วันอังคารที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

วิจารณ์กันให้สะใจไปเลยกับ Toyota Camry 2014 : ภายนอกสุกใส แต่ออปชั่นและระบบความปลอดภัยจะกั๊กไปไหนจ๊ะ?

   ตลาด D-Segment เริ่มกระหึ่มอีกครั้ง โดยเฉพาะ D-Segment ขุมพลังไฮบริดที่ตอนนี้ Toyota Camry Hybrid ยึดหัวหาดอยู่ เมื่อ Honda ออก Accord Hybrid ที่มากับระบบ Full Hybrid ที่ีว่ากันว่าดีที่สุดในโลก ณ ตอนนี้ ทำเอาระบบ THS II ของ Toyota เป็นของธรรมดาไปเลย แน่นอนด้วยออปชั่นที่ครบกว่าและระบบความปลอดภัยที่มากกว่า ในราคาที่แพงกว่า แต่คุ้มกว่า ทุกท่านจะเลือกคันไหนละครับ ลองคิดคำนวณกันดูเองละกัน

   ดังนั้นในบทความเรื่องนี้เราจะมานั่งวิจารณ์และคอมเม้นต์ติชมเกี่ยวกับรถซีดานหรูเจ้าตลาดอย่าง Toyota Camry ที่เพิ่งทำการปรับออปชั่นไปเพื่อต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งดูๆแล้วมันก็ไม่ได้เพิ่มอะไรมากมายเลย และที่สำคัญคือมีการปรับราคาลดจากในรุ่น 2.0 G ไป 20,000 บาท แต่สิ่งของที่ได้มาก็ยังไม่เท่าคู่แข่ง ซึ่งก็คงต้องอาศัยบารมีความเป็น Toyota หรือบางศูนย์บริการก็ให้ส่วนลดกันทีเป็นเรือนแสน และใช้ความเกรียนกระตุ้นโฆษณาไฮบริด 6 ล้านคันไปก่อน

    อ้า! ได้เวลามาเริ่มคอมเม้นต์กันแล้ว เริ่มที่หน้าตากันก่อนเลย เรื่องหน้าตาเนี่ย จะว่าไปแล้ว ความประทับใจแรกที่ผู้เขียนนั้น ถือว่ามันเป็นรถเก๋งที่มีหน้าตาค่อนข้างหรูใช้ได้เลยทีเดียว แม้แแม่ผู้เชียนยังชอบ และสนใจกับเจ้าคันนี้เอามากๆ และชื่นชมกับความหรูและมีระดับของมัน ซึ่งจะว่าไปแล้วมันก็หรูจริงครับ ซึ่งรูปลักษณ์อาจจะดูไม่หวือหวาและดูธรรมดาไปหน่อย แต่จุดนี้มันทำให้รถ Toyota มองได้นาน และเป็นเอกลักษณ์ของค่ายนี้เลยก็ได้ ที่ชอบทำรถแบบไม่หวือหวาเกิน ว่ากันง่ายๆ ไม่ได้สวยมากแต่มองได้นาน ไฟหน้าทุกรุ่นสามารถปรับระดับสูงต่ำได้ เพียงแค่ตัว Hybrid จะเป็นไฟ LED รมดำ ส่วนตัวธรรมดาจะเป็นไฟหน้า HID ล้ออัลลอยมีให้เลือกแบบ 16-17 นิ้ว โดยรวมนั้นถือว่าหรูหราใช้ได้เลยละ


   มาถึงกันที่รายละเอียดภายในดีกว่า ว่ากันที่ภายในนั้นถือว่าออกแบบสไตล์เรียบง่าย ธรรมดาไม่หวือหวา เน้นการใช้งาน สมกับเป็น Toyota จริงๆ ซึ่งแนวการออกแบบคอนโซลนั้น ก็ไม่ได้ต่างจากรุ่นที่แล้วเลย การจัดวางตำแหน่งปุ่มก็แทบจะเหมือนกันเป๊ะๆ ไม่รู้มันแอบแฝงระบบในรุ่นเก่าๆไว้หรือเปล่า เพราะค่ายนี้ฉลาดลดต้นทุนใช่เล่นนะครับท่าน มาไล่ดูตั้งแต่มาตรวัดที่ออกแบบให้สวยงามชัดเจน มองแล้วใช้งานง่าย ขอชมค่ายนี้ที่ทำ Font ตัวเลขอ่านง่ายจริงๆครับ ซึ่งก็เป็นส่วนดีแก่ผู้บริโภคครับ อันนี้กลั่นคำพูดมาจากใจจริงเลย ที่เพิ่งปรับปรุงไปเมื่อต้นปีก็มีการเพิ่ม Pust Start,Smart Entry และ Cruise Control ทุกรุ่น การกระจายออปชั่นในแต่ละรุ่นยังดูแปลกๆแล้วไม่เข้าท่าเท่าไหร่ ในความเห็นผู้เขียนเนี่ย คิดว่ารุ่น CD เนี่ย คนไม่ค่อยจะซื้อแล้วครับ เพราะส่วนใหญ่ใครๆก็คงอยากเล่นตัวมีจอ DVD กันหมด แต่จะว่าไป Nissan teana ก็ยังมีรุ่นล่าง CD ธรรมดาอยู่นะ การประกอบภายในถือว่าเนี้ยบใช้ได้ไร้ที่ติ ใช้วัสดุที่ค่อนข้างดีและมีคุณภาพ


