วันศุกร์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2558

ส่องไฮไลต์ว่าที่รถใหม่ที่จะไปเปิดตัวในงาน Bangkok Motor Show 2015

  อีกไม่นานเกินรอ คนไทยหัวใจรักรถก็จะได้ไปเดินเล่นชมรถชมพริตตี้ในงานแสดงรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียอย่างงาน Bangkok International Motor Show 2015 ครั้งที่ 36ที่เชื่อว่าใครๆหลายคนต้องอยากไปกันแน่นอนครับ และเช่นเคยในงานจะมีรถรุ่นใหม่หลายรุ่นมาเปิดตัวและเปิดขายกันในงาน เพราะ งานแสดงรถยนต์บ้านเรามันอินดี้ ไม่ได้เน้นโชว์ แต่ขายด้วย (ส่วนที่โชว์คือพริตตี้ 555+) ฉะนั้นแล้วภายในงาน แต่ละค่ายก็พยายามงัดโปรโมชั่นเด็ดๆมาดึงดูดลูกค้าที่มางานให้มาจับจองรถกันด้วยละครับ


   อย่างที่กล่าวข้างต้น ในงาน Bangkok International Motor Show 2015 จะมีรถใหม่มาเปิดตัวมากมาย ฉะนั้นแล้ว ผมเลยรวบรวมรถรุ่นใหม่ที่จะมาเปิดตัวและเป็นไฮไลต์เด็ดภายในงานนี้ ซึ่งก็มีหลายคันหลายรุ่นหลายค่ายที่น่าจะเรียกความสนใจได้แน่นอน จะมีค่ายไหนบ้างไปชมกันเลย
(ปล. ค่ายที่ไม่ได้ใส่ในบทความนี้ แปลว่า จะไม่มีรถใหม่มาเปิดตัวในงานครับ หรือ ยังไม่มีข่าวความคืบหน้า)

BMW

BMW i3
BMW 2-Series Active Tourer
    ค่ายใบพัดฟ้าขาว BMW หลังจากที่ประสบความสำเร็จกับ BMW i8 ในไทยที่เหล่าบรรดาเศรษฐีผู้มีอันจะกินจับจองมาวิ่งบนถนนแล้วหลายคัน เลยขอสานต่อความสำเร็จด้วยการนำรถไฟฟ้ารุ่นน้องอย่าง BMW i3 เข้ามาเปิดตัวภายในงานด้วย :ซึ่งมากับระบบส่งกำลังที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้ากลางลำตัวรถ ให้กำลังสูงสุด 170 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร กำลังพอๆกับเครื่อง 2.5 ลิตร ส่งต่อกำลังสู่ล้อคู่หลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 1 จังหวะ อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 7.2 วินาที ความเร็วสูงสุดล็อกไว้ที่ 150 กม./ชม. พิสัยเดินทาง 160 กม. ต่อการชาร์จไฟเต็ม 1 ครั้ง และเก็บประจุไฟฟ้าผ่านแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน ติดตั้งในพื้นตัวถังรถ โดยน่าจะมีราคา 3 ล้านกว่าๆ และใครที่อยากได้รถ MPV หรูๆไว้ขับเล่น BMW ขอนำเสนอ BMW 2-Series Active Tourer ซึ่งตอนแรกผมก็ไม่คิดว่าจะมา ปรากฏว่ามันมาด้วย จะราคาเท่าไหร่นั้น รอชมกันได้ที่งานครับ

Chevrolet

    ค่ายโบว์ไทน์ Chevrolet ก็มีไฮไลต์ที่น่าสนใจซึ่งเพิ่งเปิดตัวใหม่มาไม่นานมานี้ ซึ่งก็คือ Chevrolet Colorado High Country ที่ยกระดับความเท่และความหรูหราให้กับกระบะสุดแกร่งคันนี้ ภายนอกจะมากับไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์แบบรมดำ กระจังหน้าใหม่สีเทาดำ การ์ดกันชนหน้าเพิ่มความเท่ กรอบประตูเสา B สีดำเงา เสาหลังคากลางตกแต่งด้วยวัสดุพื้นผิวมันเงาพร้อมราวหลังคาแนวขวาง ที่เปิดฝาท้ายแบบโครเมียม ล้ออัลลอยที่คุ้นหน้าคุ้นตาจาก Trailblazer เอามาแต่งใหม่เพิ่มความสปอร์ต และอีกตำแหน่งที่เปลี่ยนแปลงคือกล้องมองหลังที่ไปติดเด่นๆด้านบนตรงกลางฝากระโปรงท้าย 


