สึกถึงการเปลี่ยนเกียร์ ซึ่งหลายคนยังคงจำได้กับเกียร์ CVT กากๆใน City แมลงสาบ ซึ่งของใหม่ไม่น่ามีปัญหาอะไรครับ


   ทางด้านระบบความปลอดภัยนั้น Mazda 2 ให้ระบบความปลอดภัยมาค่อนข้างสมราคาเลยทีเดียว   ในด้านระบบความปลอดภัยนั้น ถือว่า Mazda ให้มามากเลยทีเดียว  มากับระบบเบรก ABS EBD ระบบควบคุมเสถียรภาพและการทรงตัวของรถ DSC (Dynamic Stability Control) ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล TCS (Traction Control System) ระบบช่วยออกตัวของรถขณะอยู่บนทางลาดชัน HLA (Hill Launch Assist) ระบบสัญญาณไฟฉุกเฉินเตือนอัตโนมัติ เมื่อเบรกกะทันหัน ESS (Emergency Signal System) พวงมาลัยยุบตัวแปรผันตามการทำงานของถุงลมนิรภัย เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงรั้งกลับและผ่อนแรงอัตโนมัติ ทาง Honda ก็มากับด้วยการอัดสารพัดระบบช่วยเหลือการขับขี่มาให้ตั้งแต่รุ่นล่างๆเลย ทุกรุ่น มีระบบเบรกป้องกันล็อล็อก ABS ระบบกระจายแรงเบรก EBD และของเด็ดๆก็คือ ระบบควบคุมการทรงตัว VSA ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน HSA สัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติเตือนขณะเบรกกะทันหัน ESS ถุงลมนิรภัยคู่หน้า SRD ในขณะที่รุ่น V+ เป็นต้นไปจะได้กล้องมองหลังปรับได้ 3 ระดับ ในรุ่นท็อป SV+ จะได้เพิ่มเป็น 6 ตำแหน่ง รวมถุงลมนิรภัยด้านข้าง และม่านถุงลมนิรภัย

   ด้านราคานั้น Mazda 2 Hatchback มีให้เลือก 3 รุ่นย่อยด้วยกัน ได้แก่ รุ่น XD ราคา 675,000 บาท ตามด้วยรุ่น XD High ราคา 735,000 บาท และรุ่น XD High Plus ราคา 790,000 บาท ส่วนราคาของ Honda Jazz มีให้เลือก 6 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น S M/T ราคา 555,000 บาท,รุ่น S M/T 594,000 บาท,รุ่น V A/T ราคา 654,000 บาท,รุ่น V+ A/T ราคา 694,000 บาท,รุ่น SV A/T ราคา 739,000 บาท และ รุ่นท็อป SV+ A/T ราคา 754,000 บาทครับ ก็แล้วแต่ความคิดของแต่ละท่านนะครับว่าค่ายไหน ราคาไหนคุ้มกว่ากัน แต่ถ้าพูดถึงเรื่องออปชั่นนั้น Honda ถือว่าได้เปรียบอยู่ เพราะถ้าเทียบกันแล้ว รุ่น V+ ของ Honda Jazz พอกันกับ Mazda 2 เลย แต่อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคน เพราะหลายคนก็อยากลองดีเซลในรถเล็กๆแบบนี้ไม่น้อยนะ


Function

Mazda 2 SkyActiv-D 1.5 XD High Plus
Honda Jazz 1.5 SV+
สัดส่วนตัวรถ (ยาว/กว้าง/สูง)