ระบบเครื่องเสียงนั้นในรุ่น 2.5 G,2.5 HV DVD และ 2.5 HV Navi จะมีเครื่องเล่น DVD ครบเครื่อง ส่วนระบบนำทางสงวนสิทธิ์เฉพาะตัวท็อป และความเลวร้ายในตัวท็อปนั่นก็คือลำโพง JBL 10 ตัว ซึ่งผู้เขียนอ่านออปชั่นในใบโบรชัวร์ เคยชมว่าแม่เจ้าให้ลำโพงมาตั้ง 10 ตัวแหน่ แต่ความคิดนั้นก็ต้องเปลี่ยนไปเพราะรีวิวของเว็บไซด์รถที่น่าเชื่อถือที่สุดอย่าง Headlightmag โดยพี่จิมมี่ เคยให้ความเห็นถึงเครื่องเสียง JBL ตัวนี้ประมาณว่า "มันโคตรห่วยแตกจนถึงขนาดต้องหาซื้อวิทยุธานินทร์มานั่งฟัง เสียงยังจะดีกว่าอีก" ซึ่ง Toyota คงจะเห็นลูกค้าทนกับตรงนี้ไม่ได้ เลยจัดการเปลี่ยนลำโพงใหม่เป็น 6 ตัวแทน ซึ่งเสียงน่าจะดีขึ้นกว่าไอ้ JBL 10 ตัวไม่มากก็น้อยครับ

และถึงแม้ว่า Toyota จะไม่มีแอร์ด้านหลังอย่างชาวบ่าน แต่ Toyota มีระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ 3 โซน ซึ่งสิ่งนี้แน่นอน มันสงวนสิทธิ์เฉพาะตัวท็อปเท่านั้นครับ แต่อย่างไรก็ตามก็อยากให้มีแอร์ด้านหลังเหมือนชาวบ้านเค้าหน่อยครับ รบกวนรุ่น Minor Change เพิ่มมาหน่อยก็ดีนะครับ ส่วนเรื่องความกว้างห้องโดยสารไม่ซีเรียสครับ เพราะภายในกว้างดีอยู่แล้ว


    ต่อที่เรื่องเครื่องยนต์ดีกว่า เรื่องเครื่องยนต์นั้นมีให้เลือกถึง 3 ขุมพลังด้วยกัน เริ่มที่เครื่องยนต์ตัวเก่า 2.0 ลิตร VVT-i มากับพละกำลัง 148 แรงม้าที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 190 นิวตัน-เมตรที่ 4,000 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีดแบบ Sequantial คือแบบว่าเครื่องมันก็เก่าแล้วอะนะครับ ยังเป็น VVT-i ธรรมดาอยู่เลย เกียร์ก็เก่าแล้ว น่าจะเปลี่ยนหน่อยนะ 

อีกตัวหนึ่งก็คือ เครื่องยนต์เบนซิน 2.5 ลิตร Dual VVT-i มากับพละกำลัง 181 แรงม้าที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 231 นิวตัน-เมตรที่ 4,100 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด แบบ Sequantial 

