วันศุกร์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2558

แอบถ่าย Mazda CX-3 วิ่งทดสอบในเมืองไทย เจอกันพฤศจิกายนปีนี้ พร้อมข้อมูลและสเปคคร่าวๆ

  เชื่อขนมกินได้เลยว่าคนไทยหลายคนนั้น ต้องรอคอยการเปิดตัวของรถอเนกประสงค์รุ่นเล็กอย่าง Mazda CX-3 ที่ปัจจุบันตอนนี้ออกมาวิ่งทดสอบบนท้องถนนเมืองไทยกันอย่างสนุกสนานและก็มีหลายคนที่สังเกตการณ์ได้ และสามารถถ่ายรูปเก็บไว้มาเผยแพร่ตามโลกโซเชียล


   และล่าสุดสมาชิกเพจ Cars New Update ของเรา คุณ Dol Watcharakorn สามารถจับภาพของ Mazda CX-3 ที่ออกมาวิ่งบนท้องถนนเมืองไทยได้ โดยสามารถจับภาพได้แถวๆหน้าโรงงาน AAT จ.ระยอง ซึ่งน่าจะเป็นจุดที่พบรถทดสอบของค่าย Mazda และ Ford ออกมาวิ่งกันบ่อยๆ ซึ่งสมาชิกของเราก็ยังบอกอีกว่า ได้พบเห็นรถทดสอบของ Ford และ Mazda บริเวณแถวนี้หลายๆครั้งอีกด้วย


    ซึ่งหน้าตาของรถไม่ต้องเดา เพราะน่าจะเห็นตามโซเชียลกันบ่อยๆ  โดยจะมากับกระจังหน้าทรงห้าเหลี่ยม Signature Wing อันเป็นแนวการออกแบบดีไซน์แบบ Kodo Design ที่ทำให้รถดูพลิ้วไหว ดูไปดูมาเหมือนกับการนำ CX-5 มาย่อส่วน ไฟหน้ารถออกแบบให้ดูเหลี่ยมๆ หลอดไฟภายในคล้าย Mazda 2 ช่องกระจังหน้าเป็นแถบเส้นตรงคาดผ่าน กรอบไฟตัดหมอกดูโฉบเฉี่ยวพลิ้วไหว ต่อเนื่องไปถึงเส้นสายด้านข้างที่ดูสปอร์ต ทำให้แอบนึกถึง Lexus CT200h บ้าง มุมมองด้านท้ายเหมือนเจ้า 2 เด๊ะ มีการเพิ่มโป่งรอบคันและยกสูงตัวรถเพื่อให้ดูเป็นรถเอสยูวีมากขึ้น


      ส่วนภายในไม่ต้องพูดถึง เพราะยกมาจาก Mazda 2 ทั้งกระบิเลย เพียงแค่ตกแต่งให้ดูสปอร์ตมากกว่าเดิม มีการตกแต่งฐานเกียร์ใหม่เล็กน้อย และบริเวณแผงข้างประตูใหม่ รวมทั้งบริเวณคอนโซล โดยเพิ่มโทนสีแดงเข้ามาในบริเวณดังกล่าวเพื่อให้ดูสปอร์ตขึ้น ของเล่นแจ่มๆที่มีในรุ่นพี่และรุ่นน้องก็มาครบ ทั้งหน้าจอ Active Driving Display ระบบ MZD Connect รวมทั้งแพ็คเกจความปลอดภัย i-ACTIVSENSE

   ส่วนขุมพลังนั้นมีการยืนยันแล้วว่าจะมากับเครื่องยนต์ดีเซล 1.5 ลิตร กำลังสูงสุด 105 แรงม้า ที่ 4,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร ที่ 1,500-2,500 รอบ/นาที ที่อาจจะวางให้เป็นตัวท็อปของเมืองไทย และยังมีเครื่องยต์เบนซิน 2.0 ลิตร กำลังสูงสุด 165 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 210 นิวตันเมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที


  ส่วนฟังก์ชันความปลอดภัยและอื่นๆนั้น เรามีข้อมูลจากเว็บ Headlightmag ที่ลงไว้ในเว็บบอร์ด ซึ่งจะมีระบบดังต่อไปนี้ครับ 
– ระบบ Infotainment MZD Connect
– ระบบควบคุมไฟหน้าสูง-ต่ำ อัตโนมัติ High Beam Control (HBC)
– ระบบตรวจจับรถในจุดบอด Blind Spot Monitoring System (BSMS)
– ระบบเตือนให้อยู่ในช่องจราจร Lane Departure Warning (LDW)
– ระบบตรวจจับรถขณะออกจากช่องจอด Rear Cross Traffic Alert (RCTA)
– ระบบเตือนการชนด้านหน้าและชะลอความเร็ว Smart City Brake Support (SCBS)
– ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง (คู่หน้า-ด้านข้าง-ม่านนิรภัย)
– ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว Dynamic Stability Control (DSC)
– ระบบป้องกันการลื่นไถล Traction Control System (TCS)

– กล้องมองภาพขณะถอยจอด Rear view camera

  สำหรับราคาค่าตัวของรถนั้นน่าจะเริ่มต้นที่ 8xx,xxx บาท จนถึงตัวท็อปที่น่าจะมีราคาไม่เกิน 1.1 ล้านบาท แต่จะเกินหรือไม่เกิน ก็ต้องรอดูการเปิดตัวในช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้ครับ

ขอบคุณภาพจาก Dol Watcharakorn และข้อมูลจากเว็บ Headlightmag

มาร่วมพูดคุยกันสนุกๆเรื่องรถยนต์ประดุจเพื่อนข้างกาย 
พร้อมเกาะติดข่าวการเปิดตัวรถใหม่กันแบบฉับไว
กดไลค์แฟนเพจของ Cars New Update ด้านล่างได้เลยครับ!!!
   

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น