วันพุธที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2558

เปิดตัวในไทยแล้ว Toyota Camry Minor Change กลับมาครั้งนี้หมายฆ่าคู่แข่งกระจุย

  Toyota Camry โฉมปัจจุบันนั้นถือว่าเป็นหนึ่งในผลิตผลที่เลยร้ายชิ้นหนึ่งของ Toyota เลยก็ว่าได้ เพราะ Toyota เล่นไม่ใส่ออปชั่นอะไรดีเด่นเลยกับรถ D-Segment ตัวหลักคันนี้ และยิ่งไปกว่านั้นในรุ่นท็อปยังมากับถุงลมนิรภัยแค่ 4 ใบกับรถราคา 1,879,000 บาท ผลของการกระทำเช่นนี้ทำให้ Honda Accord ที่เปิดตัวตามหลังมาสามารถทำยอดขายแซงได้ ซ้ำร้ายไปกว่านั้น Honda Accord Hybrid ที่ออกมาใหม่ก็สามารถทำยอดขายแซง Camry Hybrid ได้ในเวลาอันรวดเร็ว และไหนจะมีคู่แข่ง Nissan Teana ตามมากวนใจอีก


   ฉะนั้นแล้ว...เมื่อโดน Honda Accord สอนมวยมานานมากพอสมควรแล้ว และปล่อยไปยังไง Honda Accord จะต้องครองตลาดนานต่อไปแน่นอน สรุปคือ Toyota อยู่นิ่งไม่ได้ และเวลา 3 ปีของการทำตลาดของ Camry ก็มาถึงแล้ว ฉะนั้นก็ถึงเวลาของการ Minor Change และการปรับปรุงครั้งนี้ไม่ใช่แค่การศัลยกรรมหน้าใหม่เท่านั้น เพราะหนนี้หลังจาก Toyota เก็บเอาความกดดันที่ได้รับจากคู่แข่งมาตลอด ตอนนี้ Toyota เลยปลดปล่อยความแค้นที่ฝังมาชนิดที่ว่าแทบไม่ให้คู่แข่งได้ผุดได้เกิดกันเลยทีเดียว ซึ่งการ Minor Change ครั้งนี้มากับสโลแกนที่ว่า The New Icon of Elegance ณ ห้องบางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ พร้อมแนะนำพรีเซ็นเตอร์ระดับโลกคนใหม่ล่าสุด Hugh Jackman อีกด้วยครับ
 


  มร.เคียวอิจิ ทานาดะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า Toyota Camry เป็นรถยนต์ที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูง ครองตำแหน่งผู้นำตลาดรถยนต์นั่ง ขนาดกลางในหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย โดยมียอดจำหน่ายรวมทั้งสิ้นกว่า 14 ล้านคัน โดย Generation ที่ผ่านมาประสบความสำเร็จได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย มียอดจำหน่ายรวมในประเทศ ตั้งแต่เปิดตัวในปี 2012 ทั้งสิ้นกว่า 40,000 คัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรุ่น คัมรี ไฮบริด ที่ได้รับการตอบรับอย่างดีจากลูกค้า แสดงถึงความเชื่อมั่นของลูกค้าที่มีต่อคุณภาพ และสมรรถนะของระบบไฮบริดของโตโยต้า นับเป็นความสำเร็จอันยอดเยี่ยมของ Toyota Camry
   
     นายวิเชียร เอมประเสริฐสุข รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า สำหรับ Toyota Camry ใหม่ ในครั้งนี้ ถูกพัฒนาขึ้นบนพื้นฐานของแนวคิด New ERA Sedan คือ การสร้างสรรค์เพื่อให้ได้มาซึ่งผลิตภัณฑ์ ที่ตอบสนองความต้องการของผู้ขับขี่ในทุกด้าน การออกแบบที่โดดเด่นล้ำสมัย ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของผู้เป็นเจ้าของ ผสมผสานระหว่างความสง่างามเหมาะกับผู้บริหาร ที่ต้องการความภูมิฐานประกอบกับเส้นสายรายละเอียดที่ดูทันสมัย โดยการออกแบบภายนอกเป็นลักษณะ Keen look เพิ่มอารมณ์แห่งความสปอร์ต โฉบเฉี่ยว โดยเฉพาะอย่างยิ่งห้องโดยสารภายในที่กว้างขวาง หรูหรา พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน และที่พิเศษสุด คือ เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร เทคโนโลยีล่าสุดของเครื่องยนต์ ระบบวาล์วอัจฉริยะ VVT-iW พร้อมระบบการฉีดน้ำมันแบบ D-4S ที่เที่ยงตรง แม่นยำ ทุกจังหวะการขับเคลื่อน ช่วยให้เครื่องยนต์เดินเรียบสม่ำเสมอ และประหยัดเชื้อเพลิงอย่างยอดเยี่ยม และท้ายที่สุดที่จะขาดไม่ได้และเป็นไฮไลท์ของ Toyota Camry ใหม่ คือ ระบบความปลอดภัยมาตรฐานระดับสากล


