วันอังคารที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2558

เปิดตัวในไทยแล้ว MG3 Hatchback & MG3 Xross ความพยายามครั้งใหม่ของค่ายผู้ดีเลือดมังกร เชิญพบกับ B-Segment ในราคา Eco Car

   การเปิดตัว MG6 เมื่อกลางปี 2014 ที่ผ่านมา ถือเป็นหนึ่งในบทเรียนครั้งใหญ่ที่ SAIC MOTOR-CP และ MG SALES Thailand ต้องจดจำไปตลอด แม้ตัวรถจะมีความได้เปรียบด้านขนาดตัวถังที่ใหญ่กว่ารุ่นเดียวกันในตลาดกับราคาที่พอๆกัน ด้วยความที่แบรนด์นี้ถือว่าเป็นแบรนด์ที่ยังใหม่ในเมืองไทย ทำให้มันถูกมองว่าแพงเกินตัวและเกินความเป็นแบรนด์ที่ยังมีคุณค่าเพียงน้อยนิดในตลาดไทยตอนนี้ ฉะนั้นแล้ว ถ้าไม่ยอมปรับตัว ก็จะไม่มีที่ยืนในตลาดอีกต่อไป


  และวันนี้ (17 มี.ค.) บริษัท SAIC MOTOR-CP กับ MG SALES Thailand ได้ทำการเปิดตัว MG3 ใหม่ ซึ่งมีให้เลือกทั้งเวอร์ชั่น Hatchback และ Xross (ครอส) หวังจะมาเจาะกลุ่มตลาด B-Segment (และอาจจะกินรวบไปถึงอีโคาร์) เอาใจวัยรุ่นที่ชอบความสนุกสนานและความแปลกใหม่ รวมทั้งราคาที่ทำให้คู่แข่งต้องเกิดอาการใบ้รับประทานกันเลยทีเดียว

   หน้าตาของรถก็ถือว่าสวยงามเอาการอยู่ หน้าตาของรถนั้นนับว่าดูดีใช้ได้ทีเดียว มาพร้อมกระจังหน้าสไตล์เอกลักษณ์ของ MG กันชนหน้าทรงทันสมัย ไฟหน้าที่มาพร้อมกับระบบไฟหน้าปัดน้ำฝนเปิดปิดอัตโนมัติ และติดตั้งไฟ Daytime Running Lights มาให้ตั้งแต่รุ่น D เส้นสายตัวรถมาแนวเรียงา่ยดูธรรมดาเรียบง่ายไม่ทันสมัยเท่าไหร่ ด้านท้ายออกแบบไฟท้ายแนวยาว และกันชนทรงสปอร์ต ล้ออัลลอยลายธรรมดาแต่ดูดีขนาด 15 นิ้ว แต่อย่างไรก็ตามตัวรถก็ได้สร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง รวมทั้งรถ Eco Car ทั้งหลาย ด้วยการมีตัวเลือกแบบการสาดสีตัวถังรถแบบทูโทน ซึ่งมีคู่สีให้เลือก ได้แก่ ตัวถังสีเหลืองหลังคาสีดำ (Tudor Yellow – Black Top) ตัวถังสีแดงหลังคาสีขาว (Regal Red – White Top) และตัวถังสีฟ้าหลังคาสีขาว (Thames Blue – White Top) 



   นอกจากนี้ MG3 ยังมีตัวเลือกฝาครอบกระจกมองข้างให้เลือกถึง 4 สีด้วยกัน และยังมีสติกเกอร์ตกแต่งหลังคาให้เลือกถึง 5 แบบด้วยกัน ได้แก่ Scottish Kilt , Brit Pop, MOD, Union Jack และ London Tube 

   ส่วนรุ่น Xross (อ่านว่า ครอส) จะแตกต่างจากตัวปกติด้วยกันชนหน้าที่ออกแบบให้ดูเท่และบึกบึนกว่านิดหน่อย พร้อมตกแต่งกาบด้านข้างสีดำรอบคัน ยกตัวถังให้สูงขึ้นเล็กน้อย และแร็คหลังคาด้านบน นอกนั้นไม่ต่างจากรุ่น Hatchback และ สิ่งที่เป็นจุดเด่นสำคัญซึ่งไม่มี B-Segment คันไหนทำมาก่อน นั่นคือ หลังคาซันรูฟ ซึ่งเป็นครั้งแรกของรถระดับนี้ที่มีการติดตั้งออปชั่นนี้เข้าไป ซึ่งมีให้เลือกในรุ่นย่อย X และรุ่น Xross ครับ

