วันอังคารที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

เปิดตัว Honda Accord Hybrid ในไทย : มาซะทีกับรถซีดาน Full Hybrid สุดหรู

    หลังจากที่ปล่อยให้คยไทยหลายคนรอคอยกันมานานแสนนาน ตอนแรกก็คิดว่าจะเปิดตัวที่บางกอกมอเตอร์โชว์ก็ไม่มีวี่แววหรือไม่มีข่าวอะไร จนกระทั่งเมื่อช่วง 3 อาทิตย์ก่อนที่เราเพิ่งได้รับข่าวมาว่า Honda จะเปิดตัวรถใหม่ นั่นคือ Accord Hybrid ทำให้รู้สึกดีที่จะได้ไม่ต้องรออีกต่อไปแล้วครับ

   และวันที่ 1 ก.ค. Honda ก็ได้ฤกษ์เปิดตัว Honda Accord Hybrid เป็นที่เรียบร้อย ซึ่งเจ้าคันนี้เป็นรถไฮบริดแบบเต็มรูปแบบ ไม่ใช่ระบบอันล้าหลังของ Camry Hybrid แล้ว ซึ่งเจ้า Accord Hybrid นั้นมากับระบบ Sport Hybrid i-MMD (Sport Hybrid Intelligent Multi-Mode Drive) แบบ Full Hybrid ที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุด ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ Atkinson Cycle DOHC i-VTEC ขนาด 2.0 ลิตร ซึ่งพัฒนาขึ้นภายใต้ EarthDream Technology สำหรับระบบไฮบริดโดยเฉพาะ ผสานการทำงานกับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว และเกียร์ E-CVT พร้อมด้วยแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนประสิทธิภาพสูง ให้สมรรถนะการขับขี่อันทรงพลัง ประหยัดพลังงาน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม


   คุณพิทักษ์ พฤทธิสาริกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารปฏิบัติการ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เผยว่า ในปี 2556 ฮอนด้าได้เปิดตัว Honda Accord เจนเนอเรชั่นที่ 9 และได้การตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้าชาวไทยด้วยยอดขายสะสมกว่า 18,000 คัน (มี.ค. 56 - มิ.ย. 57) มีส่วนแบ่งทางการตลาดสูงสุด และครองอันดับ 1 ในกลุ่มรถยนต์นั่งประเภทครอบครัว Honda มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจตามพันธสัญญาด้านสิ่งแวดล้อมเสมอมา พร้อมกับการสร้างสรรค์ยนตรกรรมให้ก้าวล้ำไปอีกขั้น จึงได้ต่อยอดการพัฒนายานยนต์ที่ผสานเทคโนโลยีไฮบริดอันล้ำสมัย เพื่อความเป็นที่สุดแห่งความสมบูรณ์แบบของเทคโนโลยีไฮบริด


   Honda Accord Hybrid ใหม่เปิดตัวในประเทศญี่ปุ่นเมื่อเดือนมิถุนายน 2556 และเปิดตัวในประเทศสหรัฐอเมริกา และแคนาดา เมื่อเดือนตุลาคม 2556 ประเทศไทยจึงนับเป็นประเทศที่ 4 ในโลกที่เปิดตัวรถยนต์รุ่นนี้ (ตามหลังญี่ปุ่น 1 ปีกว่าเต็มๆครับ) Honda Accord Hybrid เป็นยนตรกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยระบบ Sport Hybrid Intelligent Multi-Mode Drive หรือ i-MMD แบบ Full Hybrid ที่ล้ำสมัยที่สุด ให้สมรรถนะการขับขี่ที่ดีเยี่ยม และให้อัตราการประหยัดน้ำมันสูงถึง 23.6 กม./ลิตร* สูงที่สุดในกลุ่มรถยนต์ระดับเดียวกัน และนับเป็นนวัตกรรมไฮบริดที่มีประสิทธิภาพสูงสุด"

*จากการทดสอบในห้องทดสอบตามมาตรฐาน มอก. 2540 - 2554 และคำนวนตามข้อกำหนดทางเทคนิค UNECE Reg. 101 (อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงดังกล่าวอาจแตกต่างจากการใช้งานจริง ทั้งนี้เนื่องมาจากปัจจัยที่ต่างกัน)


   พูดถึงหน้าตาของรถนั้นหลายคนอาจจะผิดหวังและได้กินแห้ว เชื่อว่าหลายคนอยากได้ Honda Accord Hybrid มีหน้าตาที่หล่อเหลาแบบเวอร์ชั่นญี่ปุ่น แต่ด้วยเหตุอันใด ทำไม Honda เราไม่เอาหน้าญี่ปุ่น แต่เอาหน้าตาแบบอเมริกามาขาย ซึ่ง ณ จุดๆนี้ อยากบอกว่า "ไม่ใจเลยครับ" ซึ่งหน้าตาของ Honda Accord Hybrid เวอร์ชั่นบ้านเราก็อย่างที่บอก มันจะอิงมาจากเวอร์ชั่นอเมริกา กระจังหน้าใหม่ตกแต่งด้วยเลนส์สี clear blue,ไฟหน้าแบบ LED ตกแต่งด้วยกรอบไฟสีฟ้า,ไฟท้ายแบบ LED ใหม่ ตกแต่งด้วยเลนส์สี clear blue,เสาอากาศแบบครีบฉลาม (Shark Fin) และ Sun Roof พร้อมระบบ One-touch ส่วนล้ออัลลอยในรุ่น Hybrid Tech จะมีให้เลือกแบบ 18 นิ้ว ส่วนรุ่น Hybrid จะเป็น 17 นิ้ว




