วันจันทร์ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

เจาะลึกข้อมูล Honda Vezel ก่อนเปิดตัวในไทย

  ตลาดรถอเนกประสงค์อย่างที่รู้ๆกันอยู่ครับ มันเป็นตลาดที่กำลังเติบโตสูงในแถบยุโรป หรือแม้กระทั่งฝั่งเอเชีย แน่นอนครับว่าต่างค่ายก็ต่างขนรถแนวนี้ออกมาทำตลาดเพื่อตอบสนองความต้องการผู้บริโภค หากพูดถึง B-SUV หรือเอสยูวีขนาดซับคอมแพกต์ก็ถือว่าเป็นอีกเซกเมนต์ที่น่าจับตามองที่สุดในเมืองไทยครับ หลังจากที่ Nissan ได้เอา Juke มาเปิดตัวในเมืองไทยทำให้ตลาดกลุ่มนี้กำลังเป็นที่นิยม รวมถึง Ford ที่ตามมาติดๆ ด้วยการเปิดตัว Ecosport นั่นเองครับ
   ฉะนั้นค่ายรถเก๋งขั้นเทพอย่าง Honda ที่คงหยุดนิ่งมองดูคู่แข่งทำตลาดรถแนวนี้อย่างลอยหน้าลอยตาไม่ได้ โดยเฉพาะในตลาดโลกที่ยังมี Jeep Renegade ที่เพิ่งเปิดตัวใหม่ หรือแม้กระทั่ง Peugeot 2008 ฉะนั้นค่าย Honda จึงต้องทำการพัฒนารถแนวนี้ออกมาทำตลาด โดยได้ทำการเปิดตัว Urban Concept เพื่อพรีวิวรถ B-SUV ของตนก่อนเปิดตัวครับ และต่อมา Honda ก็ได้ทำการเปิดตัวรถ B-SUV คันใหม่ในนาม Vezel เมื่อปลายปีที่ผ่านมา และก็วางขายในประเทศญี่ปุ่นก่อนใครในโลก และก็ได้เสียงตอบรับที่ดีจากชาวญี่ปุ่นด้วยครับ
   แล้วเมืองไทยหละ มันจะมาไหม? มีข่าวหลายแหล่งที่ยืนยันและก็พอทำให้เรามั่นใจเกินร้อยได้เลยครับว่า Honda Vezel จะต้องมาเมืองไทย เพื่อมาท้าชิงกับ Nissan Juke และ Ford Ecosport อย่างแน่นอน ฉะนั้นเราจะมาเจาะลึกข้อมูลตัวรถกันก่อนการเปิดตัวที่น่าจะเกิดขึ้นปลายปีนี้เป็นอย่างเร็วครับ
   รูปร่างหน้าตาของ Honda Vezel แน่นอนที่สุดมันใช้แนวออกแบบที่เรียกกันว่า Exciting H Design!!! มาเป็นแนวการออกแบบ มาพร้อมกระจังหน้าทรง Solid Wing Face มากับเส้นสายที่ดูโฉบเฉี่ยวและสปอร์ตรอบคัน ในส่วนประตูหลังเหมือนจะเลียนแบบอิทธิพลมาจาก Nissan Juke นิดหน่อยครับ ความหรูของตัวรถนี้เอง ทำให้เราแอบคิดไปว่า มันไปเลียนแบบ BMW หรือเปล่าเนี่ย? หรือบางที่มองไปมันก็คือ Honda CR-V ที่จับมาย่อส่วน โดยในส่วนกระจกมองข้างที่ยกมาจาก CR-V ทั้งกระบิเลย ขนาดตัวรถนั้นมากับความยาว 4,295 มม. กว้าง 1,770 มม. และสูง 1,605 มม. จะว่าไปแล้วมันคือการจับ Fit/Jazz มายกสูงก็ได้ครับเพราะเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังเหมือนกันเด๊ะๆ ไฟหน้าทรงแหลมที่มาแบบ LED คาดว่ามาบ้านเราคงไม่ตัดสเปกนะครับ กระจังหน้าสอบรับกับกันชนหน้าทรงโฉบเฉี่ยว ในสเปกญี่ปุ่นจะมีรุ่นล้อกระทะพร้อมฝาครอบและล้ออัลลอยขนาด 16-17 นิ้ว ซึ่งคาดว่าเมืองไทยน่าจะเอาล้อแม็กขนาด 16-17 นิ้วมาให้เลือกใช้ครับ เสริมหล่อด้วยแร็คหลัง และยังมี Shark Fin เพิ่มความทันสมัย ในส่วนด้านท้ายได้รับการออกแบบไฟท้ายให้โฉบเฉี่ยว ดูมีมิติและชวนมอง รอบคันติดตั้งการ์ดกันกระแทกสีดำเหมือนกับเป็นรถลุย ทั้งๆที่รถคันนี้น่าจะมีบทบาทบนออโต้บาห์นมากกว่าครับ
