วันอาทิตย์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

วิจารณ์กันแบบถึงใจกับ Nissan Almera 2014 : หรูขึ้น ของเล่นเยอะกว่าเดิม

  หากพูดถึงรถอีโคคาร์แบบตัวถังซีดานที่ฮอตฮิตในตลาด คงจะหนีไม่พ้นชื่อของ Nissan Almera ผู้เป็นญาติที่เกี่ยวเนื่องกับ Nissan March โดยตรงด้วยการใช้ชิ้นส่วนร่วมกันหลายชิ้นด้วยกัน หากท่านสังเกตและติดตามข่าวสารรถยนต์มาอย่างดี คงจะพอทราบว่า Almera นั้นกลับได้รับความนิยมกว่า March เห็นๆ คงจะเป็นเพราะความคุ้มค่าที่มีให้มากกว่า ตอบสนองความต้องการต่อผู้บริโภคมากกว่า และยังมีพื้นที่ห้องโดยสารที่กว้างใหญ่กว่า March แน่นอนอยู่แล้วครับว่ามันต้องมากกว่าเพราะมันคืออีโคคาร์ซีดานนี่นา
   และล่าสุดเมื่อต้นปีที่ผ่านมา หลังจาก Nissan ทำตลาด Almera มาได้ 2 ปีกว่าๆ ทางค่ายก็ได้ทำการยกหน้าใหม่เพื่อเพิ่มความสดใหม่ให้กับตัวรถเสียหน่อยครับ อันที่จริงแล้วรถคันนี้มีภาพหลุดออกมาตั้งแต่เมืองจีนแล้ว แต่กลับเปิดตัวในไทยที่แรกในโลก ผู้เขียนยังจำได้ครับว่ามันเริ่มลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์ด้วยตัวรถสีขาว มีพี่โดม ปกรณ์ ลัมเป็นพรีเซนเตอร์ยืนโชว์หล่ออยู่ข้างรถเลย เห็นแล้วยังงง คิดไว้ว่า เฮ้ย! ทำไมมันมาเร็วจังวะ แต่ช่างมันเถอะครับ ก็ดีแล้ว จะได้กระตุ้นตลาดกันซักนิดนึง แน่นอนอยู่แล้วว่า รถคันนี้มันมีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างแน่นอนครับ แล้วมาดูกันว่ามันมีดีหรือไม่ดียังไงบ้าง เราจะมาคอมเมนต์กันแบบ"ถึงใจ ถึงอารมณ์"ตามสไตล์เด็ก ม.6 กันครับ (เวลาพิมพ์ยังต้องกางโบรชัวร์พิมพ์เลยครับ 555)
   มาว่ากันที่หน้าตารถกันก่อนเลยครับ หน้าตาของรถนั้นมันยังคงมากับสไตล์แบบ Nissan รุ่นอื่นๆ เหมือนๆกันเลย โดยเฉพาะรถในตระกูลซีดานของ Nissan ที่ได้หน้าตาแบบสปีชีส์หรือ DNA เดียวกันออกมาเลยทีเดียว แต่ดูจากหน้าตาของรถรวมถึงไฟหน้าทำให้ชวนนึกถึง Nissan Teana รหัสตัวถัง L33 ขึ้นมาได้ครับ แม้แต่รูปทรงของกรอบไฟตัดหมอกและช่องระบายอากาศตรงกันชน ยังเป็นทรงเหมือนๆกันเลยครับ จะบอกว่าดูดีมั้ย ก็ถือว่าดูดีขึ้นกว่าเดิม เมื่อเสริมด้วยล้ออัลลอยลายใหม่ มันก็ยิ่งเสริมความหรูหรามากกว่าเดิมเข้าไปอีก ในส่วนของด้านท้ายไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรมากครับ มีการเปลี่ยนกันชนใหม่ให้ดูดีขึ้นกว่าเดิมมากขึ้น ความได้เปรียบอีกเรื่องของรถคันนี้คือขนาดตัวถังของรถที่มากับความยาว 4,425 มม. กว้าง 1,695 มม. สูง 1,500 มม. กว้างขวางและโอ่โถงพอๆกับ พวก Vios,City อะไรพวกนี้ครับ เพราะที่จริงคันนี้ก็คือ B-Segment ดีๆนี่เอง ในตลาดอเมริการถคันนี้วางเครื่อง 1.6 ด้วยนะครับ สรุปโดยรวมแล้วรถคันนี้ก็ให้ภาพลักษณ์ที่ดูหนักแน่นและหรูขึ้นกว่าเดิม จากแนวๆน่ารักกลายเป็นแนวผู้ดีไปเลย
