วันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2558

มาแล้ว All-New BMW 7-Series เติมเต็มความหรูหรา พร้อมเทคโนโลยีล้ำหน้า

  หลังจากที่ BMW 7-Series โฉมปัจจุบันกับรหัสตัวถัง F01/F02 ทำตลาดมายาวนานจนมาถึงอายุขัยของมัน และก็พร้อมแล้วที่จะมีทายาทผู้สืบทอดต่อไป ซึ่งหลังจากที่มีรถทดสอบออกมาวิ่งแรมปีรวมทั้งภาพหลุดต่างๆที่หลุดออกมา ตอนนี้ BMW ก็พร้อมแล้วกับการเผยโฉมหน้าใหม่ของซีดานเรือธงของพวกเขาอย่าง BMW 7-Series โฉมใหม่
  
   All-New BMW 7-Series มาพร้อมกับรหัสตัวถังใหม่ G11 (ฐานล้อสั้น)/G12(ฐานล้อยาว) และเป็นเจเนเรชั่นที่ 6 ของค่าย ดูหน้าตาแล้ว หลายคนอาจจะผิดหวังนิดๆ รวมทั้งสาวกบูชาดวงดาวอาจจะนั่งขำก๊ากๆกันใหญ่ เพราะดูรูปกายภายนอกก็ไม่ได้ต่างจากรุ่นเดิมเลย โดยเฉพาะเส้นสายก็คล้ายๆเดิมต่างแค่หัวกับตูด ต่างจาก Mercedes-Benz S-Class ที่ขอปฏิวัติทั้งรูปร่างและเทคโนโลยีจนหลายคนหลงใหลกับหน้าตาของมันเลย ในขณะที่ BMW ยังคงอนุรักษ์นิยมเลือกที่จะเก็บเอกลักษณ์เดิมๆของพวกเขาไว้


   มิติตัวถังของมัน มีความกว้างอยู่ที่ 1,902 มม. ยาว 5,098 มม. (รุ่น LWB ยาว 5,238 มม.) และสูง 1,467 มม. (รุ่น LWB สูง 1,479 มม.) ฐานล้อยาว 3,196 มม. (รุ่น 3,210 มม.) งานวิศวกรรมตัวถังนั้นถือเป็นการปรับปรุงครั้งใหญ่ของพวกเขา เพราะรถคันนี้ได้ใช้โครงสร้างตัวถังใหม่ที่ทำจากวัดสุน้ำหนักเบาแต่แข็งแรง อันประกอบด้วยเหล็กคาร์บอนไฟเบอร์ อะลูมิเนียม แมกนีเซียม และพลาสติกที่จะช่วยลดน้ำหนักตัวลดได้สูงสุดถึง 200 กก. แต่เมื่อติดตั้งระบบอำนวยความสบายและระบบความปลอดภัยเพิ่มเติม ก็จะทำให้น้ำหนักน้อยกว่าเดิมราวๆ 130 กก. ในรุ่น 750i XDrive



   ซึ่งหน้าตาของรถนั้นก็ได้รับการออกแบบให้แตกต่างจากรุ่นเดิมโดยสิ้นเชิง มากับกระจังหน้าไตคู่ขนาดใหญ่เหมือนเดิมที่มีเทคโนโลยี Air Flap Control เปิด-ปิดครีบกระจังหน้าอัตโนมัติ นอกจากนี้ยังมากับชุดไฟหน้าใหม่ที่เชื่อมติดกับกระจังหน้าไตคู่ตามสไตล์รถรุ่นใหม่ โดยเป็นไฟหน้าแบบ Adaptive LED ทุกรุ่นย่อย และเรายังสามารถเลือกออปชั่นไฟหน้าแบบ BMW Laserlight ได้ ส่วนไฟตัดหมอกก็มาแบบ LED เส้นสายด้านข้างดูแล้วคล้ายๆรุ่นเดิม แต่ปรับให้ดูเพรียวกว่าเดิมและดูหนาแน่นกว่าเดิม พร้อมติดตั้งเทคโนโลยีใหม่ Air Breather ควบคุมการไหลเวียนของอากาศบริเวณด้านข้าง ส่วนไฟท้าย LED ชุดใหม่ ก็ได้รับการออกแบบใหม่ให้หรูหราและเรียวบางกว่าเดิม ซึ่งไฟท้ายก็แอบคล้าย Camry Minor Change บ้านเรานิดๆเลย และอีกเทคโนโลยีหนึ่งที่น่าสนใจก็คือ BMW Welcome Light Carpet ที่มากับไฟส่องสว่างประดุจพรมเพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการขึ้นรถในที่มืด ซึ่งโดยรวมนั้นถือว่าหรูหรากว่าเดิมมากเลยครับ