เครื่องตัวสุดท้ายก็คือเครื่องยนต์เบนซิน 2.5 ลิตร VVT-i พละกำลัง 160 แรงม้าที่ 5,700 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 213 นิวตัน-เมตรที่ 4,500 รอบ/นาที ผนวกกับมอเตอร์ไฟฟ้าแบบมอเตอร์ซิงโครนัสแม่เหล็กถาวร 105 kW รวมกำลังทั้งระบบ 205 แรงม้า สำหรับระบบไฮบริดของ Toyota ก็นับว่าดีอยู่ แต่ยังสู้ Accord Hybrid ไม่ได้เพราะเจ้านี้มากับ Full Hybrid ด้วย ขณะที่ Toyota ยังไม่ได้ และ Honda ยังประหยัดกว่าด้วยอัตราสิ้นเปลืองตามหน้ากระดาษ 23.6 กม./ลิตร ส่วน Toyota ทำได้ 17 กม./ลิตร ซึ่งก็ต้องรอให้มีการทดสอบเปรียบเทียบกันครับ เครื่องทุกตัวของ Toyota รองรับได้ทุกเชื้อเพลิง ยกเว้น E85 (Hybrid รับได้แค่ E10 เท่านั้น)ซึ่งอยากให้ Toyota ทำออกมารับ E85 เหมือนกันครับ จะได้ตั้งราคาถูกลงและใส่ออปชั่นภายในเข้าไปได้หน่อย





    ด้านระบบความปลอดภัยนั้น พูดตรงๆเลยว่าถ้าเอาไปเทียบกับค่ายอื่น Toyota ยังคงแพ้ราบคาบและยังสู้เจ้าอื่นไม่ได้ เพราะ Honda และ Nissan ต่างมีระบบความปลอดภัยสารพัดอย่างเยอะแยะยั้วเยี้ยไปหมด แต่ Toyota ยังไม่ค่อยมีความแปลกใหม่เท่าที่ควรในเรื่องนี้ และยังมีบางจุดที่ทำให้เราอาจไม่แฮปปี้ดีเท่าไหร่ รถคันนี้มีระบบความปลอดภัยได้แก้ ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก ABS ระบบกระจายแรงเบรก EBD และระบบเสริมแรงเบรก BA และที่เพิ่มมาคือระบบควบคุมการทรงตัว VSC,ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TRC ที่ให้ทุกรุ่นแล้ว ส่วนระบบออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน HAC ยังให้แค่รุ่นไฮบริด ขณะที่ค่ายอื่น เขาติดตั้งให้ทุกรุ่นแล้ว อย่างกไปหน่อยเลยน่า นอกนั้นก็มีเบาะนั่งคู่หน้าแบบ WIL โครงสร้าง GOA

แล้วสิ่งที่ทำให้รถคันนี้ ผู้เขียนขอใช้คำว่า"อับอายขายหน้า" ต่อรถ B-Segment บางคันหรือแม้แต่รถกระบะก็คือ ระบบถุงลมคู่หน้า SRS ถุงลมด้านข้าง มีแค่เนี้ย แต่สิ่งที่ขาดไปคือ ม่านถุงลมนิรภัย ที่ควรเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในรถระดับ D-Segment แล้ว แต่ค่าย Toyota กลับไม่ติดมาให้ ในขณะที่ Prius ติดตั้งมาให้ ลองเหลียวมองดู Honda City และ Jazz ตัวท็อป รวมถึง Ford Ranger WildTrak 3.2 รถพวกนี้มีม่านถุงลมด้านข้าง แล้วทำไม D-Segment ค่ายนี้ไม่มี มันน่าแปลกนะครับท่าน!!!


   ว่ากันด้วยราคาครับ Toyota ถ้าถามว่าตั้งราคาสมเหตุสมผลไหม? ก็ถือว่าโอเคครับ แต่รุ่นท็อปนั้นมันชี้ชัดเลยว่าไม่ค่อยคุ้มเพราะ ถุงลม 4 ใบราคา 1.879 ล้าน ขณะที่ Honda Accord Hybrid ออปชั่นมากกว่าโข ราคามากกว่า Toyota แค่ 20,000 เท่านั้น แล้วอะไรจะคุ้มเงินมากกว่าละครับ เริ่มที่ตัวล่างสุด 2.0 G ราคา 1,279,000 บาท,2.0 G Extremo ราคา 1,369,000 บาท,2.5 G ราคา 1,509,000 บาท
รุ่น 2.5 G ราคา 1,509,000 บาท รุ่น 2.5 HV CD ราคา 1,659,000 บาท รุ่น 2.5 HV DVD ราคา 1,709,000 บาท และรุ่น 2.5 HV Navi ราคา 1,879,000 บาท ถ้าให้ผู้เขียนเลือกรุ่นที่น่าจะคุ้มค่าสุดตอนนี้ ขอเลือก 2.0 G Extremo ที่น่าจะคุ้มราคาและคุ้มค่ากับออปชั่นที่ได้มาที่สุดแล้วตอนนี้ครับ

