วันอังคารที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2558

All-New Toyota Alphard/Vellfire สองคู่หูจากค่ายสามห่วงที่พร้อมส่งมอบความหรูหราให้กับเหล่าเศรษฐ๊เซเลบทั้งหลาย

  หลังจากที่ปล่อยให้เราต้องรอคอยลอยคอกันมานาน เพราะได้ยินข่าวการมาประกอบในเมืองไทยของ Toyota Alphard โฉมใหม่ซึ่งเป็นประเด็นที่น่าสนใจให้กับชาวโซเชียลไม่น้อยเลยครับ แต่แล้วพอมาถึงช่วงการเปิดตัวจริงๆเข้า Toyota ไม่ได้มาแค่คันเดียว แต่มาเป็นแพ็คคู่ ซึ่งล่าสุดวันที่ 23 มี.ค. Toyota ก็ได้ทำการเปิดตัว Alphard ใหม่ แล้วมี Vellfire ใหม่เข้ามาเปิดตัวเป็นแพ็คคู่กันเลยทีเดียว


   Toyota Alphard และ Veilfire โฉมใหม่นั้น หลายคนก็ถกเถียงกันครับว่ามันเป็นรถประกอบในไทยหรือประกอบนอกการแน่ ซึ่งคำตอบที่ยินยันความถูกต้องชัวร์แล้วก็คือ เป็นรถประกอบในประเทศซึ่งนำเข้าชิ้นส่วนจากต่างประเทศเข้ามาประกอบในเมืองไทย หรือ Semi Knocked Down (SKD) ครับผม


   ว่ากันด้วยหน้าตาของ Toyota Alphard โฉมใหม่ก่อนซึ่งมากับกระจังหน้าขนาดใหญ่แบบโครเมียม ซึ่งมากับความหรูหราและดูไฮโซสุดๆไปเลย พร้อมติดตั้งสเกิร์ตรอบคันเพิ่มความสปอร์ตหรูลงตัว ชุดโคมไฟหน้าควบรวมไฟ Daytime Running Lights เส้นสายตัวรถมากับแนวการออกแบบสไตล์เดิมๆแต่ออกแบบตัวถังให้ดูมีมิติกว่าเดิม ไฟท้าย LED ทรงย้อยที่หลายคนอาจจะขัดใจบ้าง แต่พอไปเจอของจริงก็นับว่ารับได้ ในรุ่น 2.5 Hybrid จะได้ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว ส่วนในรุ่น 3.5 V6 จะเป็นล้อขนาด 18 นิ้ว

     ส่วนหน้าตาของ Toyota Veilfire โฉมใหม่ ก็ยังคงรักษาเอกลักษณ์จากโฉมที่แล้วไว้ ด้วยไฟหน้าแบบ 2 ชั้นแบบ Projector LED พร้อมกันชนหน้าโครเมียมขนาดใหญ่แบบสุดๆ พร้อมติดตั้งสเกิร์ตรอบคัน เพิ่มความสปอร์ต ไฟท้ายแบบ LED หลอดสีขาวแตกต่างจาก Alphard ที่เป็นหลอดสีแดง โดยรวมแล้วทางฝั่ง Veilfire จะเน้นความสปอร์ตดุดัน ส่วน Alphard จะเน้นไปทางความหรูหราเสียมากกว่า

  ภายในห้องโดยสารนั้นมากับภายในที่หรูหราเหนือระดับ ภายใน Alphard จะเป็นสีเบจ ส่วน Veilfire จะเป็นสีดำ คอนโซลหน้าที่ออกแบบให้ดูสวยงามน่าใช้กันพอสมควร ทั้งรุ่น Alphard และ Veilfire จะมากับเบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อมระบบบันทึกตำแหน่งผู้ขับขี่ เบาะผู้โดยสารด้านหลังแถวที่ 1 ปรับไฟฟ้าแบบ Executive Lounge พร้อมที่รองขา แถวที่ 2 นั้นเบาะจะสามารถปรับและพับได้หลายแบบ เพื่อเพิ่มพื้นที่สำหรับสัมภาระ และยังมีหลังคา Moonroof คู่มาให้ด้วย

 ระบบอินโฟเทนเมนต์จะมากับเครื่องเล่น DVD CD และ MP3 พอร์ท USB iPod AUX รองรับการเชื่อมต่อบลูทูธพร้อมจอขนาด 8 นิ้ว (เฉพาะรุ่น Alphard 3.5V6 ในรุ่น 2.5 Hybrid จะได้จอ 7 นิ้ว) และยังมากับลำโพง JBL 17 จุดรอบคัน (Veilfire จะได้ลำโพงแค่ 8 จุด) จอสำหรับผู้โดยสารด้านหลังขนาด 9 นิ้ว (Veilfire 10.2 นิ้ว) พร้อมเครื่องเล่น Blu-Ray (เฉพาะรุ่น 3.5) จอแสดงข้อมูลการขับขี่ MID แบบ TFT ขนาด 4.2 นิ้ว Cruise Control และแผงควบคุมการโทร-รับโทรศัพท์เฉพาะรุ่น 3.5 เท่านั้น ระบบฟอกอากาศ Nanoe ไฟส่องสว่างในห้องโดยสารแบบซ่อนฝ้า ปรับความสว่าง 4 ระดับ เปลี่ยนสีได้ 16 เฉดสี ไฟอ่านหนังสือส่วนตัว ระบบเปิดประตูอัจฉริยะ Smart Entry ควบคุมการเปิดและปิดประตูซ้าย-ขวา และประตูหลังด้วยระบบไฟฟ้า หรือปุ่มควบคุมบริเวณคนขับ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control ระบบนำทางแบบ 2 ภาษา ไทย/อังกฤษ พร้อมแอพลิเคชันอัจฉริยะ Smart G-BOOK พร้อมจอ TFT ขนาด 4.2 นิ้วบริเวณมาตรวัด
   