   ภายในห้องโดยสารก็มาตามคาดการณ์ไว้ คอนโซลหน้าตกแต่งด้วยวัดสุ Piano Black เหมือน Trailbalzer ไม่มีผิด และยังเปลี่ยนเบาะนั่งเป็นเบาะหนังสีน้ำตาล Brown Stone และยังเพิ่มหมอนรองศีรษะตรงกลางในส่วนด้านหลังห้องโดยสารด้วย นอกจากนี้ยังคงมีเบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง สะดวกด้วยระบบสมาร์ทมีเดีย เชื่อมต่อสมาร์ทโฟน สามารถเล่นเพลง แสดงผลภาพถ่าย วีดีโอ และระบบนำทาง เมื่อเชื่อมต่อแล้วจะมีการแสดงผลที่เมนูบนหน้าจอทัชสกรีน (เพลง รูปภาพและวิดีโอ โทรศัพท์ สมาร์ทโฟน และการติดตั้ง) ผู้ใช้สามารถเข้าถึงรายการส่วนตัว และใช้โทรศัพท์แบบแฮนด์ฟรี รวมถึงฟังก์ชั่นอื่นๆ ได้อย่างง่ายดาย ซึ่งมีให้เลือก 2 รุ่นย่อยคือ ตัวขับเคลื่อน 2 ล้อราคา 969,000 บาท และ ตัวขับเคลื่อน 4 ล้อราคา 1,029,000 บาท นอกจากนั้นยังมีรถรุ่นอื่นๆมาโชว์ครบถ้วน ไปชมในงานกันได้เลย

Ford
   ค่าย Ford เตรียมส่ง 2 รุ่นใหม่มาโชว์ตัวเรียกความสนใจจากลูกค้า ซึ่งแต่ละคันก็เป็นรุ่นหลักๆของ Ford ทั้งนั้น เริ่มต้นด้วย Ford Everest โฉมใหม่หมดจด ที่ได้ฤกษ์เปิดตัวกันเสียที หลังจากที่วิ่งโชว์ชาวบ้านอยู่ตั้งนาน ซึ่งมันจะเป็นรถ PPV ที่จะสร้างมาตรฐานใหม่ๆให้กับวงการได้มากทีเดียว ด้วยออปชั่นที่อัดแน่นชนิดทำเอาค่ายอื่นไม่เป็นอันจะกินนอนสบายกันเลยทีเดียว ซึ่งมันจะมีขุมพลังให้เลือก 2 แบบคือ 2   ด้านเครื่องยนต์นั้นมากับเครื่องเบนซิน 2.0 ลิตรมากับพละกำลัง 154 แรงม้าที่ 6,200 รอบ แรงบิด 19.5 กก-ม ที่ 4700 รอบต่อนาที  ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ซึ่งมีให้เลือก 2 โหมด คือ โหมดประหยัด หรือ โหมดการขับขี่แบบสปอร์ต หรือเปลี่ยนเกียร์แบบธรรมดา  ออปชั่นที่ติดมากับรถไม่มีอะไรมาก มากับปุ่ม Start /Stop และฟีเจอร์ใหม่ นั่นคือ พวงมาลัยแบบมัลติฟังชั่นระบบ Flex Steer ปรับได้ 3 แบบ และล้ออัลลอยด์ 18 นิ้ว ราคาค่าตัวอยู่ที่ 1,397,000 บาทครับ ราคาก็น่าจะไม่เกิน 1.3 ล้านในรุ่นเริ่มต้น ส่วนตัวท็อปไม่เกิน 1.6 ล้านครับ 



