วันอาทิตย์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

Eco Car EP.1 : ว่าด้วยเรื่องเกี่ยวกับอีโคคาร์ ตอนที่ 1

  ถ้าพูดถึงช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานี้ ดูเหมือนว่ากระแสรถ Eco Car หรือ City Car ที่เป็นรถขนาดเล็ก ได้รับเสียงตอบรับจำนวนมาก ทำให้มีรถ Eco Car ออกสู่ตลาดมากขึ้น จากเดิมที่มีค่ายเดียว ปัจจุบันมีหลายค่ายเลยทีเดียว และมี 10 กว่ารุ่นให้เลือก บางค่ายมีทั้งแบบ 4 ประตูหรือ 5 ประตูเพื่อให้ตรงใจลูกค้าอย่างเรามากที่สุดครับ

   ปัจจัยหลักๆเลยที่ทำให้ตลาดรถ Eco Car กำลังเติบโตก็เพราะว่าเรื่องของเศรษฐกิจ ค่าครองชีพและความแออัดในเมืองกรุง ราคาน้ำมันที่สูงกว่าประเทศอื่นเค้า เหตุผลสำคัญของคนที่ซื้อรถแนวนี้ก็เพราะ อยากได้รถที่ประหยัดน้ำมัน รูปทรงกะทัดรัด คล่องตัว ไปไหนมาไหนสบาย ใช้งานในเมืองสะดวก เช้าจอดง่าย


   และจุดสำคัญคือราคาที่ไม่ได้สูงมากกว่า ราคาจะอยู่ในช่วง 4 แสนต้นๆ-5 แสนปลายๆ อาจถูกหรือแพงกว่านั้นเล็กน้อย ก็ไม่น่าใช่ปัญหามากเพราะยังเป็นราคาที่จับต้องได้ง่ายอยู่ เหมาะกับกลุ่มคนที่เพิ่งทำงานใหม่ๆ มีครอบครัว นักศึกษา หรือเป็นรถคันแรก ที่พอมีกำลังผ่อนได้ โดยเฉพาะช่วงแคมเปญรถคันแรกของรัฐบาลที่ทำให้รถกลุ่มนี้ได้อานิสงส์ไปด้วยแม้อาจจะได้ไม่เต็ม 1 แสนบาทก็ตาม

   หลังจากนั้นก็มียอดจองถล่มทลาย ทำให้มีมือใหม่หัดขับเกิดขึ้นมามาก บางคนขับรถไม่เป็นก็ขอใช้สิทธิ์ไว้ก่อน รู้จักรถบ้างไม่รู้จักบ้างก็จองไว้ก่อน ฝากชื่อซื้อก็มีไม่น้อย ทำไปตามกระแสอยากได้ของถูก หลายคนที่มีเงินเดือนพอผ่อนรถก็จะซื้อ แม้แต่แม่บ้าน คนใช้ยังหาซื้อเลย นั่นคือยกแรก ยกสองนั้นก็ด้วยการจองที่มากทำให้รถล้นตลาด ทิ้งใบจองกันเป็นทิวแถว ทำให้รถที่ผลิตค้างสต็อก จากอาบแดดนาน ทำให้หลายค่ายรถต้องเทโปรล้างสต็อกแบบสุดซอย งัดแคมเปญดอก 0% ผ่อนเริ่มต้นไม่ถึง 4 พันบาท กระตุ้นต่อมความอยากได้ขึ้นมาอีกนิด มีมือใหม่เกิดขึ้นพอสมควร แต่น้อยกว่ากลุ่มแรกที่เกาะกระแสรถคันแรก จึงอยากให้ผู้ใช้มือใหม่ซิงๆทำความรู้จักกับรถอีโคคาร์กันก่อนครับ


  ข้อดีของรถพวกนี้ก็คือ เป็นรถราคาถูก เครื่องยนต์เล็กที่กินน้ำมันในช่วง 18-20 กม./ลิตรเป็นอย่างน้อย ค่าบำรุงต่ำ อุปกรณ์น้อยชิ้น ส่วนต่างๆน้อยกว่ารถทั่วไป ตัวรถกะทัดรัด คล่องตัว เหมาะกับการขับขี่ในเมือง หาที่จอดง่าย รวมถึงปล่อยไอเสียต่ำ ส่วนข้อเสียคือ เมื่อตัวรถเล็กแล้ว ห้องโดยสารก็ย่อมเล็กตามด้วย คนตัวใหญ่อาจไม่สะดวกถ้าใช้รถแนวนี้ เพราะบางครั้งนั่งด้านหน้าไหล่แทบจะแตะกันเลยละครับ และตัวรถที่นั่งได้น้อย เหมาะกับครอบครัว 3 คน คือ ไม่เกิน 4 คน ที่จุสัมภาระได้น้อยเพราะไม่ค่อยมีพื้นที่ โดยเฉพาะรุ่น 5 ประตูจะแคบกว่า 4 ประตูมาก