   มาส่องกันที่ภายในของรถกันบ้างดีกว่า ภายในของรถได้รับการปรับปรุงใหม่ให้ดูดีขึ้นกว่าเดิมโดยสิ้นเชิง คอนโซลกลางนั้นชวนนึกถึงคอนโซลหน้าของ Nissan Note เพียงแต่ของ Note จะเป็นแอร์ทรงกลมทั้งหมดครับ ส่วนคอนโซลกลางของ Almera จะเป็นแอร์ทรงสี่เหลี่ยม ตกแต่งแผงคอนโซลด้วยวัสดุ Piano Black พร้อมด้วยพลาสติกสีเงิน แค่นี้ก็ดูลงตัวแล้วครับ รถคันนี้มีดีอีกอย่างก็ตรงที่ในส่วนช่องเก็บของที่มีมากมายอยู่รอบคัน ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการจัดเก็บอุปกรณ์ต่างๆได้มากกว่าเดิม และแน่นอนด้านท้ายของรถนั้นมีพื้นที่จุสัมภาระจุใจถึง 490 ลิตร ถือว่ากว้างขวางสำหรับรถระดับนี้ครับ
   พูดถึงเรื่องฟังก์ชันของรถกันดีกว่าครับ ในรุ่นรองท็อปและรองท็อปของ Nissan Almera ได้มีการเพิ่มเติมสิ่งใหม่ๆให้กับตัวรถเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่มากขึ้นไปอีก ด้วยการติดตั้งวิทยุ 2Din แบบจอสัมผัสขนาด 6.1 นิ้ว เล่นได้ทั้ง CD และ DVD และยังมีช่องเชื่อมต่อ USB AUX ติดตั้งมาให้พร้อมใช้ พร้อมรองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth และยังสามารถค้นหาศูนย์บริการรถยนต์นิสสันทั่วประเทศได้ด้วย ในรุ่นท็อปนั้นจะติดตั้งระบบนำทาง และที่สำคัญมีกล้องมองหลังมาให้ด้วย เรียกได้ว่าครบถ้วนสมบูรณ์แบบครับ
   ว่ากันต่อด้วยเรื่องพละกำลังของรถคันนี้ที่ยังไว้ซึ่งขุมพลังเดิมๆ ด้วยเครื่องยนต์เบนซิน HR12 DE ความจุ 1.2 ลิตร ให้พละกำลังสูงสุด 79 แรงม้าที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 106 นิวตัน-เมตรที่ 4,400 รอบ/นาที ช่วยลดแรงเสียดทาน น้ำหนักเบา อัตราเร่งดี ให้แรงบิดสูงในรอบเครื่องยนต์ต่ำ ส่งผลให้ประหยัดน้ำมัน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยปล่อย CO2 ไม่เกิน 120 ก./กม. เทียบเท่ามาตรฐาน Euro4 ระบบส่งกำลังมีให้เลือกทั้งแบบเกียร์ธรรมดา 5 สปีดและเกียร์อัตโนมัติ Xtronic CVT ซึ่งส่งผลต่อความนุ่มนวลในการขับขี่โดยไม่รู้สึกถึงการเปลี่ยนเกียร์เลย เพิ่มช่วงอัตราทดเกียร์ได้กว้างกว่า ให้แรงบิดสูงในช่วงตีนต้น ตอบสนองอย่างฉับไว อัตราเร่งดี ซึ่งทำให้ประหยัดน้ำมันด้วยครับ โดยอัตราสิ้นเปลืองจากการทดสอบของ Nissan อยู่ที่ 20 กม./ลิตรตามมาตรฐานยุโรป UNECE Reg. 101 Rev.1 Combine MODE: NEDC แต่หากลองขับบนท้องถนนในชิวิตจริงก็น่าจะแถวๆ 10-16 กม./ลิตร อาจมากหรือน้อยกว่านั้น ขึ้นอยู่กับการขับขี่ของแต่ละท่านนะครับ ด้านระบบช่วงล่างของรถนั้นในด้านหน้ามากับแบบแม็คเฟอร์สันสตรัทพร้อมเหล็กกันโคลง และด้านหลังแบบทอร์ชั่นบีมพร้อมเหล็กกันโคลง สัมผัสๆได้ถึงความนิ่มนวลไม่เว้นบนทางขรุขระ ด้วยการเพิ่มระยะการยึดตัวของโช้คอัพ เพื่อดูดซับแรงสะเทือนที่จะส่งผลไปยังห้องโดยสาร ให้ความปลอดภัยและมั่นคงแม้ขับในความเร็วสูง