   ภายในก็ไม่ได้มีอะไรต่างจากตัวปกติเลยครับ มีโทนสีภายในทั้งเบจและดำ จะต่างก็ตรงที่มาตรวัดที่ออกแบบให้ล้ำสมัยกว่าตัวปกติ และปุ่ม EV ตรงคันเกียร์ มาพร้อมฟังก์ชันต่างๆ ได้แก่ ระบบสั่งการแบบอัจฉริยะควบคุมระบบเครื่องเสียง ระบบนำทางเนวิเกเตอร์ ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์ไร้สาย และข้อมูลรถยนต์ผ่านหน้าจอระบบสัมผัสขนาด TFT 8 นิ้ว (รุ่น Hybrid 7.5 นิ้ว) และที่น่าแปลกคือ ตัวท็อป ไม่มีช่องเชื่อมต่อ HDMI เครื่องเสียงไม่ใช่แบบ Advance Touch ไม่มีระบบสั่งการด้วยเสียง เหตุก็เพราะว่า สระบบควบคุมพวกนี้ถูกจุในหน้าจอควบคุมอัจฉริยะแบบสัมผัส ที่มีแค่รุ่น Hybrid Tech เท่านั้น พร้อมด้วยพวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชั่นที่ให้การควบคุมระบบต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดาย และปุ่มควบคุมแบบ Interface Dial
 
   ด้านเครื่องยนต์นั้น Honda Accord Hybrid ขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง เบนซิน 4 สูบ 16 วาล์ว Atkinson-cycle Double Over Head Camshaft (DOHC) i-VTEC ขนาด 2.0 ลิตร ซึ่งพัฒนาขึ้นภายใต้ EarthDream Technology สำหรับระบบไฮบริดโดยเฉพาะ มากับพละกำลัง 143 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 165 นิวตัน-เมตรที่ 4,500 รอบต่อนาที ผนวกเข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ที่ให้กำลังสูงสุด 169 แรงม้า แรงบิดสูงสุดถึง 307 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์ E-CVT และแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ที่ให้ประสิทธิภาพสูงในการชาร์จและจ่ายกระแสไฟได้ดีกว่า จึงสามารถขับขี่ได้ต่อเนื่องยาวนานในโหมดการขับขี่ด้วยไฟฟ้า นับเป็นระบบไฮบริดแบบ Full Hybrid ที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดเท่าที่เคยมีมา (ขณะที่ Camry Hybrid ยังไม่ใช่ระบบ Full Hybrid รุ่นปัจจุบันยังคงหากินกับอะไรเก่าๆต่อไป) ซึ่งให้สมรรถนะการขับขี่ที่เร้าใจ ตอบสนองได้อย่างดีเยี่ยม และประหยัดพลังงาน 


ระบบไฮบริดแบบอัจฉริยะที่สามารถปรับเปลี่ยนโหมดการขับขี่ให้เหมาะสมกับทุกสภาพการขับขี่ได้ถึง 3 โหมด ดังนี้
   1. โหมดการขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า (EV Drive Mode) มอเตอร์จะขับเคลื่อนล้อด้วยพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ และในขณะลดความเร็วจะเปลี่ยนพลังงานที่เกิดจากการลดความเร็วนั้นให้เป็นพลังงานไฟฟ้า และชาร์จกลับไปยังแบตเตอรี่ ซึ่งในระบบนี้จะให้ทั้งสมรรถนะการขับขี่ที่ดีเยี่ยม และความเงียบเช่นเดียวกับรถยนต์ไฟฟ้า เป็นระบบที่เหมาะสมกับการขับขี่ในเมือง


   2. โหมดการขับขี่ด้วยระบบไฮบริด (Hybrid Drive Mode) เป็นระบบขับเคลื่อนที่ใช้พลังงานไฟฟ้าที่เกิดจากเครื่องยนต์ และพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ ผสานกำลังในการขับเคลื่อนมอเตอร์ไฟฟ้า ทำให้เกิดแรงบิดสูงสุดอย่างรวดเร็ว มีอัตราเร่งที่ตอบสนองทันใจ และในขณะลดความเร็ว เครื่องยนต์จะหยุดทำงาน และชาร์จไฟกลับอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นระบบที่เหมาะสมกับการขับขี่ในขณะเร่งความเร็ว


   3. โหมดการขับขี่ด้วยเครื่องยนต์ (Engine Drive Mode) พลังขับเคลื่อนจะมาจากเครื่องยนต์ โดยชุดล็อกอัพคลัตช์ที่อยู่ในเกียร์ E-CVT จะเชื่อมต่อกับเครื่องยนต์ และส่งกำลังจากเครื่องยนต์ไปยังล้อโดยตรง ซึ่งให้ประสิทธิภาพสูงและแรงเสียดทานต่ำ เป็นระบบที่เหมาะสมกับการขับขี่ด้วยความเร็วสูงคงที่