   ก่อนอื่นมาดูหน้าตาของรถกันเสียก่อน หน้าตาของรถได้รับการออกแบบใหม่ตามแนวการออกแบบ Keen Look ซึ่งหน้าตาแนวนี้ทำให้หลายคนบอกว่าเหมือน Toyota Vios หลายคนก็บ่นว่าหน้าตา Toyota เหมือนๆกันหมด ก็ต้องเข้าใจครับว่ามันเป็นเอกลักษณ์การออกแบบของเค้าครับ ขนาด Mazda ยังหน้าตาเหมือนกันหลายรุ่นเลย หน้าตาที่ออกแบบใหม่ก็ค่อนข้างดูสวยงามขึ้นพอสมควร โดยในรุ่นเครื่องยนต์ 2.0 และ 2.5 ลิตร จะมากับกระจังหน้าแบบโครเมียมลายเส้นตรงธรรมดา ส่วนกระจังหน้าของตัว Hybrid จะมากระจังหน้าอีกแบบซึ่ง Toyota เรียกมันว่า Mesh Radiotor Grille ซึ่งทำให้รถดูดีและหรูหรามากทีเดียว ส่วน Camry Extremo จะออกแบบใหม่ให้แตกต่างจากรุ่นปกติ ด้วยการใส่ชุดแต่งรอบคันที่ทำให้ดูเท่และสปอร์ตเฟี้ยวกว่าเดิม แต่กันชนหน้าอาจจะดูเยอะไปบ้าง 


ล้ออัลลอยของรถนั้นมามีให้เลือกทั้งแบบ 16 นิ้วในรุ่น 2.0G ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้วในรุ่น 2.5 และ 2.5 Hybrid และล้ออัลลอยลายสปอร์ตขนาด 17 นิ้วในตัว Extremo ไฟหน้าของรถรุ่น 2.0 และ 2.5 ลิตรธรรมดา จะเป็นไฟหน้าแบบ HID Single Projector พร้อมไฟหน้า DRL ส่วนในรุ่นไฮบริดจะเป็นแบบ LED Dual Projector พร้อมระบบปรับสูงต่ำอัตโนมัติทุกรุ่น พร้อมไฟท้ายแบบ LED ทุกรุ่น โดยรวมถือว่าสวยหรูหราขึ้นกว่าเดิมแต่ก็ยังดูเป็นรถสำหรับคนมีอายุไปหน่อยครับ



   ภายในห้องโดยสารไม่ได้ปรุงแต่งอะไรมาก ได้ทำการเปลี่ยนในส่วนคอนโซลใหม่นิดหน่อย ไล่ตั้งแต่จอแบบใหม่ในรุ่น 2.0 G Extremo ขึ้นไป (ยกเว้น 2.0G และ 2.5 HV CD) ปุ่มระบบปรับอากาศใหม่ ลายไม้แบบใหม่ที่ทำให้หรูหราขึ้น แม้ว่าภายในจะดูเชยและแก่ไป แต่ก็มีของเล่นมาให้ใช้งานครบครัน หน้าจอมาตรวัดนั้นได้เปลี่ยนใหม่หมดเป็นมาตรวัดเรื่องแสงสีฟ้าสวยงาม พร้อมจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่ TFT 4.2 นิ้วติดตั้งมาให้ และไฮไลต์สำคัญครั้งนี้ของ Toyota น่าจะหนีไม่พ้นกับอุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย ซึ่งต้องใช้ร่วมกับอุปกรณ์เสริมของสมาร์ทโฟนของแต่ละท่านด้วย ออปชั่นนี้มีทุกรุ่นครับ ทุกรุ่นที่มีหน้าจอสัมผัสจะได้เครื่องเล่น DVD แบบจอสัมผัสพร้อมลำโพง 10 ตัวจาก JBL GreenEdge ซึ่งไม่รู้จะห่วยเหมือนเดิมไหม ช่องต่อ USB AUX VTR (ในรุ่นอื่นๆจะมีแต่ USB AUX) ระบบนำทาง Navigator รองรับบริการ Smart G-BOOK ระบบเชื่อมต่อ Hand-free แบบไร้สายนอกนั้นก็จะมี Push Start,Cruise Control (ตัว 2.5 HV Premium จะเป็นระบบ Dynamic Radar Cruise Control) ระบบกรองอากาศภายในห้องโดยสาร (Nanoe) เฉพาะตัว Hybrid เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทางทุกรุ่นพร้อมปุ่มดันหลัง เบาะนั่งข้างคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง ในตัวท็อปจะได้เบาะด้านหลังปรับเอนไฟฟ้าด้วย