    สรุปก็คือ Toyota Camry ยังคงเป็นรถซีดาน D-Segment คันหนึ่งที่มีหน้าตาและความหรูหราไม่น้อยกันเลยทีเดียว ซึ่งถ้าใครเป็นติ่ง Toyota แล้วอยากได้รถหรูอยู่แล้ว คันนี้แหละใช่เลยครับ แต่หน้าตานั้นจริงๆแล้วมันก็ยังไม่ได้หวือหวาสู้ชาวบ้านเขาได้ และมันอาจดูเชยเอาใจคนมีอายุไปหน่อย ซึ่งนั่นเป็นเหตุที่ทำให้ใครๆหนีไปเล่น Honda หมด และการกระจายออปชั่นภายในที่ยังดูไม่สมเหตุสมผลพอเท่าที่ควร แต่ที่น่าคิดที่สุดก็คือ ระบบความปลอดภัยนี่แหละที่ยังสู้ใครเขาไม่ได้ อยากให้เพิ่มอีกนิด และลดราคารุ่นท็อปหน่อยด้วยจะดีมาก ที่บอกไปทั้งหมดนี้อยากให้ Toyota แก้ครับ เตือนด้วยความรักความหวังดี ไม่รักไม่บอกครับท่าน หวังว่าเราจะได้เห็นความเปลี่ยนแปลงในรุ่นปรับโฉมที่น่าจะมาในปีหน้าครับ

สิ่งที่อยากให้เพิ่มใน Toyota Camry Minor Change
- รุ่น 2.0 G เพิ่มจอ DVD เข้ามาหน่อย และกล้องมองหลังด้วย และควรเพิ่มรุ่น 2.0 G Navi เอาไว้เป็นทางเลือกเพิ่มเติมด้วยจะดีมาก เปลี่ยนเครื่องยนต์ตัวใหม่เป็น Dual VVT-i ตัวเดียวกับ Altis โฉมที่แล้วก็ได้ และขอเกียร์ที่ไม่ใช่เกียร์อัตโนมัติ 4 สปีดแสนจะโบ..ได้แล้วครับ ทำเครื่องให้รับ E85 เพิ่มระบบความปลอดภัยอีก โดยเฉพาะระบบออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน น่าจะมีตั้งแต่ตัวล่างแล้ว และขอไฟสัญญาณเตือนขณะเบรกอัตโนมัติด้วยนะ
- รุ่น 2.5 G  ทำเครื่องให้รับ E85 เพิ่มกล้องมองหลัง มีจอไม่มีกล้องมันแปลกๆนะครับ เพิ่มรุ่น 2.5 G Navi ไม่ใช่สงวนสิทธิ์ไว้เฉพาะตัว Hybrid เพิ่มระบบออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน ขอไฟสัญญาณเตือนขณะเบรกอัตโนมัติ และน่าจะเพิ่มม่านถุงลมนิรภัยได้แล้ว
- รุ่น 2.5 HV CD รุ่นนี้น่าจะตัดออกไปดีกว่ามั้งครับ ความเห็นส่วนตัวผู้เขียน ใครๆเขาก็อยากเล่นตัวมีจอกันหมด ทำให้เครื่องมันรับน้ำมัน E20 ได้ก็ยังดีครับ
- รุ่น 2.5 HV DVD เพิ่มระบบออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน ไฟสัญญาณเตือนขณะเบรกอัตโนมัติ และเพิ่มม่านถุงลมนิรภัย กล้องมองหลัง ทำให้เครื่องยนต์รับน้ำมันอย่างน้อย E20
- รุ่น 2.5 HV Navi ทำให้เครื่องยนต์รับน้ำมันอย่างน้อย E20 เพิ่มระบบออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน ไฟสัญญาณเตือนขณะเบรกอัตโนมัติ และเพิ่มม่านถุงลมนิรภัย และขอระบบความปลอดภัยแปลกๆเจ๋งเหมือนที่ Honda และ Nissan มีหน่อยจะดีมาก และที่สำคัญห้ามขึ้นราคาเกิน 1.9 ล้านเด็ดขาด
 แนะนำ ติชม พูดคุย ติดตามข่าวสารรถใหม่ฉับไวก่อนใครกับ Cars New Update ที่นี่!!


 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น