   อีกคันก็คือ Ford Ranger Minor Change ซึ่งได้รับการปรับโฉมให้หล่อและเท่ในสไตล์อเมริกาโดยจะมากับขุมพลังแบบเดียวกับ Everest ซึ่งทั้งสองคันนี้จะประกาศราคาในช่วงวันที่ 23-24 มี.ค. นี้ และจะเริ่มส่งมอบกันจริงๆได้ในช่วงกรกฎาคมครับ

Isuzu 
   ค่าย Isuzu ขอกระตุ้นตลาดด้วยการส่งรุ่นพิเศษอย่าง Isuzu MU-X The Limited ที่แต่งเติมเพิ่มลูกเล่นนิดหน่อยเพื่อเรียกความสนใจจากลูกค้า ซึ่งภายนอกมากับล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้วรมดำ ตกแต่งเพิ่มความต่างด้วยสติ๊กเกอร์ลายกราฟิกรอบคัน กระจกมองข้างเปลี่ยนเป็นสีเดียวกับตัวรถเพิ่มความหรูหรา ภายในห้องโดยสารมากับโทนสีดำ มาพร้อมเบาะนั่งสีดำเดินตะเข็บด้ายสีเงิน คอนโซลหน้าตกแต่งด้วยวัสดุ Piano Black และยังติดตั้งระบบลำโพง 8 จุดรอบคันจาก Kenwood ใช้พื้นฐานรุ่น 3.0 ลิตร 4x2 ในการทำรุ่นพิเศษรุ่นนี้โดยมีค่าตัว 1,339,000 บาทครับ
 
Kia
   ค่าย Kia นำเอา 2 รุ่นใหม่ที่เปิดตัวเมื่อต้นเดือนไปหมาดๆ ซึ่งก็คือ Kia Grand Carnival โฉมใหม่ งได้ รับการเปลี่ยนโฉมใหม่ให้หรูหราและดูมีระดับมากกว่าที่เคยเป็นมา และยังคงความเป็นอเนกประสงค์ด้วยห้องโดยสารที่มากับที่นั่ง 11 ที่นั่งด้วยกัน ซึ่งมันยังคงนำเอาออกแบบตามเอกลักษณ์ของ Kia ด้วยกระจังหน้า Tiger Nose ไฟหน้าทรงโฉบเฉี่ยว เส้นสายที่ดูเรียบหรูลงตัว   ด้านเครื่องยนต์นั้น All-New Kia Grand Carnival วางเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 2.2 ลิตร เทอร์โบ มากับพละกำลัง 197 แรงม้าที่ 3,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 440 นิวตัน-เมตรที่ 1,750-2,750 รอบต่ำและปานกลาง ด้านราคาจำหน่ายนั้น มีการแบ่งออกเป็น 2 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น LX ราคา 1,595,000 บาท และ รุ่น EX ราคา 1,928,000 บาทครับ


   อีกตัวหนึ่งก็คือ Kia Soul โฉมใหม่ รถครอสโอเวอร์แฟชั่นที่มากับแนวการออกแบบที่คงเอกลักษณ์ของรุ่นเดิมไว้ครบถ้วน ยังคงมากับสไตล์ที่เอาใจวัยรุ่น เป็นรถที่เน้นความคล่องแคล่วในการขับขี่ และเป็นรถที่รวมทั้ง Crossover , MPV และ SUV อยู่ในคันเดียวกัน    ด้านเครื่องยนต์นั้นมากับเครื่องเบนซิน 2.0 ลิตรมากับพละกำลัง 154 แรงม้าที่ 6,200 รอบ แรงบิด 19.5 กก-ม ที่ 4700 รอบต่อนาที  ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ซึ่งมีให้เลือก 2 โหมด คือ โหมดประหยัด หรือ โหมดการขับขี่แบบสปอร์ต หรือเปลี่ยนเกียร์แบบธรรมดา  ออปชั่นที่ติดมากับรถไม่มีอะไรมาก มากับปุ่ม Start /Stop และฟีเจอร์ใหม่ นั่นคือ พวงมาลัยแบบมัลติฟังชั่นระบบ Flex Steer ปรับได้ 3 แบบ และล้ออัลลอยด์ 18 นิ้ว ราคาค่าตัวอยู่ที่ 1,397,000 บาทครับ 

