วันจันทร์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2558

ส่อง Mazda BT-50 Pro Minor Change ในแดนจิงโจ้กับความแตกต่างที่คนไทยต้องอิจฉา

  หลังจากการเปิดตัว Mazda BT-50 Pro Minor Change ในเมืองไทยกันไปแล้ว ซึ่งก็สร้างความคึกคักให้กับตลาดกระบะพอสมควร ทีนี้เราลองมาชม Mazda BT-50 Pro Minor Change ในเวอร์ชั่นออสเตรเลียกันบ้าง ซึ่งความน่าสนใจไม่ได้อยู่ตรงที่รูปร่างหน้าตาของรถ แต่มันอยู่ที่ออปชั่นและระบบความปลอดภัยของรถนั่นเอง
   รูปร่างภายนอก อย่างที่กล่าวไว้ย่อหน้าแรก ซึ่งก็มีหน้าตาที่ไม่ได้ต่างจากเวอร์ชั่นเมืองไทยเลย มีการปรับโคมไฟหน้าใหม่แบบเปิด-ปิดอัตโนมัติ และกระจังหน้าใหม่ให้เข้าธีม Kodo Design และปรับเปลี่ยนไฟท้ายพร้อมล้ออัลลอยลายใหม่ ซึ่งแม้จะปรับโฉมนิดเดียว ไม่ได้ปรับหนักๆแบบ Ford Ranger พี่ชายของมัน แต่ก็ทำให้กระบะ Mazda ใหม่นี้รถดูสวยงามและดูดีขึ้นมากเลยทีเดียว และยังคงความสปอร์ตตามแนวทางของค่ายเลย

   ทีนี้ขยับเข้ามาดูภายในห้องโดยสารกันบ้าง ซึ่งยังคงการออกแบบเดิมไม่ได้เปลี่ยนแปลง แต่ไฮไลต์สำคัญเลยที่คนไทยต้องอิจฉาคือการติดตั้งหน้าจอสัมผัสขนาด 7.8 นิ้ว พร้อมระบบวิทยุ CD MP WMA มีระบบการเชื่อมต่อ Bluetooth ช่องเสียบ USB AUX และระบบนำทาง ถึงจะเล่น DVD ไม่ได้ แต่แค่มีจอสัมผัสมาให้ คนไทยก็น่าจะอิจฉาแล้วครับ ความแตกต่างอีกอย่างคือในรุ่นสูงๆจะมีระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบแยกซ้าย-ขวา ซึ่งอันที่จริงมีตั้งแต่รุ่นก่อน Minor Change แล้ว ในขณะที่เมืองไทยยังเป็นแอร์ลูกบิดธรรมดาในรุ่นสูงๆอยู่เลย และนอกจากนี้ Mazda ใจเด็ดยังจัด Cruise Control ให้ในทุกรุ่นย่อยอีกด้วย
    สำหรับขุมพลังนั้นก็ไม่ได้ต่างจากเมืองไทย ซึ่งมีให้เลือก 2 ขุมพลัง ได้แก่
- เครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรล Di-THUNDER PRO VN TURBO เทอร์โบแปรผัน อินเตอร์คูลเลอร์ DOHC แบบ 4 สูบ 16 วาล์ว ขนาด 2.2 ลิตร แรงม้าสูงสุด 150 แรงม้าที่ 3,700 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 375 นิวตัน-เมตร ที่ 1,500-2,500 รอบต่อนาที

- เครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรล Di-THUNDER PRO VN TURBO เทอร์โบแปรผัน อินเตอร์คูลเลอร์ DOHC แบบ 5 สูบ 20 วาล์ว ขนาด 3.2 ลิตร แรงม้าสูงสุด 200 แรงม้าที่ 3,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 470 นิวตัน-เมตร ที่ 1,750-2,500 รอบต่อนาที

  ส่วนระบบความปลอดภัยนั้นก็เป็นอีกหนึ่งจุดที่คนไทยต้องอิจฉาตาร้อน เพราะทาง Mazda Australia เล่นจัดระบบความปลอดภัยทั้งระบบป้องกันและระบบช่วยเหลือต่างๆลงไปตั้งแต่รุ่นตอนเดียวจนมาถึงรุ่น 4 ประตูกันเลยทีเดียว ซึ่งก็ประกอบด้วย
- ระบบเบรก ABS/EBD/BA ทุกรุ่นย่อย
- ระบบควบคุมการทรงตัว DSC ทุกรุ่นย่อย
- ระบบป้องกันการลื่นไถล TCS ทุกรุ่นย่อย
- ไฟเบรกฉุกเฉิน ESS ทุกรุ่นย่อย
- ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HLA ทุกรุ่นย่อย
- ระบบช่วยลงเขา HDC (ในรุ่น 4x4)
- ระบบล็อคเฟืองท้าย Locking Rear Differential พร้อมสวิตซ์เปิด-ปิด (ในรุ่น 4x4)
- ระบบป้องกันการพลิกคว่ำ RSC ทุกรุ่นย่อย
- ระบบควบคุมการทรงตัวเมื่อบรรทุก LAC ทุกรุ่นย่อย
- ระบบควบคุมการทรงตัวขณะลากจูง TSC ทุกรุ่นย่อย
- ถุงลมนิรภัยคู่หน้า SRS ทุกรุ่นย่อย
- ถุงลมนิรภัยด้านข้างตั้งแต่รุ่น Freestyle Cab
- ถุงลมนิรภัยม่านด้านข้างในรุ่น Single Cab ทุกรุ่นย่อย
- ม่านถุงลมนิรภัยรอบคันหน้า-หลังตั้งแต่รุ่น Freestyle Cab
- กล้องมองหลัง

   เห็นออปชั่นโหดขนาดนี้บอกเลยว่า แม้แต่ผมเองยังอิจฉาแทนคนไทยหลายคนเลย เพราะ ทางออสเตรเลียเล่นจัดออปชั่นมาเสียขนาดนี้ อันเนื่องมาจากในประเทศออสเตรเลียนั้น Mazda ขายดีมากๆ เลยทำให้ทาง Mazda เห็นความสำคัญในตลาด โดยราคาค่าตัวของเวอร์ชั่นออสเตรเลียเริ่มที่ 25,570 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ประมาณ 649,864 บาทไทย) จนถึงรุ่นท็อปสุด 53,790 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ประมาณ 1,367,078 บาทไทย)

มาร่วมพูดคุยกันสนุกๆเรื่องรถยนต์ประดุจเพื่อนข้างกาย 
พร้อมเกาะติดข่าวการเปิดตัวรถใหม่กันแบบฉับไว
กดไลค์แฟนเพจของ Cars New Update ด้านล่างได้เลยครับ!!!
   

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น