   เครื่องยนต์เล็กมีขนาดไม่เกิน 1.3 ลิตร ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้เครื่องยนต์ 1.2 ลิตร หรือ 1200 ซีซี. มีทั้งแบบ 3 สูบและ 4 สูบแบบเพลาราวลิ้นเดี่ยว (SOHC) และเพลาราวลิ้นคู่...ทวินแคม (DOHC) มีทั้งแบบวาล์วแปรผันและไม่แปรผัน แล้วแต่ผู้ผลิตออกแบบมา แรงม้ามีตั้งแต่ 70-90 แรงม้า เน้นเรื่องประหยัดโดยเฉพาะ มีความประหยัดที่ประมาณ 20 กม./ลิตร ซึ่งนั้่นถือว่าเป็นรถ Eco Car จริงๆ แต่มีข้อแม้ว่าต้องวิ่งชิลล์ๆ ไปเรื่อยๆ ถึงจะได้ความประหยัดแบบนั้น 

อัตราทดเกียร์ออกแบบมาสำหรับประหยัดเพื่อฉุดลาก เหมาะสมกับแรงม้าและแรงบิดของเครื่องนั้นๆ รวมถึงน้ำหนักตัวรถ แต่ถ้าเอาไปบรรทุก นั่งกันเต็ม 4 คน จะทำให้เครื่องยนต์ทำงานหนัก การกดคันเร่งในการออกตัว โดยเฉพาะตอนรถติดหนักๆ อาจจะทำอัตราสิ้นเปลืองได้ไม่สวยนัก หรือการขับขี่ในย่านความเร็วสูง ทำให้รอบเครื่องสูงกว่า รถที่เครื่องใหญ่ในความเร็วที่เท่ากันเพราะรถเครื่องใหญ่ เรามีแรงบิดและแรงม้ามากกว่า จะอัตราทดเกียร์ต่ำกว่า เช่น ที่ความเร็ว 100 กม./ชม รถเครื่องใหญ่อาจใช้รอบเพียง 2,200 รอบ/นาที แต่รถเครื่องเล็กอาจใช้ถึง 3,000 รอบ/นาที หรือมากกว่า ยิ่งถ้าวิ่งความเร็วสูงกว่านี้อาจทำให้รถเครื่องเล็กๆกินน้ำมันมากกว่ารถเครื่องใหญ่และยังส่งผลให้เกิดการสึกหรอตามมา ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปกติ ถ้าใช้งานไม่ถูกต้องกับประเภท

 ดังนั้น ถ้าใช้งานหนัก เดินทางไกล เน้นบรรทุกของเยอะ ไม่ควรเลือกใช้รถแนวนี้ ส่วนรถประเภทนี้ถ้าวิ่งที่ความเร็ว 60-80 กม./ชม.แบบไม่บรรทุกจะประหยัดมาก แต่ความเร็วแค่นี้ต้องขับระวังด้วย เพราะช้ากว่าชาวบ้านเขามาก จึงเหมาะกับการวิ่งในเมืองมากกว่าครับ



   และนอกจากนี้รถยังมีค่าบำรุงรักษาที่ต่ำ เพราะเป็นรถขนาดเล็ก เครื่องเล็ก ชิ้นส่วนอะไหล่น้อยกว่ารถทั่วๆไป ชิ้นส่วนอะไหล่ต่อชิ้นจะถูกกว่า การเปลี่ยนชิ้นส่วนสิ้นเปลืองต่างๆจะน้อยกว่ารถใหญ่ เช่น น้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ จำนวนลิตร จำนวนชม.ที่ใช้จะน้อยกว่า และแน่นอนถ้าคุณลองทำตารางเทียบรถเล็กพวกนี้กับรถใหญ่กันแบบปีต่อไป คำบำรุงรักษามันต่ำกว่ามาก ทั้งนี้ยังรวมค่าบำรุงรักษาต่างๆอีก เช่น ค่าล้างรถ ค่าเคลือบสี ค่าทำสี ค่ายางอีก เมื่อเป็นรถเล็ก ค่าใช้จ่ายมันก็จะน้อยลงจากรถใหญ่อีกพอสมควรเลยครับ

   และนี่คือส่วนหนึ่งของข้อดี-ข้อเสียและความเข้าใจในรถประเภท Eco Car ซึ่งยังมีในส่วนการใช้งาน การดูแลรักษา เงื่อนไข การรับประกันอีกครับ ซึ่งมันคงจะยืดยาว ทำให้ท่านผู้อ่านเมื่อยตาเอาได้ ดังนั้นเราจะขอกล่าวในตอนต่อไปครับ ฉะนั้นติดตามกันให้ดีๆเน้อ...
เรียบเรียงข้อมูลจากนิตยสาร Auto Bild Vol.23 วันที่ 1/12/2013
 แนะนำ ติชม พูดคุย ติดตามข่าวสารรถใหม่ฉับไวก่อนใครกับ Cars New Update ที่นี่!!


 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น