Mazda


   ค่าย Mazda เตรียมส่งรุ่นใหม่มาเปิดตัวภายในงาน หลังจากที่ได้รับความสนใจจาก Mazda 2 SkyActiv-D เครื่องดีเซลแล้ว ซึ่งมากับราคาที่สูง Mazda จึงมีทางเลือกที่ราคาย่อมเยาลงมา นั่นก็คือ Mazda 2 SkyActiv-G เครื่องเบนซิน 1.3 ลิตร ซึ่งจะมากับขุมพลัง เครื่องยนต์เบนซิน 1.3 ลิตร SkyActiv-G 1.3 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 93 แรงม้า ที่ 5,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 121 นิวตันเมตร  ที่ 4,000 รอบ/นาที มากับอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ยที่น่าจะอยู่ราวๆ 23.25 กม./ลิตร โดยน่าจะมีราคาแถว 540,000-670,000 บาท 


  และอีกคันก็คือ Mazda 3 Racing Series รุ่นพิเศษ ภาย นอกเพิ่มเติมสเกิร์ตรอบคันสี Brilliant Black ตกแต่งคาดลายสติกเกอร์ลายพิเศษ Racing Series รอบคัน ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้วลายเดิมแต่พ่นสีพิเศษ Gun Metallic เพิ่มความดุดัน รวมทั้งเพิ่มกระจกมองข้างสีดำและสปอยเลอร์ท้ายสีดำ พร้อมท่อไอเสียคู่แบบสปอร์ต (รุ่นแฮตซ์แบ็ค)  ภายในห้องโดยสารได้ตกแต่งเพิ่มความโฉบเฉี่ยวด้วยการแต่งเติมคอนโซลหน้าสีดำ Piano Black พร้อมโลโก้ Racing Series เบาะนั่งดีไซน์ใหม่แต่งด้วยสีดำสลับแดงและเย็บด้ายแดง พร้อมโลโก้ Racing Series ตรงพนักพิงศีรษะ มี 2 ทางเลือกคือ ถ้าใครจะเอาสีขาวมุกก็ราคา 968,000 บาท หรือถ้าอยากได้สีแดงสดๆ ก็ 973,000 บาทครับ ราคาเท่ากันทั้งสองตัวถัง ใครสนใจรถสวยๆ มากเทคโนโลยีก็ไปชมได้
 

Mercedes-Benz
   ค่ายดาวสามแฉก มีของใหม่น่าสนใจมาให้รอชมมากมายหลายรุ่นทีเดียว ซึ่งแต่ละคันก็มีความน่าสนใจทั้งนั้น นอกจากรถรุ่นอื่นๆมากมายหลายรุ่น  Mercedes-Benz CLA Shooting Brake ที่เปิดตัวไปแล้วก่อนหน้านี้ และ Mercedes-Benz C300 Bluetec Hybrid ที่เปิดตัวรุ่นประกอบในประเทศไปไม่นาน ก็จะมีรถใหม่เข้ามาเปิดตัวให้ชมเป็นครั้งแรกในไทยอีกด้วย

   เริ่มที่ Mercedes-Benz AMG GT S รถสปอร์ตสุดเท่ หนึ่งในรถในฝันของใครหลายๆคนที่มีความสง่างามและหรุหราพอๆกับ Porsche เลยทีเดียว ซึ่งมันจะมากับขุมพลัง 4.0 ลิตร V8 ทวินเทอร์โบ พละกำลัง 510 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 650 Nm 0-100 กม./ชม. ภายใน 3.8 วินาที ท็อปสปีดทำได้ 310 กม./ชม. ซึ่งตัวจิ๊ดคันนี้ยังมาพร้อมเฟืองท้ายลิมิเต็ดอิเลกทรอนิกและระบบช่วงล่าง AMG RIDE CONTROL ที่ปรับการทำงานได้สามโหมดคือ Comfort, Sport และ Sport Plus โดยจะมีราคาค่าตัวอยู่ที่ 14,900,000 บาทครับ