4294/1772/1605
4135/1765/1580
ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์อัจฉริยะ (Push Start Button)
มี
มี
ระบบควบคุมประตูอัจฉริยะ
-
มี
มาตรวัดรอบเครื่องยนต์
แบบอนาล็อก
แบบเรืองแสง
หน้าจอ Active Driving Display
มี
-
จอแสดงข้อมูลสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงและข้อมูลการขับขี่
มี
มี
พวงมาลัยปรับระดับได้ 4 ทิศทาง (Telescopic)
มี
มี
ระบบปรับอากาศ
อัตโนมัติ
อัตโนมัติแบบสัมผัส
ระบบไล่ฝ้ากระจกหลัง
มี
มี
เบาะนั่งด้านคนขับปรับสูง-ต่ำ
มี
มี
พนักพิงเบาะด้านหลังแยกปรับพับ 60:40
มี
มี
Paddle Shift
-
มี
Cruise Control
-
มี
ไฟแสดงผลการขับขี่แบบประหยัด Eco Coaching
-
มี
ระบบช่วยประหยัดน้ำมัน i-stop
มี
-
ระบบช่วยประหยัดพลังงาน i-ELOOP (Mazda Regenerative Braking System)
มี
-
กระจกไฟฟ้าและระบบ Jam Protection ที่ตำแหน่งคนขับ
มี
มี
ระบบเครื่องเสียง
หน้าจอสีสัมผัส ขนาด 7  นิ้ว
พร้อมปุ่มควบคุมอัจฉริยะ
จอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว แบบ Advance Touch
Bluetooth
มี
มี
ระบบจดจำเสียง (Voice Recognition)
มี
สั่งการด้วยเสียง Siri
USB
มี
มี
AUX
มี
มี
HDMI
-
มี
ช่องใส่ SD Card
มี
-
ลำโพง
6 ตัว
6 ตัว
Engine
เครื่องยนต์
ดีเซล SkyActiv-D 1499 CC.
เทอรโบแปรผัน 4 สูบ
เบนซิน 1497 CC. 4 สูบ 16 วาล์ว I-VTEC
พละกำลัง (แรงม้า/รอบต่อนาที)
105/4,000
117/6,000
แรงบิดสูงสุด (นิวตันเมตร/รอบต่อนาที)
250 /1,500-2,500
148/4,700
ระบบส่งกำลัง
SKYACTIV-DRIVE อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อมแมนนวลโหมด Activematic
CVT พร้อมระบบ Shifting Control Of Cornering Gravity ฿ G Design Shift
Safety
ระบบป้องกันล้อล็อก ABS พร้อมระบบกระจายแรงเบรก EBD
มี
มี
ระบบสัญญาณไฟฉุกเฉินเตือนอัตโนมัติ เมื่อเบรกกะทันหัน ESS (Emergency Signal System)
มี
มี
ระบบควบคุมเสถียรภาพและการทรงตัวของรถ
มี
มี
ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล TCS (Traction Control System)
มี
มี
ระบบช่วยออกตัวของรถขณะอยู่บนทางลาดชัน HLA (Hill Launch Assist)
มี
มี
ถุงลมนิรภัยคู่หน้า SRS
มี
มี
ถุงลมนิรภัยด้านข้าง
-
มี
ม่านถุงลมนิรภัย
-
มี
กล้องมองหลังปรับได้ 3 ระดับ
-
มี
เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงรั้งกลับและผ่อนแรงอัตโนมัติ
มี
มี
จุดยึดเบาะนั่งเด็กแบบ ISOFIX
มี
มี
กุญแจนิรภัย (Immobilizer)
มี
มี
Price
ราคา (บาท)
790,000
754,000


   สรุป...คือ ทั้ง Mazda 2 Hatchback และ Honda Jazz ใหม่ ก็ถือว่าเป็นหนึ่งใน B-Segment ท้ายตัด ที่เชื่อว่าหลายคนกำลังดสินใจซื้ออยู่ตอนนี้ แน่นอนที่สุดครับว่าทั้งคู่นั้นถือว่าอะไรที่น่าสนใจหลายอย่างด้วยกัน อย่างของใหม่ Mazda 2 นั้น ก็มีของแปลกใหม่อย่างเครื่องยนต์ดีเซลให้คนไทยได้ลองลิ้มลอง แต่ก็ต้องยอมรับกับราคาที่แพงกว่าเบนซินปกติอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำให้การจัดสรรออปชั่นไม่ได้กระจายแบบ Honda Jazz ที่มีออปชั่นเด่นๆให้เล่นกันตั้งแต่รุ่นกลางๆแล้ว และยังรองรับเชื้อเพลิง E85 ได้ด้วย ซึ่งแน่นอนด้วยค่าตัวที่ค่อนข้างสูง ทำให้ Mazda 2 ใหม่ ตัดสินใจลดทอนหลายสิ่งหลายอย่างจากสเปคนอกเพื่อให้ทำราคาแข่งกับคู่แข่งในไทยได้ แต่เชื่อว่าคนไทยทั้งหลายที่กำลังจะซื้อ เขาคงอยากจะซื้อเพราะความชอบและความสดใหม่ของมัน คงไม่มานั่งดราม่าเรื่องไฟหน้าแบบใครๆหลายคน Honda Jazz ก็มีดีที่สามารถซื้อไปต่อยอดเป็นรถแต่งซิ่งได้ ส่วน Mazda 2 ซื้อมาก็สวยจบไม่ต้องแต่งเลย แนะนำว่าถ้าไม่เน้นนั่ง 4-5 คนก็จัด Mazda 2 ถ้าอยากได้กว้างๆและออปชั่นอำนวยความสะดวกก็ตัด Honda Jazz ไป ส่วนผลการตัดสินครั้งนี้ ด้วยความที่มีดีต่างกัน อาจขาดตกบกพร่องในบางจุดของแต่ละรุ่น ซึ่งก็พอกัน ฉะนั้นครั้งนี้ ให้เสมอกันครั

Score
รูปร่างหน้าตา 5
4.5
4
ฟังก์ชัน 5
4.5
4.5
เครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง 5
4.5
4
ระบบความปลอดภัย 5
4
4.5
ราคา 5
4
4
ศูนย์บริการ 5
4
4.5
รวม 30
25.5
25.5
 

อยากติดตามข่าวสารรถใหม่ อัพเดตเร็วทันใจ คุยสารพัดเรื่องรถ 
กดไลค์แฟนเพจของ Cars New Update ด้านล่างได้เลยครับ!!!
   

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น