ภายในรุ่น Extremo

   ด้านเครื่องยนต์นั้นยังมีขุมพลังอยู่ 3 แบบด้วยกัน แต่ที่เป็นไฮไลต์เด็ดนั่นคือเครื่องยนต์ 2.0 ลิตรใหม่รหัส 6AR-FSE VVT-iW แบบฉีดตรง D-4S ให้พละกำลังสูงสุด 167 แรงม้าที่ 6,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 199 นิวตัน-เมตรที่ 4,600 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด อีกตัวหนึ่งก็คือเครื่องยนต์ 2.5 ลิตร Dual VVT-i บล็อกเดิมที่มากับพละกำลัง 181 แรงม้าที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 231 นิวตัน-เมตรที่ 4,100 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีดเช่นกัน และเครื่องยนต์เบนซิน 2.5 ลิตร Hybrid ที่มากับพละกำลัง 160 แรงม้าที่ 5,700 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 213 นิวตัน-เมตรที่ 4,500 รอบ/นาที ผนวกกับมอเตอร์ไฟฟ้าแบบมอเตอร์ซิงโครนัสแม่เหล็กถาวร ชนิดนิกเกิลเมทัลไฮดราย มีกำลัง 105 kW รวมกำลังทั้งระบบ 205 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ E-CVT

   ด้านระบบความปลอดภัยต้องบอกว่าคราวนี้ Toyota จัดมาแบบเต็มสูบ เริ่มต้นระบบเบรก ABS EBD BA ระบบควบคุมการทรงตัว VSC ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TRC ระบบช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน HAC ( Hill Start Assist Control)  Sensor กะระยะการจอดด้านกันชนหน้า-กันชนหลัง ระบบช่วยเตือนในจุดอับสายตา BSM (Blind Spot Monitor) ระบบช่วยเตือนในขณะถอยรถ RCTA ( Rear Cross Traffic Alert ) สัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติ ESS ( Emergency Stop Signal) ระบบตัดน้ำมันเชื้อเพลิงเมื่อเกิดการพลิกคว่ำ ทั้งหมดนี้มีทุกรุ่นครับ ถุงลมนิรภัย 4 ใบในรุ่น 2.0 ลิตร นอกนั้นจะได้ถุงลมนิรภัย 7 ใบรอบคันทุกรุ่น กล้องมองภาพขณะถอยจอด(เฉพาะตัวที่มีจอ) ในรุ่นท็อปจะได้ระบบ Dynamic Radar Cruise Control ระบบไฟสูงอัตโนมัติ AHB ระบบเสริมความปลอดภัยก่อนการชน Pre-Crash System และระบบเตือนให้รักษาตำแหน่งรถในช่องทาง LDW (Lane Departure Warning)

   Toyota Camry Minor Change มีสีให้เลือก 7 สี มากับ 2 สีใหม่ได้แก่ Grayish Blue Mica Metallic และ Dark Brown Mica Metallic และยังมีสีAttitude Black Mica, Silver Metallic และ Gray Metallic ปิดท้ายด้วย 2 สีเฉพาะตัวสำหรับรุ่นไฮบริด White Pearl Crystal และ True Blue Mica Metallic มีรุ่นย่อยให้เลือก 6 รุ่นด้วยกัน ได้แก่ รุ่น 2.0 G ราคา 1,319,000 บาท , รุ่น 2.0 G Extremo ราคา 1,429,000 บาท,รุ่น 2.5 G ราคา 1,569,000 บาท , รุ่น 2.5 HV CD ราคา 1,679,000 บาท , รุ่น 2.5 HV Navi ราคา 1,729,000 บาท และ รุ่น 2.5 HV Premium ราคา 1,899,000 บาท

    แน่นอนว่าการมาถึงของ Toyota Camry Minor Change เหมือนเป็นการปลดปล่อยสิ่งที่อัดอั้นตันใจที่ได้รับมาจากคู่แข่งอย่าง Honda Accord มาโดยตลอด ทำให้จัดออปชั่นมาเต็มแบบสุดขีด แม้จะมีบางคนที่ยังไม่พอใจอยากได้เพิ่มของอีก เช่น Sunroof แต่อย่างไรก็ตามการมาครั้งนี้ยังดีกว่าไม่มาแล้วกันครับ Toyota เขาก็จัดมาให้เต็มสมใจแล้วก็อย่าไปว่าเขาเลย แต่อย่างไรก็ตาม แม้การมาถึงน่าจะทำให้คู่แข่งอย่าง Accord และ Teana ต้องหนาวจนไข่สั่นไปบ้าง แต่อย่างไรก็ตาม ความเชื่อมั่นของคนไทยที่มีต่อ Accord มานมนานจนมัดติดแน่นราวกับกาวตราช้าง รวมถึงคนไทยที่ยังลบภาพลักษณ์ของ Camry เดิมๆออกจากหัวไม่ได้ ซึ่งเรื่องนี้ Toyota คงต้องใช้เวลาในการเปลี่ยนภาพลักษณ์ไม่น้อย ก็มารอดูกันครับว่า Toyota จะสามารถกลับมายึดคืนพื้นที่บัลลังก์ที่ 1 D-Segment หรือไม่ เพราะ ตำแหน่งที่ 1 ไม่ใช่จะคว้าเอามาง่ายๆ ต่อให้เป็นเจ้าตลาดก็ตามเถอะ!!!
อยากติดตามข่าวสารรถใหม่ อัพเดตเร็วทันใจ คุยสารพัดเรื่องรถ 
กดไลค์แฟนเพจของ Cars New Update ด้านล่างได้เลยครับ!!!
   

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น