   อีกคันหนึ่งก็คือ Mercedes-Benz GLE 450 Coupe AMG Sport รถอเนกประสงค์สไตล์คูเป้สุดหล่อซึ่งเป็นคู่แข่งโดยตรงของ BMW X6 ซึ่งมากับหน้าตาที่ดูหล่อเหลาและเท่สุดๆ และความโฉบเฉี่ยวสไตล์สปอร์ตรอบคันรถ มากับเครื่องยนต์เบนซิน 3.0 ลิตร V6 พกพาพละกำลัง 367 แรงม้า แรงบิด 520 นิวตัน-เมตร และยังมีระบบช่วงล่างถุงลม AIRMATIC พร้อม ADS+ ช่วยปรับระดับโช็คแบบแปรผันและระบบ Active Curve Control ทำงานพร้อมกับ Dynamic Select ในโหมด Sport และ Sport+ ป้องกันการพลิกคว่ำด้วย ค่าตัวในเมืองไทยได้ยินว่าอยู่ราวๆ 7,990,000 บาทครับ



   ปิดท้ายด้วย Mercedes-Benz V-Class รถตู้สุดหรูคันใหม่ที่มากับความหรูหราเหนือระดับเสียยิ่งกว่าเก่า ซึ่งมันจะมาในไทยด้วยรุ่น V250 Bluetec ที่จะมากับเครื่องยนต์ดีเซล 2.1 ลิตร มากับพละกำลัง 190 แรงม้า แรงบิด 440 นิวตัน-เมตร โดยจะมากับค่าตัว 5,490,000 บาทครับ 

MG
   ค่ายน้องใหม่ในเมืองไทย ไฮไลต์เด็ดในงานคงจะหนีไม่พ้น MG3 รถเล็กรุ่นใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวไปหมาดๆ ซึ่งมันมีดีหลายอย่างด้วยกัน ไม่ว่าจะหน้าตาที่ดูดีสไตล์อังกฤษ และเป็นครั้งแรกในระดับนี้ที่ติดตั้งหลังคาซันรูฟมาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน มากับขุมพลังขนาด 1.5 ลิตร DOHC VTi-TECH 4 สูบ 16 วาล์ว พร้อมระบบวาล์วแปรผันคู่ให้กำลังสูงสุด 106 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุดที่ 135 นิวตัน-เมตร ที่ 4,500 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด SeleMatic พร้อมระบบปรับโหมดการขับขี่แบบสปอร์ต และแบบแมนวล เปลี่ยนเกียร์เองได้ และที่สำคัญรองรับน้ำมัน E85 ได้ด้วยครับ แม้จะเป็น B-Segment คู่แข่ง Honda Jazz หรือ Mazda 2 แต่ทำราคาที่ถูกจนอีโคคาร์บางค่ายต้องคารวะ ด้วยค่าตัว 479,000-595,000 บาท ใครสนใจของแปลกก็ไปชมกันได้ครับ
 
Mitsubishi 

    ค่าย Mitsubishi เตรียมส่งของใหม่มาลงตลาด (แต่เป็นของเก่าในต่างประเทศแล้ว) นั่นก็คือ Mitsubishi Delica Space Wagon มาเอาใจกลุ่มตลาดครอบครัว ซึ่งมันจะมากับออปชั่นมากมายหลายอย่างด้วยกัน จะ มากับไฟหน้ารถแบบ HID พร้อมไฟตัดหมอกหน้า กระจกหน้าและกระจกหน้าต่างแบบป้องกันรังสี UV ประตูด้านข้างเลื่อนด้วยระบบไฟฟ้า ภายในติดตั้งหน้าจอสัมผัสพร้อมระบบนำทาง Navigator ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ พร้อมระบบฟอกอากาศ จอภาพเพดาน และมากับกุญแจแบบ KOS ระบบความปลอดภัยพื้นฐาน ก็มีตั้งแต่ ABS EBD BA และก็มีระบบ Active Stability Control (ASC) ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HSA และถุงลมนิรภัย 7 ใบ ราคาค่าตัวก็จะอยู่ราวๆ 1,780,000-1,795,000 บาทโดยประมาณครับ



