วันอังคารที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

Eco Car EP.2 : ว่าด้วยเรื่องเกี่ยวกับอีโคคาร์ ตอนที่ 2

  ต่อจากบทความ "Eco Car EP.1 : ว่าด้วยเรื่องเกี่ยวกับอีโคคาร์ ตอนที่ 1" นะครับ หลังจากที่คราวก่อนเราพูดถึงตัวตนของรถประเภทอีโคคาร์ จุดประสงค์การออกแบบเพื่อการใช้งานของรถแนวนี้ รวมทั้งข้อดีข้อเสียของรถยนต์พวกนี้ด้วยครับ 

    อย่างที่เคยกล่าวไว้ว่ารถพวกนี้จะกินน้ำมันแถวๆ 18-20 กม./ลิตร ค่าบำรุงรักษาต่ำกว่ารถใหญ่ๆ คุณภาพวัสดุอาจแตกต่างจากรถใหญ่ๆบ้าง ตัวรถขนาดเล็กกะทัดรัดทำให้ค่าใช้จ่ายน้อยตามไปด้วย มีความคล่องตัวสูง เหมาะกับการขับขี่ในเมือง เข้าจอดสะดวก


   นอกจากนี้ แม้จะเป็นรถเล็ก แต่ว่ามีมาตรฐานสากลที่ต้องผ่าน UNECE 94/95 จากการชนปะทะด้านหน้าแบบตรงและเฉียง รวมถึงการชนด้านข้างด้วย

   และข้อดีอีกอย่างที่คนไทยมองข้ามก็คือการปล่อยไอเสียและทำให้โลกร้อน ซึ่งรถประเภทนี้ต้องผ่านมาตรฐาน Euro 4 เป็นอย่างต่ำ และปล่อยไอเสียไม่เกิน 120 กรัม/กม. และก็ถือเป็นความรับผิดชอบต่อเจ้าของรถและผู้ผลิตภัณฑ์ต่อสังคมและโลกด้วยครับ

   เรื่องการใช้รถที่ปล่อยมลพิษน้อยๆ ถือเป็นกระแสที่เริ่มชัดเจนขึ้นเพราะเท่ากับผู้ใช้รถลดโลกร้อนไปด้วยโดยอัตโนมัติ โดยเฉพาะในประเทศแถบตะวันตกที่เคร่งเรื่องนี้กันมาก ถึงกับไม่ยอมให้รถที่ปล่อยมลพิษเยอะๆออกมาวิ่งบนถนนเลย ซึ่งในไทยก็เริ่มมีบ้างในบริษัทต่างชาติ ที่มีนโยบายจะใช้รถที่ปล่อย CO2 น้อยๆ เป็นต้น ก็ถือว่าเป็นเรื่องดีครับ


   ย้อนกลับมาที่เจ้าของรถใหม่อีกครั้งครับ ซึ่งใหม่ซิงๆจริงๆชนิดที่ยังไม่รู้เรื่องรถ ไม่เคยมีรถเลย และไม่รู้จะเอาไงต่อกับรถที่ได้รับมา บางครั้งก็ตื่นเต้นจนทำอะไรไม่ถูกเลย รีบๆรับรถตามที่พนักงานบอก ทำให้ข้อมูลที่พนักงานขายบอกมาจำได้บ้าง ลืมบ้าง และเสียผลประโยชน์ไปโดยปริยาย

   ดังนั้นเราต้องใส่ใจกับขั้นตอนการรับรถให้ดีครับ เพราะแต่ละขั้นนั้นสำคัญเอามากๆ ถ้าเราไม่ดูให้ดีและยังเกรงใจเซลล์ขายรถ อาจทำให้เกิดเรื่องเกิดราวได้ โดยเฉพาะรถที่เก็บไว้ 6 เดือน-1 ปี หรือรถค้างสต็อกเอามาโละขาย ต้องระวังอย่างยิ่งเลย

   รถพวกนี้ก่อนจะส่งมอบให้เรา เขาจะทำการตรวจ PDI กันก่อนทั้งจากโรงงานและศูนย์บริการ หากมีร่องรอยหรือสีตัวถังที่เก็บไว้นาน รอยถลอกอันเกิดจากการเคลื่อนย้าย จะต้องแก้ไขและทำให้เสร็จก่อนที่รถจะถึงมือเรา สำหรับการรับรถใหม่ทั้งพนักงานและลูกค้าอย่างเราๆ ควรนัดหมายล่วงหน้าก่อน ไม่ควรรีบร้อน เพราะบางครั้งการติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติม เช่น ฟิล์ม กรอบป้ายทะเบียน สครัพเพลท หรืออะไรต่างๆต้องใช้เวลาทำพอสมควร

     เมื่อถึงเวลารับรถ ก็ต้องตรวจว่า ของแถมครบตามรายการหรือไม่ พ่นสีเรียบร้อยยัง รับประกันนานกี่ปี ต้องนำรถมาพ่นทุกๆกี่เดือน มีการแถมเคลือบสีฟรีหรือไม่และมีกี่ครั้ง หรือลดในราคาพิเศษให้ เอกสารใบรับประกันฟิล์ม ประกันกี่ปี อะไรพวกนี้ครับ