   ส่วนภายในห้องโดยสารก็ได้ปฏิวัติการออกแบบใหม่ให้หรูหรากว่ารุ่นเดิมอย่างเห็นได้ชัด และอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำมากมาย มาตรวัดของรถเปลี่ยนมาใช้แบบจอ TFT อย่าง Mercedes-Benz แล้วละครับ ออกแบบพวงมาลัยทรงใหม่ที่สปอร์ตหรูกว่าเดิม ปุ่มต่างๆบนคอนโซลหน้าแตกต่างจากพี่น้องของมัน และไม่ใช้แบบสหกรณ์แล้ว ตกแต่งด้วยวัสดุหนังแท้คุณภาพสูงรอบคัน เปลี่ยนจอ Display ตรงกลางใหม่ที่แสดงผลต่างๆดีขึ้นกว่าเดิม และทีเด็ดของมันก็คือระบบ BMW Gesture Control ติดตั้งกล้องตรวจจับความเคลื่อนไหวบนเพดานรถ ควบคุมหน้าจอสัมผัสต่างผ่านการเคลื่อนไหวของมือเราโดยไม่ต้องไปแตะหน้าจอเลย พร้อมปรับปรุงระบบ iDrive ใหม่ให้มีประสิทธิภาพกว่าเดิม



และนอกจากนี้ BMW ยังมีฟังก์ชันพิเศษอีกอย่าง Tablet ขนาด 7 นิ้วสามารถถอดพกติดตัวได้ ซึ่งสามารถบังคับควบคุมอะไรต่างๆของรถได้ทั้งหมด และระบบ Ambient Air ที่สามารถควบคุมกลิ่นภายในห้องโดยสารของรถได้ อีกไฮไลต์พิเศษของรถคันนี้คือ กุญแจรีโมทสไตล์ล้ำ พร้อมฟังก์ชัน Remote Control Parking ควบคุมการเข้าจอดของรถได้ง่ายๆเพียงปลายนิ้ว และยังมีแท่นชาร์จไฟไร้สายด้วย

   ด้านขุมพลังของรถนั้น เบื้องต้นเป็นขุมพลังชุดใหม่ทั้งหมด เริ่มต้นที่รุ่น 730d/730Ld มากับขุมพลังดีเซล 3.0 ลิตร V6 พละกำลัง 265 แรงม้า แรงบิดมหาศาล 620 นิวตัน-เมตร 

ทางด้าน740i/740Li มากับขุมพลังเบนซิน 3.0 ลิตร TwinPower Turbo V6 มากับพละกำลัง 326 แรงม้า

ปิดท้ายด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 750i/750Li มากับขุมพลังเบนซิน 4.4 ลิตร TwinPower Turbo V8 มากับพละกำลัง 450 แรงม้า มาพร้อมระบบขับเคลื่อนแบบ 4 ล้อ xDrive


และรุ่นน้องใหม่ 740e ที่มาในรูปแบบรถ Plug-In Hybrid มากับเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร 4 สูบ TwinPower Turbo ผนวกกับมอเตอร์ไฟฟ้า สร้างพละกำลังได้ 326 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด สามารถวิ่งในโหมดไฟฟ้าเพียวๆได้ 37 กม. ที่ความเร็วสูงสุด 120 กม./ชม.


   ส่วนระบบความปลอดภัยของรถนั้น BMW ก็ได้จัดเต็มระบบความปลอดภัยให้กับรถธงของพวกเขา ซึ่งประกอบด้วย
- ระบบ Driving Assistant ดูแลการขับขี่ทั้งระบบเพิ่มแรงดึงเข็มขัดนิรภัยเพื่อเตรียมพร้อม
การปะทะหากตรวจจับว่าอาจเข้าชนวัตถุด้านหน้า 

- ระบบ Active Park Distance Control ช่วยเบรกอัตโนมัติขณะถอยเข้าจอด 
- ระบบตรวจจับรถยนต์ด้านหลังสำหรับการขับขี่ 
- ระบบ Approach Control ช่วยหยุดรถอัตโนมัติในความเร็วต่ำและระบบเตือนการเปลี่ยนเลนโดยไม่ตั้งใจและยังสามารถขยายขอบเขตของระบบด้วย Driving Assistant Plus 
- ระบบ Adaptive Cruise Controlพร้อมฟังก์ชั่น Traffic Jam Assistant และ Lane Keeping Assistant ช่วยทำให้ตัวรถขับเคลื่อนแบบกึ่งอัตโนมัติในสภาพการจราจรติดขัด ลดความเครียดของการขับขี่ลง สามารถหยุดและออกตัวได้อัตโนมัติ
- ระบบ BMW Night Vision with Dynamic Light Spot ช่วยพร้อมกับการขยายวัตถุบนถนนให้ระวังเป็นพิเศษบนหน้าจอ 



  สำหรับราคาค่าตัวนั้นยังไม่มีข้อมูลออกมา แต่การวางขายในตลาดยุโรปจะเริ่มต้นราวๆเดือนตุลาคมนี้ และคาดว่าจะมีสเปกขุมพลังอื่นตามออกมาอีก ส่วนเมืองไทยนั้นก็รอไปเลยครับปีหน้า

มาขนาดนี้แล้ว..จะท้าไฝว้กับ Mercedes-Benz S-Class ได้หรือไม่ รอชมต่อไปครับ

ที่มารูปภาพและข้อมูลจาก Carscoopsและข้อมูลเพิ่มเติมจาก Headlightmag
มาร่วมพูดคุยกันสนุกๆเรื่องรถยนต์ประดุจเพื่อนข้างกาย 
พร้อมเกาะติดข่าวการเปิดตัวรถใหม่กันแบบฉับไว
กดไลค์แฟนเพจของ Cars New Update ด้านล่างได้เลยครับ!!!
   

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น