   นอกจากนี้ก็จะมี Mitsubishi Attrage MY2015 ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ โดยมากับกระจังหน้ารมดำ ล้ออัลลอยรมดำและสีเทาสีใหม่ นอกจากนี้ก็มี Mitsubishi Triton มาโชว์ตัวครบทุกตัวถัง และรุ่นอื่นๆอีกหลายรุ่นครับ

Nissan
     ค่าย Nissan มีไฮไลต์ที่เปิดตัวไปแล้วนั่นก็คือ Nissan Juke Minor Change ที่ได้เพิ่มออปชั่นและอะไรใหม่ๆอีกหลายอย่างด้วยกัน การเปลี่ยนแปลงหลักๆที่เห็นเด่นชัดนั่นคือในส่วนด้านหน้าที่มีการเปลี่ยนแปลงไฟ หน้าใหม่ให้เป็นทรงบูมเมอแรง มาพร้อมกับไฟหน้าแบบ Projector พร้อมไฟหรี่แบบ LED ซึ่งตัวไฟหน้านั้นมากับรูปทรงบูมเมอแรง กระจังหน้ายังคงแนว V-Shape เช่นเดิม กันชนหน้าได้รับการปรับปรุงใหม่ให้ดุดันและโฉบเฉี่ยวกว่าเดิม ด้านท้ายมากับไฟท้ายใหม่ที่ดูสะดุดตากว่าเก่า และกันชนท้ายที่ออกแบบให้ดูเท่กว่าเดิมด้วย แต่เสียดายที่ล้ออัลลอยไม่ยอมเปลี่ยนลายใหม่ซะงั้น ของเล่นใหม่ที่ทาง Nissan นำเสนอนั่นคือ ระบบสื่อสารและเชื่อมต่อระหว่าง Juke (Juke Club ฟังก์ชัน) พร้อม Eazy Talk แอปพลิเคชัน ว่ากันง่ายๆก็คือเราสามารถพูดคุยกับ Juke คันอื่นที่อยู่ในกลุ่มของเราได้ ด้วย 4 นิ้วสัมผัสหน้าจอให้พูดเหมือนวิทยุสื่อสาร นอกจากนี้ก็มีมีระบบประมวลผลสัญญาณดิจิตล DSP ช่วยเพิ่มความคมชัดของเสียงและภาพ ราคาค่าตัวอยู่ที่ 799,000-884,000 บาทครับ และนอกจากนี้ก็จะมี Nissan NP300 Navara Single Cab ตอนเดียวและรุ่นอื่นๆอีกหลายรุ่น

Ssangyong



   ค่ายรถแดนกิมจิ เตรียมนำเสนอกระบะ Ssangyong Actyon Sports ซึ่งมากับหน้าตาที่ค่อนข้างดูดีพอสมควร  มันคือการนำเอารถอเนกประสงค์ทรงสปอร์ตอย่าง Ssangyong Actyon มาทำเป็นรถกระบะซึ่งอันที่จริงมันก็มีขายในตลาดโลกมานมนานหลายปีแล้วหละครับ  เพราะ เปิดตัวในปี 2006 ครับ แต่ในรูปคือรุ่น Minor Change ที่เปิดตัวไปเมื่อปี 2012 ในตลาดโลก ก็ถือว่าอยู่ในตลาดมานานมากกกกกกเลยทีเดียว เอาเป็นว่าใครสนใจก็ไปชมกันได้ เพราะค่ายนี้พริตตี้สวยๆเยอะนะครับ อิอิ