   การรับประกันตัวรถ (warranty) มือใหม่ต้องทำความคุ้นเคยให้ดีๆครับ เพราะหากไม่ทำความเข้าใจเราอาจเสียผลประโยชน์ในสิ่งที่เราควรจะได้ ปัจจุบันการรับประกันรถจะใช้ที่ 3 ปีหรือ 100,000 กม. อย่างใดอย่างหนึ่ง บางบริษัทรับประกันถึง 5 ปี หรือรถประเภทนำเข้าจะมีแค่ 1-2 ปีเท่านั้น

   ขยายความเรื่องการรับประกันรถ ที่บ่งบอกว่า"แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน"นั้น แปลว่า ถ้ามี warranty 3 ปีหรือ 100,000 กม. ก็คือรับประกัน 3 ปีตั้งแต่วันส่งมอบ มิใช่วันจดทะเบียนรถ ถึงแม้ในเวลา 3 ปีเราจะวิ่งไม่ถึงตามกม.ที่เขากำหนดไว้ อาจจะวิ่งแค่ 1 พันกม. ก็ถือว่าการรับประกันสิ้นสุดตามเงื่อนไขครับ หรือรถที่ใช้งานเยอะเพียง 2 ปีวิ่งเป็นแสนกม. ก็ถือว่าการรับประกันก็สิ้นสุดเช่นกันครับ

   ในสมุดคู่มือการรับประกันจะมีเงื่อนไขบ่งบอกชัดเจนว่าอะไรอยู่ในเงื่อนไข อะไรไม่อยู่ในเงื่อนไขการรับประกัน ดังนั้นเจ้าของรถควรที่จะอ่านและศึกษาไว้ เรื่องการรับประกันให้ดีเพราะเป็นสิทธิ์และประโยชน์ของเราครับ หากมีอะไรเสีย จะได้ไม่ต้องรอ เข้าไปเคลมกับศูนย์ได้เลยทุกแห่งหรือในที่ๆเราซื้อมา




   กลับมาเรื่องการตรวจสอบรถต่อดีกว่า ก่อนรับรถต้องดูภายในกันอย่างละเอียด อย่าคิดไปว่ารถมาจากศูนย์ใหม่ๆจะเรียบร้อยเสมอไป ดูรอยบุบ ขีดข่วน หรือลักยิ้ม สีเป็นเม็ด สีแตก ถ้ามีอย่าเพิ่งรีบเซ็นรับรถ ให้เขาแก้ไขก่อนแล้วจึงมารีบทีหลัง หรือถ้ามีฤกษ์ออกรถต้องให้รับทราบว่าจะมีการแก้ไขภายหลัง


   ตรวจสอบยางรถยนต์ โดยเฉพาะรุ่นที่มีข่าวว่า ค้างสต็อก เพราะเราอาจได้แจ็กพอตเป็นหนึ่งในนั้น แต่เคสแบบนี้พวกมือใหม่ดูยากครับ แต่ถ้าเรามีคนรู้จักที่มากประสบการณ์พอให้ช่วยมาดูส่วนนี้จะดีมาก เพราะส่วนใหญ่มือใหม่จะไม่ค่อยติเตียนอะไร เพราะเกรงใจ ก็รับรถตามที่เราจัดการให้ ซึ่งเราอาจได้รถที่ไม่สมบูรณ์ ถ้าได้รถที่มียางเก่า ดูที่ปีของยางหรือสภาพยาง อาจต่อรองเปลี่ยนกับคันอื่นได้ครับ

   รถขนาดเล็กประเภทนี้ ควรดูภายในให้ดีด้วย การประกอบภายในเข้าที่ดีเปล่า อุปกรณ์ภายในรถใช้งานได้ปกติดีหรือไม่ เมื่อติดเครื่องยนต์ไฟสัญญาณต่างๆดับครบหรือเปล่า เครื่องเดินเรียบดีเปล่าไม่มีเสียงดังที่ผิดปกติ เปิดตัวเครื่องอีกครั้งดูความเรียบร้อยทั่วไป และความสะอาจตามซอกต่างๆ เพราะรถใหม่จริงๆต้องไม่มีคราบฝุ่น หรือความสกปรกในห้องเครื่อง

   เอกสารต่างๆเรื่องของป้ายทะเบียน ถ้าเป็นป้ายแดงต้องเป็นป้ายแดงแท้ของขนส่งและมีสมุดการใช้งานให้เรียบร้อย การประกันภัยรถ พ.ร.บ.บุคคลที่ 3 ควรมีพร้อม หากยังไม่ได้กรมธรรม์ให้ขอเลขแจ้งประกันไว้ก่อน เพราะอุบัติเหตุเกิดได้เสมอโดยเฉพาะมือใหม่

   สำหรับมือใหม่ยังมีอะไรอีกพอสมควรที่ต้องทำความเข้าใจ อาจเป็นเรื่องที่เข้าใจอยู่แต่บางครั้งก็หลงลืมไปบ้าง ก็ต้องเรียนรู้และทำความเข้าใจกันต่อไปครับ เพราะแม้แต่มือเก่าๆยังพลาดกันได้เลย และทั้งหมดนี้ก็คือเรื่องราวของรถอีโคคาร์ครับ ขอบคุณที่ทุกท่านกรุณาอ่านมาจนจบ และอย่าลืมกดไลค์เพจด้านล่างด้วยนะครับท่าน^^
เรียบเรียงข้อมูลจากนิตยสาร Auto Bild Vol.24 วันที่ 15/12/2013
 แนะนำ ติชม พูดคุย ติดตามข่าวสารรถใหม่ฉับไวก่อนใครกับ Cars New Update ที่นี่!!


 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น