   ไฮไลต์เด็ดอีกคันของรถคันนี้ยังมีระบบ Idling Stop ที่จะตัดการทำงานของเครื่องยนต์อัตโนมัติ เมื่อรถหยุดนิ่งที่ความเร็ว 0 กม./ชม. โดยระบบคอมเพรสเซอร์แอร์จะหยุดทำงาน แต่ระบบไฟฟ้าภายในรถจะยังทำงานอยู่ ระบบจะสตาร์ทเครื่องอัตโนมัติเพื่อเราต้องการขับรถต่อไป หรือกระทำดังต่อไปนี้ครับ 1. ยกเท้าออกจากแป้นเบรก 2. เปลี่ยนเกียร์เป็นเกียร์เดินหน้าหรือถอยหลัง 3. ขยับพวงมาลัยเล็กน้อย หรือหากรถจอดสนิทเกิน 3 นาที ระบบจะทำการสตาร์ทอัตโนมัติ แน่นอนครับระบบนี้ส่งผลให้ประหยัดน้ำมันกว่าเดิม และลดการคายไอเสียด้วย
   ด้านระบบความปลอดภัยของรถนั้นก็นับว่ามีให้พอดิบพอดี ด้วยถุงลมนิรภัยคู่หน้า SRS ระบบเบรก ABS ระบบกระจายแรงเบรก EBD และระบบเสริมแรงเบรก BA ในรุ่นท็อปจะมีกล้องมองหลังติดตั้งด้วย ส่วนรุ่นล่างๆจะมีเซ็นเซอร์ถอยหลังติดมาให้ นอกจากนี้ยังมีระบบป้องกันเด็กเปิดประตูหลัง โครงสร้างนิรภัยแบบ ZOne Body Concept และไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED 
   มาดูกันที่ราคารถกันบ้าง ขอบอกว่า Nissan สามารถควบคุมราคารถได้ดีครับ มีการขึ้นราคาเล็กน้อยเท่านั้น ราคาขนาดนี้ฟัดกับคู่แข่งอีโคคาร์ซีดานหรือแม้แต่ตัว 5 ประตูได้แบบสบายๆ โดยมีค่าตัวดังนั้ครับ รุ่น S M/T ราคา 433,000 บาท,รุ่น E M/T ราคา 464,000 บาท,รุ่น E CVT ราคา 498,000 บาท,รุ่น EL CVT ราคา 532,000 บาท,รุ่น V CVT ราคา 572,000 บาทและรุ่น VL CVT ราคา 607,000 บาท
   สรุปเลยว่า...Nissan Almera Minor Change คันนี้ยังคงเป็นรถที่ดีและยังไม่ทำให้ใครผิดหวัง แม้ว่าหน้าตาของรถอาจจะดูขัดตาใครกันบ้างเล็กน้อย แต่ด้วยองค์ประกอบของรถที่ดูครบถ้วนและสมบูรณ์ รวมถึงความกว้างขวางของรถที่ทำให้ติดใจไม่เว้นแม้กระทั่งชายและหญิงทุกรุ่นทุกวัย แน่นอนว่าตัวเลือกคันนี้ยังคงเป็นตัวเลือกอีโคคาร์ที่ใครๆไม่ควรมองข้าม และแน่นอนด้วยคุณสมบัติแบบนี้ ส่งผลให้มันติดท็อปทรีอีโคคาร์ทุกประเภทมาโดยตลอด หรือบอกก็ได้ว่าเป็นเจ้าตลาดของอีโคคาร์ซีดานก็ไม่ยักผิดครับ บอกตามตรงไม่แปลกใจเลยที่ค่ายที่ทำรถเก๋งดีๆอย่าง Nissan สามารถขายอีโคคาร์ของตนในเมืองไทยได้แล้วกว่า 200,000 คันครับ
แนะนำ ติชม แสดงความคิดเห็น และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของแฟนเพจ Cars New Update ที่นี่!!
 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น