Suzuki
    ค่าย Suzuki พร้อมแล้วกับการนำเสนออีโคคาร์ซีดานรุ่นใหม่อย่าง Suzuki Ciaz ใหม่ ซึ่งมันจะมากับขนาดที่ใหญ่โตกว่าใครและหรูกว่าใครด้วย ซึ่งในเวอร์ชั่นไทยนั้นในรุ่นท็อป จะมากับออปชั่นเต็มๆแน่นอน ซึ่งประกอบไปด้วยไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ ชุดแต่งรอบคัน หน้าจอสัมผัสพร้อมเนวิเกเตอร์ ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ ภายในสีดำ และยังมาพร้อมกับเบาะหนังด้วย ส่วนแอร์หลังนั้นยังไม่มีข้อมูลว่าจะมาหรือไม่ ส่วนใครที่หวังเรื่องครูซคอนโทรล บอกเลยว่าไม่มีครับ เครื่องยนต์จะเป็นขุมพลังเดียวกับ Swift ก็คือ 1.25 ลิตร ส่งกำลังด้วยเกียร์ CVT บอกเลยว่าไม่ควรพลาดครับ
 
Toyota
     เจ้าตลาดรายใหญ่ของเรานั้นก็มีไฮไลต์เด็ดๆหลายคันที่จะมานำเสนอให้คนไทยได้รับชมกันหลายคันทีเดียวครับ ซึ่งก็เริ่มที่ Toyota Alphard และ Veilfire ซึ่งงานนี้ Toyota เอามาเป็นแพ็คคู่ ไม่ได้เอามาแค่ Alphard ตัวเดียว อย่างที่บอกข้างต้น มันมาทั้งคู่ครับ ซึ่งความแตกต่างของสองตัวนี้ก็คือ Alphard จะเน้นความหรูหรามากกว่า ซึ่งผู้เขียนก็ได้ข่าวจากคนในว่า Alphard จะทำตลาดในรุ่นบนซึ่งจะมากับเครื่องเบนซิน 3.5 ลิตร V6 มาพร้อมภายในที่หรูหรา และจอ LED ขนาด 9 นิ้ว ในช่วงกลางปีจะมีรุ่นไฮบริด 2.5 HV ขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ E-FOUR ส่วนในรุ่น Veilfire จะวางตลาดในรุ่นรองลงมา มากับขุมพลังเครื่องยนต์เบนซิน 2.5 ลิตร แบบ Dual-VVT-i ทำงานคู่กับระบบเกียร์แบบ CVT พร้อมโหมดการขับขี่แบบสปอร์ต และประหยัดกว่าเดิมกับระบบ Idle Stop ที่สำคัญคือมันจะประกอบในเมืองไทยขาย เพื่อมาทำราคาสู้เกรย์มาร์เก็ต จะราคาเท่าไหร่ ออปชั่นมาแค่ไหนรอชมได้ครับ
 

   คันต่อมาที่เพิ่งเปิดตัวไปสดๆร้อนก็คือ Toyota Camry Minor Change ที่ไม่ใช่เป็นแค่เพียงการปรับรูปลักษณ์ภายนอกและภายใน แต่ Toyota ได้ใส่ออปชั่นใหม่ๆมาแบบเต็มๆมาสู้คู่แข่งมากมายจนทำให้หลายค่ายจุกทีเดียว ไฮไลต์สำคัญคือในรุ่น 2.0 ลิตร ใหม่รหัส 6AR-FSE VVT-iW แบบฉีดตรง D-4S ให้พละกำลังสูงสุด 167 แรงม้าที่ 6,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 199 นิวตัน-เมตรที่ 4,600 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด และระบบความปลอดภัยตั้งแต่ระบบเบรก ABS EBD BA ระบบควบคุมการทรงตัว VSC ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TRC ระบบช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน HAC ( Hill Start Assist Control)  Sensor กะระยะการจอดด้านกันชนหน้า-กันชนหลัง ระบบช่วยเตือนในจุดอับสายตา BSM (Blind Spot Monitor) ระบบช่วยเตือนในขณะถอยรถ RCTA ( Rear Cross Traffic Alert ) สัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติ ESS ( Emergency Stop Signal) ระบบตัดน้ำมันเชื้อเพลิงเมื่อเกิดการพลิกคว่ำ ทั้งหมดนี้มีทุกรุ่นครับ ถุงลมนิรภัย 4 ใบในรุ่น 2.0 ลิตร 