   ภายในห้องโดยสารออกแบบมาแนวธรรมดา เชยๆ ไม่ค่อยมีอะไรดึงดูด แต่มีการจัดวางอุปกรณ์ค่อนข้างสมส่วนใช้ได้พอสมควรที่ติติงอยู่อย่างเดียวคือ ทำไมไม่ติดตั้งเข็มขัดนิรภัยแบบปรับสูง-ต่ำได้มาเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ความแตกต่างของภายในรุ่น Hatchback และ Xross คือ เบาะของรุ่น Hatchback จะเป็นเบาะหนังสีดำเย็บด้ายแดง ส่วนเบาะของรุ่น Xross จะเป็นเบาะสีดำสลับสีส้ม

   ด้านเครื่องยนต์นั้นมากับขุมพลังขนาด 1.5 ลิตร DOHC VTi-TECH 4 สูบ 16 วาล์ว พร้อมระบบวาล์วแปรผันคู่ให้กำลังสูงสุด 106 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุดที่ 135 นิวตัน-เมตร ที่ 4,500 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด SeleMatic พร้อมระบบปรับโหมดการขับขี่แบบสปอร์ต และแบบแมนวล เปลี่ยนเกียร์เองได้ และที่สำคัญรองรับน้ำมัน E85 ได้ด้วยครับ

   ด้านระบบความปลอดภัยของรถนับว่าจัดมาแบบเต็มๆจนต้องอึ้งกันเป็นทิวแถว ด้วยระบบควบคุมการเบรกในขณะเข้าโค้ง (CBC – Curve Brake Control) , ระบบการช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน (HAS – Hill-Start Assist System), ระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรกฉุกเฉิน (ABS – Anti-Lock Braking System) พร้อมระบบช่วยกระจายแรงเบรก (EBD – Electronic Brake – Force Distribution) ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี และควบคุมการลื่นไถล (TCS –Traction Control System) ระบบป้องกันการลื่นไถล เมื่อเกียร์ลดต่ำอย่างฉับพลัน (MSR – Motor Control SlideRetainer) ระบบควบคุมการทรงตัว (ESC – Electronic Stability Control) โครงสร้างตัวถังเพื่อความปลอดภัย (USD –Ultimate Stiffness Design) และ ระบบเสริมแรงเบรก (BA – Brake Assist)

   ด้านราคาจำหน่าย MG3 มีให้เลือก 4 รุ่นย่อยด้วยกัน ได้แก่
MG3 Hatchback C ราคา 479,000 บาท
MG3 Hatchback D ราคา 509,000 บาท
MG3 Hatchback X ราคา 559,000 บาท 
MG3 Xross ราคา 595,000 บาท
   เห็นราคาแบบนี้ อีโคคาร์หลายค่ายยังต้องอึ้ง แน่นอนละครับ ถ้าไม่จัดราคานี้ MG ไม่มีทางขายได้แน่นอน เพราะหลังจากที่ได้รับบทเรียนกันมาแล้ว นี่หละครับ ไม่ทระนงตนและไม่สำคัญตนมากเกินไป คาดว่าน่าจะขายได้ดีไม่มากก็น้อยเลย

   นอกจากนี้ด้านบริการหลังการขาย MG ยังมาพร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง นาน 4 ปี หรือ 120,000 กิโลเมตร พร้อมขยายโชว์รูมและศูนย์บริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อความอุ่นใจในการใช้งาน ศูนย์บริการและศูนย์ฝึกอบรม MG ที่ซอยอ่อนนุช สามารถให้บริการได้ครอบคลุมรอบด้าน นอกจากรี้ยังมี เอ็มจี เซอร์วิส เซนเตอร์ บริการช่วยเหลือเคลื่อนที่ MG Mobile Service ซึ่งเป็นอีกหนึ่งในการบริการลูกค้าอย่างเต็มรูปแบบและครบวงจร เพื่อช่วยเหลือและให้บริการกับลูกค้า MG และประชาชนทั่วไปสามารถชม MG3 ได้ภายในงาน Bangkok Motor Show 2014 ตั้งแต่วันที่ 25 มี.ค.-5 เม.ย. 58 ครับ 
  อยากติดตามข่าวสารรถใหม่ อัพเดตเร็วทันใจ คุยสารพัดเรื่องรถ 
กดไลค์แฟนเพจของ Cars New Update ด้านล่างได้เลยครับ!!!
   

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น