วันอาทิตย์ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2558

Mercedes-Benz GLE-Class (ML-Class Minor Change) ปรับโฉมครั้งใหญ่พร้อมเปลี่ยนชื่อใหม่

  หลังจากที่ค่าย Mercedes-Benz ได้ออกมาประกาศเรื่อง การจัดระเบียบชื่อรุ่นใหม่ของพวกเขาเพื่อให้ไม่เกิดความสับสนและดูเป็นระบบมากยิ่งขึ้น ซึ่งก็ได้ประเดิมใช้กับรถคันแรกก็คือ Mercedes-Benz GLE Coupe ซึ่งคันต่อมาที่จะมากับชื่อใหม่ก็คือ Mercedes-Benz GLE-Class หรือ Mercedes-Benz ML-Class รุ่น Minor Change นั่นเอง


   มันก็แปลกๆนะที่จู่ๆมาเปลี่ยนชื่อรุ่นตอน Minor Change (ถ้าเป็นการเพิ่มชื่อพ่วงท้ายอย่าง Hilux Vigo เป็น Hilux Vigo Champ ก็ว่าไปอย่าง) แต่ก็เป็นเรื่องที่น่าสนับสนุนเพราะจะได้ลดการสับสนลงไปซักหน่อย ซึ่งชื่อ GLE-Class นั้นก็มาจากการที่ว่าตระกูล G และ GL จะเป็นกลุ่มรถ SUV ส่วนตัว E ก็มาจากการเป็นรถระดับหรูพอๆกับ E-Class ซึ่งเราก็ไม่รู้หรอกครับว่า ประชาชนจะเลิกสับสนหรือไม่


   หน้าตาของรถนั้นก็แทบจะยกหน้าตาแบบ GLE Coupe มาทั้งดุ้นกันเลยทีเดียว มีเพียงแค่การปรับหน้าตาให้ดูสมบุกสมบันขึ้นเท่านั้นเอง และมีการลบเส้นสายที่ต่อจากซุ้มล้อหน้า พ่นชายล่างขอบประตูด้วยสีดำ ตกแต่งด้วยแถบโครเมียม ด้านท้ายก็ปรับกันชนท้ายใหม่ แล้วก็เปลี่ยนไฟท้าย LED ใหม่..แค่นั้นเอง


 
   ภายในก็ยกมาจาก GLE Coupe ทั้งกระบิ ซึ่งมันก็คือการนำคอนโซลของ ML-Class รุ่นก่อนมาปรับปรุงใหม่ให้หรูหราขึ้นกว่าเดิมนั่นเอง ซึ่งมากับความหรูหราและใช้วัสดุชั้นดีในการปรุงแต่งห้องโดยสารให้มีความสวยงามจนชวนมองได้ทันที


    ด้านเครื่องยนต์นั้น ได้มีการแนะนำขุมพลังบล็อกใหม่ โดยมาในรุ่น  GLE 500e 4MATIC ซึ่งเป็น Plug-in Hybrid คันแรกที่สร้างอัตราสิ้นเปลืองแค่ 3.3 ลิตร/100 กม. เท่านั้น ซึ่งเครื่องตัวนี้มากับเครื่องยนต์เบนซิน BlueDIRECT V6 พละกำลัง 333 แรงม้า ผนวกกับมอเตอร์ไฟฟ้า 116 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 650 นิวตัน-เมตร และผู้ขับขี่สามารถวิ่งในโหมดรถไฟฟ้าด้วยความเร็วสูงสุด 130 กม./ลิตร ระยะทางวิ่ง 30 กม. ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 7G Tronic Plus ซึ่งในรุ่นเครื่องยนต์ตัวนี้ ผู้ขับขี่สามารถเลือกการขับขี่ได้ 4 แบบด้วยกัน ได้แก่ โหมด Hybrid ซึ่งจะจัดการเรื่องการขับขี่อัตโนมัติเพื่อสร้างสมดุลพลังขับเคลื่อนจากเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า โหมด E-Mode ขับเคลื่อนพลังงานจากไฟฟ้า โหมด E-SAVE ช่วยกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่สำหรับไว้ใช้ทีหลัง และโหมด Charge สถานะแบตเตอรี่กำลังถูกชาร์จขณะรถกำลังวิ่ง และยังติดตั้งระบบช่วยชะลอกำลังรถเพื่อให้ลดภาระการเบรกจากผู้ขับขี่

   ส่วนในรุ่นเครื่องยนต์ธรรมดาก็จะมี GLE 250 d และ GLE 250 d 4MATIC มากับเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ พละกำลัง 204 แรงม้า และ GLE 350 d 4MATIC มากับเครื่องยนต์ดีเซล V6 กำลัง 258 แรงม้า แรงบิด 620 นิวตัน-เมตร ต่อด้วย GLE 400 4MATIC มากับเครื่องยนต์ V6 ฉีดตรง เทอร์โบคู่ มากับกำลังสูงสุด 333 แรงม้า แรงบิด 480 นิวตัน-เมตรที่ 1,400 รอบ/นาที  และเครื่องยนต์ที่แรงสุดในรุ่น GLE 500 4MATIC มากับงเครื่องยนต์ V8 ฉีดชตรง เทอร์โบคู่พละกำลัง 435 แรงม้า แรงบิด 700 นิวตัน-เมตร ทั้งหมดนี้ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 9G Tronic และเป็นครั้งแรกติดตั้งจังหวะเกียร์สำหรับการลุยออฟโรด
และ differential lock ระหว่างเพลาทั้งสอง และยังมีโหมด Dynamic Select เลือกการขับขี่ต่างๆให้อีกด้วยครับ


   และรุ่นท็อปสุดๆก็ต้อง GLE 63 AMG ที่ติดตั้งเครื่องยนต์ AMG 5.5 ลิตร เทอร์โบคู่ มากับพละกำลัง 557 แรงม้า และ GLE 63 AMG S 585 แรงม้า ซึ่งในรุ่นนี้แชสซีส์ถูกปรับจูนให้ขับขี่เร้าใจและคล่องตัว รวมทั้งการตอบสนองลิ้นปีกผีเสื้อเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังตอบสนองให้สปอร์ตขึ้นกว่าเดิม

   Mercedes-Benz GLE-Class ใหม่ จะเปิดตัวในงาน New York Auto Show 2015 ส่วนกำหนดการขายในไทยนั้นคาดว่าอีกสักพักใหญ่คงมา คิดว่าอาจจะไม่เกินปีนี้ เพราะ GLE Coupe ยังเร็วทันใจ แล้ว GLE-Class หละ จะเหลือเหรอ..

   

   
  อยากติดตามข่าวสารรถใหม่ อัพเดตเร็วทันใจ คุยสารพัดเรื่องรถ 
กดไลค์แฟนเพจของ Cars New Update ด้านล่างได้เลยครับ!!!
   

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น