   มาที่ภายในกันบ้าง ภายในรถนั้นถือว่าออกแบบได้ทันสมัยและเข้าถึงผู้ใช้แบบสุดๆ แฝงด้วยความหรูหราและล้ำสมัยเข้าไปด้วย ประกอบกับวัสดุมีคุณภาพ (มาไทยคงไม่ตัดต้นทุนใช้แผงคอนโซลพลาสติกกากๆแบบ Civic นะครับ) และที่สำคัญรถคันนี้ยังใช้เทรนด์ฮอตฮิตที่มันเริ่มมาจาก Vios บ้านเรานั่นเอง ก็คือ การขึ้นลายเย็บตะเข็บหนังบนแผงคอนโซล ซึ่งทำให้เรารู้สึกแปลกใจในตอนนั้น ตอนนี้เฉยๆแล้วครับ แต่รถคันนี้มันเล่นขึ้นลายตะเข็บรอบคันและเยอะเสียด้วย ที่สิ่งที่ทำให้เราแปลกใจเป็นที่สุดก็คือ ช่องแอร์ด้านหน้ารถที่ออกแบบในฝั่งผู้โดยสารที่ใหญ่ ยาว เหลือเกิน (ห้ามคิดลึก) สงสัยผู้โดยสารด้านหน้าแข็งเป็นน้ำแข็งกันเลยทีเดียว ไม่ใช่อะไรหรอกครับ Honda ต้องการให้แอร์เย็นไปถึงด้านหลังด้วย เลยทำเป็นช่องแอร์พาดยาวเลย คนที่นั่งฝั่งผู้โดยสารก็ต้องทนหนาวนิดนึงนะครับ นอกนั้นก็ไม่มีอะไรแปลกใหม่แล้ว หน้าจอสัมผัส 7 นิ้วเหมือน City และ Jazz ใหม่ ซึ่งน่าจะเชื่อมต่อ USB AUX HDMI ได้ด้วย และยังคงรอบด้านความสามารถเหมือนที่ Honda ชอบให้เราแบบไม่มีกั๊ก และรถคันนี้ยังมากับเบรกมือไฟฟ้าด้วย โดยรวมนั้นถือว่าโอเคเลยละครับ
    มาพูดกันที่เรื่องขุมพลังกันบ้าง ด้านขุมพลังนั้นทาง Honda จัดมาให้ 2 รูปแบบขุมพลัง ได้แก่ เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร direct injection ตัวเดียวกับ Fit/Jazz ในญี่ปุ่น มากับพละกำลัง 131 แรงม้าที่ 6,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 15.8 กก.-เมตรที่ 4,600 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์ CVT ซึ่งทางญี่ปุ่นทดสอบออกมาแล้วครับว่าตัวรถขับได้ไหลลื่นไม่ติดขัด เครื่องยนต์ตัวนี้จะให้บุคลิกแบบ Sport เมื่อเหยียบคันเร่งเต็มที่ ส่งความเร็วเต็มพิกัดกันเลยทีเดียว โดยเฉพาะในรอบสูงถึง 7,000 รอบ/นาที ก็ให้ความรู้สึกแบบที่ชาวญี่ปุ่นเค้าเรียกว่า Sporty ครับ และจิบน้ำมันแค่ 20.6 ลิตรเท่านั้นจากการทดสอบโหมด JC08 ของญี่ปุ่น
   มาดูอีกขุมพลังหนึ่งซึ่งเป็นไฮไลต์เด็ดก็คือเครื่องยนต์ไฮบริด มากับเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร direct injection เดิม ผนวกกับมอเตอร์ไฟฟ้า 22 kW รวมกำลังทั้งระบบ 152 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติแบบดูอัลคลัตซ์ 7 สปีด ที่ให้อุปนิสัยแบบ sport สุดๆ สามารถใช้เครื่องยนต์ได้เต็มกำลังจนรอบขึ้นสูง มากับอัตราสิ้นเปลืองตามโหมด JC08 24.2-26.0 กม./ลิตร ถือว่าประหยัดใช้ได้ แต่ไม่รู้ว่าเครื่องยนต์ไฮบริดจะมาไทยหรือไม่ ก็ต้องรอกันต่อไปครับ
   ระบบขับเคลื่อนของรถนั้นในตลาดญี่ปุ่นมีให้เลือกทั้งแบบขับเคลื่อนล้อหน้าและแบบ ขับเคลื่อน 4 ล้อ Real Time AWD ที่ควบคุมด้วยระบบไฟฟ้า ผ่านการคำนวณต่าง ๆ เพื่อให้การควบคุมล้อหลังที่ดีเยี่ยม เน้นการขับขี่ที่สนุกสนานและพารถวิ่งไปได้ทุกพื้นผิวอย่างนุ่มนวล ซึ่งมีให้เลือกติดตั้งทั้งในรุ่นเครื่องยนต์ธรรมดาและรุ่นไฮบริด บ้านเราขับเคลื่อน 2 ล้อหน้าก็น่าจะเพียงพอต่อการสู้ฟัดกับคู่แข่งแล้วละครับ