นอกนั้นจะได้ถุงลมนิรภัย 7 ใบรอบคันทุกรุ่น กล้องมองภาพขณะถอยจอด(เฉพาะตัวที่มีจอ) ในรุ่นท็อปจะได้ระบบ Dynamic Radar Cruise Control ระบบไฟสูงอัตโนมัติ AHB ระบบเสริมความปลอดภัยก่อนการชน Pre-Crash System และระบบเตือนให้รักษาตำแหน่งรถในช่องทาง LDW (Lane Departure Warning) โดยมีราคาค่าตัวที่ 1,319,000-1,899,000 บาทครับ


    ปิดท้ายด้วยรุ่นตกแต่งพิเศษจาก Toyota นั่นคือ Corolla Altis Esport Nurburgring Edition ซึ่งหน้าตาของรถได้รับการออกแบบให้แตกต่างจากตัว Esport ธรรมดาด้วยการเปลี่ยนสเกิร์ตกันชนหน้าใหม่ให้ดูหล่อ เท่ ดิบกว่าเดิม ไฟท้าย LED Surface illumination รมดำ  นอกจากนี้ยังแต่งเติมกาบด้านข้างเล็กๆน้อยบริเวณประตูรถ และสปอยเลอร์ท้ายแบบใหม่ที่ดุดันกว่าเดิม โลโก้ Nurburgring ข้างตัวรถ โดยยังคงล้ออัลลอยลายสปอร์ตขนาด 17 นิ้วที่ลายสวยอยู่แล้วไว้  ภายในห้องโดยสารได้รับการตกแต่งใหม่ เบาะหนังคู่หน้าแบบ Bucket Seat ปั๊มโลโก้ ESPORT และ ด้ายแดง วัสดุตกแต่งแผงคอนโซลหน้าแบบ Piano Black พร้อมแถบสีแดง และบุด้วยวัสดุแบบนุ่ม วัสดุตกแต่งแผงประตูสีแดงและพรมปูพื้นรถตัดขอบแดง ติดตั้งออปชั่นจอสัมผัสขนาด 7 นิ้วรองรับการเชื่อมต่อ Smart G-Book ราคาอยู่ที่ 949,000-959,000 บาทครับ

Volvo
    ปิดท้ายที่ค่าย Volvo ซึ่งจะมีของใหม่มานำเสนอคือ Volvo V60 T5 ซึ่งเจ้ารถตรวจการณ์คันนี้จะใส่เครื่องยนต์ใหม่ขั้นเทพ ด้วยขุมพลัง 2.0 ลิตร 4 สูบที่ปล่อยพละกำลังถึง 220 แรงม้ากันเลยทีเดียว ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด นอกนั้นยังรุ่นอื่นๆมาโชว์ครบถ้วน รอชมในงานได้เลย


-----------------------------------------------------------------

 และทั้งหมดนี้ก็คือไฮไลต์สำคัญๆที่จะมาโชว์ภายในงาน Bangkok Motor Show 2015 นอกจากจะมีพริตตี้สวยๆข้างรถแล้ว ก็มีรถพวกนี้หละครับที่จะเป็นตัวดึงดูดพาท่านเข้าไปชมงานนี้ได้ เอาละครับใครที่สนใจหรือเตรียมตัวไปงานนี้ บอกเลยว่างานจะจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 25 มี.ค.- 5 เม.ย. 58 ที่อิมแพ็ค อารีนา เมืองทองธานี บอกเลย..คนรักรถ ห้ามพลาด!


  อยากติดตามข่าวสารรถใหม่ อัพเดตเร็วทันใจ คุยสารพัดเรื่องรถ 
กดไลค์แฟนเพจของ Cars New Update ด้านล่างได้เลยครับ!!!
   

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น