   นอกจากนี้ ยังมีหน้าจอแสดงผลการจ่ายไฟและชาร์จไฟของระบบไฮบริด (Power and Charge Meter) และสวิตช์ควบคุมโหมดการขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า Eco Coaching ระบบแสดงผลการขับขี่แบบประหยัดน้ำมัน รวมทั้งปุ่ม Econ Mode ควบคุมการใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และใครคิดว่ารถคันนี้รองรับ E85 ได้ เสียใจครับ รุ่น Hybrid รับได้สุดๆ แค่ E20 เท่านั้นจ้า


   ส่วนระบบความปลอดภัยนั้นยังคงให้มาเต็มๆไม่มีกั๊ก ด้วยโครงสร้างตัวถังแบบ G-Force Control (G-CON) ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก ABS พร้อมระบบกระจายแรงเบรก EBD,ระบบควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง VSA,ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน HSA,สัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน ESS,ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน Honda LaneWatch,กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมอง 3 ระดับ,ระบบถุงลม 6 ตำแหน่ง ได้แก่ ถุงลมคู่หน้า Dual i-SRS,ถุงลมด้านข้างคู่หน้าอัจฉริยะ (i-Side Airbag) ม่านถุงลมด้านข้าง (Side Curtain Airbags) และฟังก์ชั่นใหม่ล่าสุด เสียงเตือนคนภายนอกรถ ขณะขับขี่โหมดมอเตอร์ไฟฟ้า โดยระบบจะส่งเสียงเตือนผู้ที่อยู่ภายนอกรถสามารถรับรู้ว่ามีรถเคลื่อนตัวอยู่ในระยะใกล้ ระบบนี้มีใน Accord Hybrid ใหม่ทุกรุ่นย่อยครับ นอกจากนี้ ยังเพิ่มความปลอดภัยยิ่งขึ้นด้วยระบบเตือนการชนด้านหน้าด้วยเรดาห์พร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Brake System: CMBS) และระบบไฟส่องสว่างด้านข้างอัตโนมัติ (Active Cornering Light) Camry Hybrid เห็นแบบนี้ อายไหมครับ มาครบๆแต่ทีแรก ดีกว่ามาแล้วให้คนด่าแล้วมาเพิ่มทีหลัง แบบนี้มันไม่ปลื้มอะครับ ตรงๆเลย


   Honda Accord Hybrid มีสีตัวถังให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีดำคริสตัล (มุก) สีเทาโมเดิร์นสตีล (เมทัลลิก) สีเงินอลาบาสเตอร์ (เมทัลลิก) และสีขาวออร์คิด (มุก) และ 2 รุ่นย่อยคือ รุ่น Hybrid ราคา 1,659,000 บาท และ รุ่น Hybrid Tech ราคา 1,899,000 บาท ใครอยากได้ดำครัสตัล (มุก) ก็เพิ่มเงินอีก 8,000 บาท ส่วนสีขาวออร์คิด (มุก) ก็บวกไปอีก 12,000 บาท มองผิวเผินหลายคนอาจคิดว่าทำไมเครื่องแค่ 2.0 ลิตร ราคาขนาดนี้แพงจัง แต่เทียบกับสิ่งที่ได้มาหลายอย่าง เมื่อมาเทียบรัศมีกับ Camry Hybrid แล้ว มันเหนือชั้นกว่าเยอะ แล้วจะรู้สึกว่าเงิน 1.899 ล้านที่เสียไปมันไม่เสียดายเลยครับ โดย Honda รับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง และรับประกันอายุการใช้งานแบตเตอรี่ถึง 10 ปี เมื่อจองหรือรับรถภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2557 นี้ครับ

   Honda Accord Hybrid ตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 6,000 คัน/ปี สำหรับความเห็นผู้เขียน ไม่น่าใช่เรื่องยาก สำหรับยอดขายขนาดนี้ ด้วยออปชั่นที่มากและคุ้มค่าสมราคา เมื่อเทียบกับเจ้าตลาด ซึ่งการมาของ Honda Accord hybrid น่าจะทำให้ Toyota Camry Hybrid เงิบได้ ซึ่งเราน่าจะได้ความเคลื่อนไหวของเจ้าตลาดในอีก 4-5 เดือนแน่ แต่ยังไงก็ตาม แม้ออปชั่นและของเล่นจะเยอะ แต่ก็ต้องรอดูระยะยาวว่า Honda จะสามารถทะลายกำแพงอันแสนบอบบางของ Camry Hybrid ได้หรือไม่ บอกเลยว่าอย่าเพิ่งรีบนับศพทหารเลย เพราะสงครามยังไม่ทันเริ่ม
   

 แนะนำ ติชม พูดคุย ติดตามข่าวสารรถใหม่ฉับไวก่อนใครกับ Cars New Update ที่นี่!!


 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น