   ด้านระบบความปลอดภัยนั้น Honda จัดมาให้เต็ม ด้วยระบบที่เรียกว่า ACE (Advanced Compatibility Engineering) ซึ่งช่วยลดแรงปะทะของการชนได้ดียิ่งขึ้น และมาพร้อมกับโครงสร้างลดการบาดเจ็บเมื่อชนคนเดินเท้า โดยโครงสร้างจะส่งผ่านและกระจายแรงกระแทกเมื่อชนคน ทำให้ได้รับบาดเจ็บน้อยลง นอกจากนี้ ยังทำงานร่วมกับระบบเบรกอัตโนมัติสำหรับขับขี่ในเมือง ช่วยเสริมความปลอดภัยและเหมาะกับการใช้งานในเมืองเป็นอย่างดี หรือระบบอย่างระบบ City Brake Active System ช่วยหยุดรถเมื่อตรวจพบรถคันหน้าลดความเร็วหรือหยุดนิ่ง กะทันหัน รวมถึงระบบช่วยออกตัวบนทางชัน และระบบควบคุมการทรงตัว  VSA  ทั้งยังมีระบบเบรก ABS  และ ระบบกระจายแรงเบรก EBD เสริมแรงเบรก  BA และถุงลม 6 ใบ
   ตัวรถมาพร้อมสีตัวถังสวยงามถึง 8 สี ได้แก่ สีฟ้า Morpho Blue Pearl, สีขาว White Orchid Pearl, สีเงิน Alabaster Silver Metallic, สีดำ Crystal Black Pearl และสีแดง Premium Deep Rosso Pearl ส่วนอีก 3 สี เป็นสีพิเศษสำหรับรุ่นไฮบริดเท่านั้น ได้แก่ สีเขียว Misty Green Pearl, สีดำ Ruse Black Metallic, และสีเงิน Tinted Silver Metallic ส่วนภายในมีวัสดุหลากหลายให้เลือก ทั้งเบาะผ้าสีดำ, เบาะหนังสีดำ, เบาะผ้าสีทูโทนดำ, เบาะหนังสีทูโทนดำ และเบาะหนังสีทูโทนน้ำตาล ให้เลือกติดตั้ง
   หากพูดถึงค่าตัวของ Honda Vezel นั้น หากว่ามันมาเมืองไทยแน่นอนว่า Honda ต้องจัดเต็ม และอาจจะมากับป้ายค่าตัวที่สูงนิดหน่อย คาดว่าอาจจะอยู่ราวๆ 850,000-950,000 บาท จะต้องไม่เกินล้านเพราะไม่งั้นจะไปก้าวก่ายกับ CR-V หมด Honda เมืองไทยอาจจะเอามาไม่กี่รุ่นย่อย แต่ทางญี่ปุ่นเค้าซอยรุ่นย่อยไว้หลายรุ่นเลยทีเดียวครับ ตามด้านล่างนี้ครับ
     การเปิดตัวในเมืองไทยนั้น มีการคาดการณ์หลายต่อหลายที่มาว่า มันจะต้องเปิดตัวในไทยอย่างเร็วที่สุดคือปลายปี หรือไม่ก็ต้นปีหน้า แต่เนื่องด้วยสถานการณ์ทางการเมือง ทำให้ Honda ต้องเลื่อนเปิดตัวโรงงานผลิตรถยนต์แห่งใหม่ ซึ่งทำให้ลือกันใน pantip (อีกแล้ว) ว่า มันอาจส่งผลต่อการเปิดตัว Vezel จนทำให้เลื่อนอย่างไม่มีกำหนด แต่มันก็เป็นแค่ข่าวครับ ฉะนั้น ผู้เขียนเชื่อว่ามีคนรอรุ่นนี้เยอะแน่นอนครับ ฉะนั้นมันจะเปิดตัวเมื่อไหร่ หรือมีความคืบหน้า เราจะมาอัพเดตให้ทราบแน่นอน และอย่าลืมเข้าไปติดตามข่าวในเพจของเราด้านล่างด้วยนะครับ...
ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพบางส่วนจาก
*นิตยสารเบสท์คาร์ ไทยแลนด์ ฉบับที่ 26 ประจำเดือน พ.ค.
*car.kapook.com/view79088.html
แนะนำ ติชม แสดงความคิดเห็น และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของแฟนเพจ Cars New Update ที่นี่!!
 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น