     ด้านเครื่องยนต์นั้นมีขุมพลังให้เลือก 3 แบบด้วยกัน เริ่มที่รุ่น 2.5 Hybrid (อยู่ในรุ่น Alphard 2.5 Hybrid)จะมากับเครื่องยนต์ 2AR-FXE Atkinson-cycle มากับพละกำลัง 152 แรงม้า PS ที่ 5,700 รอบ/นาที แรงบิด 206 นิวตัน-เมตรที่ 4,400 – 4,800 รอบต่อนาที ผนวกกับกับมอเตอร์ ไฟฟ้า 2 ตัว ด้านหน้ามี 68 แรงม้า แรงบิด 139 นิวตัน-เมตร ด้านหลังนั้นมี 143 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ E-CVT พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ E-Four

  เครื่องยนต์อีกตัวก็คือ เครื่องยนต์เบนซิน 2.5 ลิตร 2AR-FE (ในรุ่น Veilfire)มากับพละกำลัง 182 แรงม้า PS ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิด 235 นิวตัน-เมตรที่ 4,100 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ Sports Sequential Shiftmatic 7 สปีด 

 
   ปิดท้ายด้วยขุมพลังใหญ่ตัวแรง เครื่องยนต์เบนซิน 3.5 ลิตร 2GR-FE  V6 3.5 ลิตร (ในรุ่น Alphard 3.5 V6) มากับพละกำลัง 280 แรงม้า PS ที่ 6,200 รอบต่อนาที แรงบิด 344 นิวตัน-เมตรที่ 4,700 รอบต่อนาที  ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ Sequential Shiftmatic 6 สปีด จังหวะพร้อม ECT



   ด้านระบบความปลอภัยนั้นก็จัดมาให้ครบครันทุกรุ่นย่อย ไม่ว่าจะเป็นถุงลมนิรภัย 9 จุดรอบคัน ด้านหน้า 2 ตำแหน่ง ด้านข้าง 2 ตำแหน่ง แบบม่าน 4 ตำแหน่ง และที่เข่าผู้ขับ 1 ตำแหน่ง, กุญแจอิเล็กทรอนิกส์ Immobilizer ป้องกันกุญแจเลียนแบบ, ระบบควบคุมการทรงตัว VSC (เฉพาะ Alphardตัว 3.5 และ Veilfire ส่วนรุ่นไฮบริด 2.5 เป็นระบบ VDIM), ระบบเบรก ABS, ระบบกระจายแรงเบรก EBD, ระบบเสริมแรงเบรก BA, ระบบช่วยออกตัวในทางลาดชัน HAC, ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TRC, ระบบสัญญาณเตือน VPNS :ซึ่งระบบนี้จะปล่อยเสียงสัญญาณเบาๆ ขณะขับขี่ เพื่อเตือนคนเดินถนนเมื่อขับด้วยความเร็วไม่เกิน 20 กม./ชม. หรือเมื่อความเร็วเท่ากับ 0 กม./ชม. โดยไม่เหยียบเบรค และเกียร์ไม่ได้อยู่ที่ตำแหน่ง P มีเฉพาะรุ่น 2.5 Hybrid ครับ

   สำหรับราคาค่าตัว แม้ว่าจะนำเข้าชิ้นส่วนมาประกอบในไทย แต่ก็มากับราคาที่สูงพอสมควร แต่ก็ได้มาซึ่งออปชั่นที่ครบครัน โดยมีค่าตัวดังนี้ครับ
Toyota Veilfire 2.5 ราคา 3,399,000 บาท
Toyota Alphard 2.5 Hybrid ราคา 3,549,000 บาท
Toyota Alphard 3.5 V6 ราคา 4,649,000 บาท

   ท่านที่สนใจก็สามารถไปชมตัวจริงได้ในงาน Bangkok Motor Show 2015 ตั้งแต่วันที่ 25 มี.ค.-5 เม.ย. 58 ที่ Impact Arena เมืองทองธานีครับ และชมได้ที่โชว์รูม Toyota 413 แห่งทั่วประเทศ
  อยากติดตามข่าวสารรถใหม่ อัพเดตเร็วทันใจ คุยสารพัดเรื่องรถ 
กดไลค์แฟนเพจของ Cars New Update ด้านล่างได้เลยครับ!!!
   

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น